“ท่านแม่เร่งแล้วนะ” เขากอดนางไว้แแ่ หลินเฟยหลิงมีสีหน้าวิตกกังวลพลางคิดในใจ 'เขากินยาปลุกกำหนัดมาหรือเปล่าเนี่ย' เพราะวันนี้เขาดูผิดแผกไป
“ขะ…ข้า…ยังไม่พร้อมเ้าค่ะ” นางทั้งพูดทั้งอายทั้งแกะมือเขาออกจากตัว ชายหนุ่มไม่ยินยอมดึงรั้งตัวนางเข้ามากอดนัวเนียอยู่อย่างนั้นเป็นานสองนาน
“ตัวเ้าห๊อมหอม” เขาทั้งพูดทั้งหอมดอมดมตามเรือนผม หน้าผาก ไล่ลงแก้มทั้งสองข้างอย่างจู่โจม นางเบี่ยงหลบไปมาเหมือนจะหายใจไม่ออก
“เอาล่ะๆ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ไว้วันหลังดีกว่าเ้าค่ะ” แม่ทัพหวงชะงักหยุดกอดรัดฟัดเหวี่ยง งุนงงกับคำพูดนาง ประโยคเดียวกันแต่ไปคนละเื่ หลินเฟยหลิงได้โอกาสรีบถอยออกจากตัวเขา แม่ทัพหวงรู้ตัวว่าโดนหลอก จับนางฟัดนัวเนียเป็พัลวัน ทั้งคู่ปลุกปล้ำเหมือนเด็กๆ เล่นกัน แกล้งกันไปมาอย่างสนุกสนานแทนความโรแมนติก จนกระทั่งเริ่มเหนื่อยหอบเผลอหลับไปเฉยๆ อีกวัน…
หลินเฟยหลิงยังคงมีความกังวลเื่มีลูก นางรู้สึกว่าไม่พร้อมเอาซะเลย
“ชาตินี้ยังไม่เคยคิดว่าจะมีลูกสักที จะทำยังไงดีนะ” นางยืนบ่นอยู่คนเดียวหารู้ไม่ว่าแม่ทัพหวงยืนกอดอกพิงต้นไม้ฟังอยู่ด้านหลัง
"สงสัยต้องวางยานอนหลับจะได้ไม่ต้องก่อกวนข้าอีก” นางคิดหาวิธีเอาตัวรอดแม่ทัพหวงเลิกคิ้ว บุ้ยปากส่ายหัว ยอมใจในความช่างคิดของนาง
“ช่างร้ายกาจเหลือรับ” เขาพูดอมยิ้มแทรกขึ้นมา หลินเฟยหลิงอ้าปากค้างกลอกตาทำหน้ามุ่ย เขาชอบรู้ทันชอบเห็นนางอยู่ทุกเวลาสิน่า
“ท่านได้ยิน…”
“ใช่ ข้าได้ยิน มันไม่ได้ยากเลยแค่เื่มีลูก เ้ากังวลสิ่งใดรึ” เขาเดินเข้ามายืนพูดกับนางใกล้ๆ
“มันเป็เื่ธรรมชาติ” เขายื่นหน้ากระซิบข้างหูทำสายตาเ้าชู้ นางจึงมองเขา พูดจริงจังเป็ครั้งแรก
“ข้าเข้าใจเพียงแต่ว่า ข้ายังไม่พร้อมเลย เอาอย่างนี้ ข้ายอมให้ท่านมีภรรยาได้อีกคน”
นางยักคิ้วเสนอทางออกให้ เพราะคิดว่าพวกผู้ชายคงชอบทุกคน แม่ทัพหวงหน้าบึ้งตึงทันที เขาเมินหน้าใส่นางไม่อยากเชื่อว่าภรรยารังเกียจเขาถึงขนาดยอมให้มีคนอื่น
“ข้าไม่ใช่สิ่งของที่จะยัดเยียดให้ใครก็ได้” เขาเอ่ยเสียงห้วน บ่งบอกถึงความน้อยอกน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด หลินเฟยหลิงหน้าเจื่อนรู้เท่าไม่ถึงการณ์
“ก็ได้ถ้าเ้าไม่ยินยอม ข้าก็ไม่ฝืนใจ” เขาพูดกระแทกเสียงรีบเดินหนีไปด้วยสีหน้าสุดบูดบึ้ง
หลินเฟยหลิงทำหน้าไม่ถูก นางไม่คิดว่าเขาจะโกรธจริงจังได้ขนาดนี้ ถึงกับไม่ยอมมองหน้ากัน นางรู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก ไม่ชอบเห็นเขาโกรธครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนนางไม่เอาไหน พอนึกขึ้นได้รีบวิ่งตามเขาแต่หาเท่าไหร่ก็หาไม่พบ
“ไวจริงเลย ว่าจะง้อซะหน่อย ชิ” นางเดินกลับออกมานั่งเล่นใต้ต้นไม้ต่ออย่างเหงาๆ เช่นเดิม
มื้อนี้หลินเฟยหลิงกินข้าวคนเดียว นั่งชะเง้อหาแม่ทัพหวงแต่ไม่เห็นแม้เงา นางเข้านอนแต่หัววันอย่างเงียบๆ กลางดึก หวงหู่เฉินเข้าห้องนอนเขาล้มตัวนอนห่างกายนาง ตะแคงหันหลังให้ไม่สนใจเหมือนทุกวัน
นางตื่นเช้าเจอเขารู้สึกดีใจมากที่เขาไม่ได้หายไปไหน รีบลุกไปทำอาหารเอาใจ นางทำซุปให้เขาเอาไปให้ในห้องทำงาน ส่งยิ้มหวานให้
“ท่านทานอาหารก่อนนะเ้าคะ” เขามองนางแววตาว่างเปล่าก้มหน้าก้มตาทำงานต่อ หลินเฟยหลิงหน้าแตกยืนนิ่งคิดหนัก
“งั้นดื่มชาหน่อยนะเ้าคะ” นางยิ้มหวานตาหยีอีกครั้ง คราวนี้เขาไม่มองหน้า ยังก้มหน้าก้มตาทำงานสีหน้าเรียบเฉย แต่นางยังไม่ท้อรีบวิ่งออกไปด้านนอกจะไปเก็บลูกพลับให้เขากิน ชายหนุ่มแอบอมยิ้มมองไล่หลังอย่างสงสัย หลินเฟยหลิงเจอไม้ยาวๆ นางเอาไม้สอยลูกพลับได้หลายลูก แม่ทัพหวงยืนมือไพล่หลังมองยิ้มๆ ที่หน้าประตูนึกขำขัน อันที่จริงเขาหายงอนนางั้แ่เมื่อเช้าแล้วแต่เขายังเงียบหยั่งเชิงก่อน ลูกพลับบางส่วนหล่นลงไปในบ่อน้ำค่อนข้างลึก นางเอาไม้เขี่ยไปมาก็เก็บขึ้นมาไม่ได้สักทีจึงตัดสินใจถอดรองเท้าถลกกระโปรงขึ้นเตรียมลงน้ำไปเก็บ เขาเบิกตาโตที่เห็นนางกล้าทำกล้าแหกประเพณผู้หญิง หญิงสาวค่อยๆ ก้าวเท้าลงน้ำยื่นมือไปเก็บผลพลับอย่างยากลำบาก เขาเองก็ยืนคุมเชิงระแวดระวังไปในตัว จนในที่สุดก็เก็บได้จนครบ นางนำมาล้างทำความสะอาดปอกเปลือกอย่างสวยงามเพื่อให้เขาได้ลิ้มรสชาติแม่ทัพหวงรีบเดินเข้าไปนั่งที่เดิมแกล้งนั่งนิ่ง นางลืมตัวเดินเท้าเปล่าเข้ามาในห้องเขาต้องกลั้นขำเกือบหลุดต่อหน้าแต่ยังคงนิ่งได้ พอเดินเข้ามาใกล้จึงวางจานผลไม้ลงคอยลุ้นว่าเขาจะกินหรือไม่
“ข้าปอกผลไม้มาให้ ท่านกินเสียหน่อยนะเ้าคะเดี๋ยวจะเป็ลม”
คำพูดนั้นช่างดูตลกเขาคิดอยู่ในใจ คนอย่างเขาจะเป็ลมได้อย่างไรกัน
บรรยากาศยังคงเงียบ หลินเฟยหลิงเริ่มหน้างอ นางอุตส่าห์ทำให้เขาพึงพอใจแต่กลับถูกเมินเฉย กลายเป็ว่านางเป็ฝ่ายหน้าบึ้งรู้สึกผิดหวังที่เขาไม่ยอมรับไมตรีนางอับอายที่ถูกปฏิเสธด้วยภาษากาย เม้มปากเงียบไม่พูดต่อรีบหมุนตัวเดินออกจากห้องทันที
เขารีบเข้าขวางประตูทำหน้าตากรุ้มกริ่ม
“กินด้วยกันสิ” เขาเอ่ยปากชวน นางทำหน้างงๆ ไม่เข้าใจอารมณ์ หวงฟู่เฉินเดินไปหยิบผลไม้หนึ่งชิ้น เขารีบยัดใส่ปากนางครึ่งหนึ่ง จากนั้นค่อยๆ ก้มลงกัดอีกครึ่งหนึ่งแทบจะชิดปากของนาง หลินเฟยหลิงตาโตเป็ไข่ห่าน มือกำชายกระโปรงแน่น ใจเต้นตุบตับ สองหนุ่มสาวสายตาประสานกันนิ่งนาน สักพักเขากัดผลไม้เข้าปากเคี้ยวช้าๆ อมยิ้มให้อีกครั้ง หญิงสาวทำหน้าไม่ถูกจะเอาออกจากปาก เขาก็เอามือค่อยๆ ดันให้นางกินลงไป
“ห้ามอมไว้” เขาเริ่มออกคำสั่งเมื่อเห็นนางทำท่าอมไม่ยอมเคี้ยว หลินเฟยหลิงค่อยๆ เคี้ยวช้าๆ ทำหน้าบู้บี้ ชายหนุ่มหัวเราะหยอกเย้านางด้วยความขันเกินกลั้นจูงมือนั่งลงกินข้าวด้วยกันจนอิ่มหนำ แล้วให้นางอยู่ในห้องทำงานเป็เพื่อนด้วยหลินเฟยหลิงได้อ่านหนังสือเงียบๆ ส่วนเขานั่งทำงานไปเหลือบมองหน้าภรรยาไปอย่างมีความสุข
องค์ชายสามนึกขุ่นเคืองที่เขาทำให้หลินเฟยหลิงเป็ของเขาไม่ได้ เจ็บใจั้แ่คืนนั้นแต่เขายังไม่ละความพยายาม หากมีโอกาสเขาก็จะทำมันอีก เหมยเหม่ยที่มองดูเขาเหม่อลอยแววตาตั้งคำถามและก็ถามออกมาจริงๆ
“พระองค์คิดสิ่งใดอยู่เพคะ”
“ไม่ใช่เื่ของเ้า” เขายังคงมองออกไปด้านนอกโดยไม่สนใจ เหมยเหม่ยกำมือแน่นที่วันนี้ดูคล้ายเขาจะไมค่อยโปรดปรานนางเท่าใดนัก จึงได้ขอตัวออกไปข้างนอก องค์ชายสามอนุญาตง่ายๆ จนน่าแปลกใจ นางจึงหลบเข้ามาในห้องพักเพียงลำพัง