ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป
ลูกธนูพุ่งแหวกอากาศเข้าหาเซียวอ๋องด้วยความเร็วราวสายฟ้า
เสียงกรีดร้องเพิ่งดังขึ้น ผู้คนรอบข้างยังไม่ทันตั้งสติ บางคนถึงกับยืนตัวแข็ง ดวงตาเบิกกว้างราวกับิญญาหลุดออกจากร่าง
แต่เซียวอ๋องไม่ใช่คนธรรมดา
เพียงเสี้ยวพริบตา เขาก็เบี่ยงกายหลบอย่างรวดเร็ว
ลูกธนูเฉียดชายแขนเสื้อสีดำไปเพียงนิด ก่อนปักฉึกเข้ากับเสาไม้ด้านหลังอย่างแรง
ปลายธนูสั่นระริก
แรงปักลึกจนเนื้อไม้แตกร้าวเป็เส้นบาง ๆ
ทั่วทั้งสวนดอกท้อเงียบไปชั่วลมหายใจ
จากนั้นความวุ่นวายก็ะเิขึ้น
“มีมือสังหาร!”
“คุ้มกันท่านอ๋อง!”
“รีบพาสตรีและเด็กออกไป!”
เสียงกรีดร้อง เสียงฝีเท้า และเสียงสั่งการดังระงมไปทั่วบริเวณ
องครักษ์ชุดดำหลายคนปรากฏตัวขึ้นจากทุกทิศทางราวกับผุดออกมาจากเงามืด ดาบยาวถูกชักออกจากฝักพร้อมกัน เสียงโลหะเสียดสีเย็นเยียบกรีดผ่านบรรยากาศอันงดงามของงานชมดอกท้อจนไม่เหลือเค้าความรื่นเริงก่อนหน้า
ซูอวี่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มือยังจับชายแขนเสื้อของเซียวอ๋องไว้แน่น
แน่นเสียจนข้อนิ้วซีดขาว
ไม่ใช่…
นี่ไม่ใช่เหตุการณ์ในนิยาย
ไม่ควรเป็ตอนนี้
ไม่ควรเป็ที่นี่
ในต้นฉบับ การลอบสังหารครั้งสำคัญควรเกิดขึ้นระหว่างพิธีล่าสัตว์ฤดูใบไม้ผลิ อีกหนึ่งเดือนหลังจากนี้
ตอนนั้นเซียวอ๋องจะถูกมือสังหารล่อเข้าไปในป่า จากนั้นถูกใส่ร้ายว่าซ่อนกองกำลังส่วนตัวและคิดก่อฏ
เหตุการณ์นั้นคือหนึ่งในจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาถูกผลักเข้าสู่เส้นทางตัวร้ายอย่างเต็มตัว
แต่ตอนนี้…
ลูกธนูกลับพุ่งมาในงานเลี้ยงชมดอกท้อ
ท่ามกลางผู้คนมากมาย
และต่อหน้าต่อตานาง
หรือเพราะนางช่วยเด็กคนนั้น?
หรือเพราะนางพูดคุยกับเซียวอ๋อง?
หรือเพราะนางเข้ามาอยู่ในโลกนี้ั้แ่แรก?
หัวใจของซูอวี่เต้นรัวจนเจ็บอก
ยิ่งนางเปลี่ยนแปลงเื่ราวมากเท่าไร เหตุการณ์ต่าง ๆ ก็ยิ่งผิดเพี้ยนมากขึ้นเท่านั้น
แล้วถ้าเหตุการณ์ผิดเพี้ยนไปเรื่อย ๆ…
อนาคตที่นางรู้ จะยังเชื่อได้อีกหรือไม่
“จับตัวคนร้ายให้ได้”
เสียงของเซียวอ๋องดังขึ้นท่ามกลางความวุ่นวาย
น้ำเสียงนั้นยังคงราบเรียบ เย็นเยียบ และมั่นคง ไม่สั่นไหวแม้แต่น้อย
ราวกับลูกธนูเมื่อครู่มิได้หมายเอาชีวิตเขา
ราวกับเื่ที่เกิดขึ้นเป็เพียงใบไม้แห้งปลิวผ่านชายแขนเสื้อ
“รับบัญชา!”
เหล่าองครักษ์แยกย้ายออกไปทันที บางส่วนพุ่งขึ้นไปบนหลังคา บางส่วนปิดทางเข้าออกสวน บางส่วนตรวจค้นพุ่มไม้และเรือนรับรองรอบบริเวณ
ผู้คนภายในงานเริ่มแตกตื่นหนักขึ้น
เหล่าคุณหนูที่เมื่อครู่ยังแต่งกายงดงามประชันกัน บัดนี้หน้าซีดเผือด กอดแขนสาวใช้ของตนแน่น
ขุนนางบางคนรีบขอตัวกลับจวน
บางคนจับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ด้วยเสียงเบา
บางคนเริ่มมองซ้ายขวาอย่างหวาดระแวง ราวกับเกรงว่าคนข้างกายอาจเป็มือสังหารปลอมตัวมา
มีเพียงซูอวี่ที่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่
สมองของนางกำลังทำงานหนักจนแทบมีควันออกหู
ในนิยาย…
ผู้ที่อยู่เื้ัการลอบสังหารครั้งแรกคือองค์ชายรอง
พระโอรสที่ดูอ่อนโยน สุภาพ และไร้พิษภัยที่สุดในบรรดาเชื้อพระวงศ์
แต่แท้จริงแล้วกลับเป็คนที่วางหมากอย่างลึกซึ้งที่สุด
เขา้ากำจัดเซียวอ๋อง เพราะเซียวอ๋องเป็คนเดียวที่มีทั้งอำนาจทหาร ความสามารถ และความชอบธรรมพอจะขวางเส้นทางขึ้นสู่อำนาจของเขา
หากเหตุการณ์ถูกเลื่อนมาเร็วขึ้น นั่นหมายความว่าองค์ชายรองเริ่มลงมือก่อนกำหนด
หรือไม่ก็มีใครบางคนกำลังผลักให้เซียวอ๋องตกสู่กับดักเร็วกว่าเดิม
ไม่ว่าจะเป็ทางใด…
เซียวอ๋องกำลังตกอยู่ในอันตรายยิ่งกว่าที่นางคิด
“เ้ารู้เื่นี้หรือ”
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างหู
ซูอวี่สะดุ้งสุดตัว
เพิ่งรู้ตัวว่าตนยังยืนอยู่ใกล้เซียวอ๋องมากเกินไป
ใกล้จนได้กลิ่นไม้จันทน์จาง ๆ จากผ้าคลุมบนกายนาง
ใกล้จนมือของนางยังจับแขนเสื้อเขาอยู่
นางรีบปล่อยมือทันที ราวกับโดนไฟลวก
“ขะ…ข้าหรือเพคะ”
เซียวอ๋องหันมามองนาง
ดวงตาคมกริบจับจ้องใบหน้านางนิ่ง
“ตอนลูกธนูพุ่งมา สีหน้าของเ้าไม่เหมือนคนใ”
ซูอวี่รู้สึกเืในกายเย็นเฉียบ
แย่แล้ว
นางเผลอแสดงออกมากเกินไป
“ข้า…ข้าใเพคะ”
“อย่างนั้นหรือ”
น้ำเสียงเรียบเฉย
แต่สายตากลับบอกชัดว่าเขาไม่เชื่อแม้แต่น้อย
ซูอวี่ฝืนยิ้ม
“ใครจะไม่ใเล่าเพคะ ท่านอ๋องเกือบถูกยิงต่อหน้าต่อตา ข้าเพิ่งขึ้นจากน้ำ ยังหนาว ยังมึน ยังหิวด้วย สีหน้าจึงอาจดูซับซ้อนไปบ้าง”
เซียวอ๋องมองนางเงียบ ๆ
ซูอวี่ยิ้มต่อไป ทั้งที่ในใจอยากเอาผ้าคลุมคลุมศีรษะแล้วกลิ้งหนีออกจากงาน
ทำไมเขาต้องฉลาดขนาดนี้ด้วย
ในนิยายบรรยายว่าเขาเ็า ไม่ไว้ใจผู้ใด และมีสายตาคมกริบเหมือนเหยี่ยว
นางเคยอ่านแล้วคิดว่าเป็คำบรรยายหล่อ ๆ เพื่อเพิ่มเสน่ห์ตัวร้าย
ใครจะรู้ว่าพอมาเจอจริง สายตาเหยี่ยวเช่นนี้ทำให้คนโกหกไม่เป็แทบขาดใจ
“ข้าเพียงใจริง ๆ เพคะ”
นางย้ำอย่างสุภาพที่สุด
“ขอท่านอ๋องอย่าได้เข้าใจผิด”
เซียวอ๋องไม่ตอบ
เขาเพียงมองนางนิ่ง ๆ จนซูอวี่เริ่มรู้สึกเหมือนตนเองเป็ผู้ต้องสงสัยหมายเลขหนึ่ง
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้ารีบร้อนก็ดังเข้ามาใกล้
ชิงเหอวิ่งหน้าตาตื่นมาหา ใบหน้าซีดเผือดกว่าเดิมหลายเท่า
“คุณหนูเ้าคะ! นายท่านกำลังตามหาท่านอยู่เ้าค่ะ!”
ซูอวี่แทบอยากโผเข้าไปกอดสาวใช้ของตน
ผู้ช่วยชีวิตมาแล้ว!
นางรีบค้อมศีรษะให้เซียวอ๋องทันที
“ท่านพ่อคงเป็ห่วง ข้าขอตัวก่อนนะเพคะ”
พูดจบก็หมุนตัวเดินออกไปอย่างรวดเร็ว
หนึ่งก้าว
สองก้าว
สามก้าว
เยี่ยมมาก
อีกไม่กี่ก้าวก็จะพ้นจากเขาแล้ว
จากนี้นางจะกลับจวน อาบน้ำ ดื่มยา แล้วนอนนิ่ง ๆ อย่างตัวประกอบที่ดี
“ซูอวี่”
เสียงเรียกด้านหลังทำให้นางหยุดชะงัก
สองเท้าคล้ายถูกตอกติดกับพื้น
เหตุใดเขาต้องเรียกด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบเช่นนั้นด้วย
ไม่ตอบได้หรือไม่
แกล้งไม่ได้ยินได้หรือไม่
น่าเสียดายที่ทั้งสวนเงียบจนแม้แต่นกกระจอกไอ นางก็ยังได้ยิน
ซูอวี่หันกลับไปช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มที่ฝืนจนแก้มแทบแข็ง
“ท่านอ๋องมีสิ่งใดรับสั่งอีกหรือเพคะ”
เซียวอ๋องเดินเข้ามาหยุดตรงหน้า
มือเรียวยาวหยิบสิ่งหนึ่งออกจากอกเสื้อ แล้วยื่นให้นาง
เป็ป้ายหยกสีขาวเนื้อดี แกะสลักลายเมฆลอยและอักษร “เซียว” ขนาดเล็กอยู่ด้านหลัง
หยกชิ้นนั้นงดงามจนแค่เห็นก็รู้ว่าล้ำค่า
แต่สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าความล้ำค่าคือสีหน้าของผู้คนรอบข้าง
ทุกคนสูดหายใจเฮือกพร้อมกัน
ราวกับเซียวอ๋องไม่ได้ยื่นป้ายหยกให้นาง
แต่ยื่นพระราชโองการแต่งตั้งนางเป็ผู้ต้องสงสัยแห่งปี
ซูอวี่ไม่รู้ว่ามันคืออะไร
แต่จากสีหน้าของทุกคน นางเดาได้ทันทีว่ามันต้องสำคัญมาก
และของสำคัญจากตัวร้ายมักไม่ใช่ของดีสำหรับตัวประกอบ
“ท่านอ๋อง นี่คือ…”
“ป้ายผ่านเข้าออกจวนอ๋อง”
เขาตอบสั้น ๆ
ซูอวี่เกือบทำป้ายหล่น ทั้งที่ยังไม่ได้รับมาด้วยซ้ำ
อะไรนะ?
ป้ายผ่านเข้าออกจวนอ๋อง?
ของสำคัญระดับนี้เอาออกมาแจกกลางงานเลี้ยงได้ง่าย ๆ หรือ
นี่ไม่ใช่บัตรสะสมแต้มร้านน้ำชานะ!
นางรีบส่ายหน้า
“ข้ารับไว้ไม่ได้เพคะ”
“รับไว้เถิด”
“แต่เหตุใดเพคะ”
เซียวอ๋องมองนางนิ่ง
“เ้าเพิ่งช่วยชีวิตคนสำคัญของข้า”
ซูอวี่กะพริบตาปริบ ๆ
คนสำคัญ?
เด็กชายคนนั้น?
ในนิยายไม่มีบอกนี่นา
นางรีบหันไปมองเด็กชายที่ถูกมารดากอดไว้ไม่ไกล
หรือเด็กคนนั้นจะไม่ใช่บุตรขุนนางธรรมดา
หรือว่าเขามีความเกี่ยวข้องกับเซียวอ๋อง
หรือว่าเื่ที่นางอ่านในต้นฉบับมีรายละเอียดซ่อนอยู่มากกว่าที่คิด
เห็นทีเนื้อเื่จะเปลี่ยนไปจริง ๆ แล้ว
“หากวันหน้าเ้ามีปัญหา ถือป้ายนี้มาหาข้า”
เสียงของเซียวอ๋องยังคงเรียบเฉย
แต่ถ้อยคำนั้นกลับทำให้เสียงซุบซิบรอบด้านดังขึ้นทันที
ซูอวี่อยากร้องไห้
ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของข้าก็คือท่านนั่นแหละ!
นางพยายามหาทางปฏิเสธอีกครั้ง
“ท่านอ๋องมีน้ำใจ ข้าซาบซึ้งยิ่งนัก แต่ข้าเป็เพียงสตรีในเรือน หากถือป้ายผ่านเข้าออกจวนอ๋อง เกรงว่าผู้คนจะเข้าใจผิด…”
“ผู้คนเข้าใจผิดั้แ่เ้ายืนจับแขนเสื้อข้าแล้ว”
“…”
แทงใจดำมาก
ซูอวี่แทบสำลักอากาศ
เซียวอ๋องมองนางด้วยสายตานิ่งสงบ ทว่ามุมปากกลับคล้ายยกขึ้นเล็กน้อย
“รับไว้”
คำสั้น ๆ
แต่หนักแน่นจนไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ
ต่อหน้าผู้คนมากมาย หากนางยังดื้อดึงไม่รับ ก็อาจกลายเป็การไม่ไว้หน้าเชื้อพระวงศ์
สุดท้ายซูอวี่จึงจำใจยื่นสองมือไปรับป้ายหยกมา
ทันทีที่ปลายนิ้วััหยกเย็นเฉียบ เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นรอบด้านราวผึ้งแตกรัง
“์…”
“เซียวอ๋องมอบป้ายประจำตัวให้นางจริง ๆ”
“ข้าไม่เคยเห็นท่านอ๋องมอบของเช่นนี้ให้สตรีใดมาก่อน”
“อย่าบอกนะว่าท่านอ๋องสนใจคุณหนูสามสกุลซู”
“แต่เมื่อครู่คุณหนูซูเพิ่งช่วยคน และท่านอ๋องก็ลงน้ำช่วยนางด้วยตนเอง…”
“หรือว่านี่จะเป็วาสนากลางสระน้ำ?”
ซูอวี่หน้าซีด
วาสนากลางสระน้ำอะไร!
นั่นเรียกอุบัติเหตุใกล้ตายต่างหาก!
ไม่ใช่นะ
เข้าใจผิดกันใหญ่แล้ว
นางรีบเงยหน้าขึ้น หมายจะอธิบายให้ชัดเจนว่าระหว่างนางกับเซียวอ๋องไม่มีอะไรทั้งสิ้น ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความสัมพันธ์อันคลุมเครือ
แต่เซียวอ๋องกลับหันหลังเดินจากไปเสียแล้ว
ชายเสื้อสีดำสะบัดผ่านกลีบดอกท้อที่ร่วงหล่น
แผ่นหลังของเขายังคงสง่างาม เ็า และไม่แยแสต่อสายตาของผู้ใด
ทิ้งให้นางยืนถือป้ายหยกอยู่ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่
ซูอวี่ก้มมองป้ายหยกในมือ
หยกขาวเย็นเฉียบ
เย็นจนเหมือนกำลังเตือนนางว่า ชีวิตอันสงบสุขที่วาดฝันไว้ ได้พังทลายลงอย่างเป็ทางการแล้ว
นางสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามปลอบใจตัวเอง
ไม่เป็ไร
อย่างน้อยนางยังมีชีวิตอยู่
ยังไม่ตาย
ยังกลับจวนได้
ส่วนเื่ข่าวลือค่อยคิดทีหลัง
แต่ขณะนั้นเอง องครักษ์ชุดดำผู้หนึ่งก็รีบกลับมาคุกเข่าต่อหน้าเซียวอ๋อง
“ท่านอ๋อง มือสังหารกัดยาพิษตายแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่พบบางอย่างในตัวมัน”
เซียวอ๋องหยุดฝีเท้า
“อะไร”
องครักษ์ยื่นแผ่นผ้าผืนเล็กขึ้นเหนือศีรษะ
บนผ้าปักลายเมฆสีเงิน
ลายเดียวกับตราประจำกองทหารเก่าของเซียวอ๋อง
เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที
สีหน้าของขุนนางหลายคนเปลี่ยนไป
ซูอวี่หัวใจหล่นวูบ
นี่มัน…
กับดัก
คนร้ายตั้งใจทำให้ดูเหมือนการลอบสังหารครั้งนี้เกี่ยวข้องกับเซียวอ๋องเอง
เหมือนเขาจัดฉากถูกลอบสังหารเพื่อเรียกคะแนนสงสาร หรือซ่อนแผนบางอย่างไว้เื้ั
ในต้นฉบับก็เคยมีหลักฐานเช่นนี้
แต่ไม่ใช่วันนี้
ไม่ใช่เร็วขนาดนี้
เซียวอ๋องยืนอยู่ท่ามกลางเสียงซุบซิบ ดวงตาเย็นลงอย่างน่ากลัว ทว่าริมฝีปากกลับยกขึ้นเป็รอยยิ้มบางเฉียบ
“น่าสนใจ”
เขาเอ่ยเสียงเรียบ
“รีบอยากให้ข้ากลายเป็ฏถึงเพียงนี้เชียว”
ซูอวี่กำป้ายหยกในมือแน่น
ตอนนั้นเอง นางจึงเข้าใจอย่างชัดเจน
เนื้อเื่ไม่เพียงเปลี่ยนไป
แต่มันกำลังเร่งทุกอย่างให้เร็วขึ้น
หากนางยังคิดจะหลบอยู่เงียบ ๆ
เซียวอ๋องอาจถูกใส่ร้ายเร็วกว่าต้นฉบับ
และหากเขากลายเป็ฏเร็วขึ้น…
คนที่เคยตายในอีกสามเดือนอย่างนาง
อาจตายเร็วกว่านั้นมาก
ในวินาทีนั้นเอง ซูอวี่ก็รู้ตัวว่า
ชีวิตอันสงบสุขที่นางวาดฝันไว้…
ไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว