บทที่ 124
ซื้อปัญญา
หลังจากกลับมาพักผ่อนที่เมืองสองวัน
ก็มีคำเชิญจากแม่ทัพหนุ่มเดินทางมาถึงซูฉีแจ้งให้นางล่วงรู้ ซูฉีงุนงงอยู่ไม่น้อยที่หวงเจียวลู่เชิญนางไปพบ
แต่นางเองก็ตอบรับคำเชิญนั้นอย่างยินดีและเดินทางไปพบแม่ทัพหนุ่มอย่างเต็มใจ
ในช่วงประมาณยามสายของวัน หลังจากที่ซูฉีจัดการธุระของนางและเรื่องที่ต้องทำในช่วงยามเช้าเสร็จ ก็เดินทางไปยังกองทัพเพื่อไปพบแม่ทัพหนุ่มตามคำเชิญ
เดินทางมาถึงกองทัพเกราะดำ
ค่ายทหารแห่งนี้มีการรักษาที่แน่นหนามากขึ้นกว่าเดิม ซูฉีเดินทางมาสถานที่แห่งนี้อยู่บ่อยครั้ง เพราะแบบนั้นในครั้งนี้เมื่อเดินทางมาถึง จึงสังเกตได้จากสายตาทันทีเห็นว่าการคุ้มกันนั้นแน่นหนาขึ้น
ทว่าซูฉีกับไม่ประหลาดใจที่การคุ้มกันแน่นหนา ‘ การคุ้มกันจะแน่นหนาขึ้นก็ไม่แปลก เป็นเพราะว่าในช่วงนี้สิ่งที่เกิดขึ้น มันคงจะทำให้กองทัพเกราะดำจำเป็นจะต้องระวังตัวขึ้น ’
‘ ตามเนื้อเรื่องภายในนิยายแล้ว พวกขุนนางภายในราชสำนักมีเล่ห์เหลี่ยมและกลอุบายมากขนาดไหนเรารู้ดีที่สุด ’
‘ เพราะว่าตัวร้ายของนิยายเรื่องนี้ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่ฉลาดเฉลียว แล้วก็มีเล่ห์เหลี่ยมกันทั้งสิ้น เพราะแบบนั้นการที่จะรับมือกับคนพวกนั้นจำเป็นจะต้องระวังตัว ’
‘ หวงเจียวลู่เป็นตัวละครที่ใช้ชีวิตอยู่มานาน จำเป็นจะต้องต่อกรกับพวกเล่ห์เหลี่ยมของพวกขุนนางภายในราชสำนักอยู่บ่อยครั้ง ’
‘ เพราะแบบนั้นการที่แม่ทัพหวงจะระวังตัว มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร ’
‘ เสบียงอาหารที่โดนทำลายไปก่อนหน้านี้คงจะกลายเป็นปัญหาใหญ่กับทางกองทัพ และก็คงจะไม่อยากให้เกิดเรื่องเช่นนั้นขึ้นมาอีก ’
การตรวจตาหลายๆอย่างมันถูกทำอย่างเข้มงวดมากขึ้น ซูฉีสังเกตุแล้วลองเดินผ่านทางเดิน ได้ยินพวกทหารภายในกองทัพพูดคุยสนทนากัน
นางจากใจความได้ว่า ทางกองทัพจะมีหน่วยตรวจตา ทำการตรวจสอบทุกเรื่องที่เกิดขึ้นภายในกองทัพทุกๆครึ่งชั่วยาม
เพราะแบบนั้นเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายในกองทัพ จะถูกรายงานอยู่ตลอดเวลา มันเป็นการเฝ้าระวังขั้นสูงสุด
ซูฉีเดินเข้ามาถึงกระโจมหลักที่ตั้งอยู่ใจกลางกอง
นางเดินผ่านเข้ามาภายในกระโจม เมื่อเดินผ่านเข้ามาภายในกระโจมก็เห็นแม่ทัพหนุ่มนั่งอยู่เบื้องหน้า
หวงเจียวลู่นั่งตรวจตราเอกสาร ก้มหน้าก้มตามองเอกสารพวกนั้นอย่างจริงจัง ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาไม่ได้อยู่ภายในกองทัพ
เพราะแบบนั้นเลยมีเอกสารมากมายที่จำเป็นจะต้องให้ตรวจ 2 วันที่ผ่านมาหวงเจียวลู่ก็จะไม่ได้พักผ่อน เอาเวลาทั้งหมดใช้ในการสะสางปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น
เมื่อซูฉีเดินเข้ามา หวงเจียวลู่วางงานทั้งหมดที่ตนเองทำลง นำเอกสารพวกนั้นเลื่อนไปทางด้านขวาของโต๊ะ
“ มานั่งสิ… ” แม่ทัพหนุ่มชักชวนด้วยใบหน้าเรียบเฉย
ซูฉีเดินตรงเข้าไปไปนั่งลงตรงเก้าอี้ด้านหน้าของแม่ทัพหวง “ ไม่ทราบว่าท่านเชิญเข้ามามีเรื่องอันใดอย่างนั้นหรือเจ้าคะ? ”
นางถามอย่างสงสัย ได้ตลอดหลายวันที่ผ่านมา การพบเจอหลายต่อหลายครั้งตั้งแต่รู้จักแม่ทัพผู้นี้ได้ร่วมปี
ทำให้นางนั้นคุ้นเคยกับแม่ทัพผู้นี้ได้มาก แต่ว่าก็ยังไม่ถึงกับสนิทสนม นางจะไม่ได้เกรงกลัวเหมือนก่อนหน้านี้
แต่นางก็ไม่ได้ทำท่าทางสนิทสนมจนออกหน้าออกตา เพราะว่าแม่ทัพหนุ่มผู้นี้ภายในใจล้วนแล้วมีความคิดมากมาย
แม้ว่านางจะรู้ว่าหวงเจียวลู่ไม่ใช่คนโหดร้าย แต่ว่านางก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ เพราะแบบนั้นนางจึงไม่กล้าวางตัวสนิทสนมมากนัก
แต่ว่านางไม่ได้มีความเกรงกลัวต่อแม่ทัพหนุ่มผู้นี้แล้ว ไม่เหมือนครั้งแรกที่ได้ยินชื่อเคยได้ยินว่าเป็นแม่ทัพเหี้ยมโหดที่อาศัยอยู่ที่ชายแดน
“ ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาเจ้าเป็นเพียงไม่กี่คนจากด้านนอกที่รู้ว่าภายในกองทัพเกิดอะไรขึ้น ”
“ ไม่สิควรจะเรียกได้ว่าเจ้าน่าจะเป็นคนที่รู้เกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นดีกว่าทหารบางคนภายในกองทัพอีกด้วย ”
“ ถ้าเช่นนั้นข้าขอเข้าเรื่องตรงๆ ”
“ หลังจากที่เจ้าเดินทางเข้าไปช่วยข้าภายในป่า ข้ามองเห็นปัญญาประดิษฐ์ของเจ้าเยี่ยมยอด ”
“ ปัญญาประดิษฐ์อย่างนั้นหรือเจ้าคะ? ”
“ หรือว่าท่านหมายถึงศิลาที่ให้แสงสว่างอย่างนั้นหรือ? ” ซูฉีเอียงคอสงสัย
แม่ทัพหนุ่มที่นั่งอยู่พยักหน้าตอบรับกลับมา “ ใช่แล้ว ศิลาที่เจ้าคิดค้นขึ้นมาให้แสงสว่างที่น่าเหลือเชื่อ ”
“ ข้าคิดตั้งแต่ตอนที่อยู่ภายในป่าแล้วเดินทางกลับมา คิดว่ามันน่าจะเป็นสิ่งที่มีประโยชน์กับกองทัพ ”
“ เพราะแบบนั้นข้าคิดว่าข้าอยากจะซื้อของพวกนั้นจากเจ้าได้หรือไม่ ” หวงเจียวลู่มองการณ์ไกล
แม่ทัพหนุ่มผู้นี้มีมุมมองหลายๆอย่างที่แตกต่างจากคนอื่น แสงไฟที่สว่างไสวในยามราตรีคล้ายประหนึ่งทำให้พื้นที่รอบข้างดุจดั่งกลางวัน
ของเช่นนี้ย่อมเป็นของที่มีประโยชน์อยู่แล้ว มิใช่เพียงแค่ว่าในด้านทางการอยู่อาศัย หรือว่าการใช้ชีวิตเท่านั้น
แต่ว่าถ้ามองถึงในเรื่องของทางกองทัพเองก็มีประโยชน์เช่นเดียวกัน ในยุคสมัยนี้กองทัพขนาดใหญ่แทบจะไม่สามารถทำอะไรได้ในช่วงยามราตรีเลย
แม่ทัพหนุ่มเลยคิดว่าแสงไฟนั้นเป็นสิ่งสำคัญ ถ้าเกิดว่าได้วิทยาการหรือว่าปัญญาประดิษฐ์พวกนั้นมา เขาก็คงจะสามารถทำอะไรได้หลายอย่าง
ยกตัวอย่างเช่นการเดินทัพ โดยทั่วไปแล้วการที่กองทัพขนาดใหญ่ไม่เดินทางในยามราตรี มันก็เป็นเพราะว่าการเดินทางนั้นยากลำบากเกินไป
กองทัพขนาดใหญ่การควบคุมเองก็ต้องเป็นวงกว้าง แต่ว่าแสงไฟที่ให้แสงสว่างไสว มันมีเพียงแค่คบเพลิงที่สว่างเพียงเล็กน้อย
เพราะแบบนั้นการเดินทางในยามราตรียากต่อการควบคุม อีกทั้งยังเป็นอันตราย แต่ว่าถ้ามีแสงสว่างไสวจากหินศิลานั้นการเดินทัพในยามราตรีหรือว่าการทำอะไรหลายๆอย่างจะง่ายดายมากขึ้น
“ ว่าอย่างไรข้าขอซื้อของพวกนั้นได้หรือไม่ ”
“ ท่านอยากจะซื้อของพวกนั้นอย่างนั้นหรือ แต่ว่านั่นเป็นเพียงแค่สิ่งที่ข้าคิดคนขึ้นมาเพียงเป็นต้นแบบเท่านั้น ”
“ แน่นอนว่ามันยังไม่สมบูรณ์ ด้วยระยะเวลาที่สามารถใช้งานมันได้ยังน้อยเกินไป ”
“ ถึงเป็นแบบนั้นท่านเองก็ยินดีจะซื้อมันอย่างนั้นหรือเจ้าคะ ”
“ น่าแปลกโดยทั่วไปแล้วในเมื่อของชิ้นนั้นยังไม่สมบูรณ์ คนที่เป็นผู้ขายเช่นเจ้าก็ควรจะโกหกมันสิ ” แม่ทัพหวงใบหน้าฉงน
ตามหลักการความเป็นจริงแล้ว ในเมื่อของซิงค์นั้นมันยังถูกคิดค้นไม่เสร็จสมบูรณ์ และกองทัพขอเสนอซื้อมันในราคาสูง
ถ้าเกิดว่าเป็นพ่อค้าที่เห็นแก่ผล คงจะรีบขายมันโดยที่ไม่รีรอ แต่ว่านางกลับแจ้งถึงสิ่งสำคัญที่บอกว่ามันยังไม่สมบูรณ์
“ ข้าบอกแล้วอย่างไรเจ้าคะข้าเป็นคนที่ซื้อขายซื่อตรง ”
“ ในเมื่อสินค้ายังไม่เสร็จสมบูรณ์ข้าเองก็บอกตามตรง ข้าไม่คิดจะโกงผู้ที่เป็นผู้ซื้อหรอกเจ้าค่ะ ”
หวงเจียวลู่ยิ้ม “ งั้นหรอถ้าแบบนั้นก็ดี ”
“ แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งของชิ้นนี้เจ้าจะสามารถทำให้มันเสร็จสมบูรณ์ได้เมื่อไหร่ ”
“ เสร็จสมบูรณ์ได้เมื่อไหร่อย่างนั้นหรือเจ้าคะ? เรื่องเรื่องนั้นก็คงจะต้องใช้เวลาอีกสักพัก ” ซูฉีแสดงใบหน้าไม่มั่นใจ
ถึงแม้ว่าของที่นางมีอยู่ในตอนนี้จะสามารถใช้งานได้แล้ว แต่ว่านั่งกลับมองว่ามันยังไม่สมบูรณ์หลังจากทดลองใช้จริง ในการที่ไปช่วยหวงเจียวลู่ในป่า
เพราะว่ามันสามารถใช้ได้ด้วยระยะเวลาที่สั้นเกินไป
“ แต่เดี๋ยวก่อนข้าเองก็มีเรื่องที่กำลังสงสัย แล้วอยากพิสูจน์อยู่พอดี ข้าขอเรียกคนเข้ามาช่วยสักหน่อย ” หวงเจียวลู่ลุกขึ้นราวกับว่าจะไปทำบางอย่าง
ซูฉีได้แต่มองตามแม่ทัพหนุ่มผู้นั้นที่เดินออกไปด้านนอกสักพักก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเข้ามา
จบบท