“เงียบสงบและสวยงามจริงๆเลยนะ อาณาจักรบลูสกายที่ฉันพิทักษ์ไว้ด้วยชีวิตในกาลก่อน”
แลนซ์กล่าวพลางมองทิวทัศน์ของหมู่บ้านแห่งหนึ่ง จากต้นไม้บนูเาสูงใหญ่ใกล้กับหมู่บ้าน ูเาแห่งนี้ที่แทบจะไม่มีใครผ่านเข้ามาเลย ซ้ำยังมีรั้วไม้ขวางกั้นแ่าบริเวณทางขึ้นเขา
เมื่อหนีออกมาจากเมืองหลวง สิ่งแรกที่เขาทำคือแวะมายังหมู่บ้านที่ใกล้ที่สุด ไม่ใช่เพื่อหาอาหารหรือที่พัก หากแต่เพื่อทำภารกิจที่เขาเคยได้รับมอบหมายก่อนจะย้อนเวลากลับมา นั่นก็คือต่อสู้กับศัตรูของมนุษยชาติ หายนะสีดำ
ูเานี้เป็อาณาเขตของหมีโลหิต มอนสเตอร์ระดับ C ที่นักผจญภัยหน้าใหม่ยากจะรับมือ อีกทั้งเป็การทิ้งชีวิตตัวเองเปล่าๆ ถ้าชาวบ้านหรือนักผจญภัยมือใหม่จะขึ้นเขามาหาของป่าแถวนี้
โชคดีที่มอนสเตอร์หมีโลหิตเป็สัตว์หวงถิ่นและไม่เข้าใกล้เขตอาศัยมนุษย์ รั้วไม้นี้จึงมีไว้ขวางกั้นมนุษย์ด้วยกันเองเสียมากกว่า ถึงแม้มันจะกั้นแลนซ์ไม่ได้ก็ตามที
แลนซ์หันหลังให้กับทิวทัศน์ของหมู่บ้าน ก่อนที่เขาจะะโเหยียบกิ่งไม้เข้าไปในป่าลึกกว่าเดิม หมีสีน้ำตาลแดงตัวใหญ่กว่าสามเมตรซึ่งนั่งหรือนอนพักผ่อนในรังของมันต่างโงหัวขึ้นมาดูสิ่งแปลกปลอมเหยียบกิ่งไม้ไปมายกใหญ่
จนกระทั่งแลนซ์มาถึงปากทางเข้าถ้ำแห่งหนึ่ง ซึ่งใหญ่กว่าถ้ำหรือรังหมีที่ผ่านๆมา รอบบริเวณปากถ้ำในรัศมีสิบเมตรไม่มีต้นไม้ใบหญ้าขึ้นเลยแม้แต่น้อย กระทั่งพื้นดินก็เป็สีเทา มันคือสัญลักษณ์ของเขตแดนแห่งหายนะ สิ่งที่บ่งบอกว่าในบริเวณนี้ มีตัวตนแปลกปลอมอย่างหายนะสีดำอาศัยอยู่
“มาซ่อนอยู่นี่เองสินะ ไอ้เ้าหายนะตัวอ่อนที่รอวันเติบโต ศัตรูของมวลมนุษยชาติในโลกนี้”
แลนซ์กล่าวพลางยิ้มกริ่ม ก่อนที่เขาจะเรียกลูกบอลแสงด้วยพลังเวทมนตร์ขึ้นมา แล้วให้บอลแสงพุ่งเข้าไปในถ้ำนั้น เผยให้เห็นว่ามีผลึกคริสตัลเส้นผ่าศูนย์กลางกว่าสิบเมตรตั้งอยู่ใจกลางถ้ำนั้น
เ้าผลึกที่ว่ามันเติบโตและแทรกในร่างของหมีโลหิตตัวหนึ่งซึ่งแห้งตายกลายเป็โครงกระดูกสีดำ ดูเหมือนว่ามันจะอาศัยพลังชีวิตของมอนสเตอร์หล่อเลี้ยงเพื่อให้มันเติบโต รอบๆบริเวณถ้ำมีโครงกระดูกหมีโลหิตนอนแห้งตายนับสิบตัว
ก่อนที่แลนซ์จะย้อนเวลามา เขาทราบข่าวว่ามีผลึกที่เติบโตจนกลายเป็หายนะสีดำร่างหมีตัวใหญ่เข้าโจมตีและทำร้ายชาวบ้านตรงเขตเนินเขาหมีโลหิต โดยชาวบ้านเห็นมันลงมาจากูเา แลนซ์จึงรู้ว่าควรจะหามันจากที่ใด และกำจัดมันก่อนที่มันจะมาทำร้ายชาวบ้าน
ปกติหายนะสีดำจะปรากฏตัวที่ทวีปของคนตาย และทวีปแอตลาสซึ่งมีพรมแดนติดกัน ดังนั้นหายนะสีดำจึงแทบจะไม่ปรากฏตัวบนทวีปไกอา อันเป็ที่ตั้งของอาณาจักรบลูสกายเลย
และเมื่อมันปรากฏตัวขึ้นมา ย่อมสร้างความหวาดกลัวให้กับชาวบ้าน แต่ในขณะเดียวกัน มันก็สร้างความตื่นเต้นให้กับกองกำลังทหารของอาณาจักรบลูสกาย ที่้าจะลองต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอมนี้ดูสักครั้ง
แน่นอนว่าเหล่าทหารและจอมเวทมากมาย ต่างใช้วิธีโจมตีมันสารพัด แต่ก็ไม่สามารถโจมตีมันได้ ในขณะที่แลนซ์สามารถทำลายมันได้ด้วยการเขวี้ยงก้อนหินเสริมพลังอัดใส่ในครั้งเดียว
สิ่งแปลกปลอมที่เรียกว่าหายนะสีดำ มนุษย์บนโลกนี้ไม่สามารถทำอะไรมันได้ เพราะมันต้านทานเวทมนตร์และการโจมตีเกือบทุกรูปแบบ วิธีเดียวที่พอจะสู้กับมันได้ ก็คือการทุบหรือกระแทกอย่างแรง ซึ่งการทุบหรือกระแทกนั้นก็ทำได้แค่เพียงขับไล่มันไปเท่านั้น น้อยมากที่จะฆ่ามันได้
ว่ากันว่าการทุบหรือกระแทกะเืเมล็ดพันธุ์ภายในตัวของมัน จึงทำให้มันรู้สึกเ็ป เมล็ดพันธุ์ภายในตัวของหายนะสีดำนั้นเป็ดั่งหัวใจของมัน มันจึงหลีกหนีหรือหลบเลี่ยง หากว่ามนุษย์ทำให้จุดอ่อนของมันสั่นะเื
แลนซ์หยิบก้อนหินขึ้นมาหนึ่งก่อน ก่อนที่เขาจะเขวี้ยงก้อนหินใส่เ้าผลึกหายนะสีดำทันที เ้าผลึกคริสตัลสีดำที่ยังไม่มีโอกาสเติบโตเรืองแสงสั่นไหวรัวๆ มันโต้กลับด้วยการปล่อยรยางค์สีดำรูปแบบแส้ แต่ทว่าก็ไม่ทันการ มันเคลื่อนไหวช้าไป
ก้อนหินธรรมดาๆที่แลนซ์เขวี้ยงออกไปนั้นมีน้ำหนักถึงหนึ่งตัน และเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงกว่าสามร้อยกิโลเมตรต่อชั่วโมง แน่นอนว่าน้ำหนักและความเร็วของหินที่เพิ่มขึ้นขนาดนี้ มาจากพลังจิตของแลนซ์ที่ชื่อว่า ฟอร์ซ คอนโทรลเลอร์
ก้อนหินพุ่งกระแทกทำลายรยางค์รูปดาบ ก่อนจะกระแทกผลึกสีดำจนแหลกละเอียดในครั้งเดียว เ้าผลึกนั้นไม่อาจต้านทานหรือป้องกันตัวได้เลย เพราะความแข็งแกร่งของมันที่เป็เพียงตัวอ่อนผลึก ห่างชั้นกับผู้กล้าที่มีพลังทัดเทียมกับจอมเวทถึงเก้าพันกว่าคนมากนัก
แลนซ์มองซากอดีตผลึกหายนะสีดำเพื่อสำรวจหาสิ่งที่เหลืออยู่จากมัน นั่นคือเมล็ดพันธุ์ซึ่งขายได้ราคา แต่ทว่าเขากลับไม่พบมัน
“หืม ไม่มีเมล็ดพันธุ์ตก...นี่ฉันโจมตีแรงไปสินะ เ้าเมล็ดที่ฝังในกายถึงไม่เหลือเลย”
ดูเหมือนว่าแลนซ์จะโจมตีแรงเกินไป ผลึกหายนะสีดำจึงถูกทำลายโดยสมบูรณ์ ไม่มีเมล็ดพันธุ์ตกหล่นลงมา แลนซ์ทำท่าถอนใจทันที เพราะเมล็ดพันธุ์นั่นขายได้หลายเหรียญทอง
“ช่างเถอะ ขายชุดทหารแลกเงินก็ได้ ยังไงก็ได้หลายตังค์อยู่” แลนซ์กล่าวกับตัวเองก่อนจะเตรียมตัวบินกลับเมือง แต่ทว่าจู่ๆเขาก็รู้สึกหน้ามืด และล้มลงกับพื้นทันที
ที่เป็แบบนี้เพราะั้แ่มาที่โลกนี้ ยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเขาเลย เขาต้องหาเงินเพื่อกินข้าวโดยด่วน ดังนั้นเขาจึงใช้วิธีลัดแก้อาการอ่อนเพลียไปก่อน
“เวทเสริมพลัง ทำงานได้”
แลนซ์กล่าวกับตัวเอง ก่อนที่วงเวทสีขาวหนึ่งวงจะปรากฏออกมา มันช่วยฟื้นฟูพลังให้เขาจนกลับมาเกินครึ่ง ซึ่งแค่นี้ก็เพียงพอที่เขาจะบินกลับเมืองหลวงของอาณาจักรบลูสกายได้แล้ว
……………………..
“เป็ชุดที่แปลกมากเลยล่ะ แต่ก็ดูสวยดีนะ เนื้อผ้าคงทนด้วยสิ น่าสนใจๆ”
พ่อค้าร้านขายเสื้อในเมืองหลวง พิจารณาชุดทหารของแลนซ์ มันเป็ชุดที่ไม่ปรากฏมาก่อนบนโลกนี้อย่างแน่นอน แลนซ์อ้างว่าญาติของเขาเป็นักออกแบบเสื้อที่อาณาจักรต้าหลง และได้มอบแบบทดลองตัวนี้ให้กับเขา พ่อค้าเสื้อนั้นเชื่อสนิท เพราะว่าที่อาณาจักรต้าหลงแห่งทวีปิ มีชุดสวยๆและแปลกตามากมาย
“ให้หนึ่งเหรียญเงิน เอาไหมหนู” พ่อค้าเอ่ยถามพลางทำสีหน้าเรียบเฉย เขาทำให้ดูเหมือนว่าเขากำลังช่วยเหลือแลนซ์อยู่
“งั้นเลิกคุย ถ้าราคาแค่นั้นน่ะ” แลนซ์กล่าวพลางทำท่าจะเดินออกนอกร้าน พ่อค้ารีบยกมือห้ามทันที
“โอเคๆ สองเหรียญเงิน”
“ไม่เอาอะ ถูกเกิน”
“งั้นสองเหรียญเงิน กับอีกห้าสิบเหรียญทองแดงเลยก็ได้ นี่ราคาสูงสุดของเสื้อมือสองที่ฉันรับซื้อล่ะนะ”
แลนซ์หยุดเดิน ก่อนจะชำเลืองมองพ่อค้า เขายิ้มกริ่มน้อยๆก่อนจะพยักหน้า
“ขอบคุณที่อุดหนุนนะ” พ่อค้ากล่าวเมื่อแลนซ์ซื้อเสื้อผ้าจากร้านเขาด้วย โดยแลนซ์ซื้อเสื้อชาวบ้านสีเทา กางเกงสามส่วนสีน้ำตาล ทั้งหมดนี้สิบสองเหรียญทองแดง ส่วนรองเท้าแลนซ์เลือกรองเท้าฟางที่มีรูปร่างคล้ายรองเท้าแตะราคาถูก เนื่องจากใส่สบายและน้ำหนักเบา
หลังจากนั้นแลนซ์เดินทางไปยังบริเวณเขตโรงแรมในตัวเมือง เพื่อทานอาหารเลิศรสจากโรงแรมที่เขาพักประจำตอนทำภารกิจ โรงแรมไม้สามชั้นนั้นมีชื่อว่าโรงแรมกระต่ายทอง
อาหารในโรงแรมนั้นเป็อาหารชุด มีทั้งเสต๊กเนื้อ มันอบ ซุปหัวหอมและน้ำแอปเปิ้ลคั้นสด แน่นอนว่าตลอดระยะเวลาที่เขาทานอาหาร มีภาพของแอนนาลอยเข้ามาในหัว ทั้งสองคนเคยทานอาหารร้านนี้ด้วยกันหลายครั้ง
แลนซ์กลืนอาหารทั้งน้ำตา เขารู้ว่าการย้อนเวลากลับมาครั้งนี้ และการที่เขาปฏิเสธฐานะของผู้กล้า จะทำให้เขาไม่มีโอกาสพบกับแอนนาอีก ถึงเขาจะเดินไปบอกว่าตัวเองเป็ผู้กล้า มันก็ไม่ได้เปลี่ยนอะไร เขารู้แล้วว่าอนาคตมันจะเกิดอะไรขึ้น
“บ้าเอ้ย ทำไมมานึกถึงยัยนั่นตอนนี้กันนะ” แลนซ์กล่าวขณะซดซุปเสียงดังสนั่นเพื่อกลบเสียงร้องไห้ของตัวเอง แต่ทว่าภาพความทรงจำของแอนนายังคงเข้ามาในหัวเรื่อยๆ จนเขาทนไม่ไหวต้องรีบเดินออกมา
เมื่อเขาเดินออกจากโรงแรม เขาก็ดันเจอร้านขายของเล่นที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวง เขาเห็นภาพสะท้อนในกระจกเป็ตัวเขาในวัยผู้ใหญ่ กำลังจูงมือโจแอนนาเลือกซื้อของเล่นอยู่ แน่นอนว่าโจแอนนาปฏิเสธ หล่อนวิ่งไปร้านข้างๆและชี้ให้ดูอัญมณีสวยๆจากร้านขายเพชรแทน ั้แ่นั้นเขาก็รู้ว่าลูกสาวของเขาชอบของสวยๆงามๆที่สะท้อนแสง
ถัดจากร้านขายเครื่องเพชรไปสองร้าน ก็คือร้านขายอาวุธ เหล่าอัศวินในสังกัดที่เรียกเขาว่าลูกพี่เคยมาเดินร้านนี้ด้วยกัน แน่นอนว่าแลนซ์เคยออกเงินซื้ออาวุธหรือเครื่องป้องกันใหม่ให้พวกนั้น โดยไม่คิดเรียกร้องเงินคืน เพราะเขาถือว่าอัศวินพวกนั้นเป็พี่น้องร่วมศึกา
แต่หลังจากแลนซ์กลายเป็คนพิการ อัศวินพวกนั้นก็ไม่เคยติดต่อเขาเลย ซ้ำยังทำเป็ไม่รู้จักกันอีกเมื่อเขาเข็นรถเข็นคนพิการสวนกัน
เมื่อก่อนแลนซ์เคยมองว่าโลกนี้คือ์ที่ดีกว่าโลกเดิมของเขา แต่สุดท้ายแล้วความคิดและตรรกะของคนที่นี่ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกยุคกลางที่ยึดถือระบบศักดิณา ทำให้เขาคิดว่าการห่วงใยหรือปกป้องคนที่นี่เป็เื่ที่ช่างโง่เขลานัก
“แลนซ์ พวกนั้นอัญเชิญนายมาเพื่อใช้งาน มันเห็นนายเป็แค่ไพร่หน้าโง่ที่ต้องรับใช้ขุนนางตามหน้าที่ มันไม่เคยชื่นชมนายหรือมองว่านายดี...ทิ้งพวกแม่งให้หมด แล้วไปจากนี่เลยดีกว่า”
แลนซ์ตั้งใจจะไปจากอาณาจักรนี้ แต่ทว่าจู่ๆเขาก็นึกถึงชาวเมืองที่ต้องเจอกับพวกหายนะสีดำที่จะปรากฏตัวออกมาเรื่อยๆนับจากนี้ หากเขาทิ้งอาณาจักรบลูสกายไป ทุกคนอาจจะต้องตาย และแอนนาที่เคยเป็ภรรยาเขาก็อาจต้องจบชีวิตลง เื่นี้เท่านั้น ที่ยังไงเขาก็ทนไม่ได้
“ฉันจะจัดการหายนะสีดำทุกๆตัวในอาณาจักรนี้ให้ ั้แ่ที่พวกมันยังเป็ผลึก นี่คือความผูกพันธ์สุดท้ายที่ฉันจะมีให้บลูสกาย ก่อนออกไปเริ่มชีวิตใหม่”
แลนซ์กล่าวก่อนที่เขาจะหามุมอับของเมือง ะโขึ้นสูง แล้วบินขึ้นฟ้าออกไปจากบริเวณเมืองหลวงทันที เป้าหมายเขาคือแหล่งอันตรายที่มีหายนะสีดำอยู่