หลังจากออกจากห้องโถงของตะกลูมู่ มู่หลงชิงก็ตรงไปที่ร้านขายจิตอสูรในเมืองเยี่ยทันที ระหว่างที่เดินทางไปร้านขายจิตอสูรมู่หลงชิงก็ได้สำรวจบ้านและร้านค้าต่างๆตลอดเส้นทาง เพื่อนึงย้อนถึงความหลังเก่าๆ
ช่างน่าคิดถึงจิงๆเลย..ไม่เคยคิดเลยว่าจะได้กลับมาเห็นบ้านเมืองและตะกลูของตนเองอีกครั้ง ยิ่งเห็นหลายสิ่งเก่าๆผ่านเข้ามาในสายตายิ่งทำให้มู่หลงชิงเกิดความรู้สึกมีความสุขมากยิ่งขึ้น และก็ตั้งใจว่าในอนาคตเขาจะทำให้เมืองนี้เป็เมืองที่มีความแข็งแกร่งและปลอดภัยมากที่สุด เขาจะต้องทำให้เมืองนี้เป็เมืองที่เผ่าปีศาจไม่กล้าที่จะมาท้าทายอย่างเด็ดขาด
หลังจากคิดไปหลายๆเื่มู่หลงชิงก้อมาถึงร้านขายจิตอสูรแล้ว ร้านขายจิตอสูรนี้ไม่ได้ดูหรูหราหรือใหญ่โตแต่อย่างใด ดูเรียบง่ายมากกว่าที่คิดแต่กลับให้ความรู้สึกที่สั่นคลอนจิตใจคัยก็ตามที่เข้าไปในร้าน มู่หลงชิงแต่ก่อนไม่เคยเข้าไปในร้านนี้เลยสักครั้ง เพราะตัวเขาในอดีตนั้นไม่ได้ฝักไฝ่ในเส้นทางสายยุทธ แต่กลับไปฝักไฝ่ในรสสุรานารีซะมากกว่า จึงทำให้ร้านขายจิตอสูรสำหรับเขาแล้วไม่มีค่าอันใดเลยในสายตา
แต่หลังจากนี้เป็ต้นไปเขาไม่ใช่คนเดิมในอดีตอีกแล้ว และเขาเองก็เลือกที่จะบ่มเพาะวิถีแห่งเทพอสูรด้วยแล้ว จิตอสูรและเืของอสูรสำหรับเขานั้นเป็สิ่งที่สำคัญที่สุด
มู่หลงชิงเปิดประตูร้านเข้าไปในร้านค้าจิตอสูร เขามองไปรอบร้านกลับไม่มีลูกค้าเลยแม้แต่คนเดียว อาจเป็เพราะว่าวิถีการบ่มเพาะเกี่ยวกับการใช้จิตอสูรนั้นได้หายสาปสูญไปนานแล้วทำให้ไม่มีคัยรู้ว่าสามารถนำจิตอสูรมาบ่มเพาะได้ ส่วนใหญ่แล้วจิตอสูรจะใช่แค่ในการปรุงยาและสร้างค่ายกลเท่านั้น จึงทำให่จิตอสูรมีค่าเฉพาะกับนักปรุงยาและนักหลอมสร้างเท่านั้น
ภายในร้านค้าจิตอสูรนั้นนั้นดูเรียนง่ายอย่างมาก มีทั้งหมดสองชั้น ชั้นแรกวางขายด้วยจิตอสูรจิตอสูรระดับปราณฟ้าระดับต่ำถึงจิตอสูรระดับปราณฟ้าระดับสูงเท่านั้น และสิ่งที่มู่หลงชิง้าก็อยู่ในชั้นแรกเช่นกัน แต่เขาก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะซื้อของ ไหนๆก็มาแล้วไม่ลองสำรวจให้ทั่วก่อนละเพื่อจะเจอจิตอสูรที่หายากก็เป็ได้ ขณะที่มู่หลงชิงกำลังคิดอยู่นั้นก็ได้มีเสียงของคนแก่ดังขึ้นมา
ยินดีต้อนรับสู่ร้านจิตอสูรา เ้าหนุ่มเ้าสนใจจิตอสูรแบบไหนอย่างนั้นหรอ ้านำไปปรุงเป็ยาหรือว่านำไปหลอมสร้างกันละ เ้าสามารถที่จะสอบถามกับข้าได้ เพราะร้านนี้ข้าเปนคนดูแลเพียงคนเดียวเท่านั้น
มู่หลงชิงหันไปตามเสียงก้อเห็นชายชราร่างอ้วนคนนึงยื่นยิ้มให้กับเขาอยู่ ชายชราคนนี้ดูแล้วเหมือนกับครธรรมดาทั่วไปมากกว่าที่จะดูเหมือนผู้ฝึกยุทธซะอีก ถ้ามองตามแบบผู้ฝึกยุทธคนอื่นอาจจะมองเป็แบบนี้ แต่กับมู่หลงชิงกลับไม่ใช่เช่นนั้น ในสายตาของเขาเ้าของร้านคนนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียวเขาแข็งแกร่งมากแต่ไม่รู้ว่าแข็งแกร่งขนาดไหนเพราะมู่หลงชิงก็มองไม่ออก อาจจะเป็เพราะพลังบ่มเพาะของมู่หลงชิงยังต่ำเกินไปจึงทำให้ยังมองไม่ออกในตอนนี้ แต่เขาคาดเดาว่าน่าจะแข็งแกร่งพอๆกับมู่หลงเปียวปู่ของเขาหรืออาจจะแข็งแกร่งกว่านิดหน่อย
ข้าน้อยมู่หลงชิง มาจากตะกลูมู่้าจะมาหาซื้อจิตอสูรและเืของอสูร
อ้อ ... ที่แท้ก็นายน้อยมู่นี้เอง ข้าน้อยหลี่ฟาน ไม่ได้ออกมาต้อนรับั้แ่แรกช่างน่าขายหน้าเสียจริง ขอประทานอภัยให้กับผู้เฒ่าคนนี้ด้วย
ไม่เป็ไรผู้เฒ่าหลี่ ข้าแค่จะมาหาซื้อจิตอสูรเท่านั้นเอง ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นหลอก
อ้อ..และนายน้อยมู่้าจิตอสูรระและเือสูรระดับไหนเช่นนั้นหรอ ผู้เฒ่าอย่างข้าจะได้แนะนำให้
ข้า้าจิตอสูรระและเือสูรระดับปราณฟ้าระดับสูง ยิ่งเปนจิตอสูรหายากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี
เช่นนั้นนายนายน้อยมู่โปรดรอสักครู่เดียวข้าจะไปรวบรวมมาให้นายน้อยดูเอง หลังจากพูดจบผู้เฒ่าหลีก็หายไปที่หลังร้านทันที ระหว่างที่รอผู้เฒ่าหลี่รวมรวมจิตอสูรอยู่นั้น มู่หลงชิงก็ได้เดินสำรวจร้านที่ชั้นหนึ่งก่อน ที่ชั้นหนึ่งของร้านนั้นก็ไม่ได้มีจิตอสูรมากมายนัก มองๆดูแล้วน่าจะมีสักประมาณ 3000 - 4000 จิตอสูรได้ จิตอสูรจะมีลักษณะเป็เหมือนลูกแก้วกลมๆขนาดเท่ากับไข่ไก่เท่านั้น แต่จะแตกต่างกันไปตามสีของแต่ละธาตุ
สัตว์อสูรแต่ละชนิดจะมีธาตุที่แตกต่างกัน มีทั้ง ธาตุน้ำ ธาตุดิน ธาตุลม ธาตุไฟ ธาตุสายฟ้า และจะมีธาตุพิเศษที่หายากมากๆก้อคือ ธาตุความมืด และธาตุแสง สองธาตุนี้หายากมากๆ แทบจะเรียนว่าหายสาปสูญไปแล้วก็ได้ แต่ในบันทึกสมัยายุคแรกเริ่มนั้น สัตว์ธาตุความมือและธาตุแสงนั้นเรียกได้ว่าเป็เ้าแห่งสัตว์อสูรเลยก็ว่าได้ แต่หลังจากสมัยายุคกลางทำให้พวกมันค่อยๆหายสาปสูญไปทำให้ที่หลงเหลือมาถึงปัจจุบันนี้เพียงห้าธาตุเท่านั้น
ลูกแก้วจิตอสูรธาตุน้ำจะเป็สีฟ้า ธาตุดินจะเป็สีเทา ธาตุลมจะเป็สีเหลือง ธาตุไฟจะเป็สีแดง และธาตุสายฟ้าจะเป็สีม่วง เมื่อเดินดูชั้น 1 จนหมดแล้ว มู่หลงชิงก็ขึ้นไปดูชั้น 2 ต่อ ในชั้น 2 นั้นจิตอสูรจะมีระดับิญญาฟ้าระดับต่ำถึงจิตอสูริญญาฟ้าระดับสูง มู่หลงชิงลองเดินดูตามชั้นต่างๆที่จัดว่างไว้อย่างเป็ระเบียบ
เ้าหนุ่มน้อยเ้ามีชะตาที่ผูกผันกับข้า ข้ารอเ้ามานานเหลือเกิน ............
ระหว่างที่เดินดูลูกแก้วจิตอสูรอยู่นั้นก็ได่มีเสียงดังเข้ามาในหัวของมู่หลงชิง แต่หลังจากมองไปรอบตัวแล้วกลับไม่เห็นคัยเลย มู่หลงชิงจึงคิดว่าผู่เฒ่าหลี่นั้นแกล้งตน จึงพูดออกไปว่า ข้าไม่ใช่เด็กๆแล้วนะผู้เฒ่าหลี่ที่จะได้มาแกล้งอำข้าเล่นแบบนี่ แต่หลังจากพูดออกไปแล้วกลับไม่เห็นผู่เฒ่าหลี่ปรากฎตัวออกมา จึงทำให้มู่หลงชิงคิ้วขมวดขึ้น และคิดได้ว่าเสียงนี้ไม่น่าจะใช่ของผู้เฒ่าหลี
เ้าหนุ่มน้อยเ้าได้ยินเสียงของข้าจิงๆสินะ...ในที่สุดเ้าก็มาสักที ข้ารอเ้ามาหนึ่งแสนปีแล้ว...
อยู่ๆเสียงนั้นก็ดังเข้ามาในหัวเขาอีกครั้ง คราวนี้มู่หลงชิงจึงถามออกไป ท่านเป็คัย แล้วทำไมถึงบอกว่ารอคอยข้ามานานถึงหนึ่งแสนปีแล้ว ถ้าย้อนกลับไปหนึงแสนปีก่อนก็คือยุคสมัยายุคแรกเริ่มนั้นเอง
ข้านะหรือคือคัย .... ข้าก็คือเทพอสูรพยัคทมิฬยังไงละ ข้าถูกสะกดจิตอสูรไว้ที่นี้มานับแสนปีแล้ว เ้ามนุษย์ที่สะกดข้าไว้พูดไว้ว่าเมื่อใดที่มีผู้ที่มีความผูกพันกับข้าได้ปรากฎตัวขึ้นเมื่อนั้นก็คือวันที่ข้าจะได้กลับมาเป็อิสระอีกครั้ง และวันที่ข้ารอคอยก็มาถึงสักที ฮาๆๆๆ
เ้าหนูน้อยเ้ารีบมาปลดปล่อยข้าให้เป็อิสระสักที แล้วข้าจะตอบแทนเ้าด้วยการให้เ้ามาเป็ผู้ติดตามนายท่านผู้นี้ ข้าสามารถทำให้เ้ามีพลังที่เหนือกว่ามนุษย์ทุกคนในดินแดนสุขาวดีนี้ได้เลย จะไม่มีคัยมีอำนาจและทรงพลังเท่าเ้าอีกแล้ว ข้อเสนอของข้าน่าสนใจใช่ไหมละ ฮาๆๆ
เทพอสูรพยัคทมิฬอย่างนั้นหรอ ... ั้แ่ต้นจนถึงตอนนี้ข้าได้แต่ฟังเ้าพูดอยู่ฝ่ายเดียวเท่านั้นเอง จริงๆแล้วเ้าเป็ตัวอะไรกันแน่ข้าก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำ แต่กลับมาบอกให้ข้าปลดปล่อยเ้าออกไป แล้วยังจะให้ข้าคนนี้ไปเป็ผู้ติดตามอีกอย่างนั้นหรอ นี้เ้าฝันกลางวันมากไปหรือเปล่า ถ้าแน่จริงก็ปรากฎตัวให้ข้าคนนี้เห็นก่อนสิ
หึ..เ้าหนู เ้ามีตาหามีแววไม่ ตอนนี้ข้าถูกสะกดไว้เหลือเพืยงแต่จิตอสูรเท่านั้น ถ้าเป็ร่างจริงของข้า การที่เ้ามาพูดเช่นนี้อาจทำให้เ้าตายไปได้นับหมื่นครั้งแล้ว
แต่ตอนนี้นายท่านผู้นี้จะยอมมองข้ามเื่ที่เ้าพูดไป ขอเพียงแค่เ้าปลดปล่อยข้าออกไปเท่านั้นละ อะไรก็ตามที่เ้าปราถณาข้าสามารถดลบันดานให้เ้าได้หมดทุกอย่าง เพราะฉะนั้นมาเอาข้าออกไปจากแท่นสะกดนี้ได้แล้ว
ได้ยินแบบนั้น มู่หลงชิงก็มองไปที่แท่นบูชาด้านในสุดของชั้นที่สอง บนแท่นนั้นได้มีลูกแก้วสีดำทึบ 1 ลูกซึงคล้ายๆกับลูกแก้วจิตอสูร แต่ต่างกันตรงที่ลูกแก้วนี้มีขนาดที่ใหญ่กว่าลูกแก้วจิตอสูรทั่วไป มันมีขนาดเท่ากับศรีษะของมนุษย์เลยทีเดียว แล้วยังแผ่กลิ่นอายที่เยือกเย็นและออร่าฆ่าฟันที่รุนแรงออกมาด้วย ยิ่งมองเข้าไปยิ่งทำให้จิตใจของมู่หลงชิงสั่นไหว มีเหงื่อไหลออกมาจากแผ่นหลังของเขาอย่างมาก ทำให้เขาคิดว่าเ้าลูกแก้วสีดำลูกนี้อันตรายเกินไป ไม่ควรที่จะเข้าไปไกลมันเด็ดขาด
หึหึ ... เป็อะไรไปละเ้าหนู กลัวนายท่านคนนี้แล้วสินะ เ้าเชื่อหรือยังละ ว่านายท่านผู้นี้แข็งแกร่งขนาดไหนเพราะฉะนั้นเ้าจงมาปลดปล่อยข้าและทุกอย่างที่เ้า้าจะเป็ของเ้า
มู่หลงชิง ทำใจให้สงบสักพักก่อนจะพูดออกไป ข้าว่าเ้าอันตรายเกินไปที่จะปลดปล่อยเ้าออกมา เท่าที่ข้าดูแล้วเ้าคงจะเป็ภัยภิบัติต่อมวลมนุษย์อย่างแน่นอน ถึงได้ถูกสะกดไว้นะที่แห่งนี้ เห็นอย่างนี้แล้วข้าก็ควรที่จะปล่อยให้เ้าถูกสะกดไว้อย่างเดิมนะดีที่สุดแล้ว พอพูดจบมู่หลงชิงก็เดินจากไปทันทีไม่สนใจที่จะพูดคุยกับจิตอสูรตนนี้อีก
เดียวก่อนเ้าหนู... กลับมาคุยกับนายท่านผู้นี้ก่อน
มู่หลงชิงไม่สนใจมันอีกแล้วเดินลงมารอที่ชั้นหนึ่งทันที เมื่อลงมาถึงที่ชั้นหนึ่งเขาก็เห็นผู้เฒ่าหลี่กลับมาพอดี ผู้เฒ่าหลี่มองดูเขาแล้วก็ยิ้มให้
นายน้อยมู่นี้คือจิตอสูรระดับปราณฟ้าระดับสูงกับเือสูรระดับปราณฟ้าระดับสูงที่หายากอย่างมากข้ามีทั้งหมด 50 ลูกแก้วจิตอสูรเท่านั้น นายน้อยสามารถเลือกได้เลยว่า้าจิตอสูรประเภทไหน
มู่หลงชิงกวาดสายตามองลูกแก้วจิตอสูรทั้งหมดแล้วก็พึ่งพอใจอย่างมาก ... ข้าเอามันทั้งหมนนั้นแหละผู้เฒ่าหลี่
ผู้เฒ่าหลี่ตกตลึงเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า ทั้งหมนนี้เป็จิตอสูรที่หายากอย่างมาก แต่ละอันราคาอยูที่ 500 เหรียญทอง ถ้านายน้อยจะเอาทั้งหมดราคาก็จะอยู่ที่ 25000 เหรียญทอง แต่ผู้เฒ่าคนนี่สามารถลดราคาให้ท่านได้เหลือ 23000 เหรียญทอง
มู่หลงชิงได้ยินเช่นนั้นจิงได้หยิบธนาบัตรใบนึงออกมาแล้วยื่นให้ผู่เฒ่าหลี่ ในนั้นมีเงินอยู่ทั้งหมด 25000 เหรียญทอง ท่านไม่ต้องลดให้ข้าก็ได้แต่ให้รวมรวมจิตอสูรทั้งหมดใส่เข้าไปในแหวนมิติแทน ต้องรู้ก่อนว่าในโลกนี่นั้นมีสิ่งของที่ทำให้มีพื้นที่มิติเก็บแยกต่างหากนั้นมีราคาที่แพงอย่างมาก แหวนมิติวงนึงที่มีพื็นที่เพียงห้องเล็กๆห้องนึงก็มีราคาอยู่ที่ 1500 เหรียญทองแล้ว เมื่อเห็นว่าผู้เฒ่าหลี่จะลดราคาให้ มู่หลงชิงจึงเสนอให้เข้าใช่เป็แหวนมิติแทนเพื่อให้เก็บของได้สะดวกยิ่งขึ้นและไม่เป็การสดุดตาผู้อื่นมากเกินไป ที่มู่หลงชิงชื้ออจิตอสูรออกไปเป็จำนวนมาก
ผู้เฒ่าหลี่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาแล้วก็ได้นำแหวนมิติออกมาแล้วรวบรวมจิตอสูรทั้งหมดที่วางอยู่บนโต๊ะใส่เขาไปในแหวน จากนั้นจึงส่งมอบให้กับมู่หลงชิง
มู่หลงชิงรับแหวนมาแล้วก็ก็พยักหน้าให้กับผู้หลี่ทีนึงก่อนที่จะหันหลังกลับเพื่อจะออกไปจากร้านนี้ แต่ก่อนที่จะออกจากร้านนั้นมู่หลงชิงก็หันกลับมาคุยกับผู้เฒ่าหลี่ก่อนว่า ผู้เฒ่าหลี่ ข้ามีบางสิ่งที่อยากจะถามท่าน ไม่ทราบว่าจะรบกวนท่านเกินไปหรือไม่
ผู้เฒ่าหลี่แปลกใจนิดหน่อย แต่ก็ได้ตอบกลับมาทันที ไม่ทราบว่านายน้อยมู่มีอะไรจะสอบถามผู้เฒ่าคนนี้อย่างนั้นหรือ ถ้าผู้เฒ่าคนนี้สามารถตอบได้ก็จะตอบท่านอย่างแน่นอน
ข้าอยากทราบว่าลูกแก้วจิตอสูรที่อยู่บนแท่นที่ชั้นสองนั้นคืออะไรกันแน่ .......