“คิดจะทำอะไรกันแน่คะ อาจารย์ชิมูระ”น้ำเสียงยังคงนิ่งสนิททว่าหากฟังดูดีๆแล้วในน้ำเสียงมีความรนร้อนแฝงอยู่”
“อะไรกันก็เธอบอกเองนี่นาว่ายอมตายแทนได้ก็ง่ายๆเธอแค่ตายแล้วผมจะปล่อยเขาไป ผมจะนับถอยหลังนะ 10...9...8”ชายหนุ่มค่อยๆกดมีดลงบนคอของผู้ที่นั่งอยู่
“แกมีเป้าหมายอะไรกันแน่” สรรพนามที่ใช้เรียกเปลี่ยนไปสายตาคมกรีดจ้องอย่างกินเืกินเนื้อ แต่เหมือนอีกฝ่ายจะทำหูทวนลมและยังคงนับต่อ “7...6...54 3 2 1” จู่ๆชิมูระก็นับเร็วขึ้นโดยไม่เว้นจังหวะ
เด็กสาวที่ร้อนรนอยู่แล้วสองเท้าดีดตัวไปข้างหน้าตามสัญชาตญาณหวังจะช่วยพี่ชายรอยยิ้มแสยะของชายหัวโล้นติดอยู่ในสมองของเธอ เมื่อนับถึงศูนย์เธอลอยอยู่กลางอากาศห่างจากพี่ชายหลายเมตร มีดที่จ่ออยู่ลากตามแนวคอของลีออน
ราวกับหัวใจหยุดเต้นไม่ชั่วขณะมือเท้าเย็บวาปน้ำตาคลอเตรียมจะไหลออกมา เสี้ยววินาทีต่อมาเธอพุ่งเข้าชนพี่ชายจนกระเด็นไปอีกฝั่งชิมูระตอนนี้เคลื่อนตัวด้วยความเร็วสูงมายืนอยู่ไม่ไกลมองดูลีเช่ตรวจดูหาาแบนร่างลีออนในท่าทีลุกลี้ลุกลนใบหน้าซีดขาว
“น...นี่มัน” เมื่อพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติกับลีออนเธอพลันหันไปทางชิมูระเพื่อหาคำตอบ“ไม่สมกับเป็เ้าหญิงเหมันต์เลยนะแค่มีดมนตราก็ยังดูไม่ออกหรอว่าฉันไม่ได้ใส่เวทมนต์ลงไปฉะนั้นมันเลยไม่คมพอจะทำร้ายใครได้”เขานำส่วนคมของมีดกรีดที่ฝ่ามือแต่เหมือนมันจะทำอะไรเขาไม่ได้
“เธอร้อนรนเกินไปลีเช่จังแม้ปกติจะสุขุมรอบคอบแต่พอเป็เื่ของเขาเธอจะร้อนรนตลอดนี่อาจจะเป็จุดอ่อนเดียวของเธอก็ได้นะ ผมขอเตือนจงอย่าประมาทคนที่เข้ามาใกล้และอย่าให้ใครรู้เด็ดขาดว่าเขาสำคัญกับเธอแค่ไหนไม่งั้นมันจะย้อนเข้ามาทำร้ายพวกเธอสองพี่น้อง เข้าใจนะ” เ้าตัวไม่ตอบได้แต่นิ่งเพื่อตั้งสติหากเมื่อครู่ชิมูระคิดจะเอาจริงพี่ชายของเธอคงไม่รอดแล้วยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจและรู้ว่าตัวเธอยังไม่แกร่งพอจะปกป้องคนที่เธอรัก
“ผมไม่ได้อยู่คุ้มครองตลอดเวลาสิ่งที่ผมทำได้คือฝึกฝนพวกเธอให้ปกป้องตัวเองได้ แต่สิ่งที่ไม่อำนวยก็คือเวลา...”เขามองไปยังโทรศัพท์ที่หยิบขึ้นมา ข้อความบางอย่างถูกส่งมาหาเขา
“แม้มีอีกหลายอย่างจะสอนแต่ก็ทำไม่ได้ดูเหมือนพ่อของพวกเธอจะ้ากำลังเสริมแบบด่วนๆ ผมคงต้องไปแล้วไม่รู้ว่าจะได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ ฝากบอกลาเขาด้วยนะ” ชิมูระเดินไปทางประตู จังหวะที่กำลังจะก้าวออกไปนั้น
“เดี๋ยวก่อนค่ะ...” ยังไม่ทันจะพูดจบลีเช่พลันถูกแทรก “เขาน่ะ...ยังมีข้อบกพร้องอีกมากแม้เทคนิคระดับสูงจะเรียนรู้ได้ไว แต่พื้นฐานและความเข้าใจเป็ศูนย์ถ้าจะฝากลีเช่จังช่วยสอนหน่อยคงไม่มีปัญหานะ สำหรับเธอแล้วคงเป็เื่ง่ายๆเลยใช่ไหมล่ะหึๆ”เขาไม่รอคำตอบจากเด็กสาวพลันก้าวขึ้นบันไดไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับประตูที่ปิดลง “ไม่อยากจะเชื่อเลยโดนชาร์จไปเต็มแรงยังไม่หลุดจากสมาธิอีกหรอเนี่ยข้างในใจของตัวเองเขาเห็นอะไรกันแน่...”
…………………………………………………..
แฮ่ก แฮ่ก
ร่างๆหนึ่งกำลังวิ่งในความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดเขาไม่รู้ว่ากำลังวิ่งไปที่ไหน ไม่รู้ว่าข้างหน้าคืออะไร เขาได้แค่วิ่งและวิ่ง “คาร์ล”คำนี้เขาะโไปตลอดทาง เขาไม่รู้ว่าที่นี่คือที่ไหนรู้แค่เขาจะต้องตามหาคาร์ลให้เจอ
คำกล่าวมากมายบอกว่าหากจมลงสู่จิตใจเราจะพบกับสิ่งที่เรายึดติดในกรณีของเขามันอาจจะเป็ความรู้สึกผิด...ก็เป็ได้
ภาพตรงหน้าจากสีดำค่อยๆปรากฏแสงสว่าง ใกล้ขึ้นเรื่อยๆเรื่อยๆและในที่สุดเขาก็หลุดจากความมืดมิด เขาแข็งค้างเมื่อเห็นสิ่งที่อยู่ในแสงสว่างบ้านหลังหนึ่งที่เขาคุ้นเคยเพราะั้แ่จำความได้เขาใช้มันอาศัยอยู่มาตลอดแต่กลับมีสิ่งผิดปกติบางอย่างมันเหมือนกับว่ามันเหมือนจะดูใหม่ขึ้นหลายปี
ทันใดนั้นเองรถคันหนึ่งขับผ่านเขาและจอดลงตรงบ้านไม่ไกล บ้านที่เขาหลีกเลี่ยงจะมองตลอดั้แ่กลับมาทว่าร่างกายขยับไปเองและนั่นเอง เขาดวงตาเบิกโพลงกับสิ่งที่เห็น เด็กชายคนหนึ่งอายุน่าจะสิบกลางๆเดินลงมาจากรถ โครงหน้าที่คุ้นตา ลักษณะ ผิวพรรณ ท่าทาง เขาแทบจะร้องไห้ออกมา
“พี่คาร์ล” เขาะโทว่ากลับไม่มีเสียง เขาพยายามอยู่หลายครั้งแต่ทุกครั้งก็เป็เหมือนเดิมในเมื่อไม่อาจส่งเสียงไปยังคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าได้เขาตัดสินใจที่จะวิ่งเข้าไปหา
ขยับไม่ได้ ทั้งแขน ขา ศีรษะราวกับโดนพันธนาการ ‘นี่มันอะไรวะเนี่ย’ เขาสบถสาปแช่งในใจ
ตอนนั้นเองเด็กชายผมทองค่อยๆหันมาทางเขาและเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมือเรียวขาวเท้าเอวโค้งท่อนบนเข้าหาเขาตอนนี้เขารู้สึกว่าบางอย่างนั้นแปลกไปคนตรงหน้าที่ดูเด็กลงบ้านที่ดูใหม่กว่าที่ควรและตัวเขาที่เล็กลง “นายเป็เด็กบ้านนี้หรอ” ทัศนวิสัยขยับขึ้นลงน้อยๆ
“หรอ...ฉันชื่อคาร์ลั้แ่นี้ไปจะมาอยู่หลังข้างๆ ฝากตัวด้วยนะ นาย...”
“ลีออน”เสียงของเขาเปร่งออกไปทั้งที่เขาไม่ได้พูด เสียงนั้นทั้งเล็กและแหลม
“ฝากตัวด้วยนะ เลออน”
สิ้นเสียงเหมือนมีบางอย่างดูดเขากลับเข้าไปในความมืดและ...
เฮือก
ร่างที่นั่งพิงผนังเหล็กสะดุ้งตื่นพร้อมกับหายใจเข้าเฮือกใหญ่เขาหอบหายใจดังและถี่ เหงื่อแตกท้วมทั้งตัว “เมื่อกี้มัน” มันคือเื่ในอดีตเมื่อหลายปีก่อน ความทรงจำในตอนที่เขาพบกับคาร์ลครั้งแรก
ไม่ทันที่เขาจะคิดต่อประตูเปิดออกตามมาด้วยลีเช่ที่ปรี่เข้ามาหา “พี่คะ ผ้ากับน้ำค่ะ”
“อ...อา”เขารับมาอย่างงงๆหลังจากเช็ดหน้าเสร็จเขาแทบจะเทน้ำเข้าปากในทีเดียวคล้ายว่าขาดน้ำมานานหลายชั่วโมง
“เฮ้อ” เขาถอนหายใจยาวหลังจากเช็ดเหงื่อตามร่างกายแทบจะเหมือนกับเข้าคิวกันมาหลังจากดับกระหายความรู้สึกแสบท้องรุนแรงเข้ามาทันที “นี่ก็ดึกแล้วพี่รู้สึกหิวไม่คะ ยังไงเดี๋ยวน้องเตรียมให้”
“นี่กี่โมงแล้วล่ะ พี่นั่งสมาธิไปนานแค่ไหน”
“ตอนนี้ตี2ค่ะพี่นั่งสมาธิไปหลายชั่วโมงเลยล่ะค่ะ”แม้จะใแต่ก็ไม่ได้แสดงท่าทางนี่ก็เหมือนกับตอนที่เขาใช้สมาธิกับการเฝ้าดูกระแสเวทในตัวเวทมนต์ไฟ
ลีออนฝากน้องสาวเตรียมมื้อดึกของตนก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำทำความสะอาดดูเหมือนวันนี้พ่อเขาจะไม่กลับบ้านจากที่ฟังมาตามที่ลีเช่เล่าคล้ายว่าพ่อเขา้าความช่วยเหลือด่วนเลยเรียกชิมูระไปส่วนแม่ของเขานั้นบินกลับไปปารีสเมื่อหลายวันก่อน
หลังจากรับประทานเสร็จเขารีบขึ้นห้องนอนในทันทีอาจจะเพราะเหนื่อย...หรืออาจจะอยากลืมเื่นั้นไปก็เป็ได้...
...........................................................
รุ่งเช้ามาถึงลีออนยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียงจนเวลาผ่านไปจนเกือบเท่ยงเขาค่อยๆลุกขึ้นหาวพลางบิดี้เีเช่นเดิมทุกๆเช้าเขาลงไปกินอาหารเช้าที่น้องสาวเตรียมไว้ให้ด้วยอุปกรณ์เวทมนต์ทันสมัย
ติ๊ด~~~
เสียงโทรศัพท์ที่แปะอยู่ตรงผนังดังขึ้นมันมีลักษณะเป็หน้าจอลีเช่เอื้อมไปกดปุ่มสีเขียวก่อนที่มันจะเปลี่ยนเป็หน้าของพิทักษ์ปรากฏขึ้นมาแทน “นี่พ่อเองนะพอดีว่ามีของที่อยากให้เอามาให้ที่กองทัพหน่อย อยู่ในห้องพ่อ เป็กล่องเหล็กสี่เหลี่ยมผืนผ้ายาวๆบนกล่องมีเขียนไว้ว่าD-II ช่วยเอามาให้ทีด่วนเลย”
“อะไรกัน ลืมของหรอพ่อไม่ไหวๆสงสัยแก่แล้วเลยขี้หลงขี้ลืม—“ ไม่ทันจะพูดจบอีกฝ่ายกดตัดสายไปเสียก่อน “อะไรเนี่ยโทรมาก็ฉอดๆๆ ไม่ถามหน่อยหรอว่าลูกอยู่ดีกินดีรึเปล่า”ลีออนเอ่ยอย่างเซ็งๆเมื่อผู้เป็พ่อไม่เล่นด้วย
“ดูเหมือนจะรีบนะคะ ยังไงลองขึ้นไปดูก่อนละกันค่ะ”
สองพี่น้องเปิดไฟห้องนอนขึ้นห้องใหญ่ขนาด20*20เมตร ตามจุดต่างๆวางของอย่างเป็ระเบียบฝั่งนึงวางเตียงใหญ่พอให้นอนได้สี่คนอยู่บนเตียงเป็กล่องเหล็กสี่เหลี่ยมผืนผ้าด้านกว่า1.7เมตร
“อันนี้ล่ะมั้ง” เขาพลิกดูหาอักษร D-IIก็พบมันอยู่อีกด้านหนึ่ง เขาลองพลิกไปทั่วด้านเพื่อหาที่เปิดทว่ากลับไม่มี “พี่คะไปกันเถอะค่ะ”
“อ...อืม”
ทั้งสองอยู่บนแท็กซี่ที่กำลังมุ่งหน้าตรงสู่ศูนย์บังคับบัญชากองทัพลีเช่มองดูลีออนที่กำลังพลิกก่องเหล็กไปมาหาวิธีเปิดมันอยู่ “ทำอะไรน่ะคะ”
“พี่อยากรู้ว่าข้างในมันคืออะไรไปตอนยกมือกะน้ำหนักได้น่าจะสัก7-8กิโล หนักเอาการเลย”เมื่อหาทางเปิดไม่ออกเขาตัดสินใจวางลงและปิดตาซ้ายเพ่งสมาธิไปที่ตาขวานอกจากกระแสเวทที่รอยอยู่เขาพบแต่สีดำและความว่างเปล่า
บางทีของด้านในอาจไม่เกี่ยวกับเวทมนต์หรือบางทีมันอาจจะยังไม่เปิดใช้และสัญชาตญาณก็บอกเขาว่ามันเป็อย่างหลัง
เดิมทีเขาไม่ได้อยากจะยุ่งเื่งานของพ่อแต่อดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงดูรีบร้อนให้นำของชิ้นนี้มาส่ง
‘ััโดนตรงไม่ได้ก็สั่งใช้งานไม่ได้แต่ถ้าแค่ให้เวทมนต์เข้าไปไหลเวียนเฉยๆน่าจะพอได้อยู่...มั้ง’ร่างกายค่อยๆรวบรวมเวทมนต์และปล่อยเวทมนต์จากมือทั้งสองข้างที่จับกระเป๋าไว้แน่น คลื่นเวทมนต์ค่อยๆแผ่เข้าไปด้านในอย่างช้าๆดูเหมือนตัวกระเป๋าจะไม่ได้ทำมาจากวัสดุป้องกันหรือปิดกั้นเวทมนต์
ทันใดนั้นเองคลื่นเวทมนต์ที่เขาปล่อยออกจะกระทบเข้ากับสิ่งของภายในและทันทีที่กระทบสิ่งของชิ้นนั้นพลังดูเวทมนต์นั้นเข้าไปเห็นดังนั้นเขาไม่หยุดและปล่อยคลื่นเข้าไปอีกจนพอจะเห็นเส้นทางของเวทมนต์ที่เคลื่อนที่ไหลไปตามเส้นทางของของชิ้นนั้น
“ปืน...หรอ”
“หืม อะไรหรอคะพี่”
“เปล่าๆแค่ไอ้นี่ทางเดินเวทมันมีรูปร่างคล้ายๆปืนน่ะคงเป็ไรเฟิลล่ะมั้งยาวเป็บ้า คนแบบไหนกันนะที่ใช้ของพรรค์นี้ พ่อหรอนึกภาพไม่ออกเลยแฮะ”
ภายในห้องสีขาวไร้ซึ่งเฟอร์นิเจอร์ใดๆร่างกำยำลดโทรศัพท์ลงหลังจากติดต่อหาลูกๆที่บ้านเขาเปิดประตูออกไปเผยให้เห็นห้องอีกห้องที่มีขนาดใหญ่โตคอมพิวเตอร์และหน้าจอมอนิเตอร์หลากหลายขนาดติดตั้งไว้
สมาชิกในห้องหลายคนกำลังวิ่งวุ่นบนจอที่ใหญ่ที่สุดโชว์ภาพพายุทะเลทรายขนาดั์ปกคลุมสถานที่หนึ่งและหมุนล้อมรอบด้วยความรุนแรงและไม่มีทีท่าจะหยุด“ไม่มีทีท่าว่าจะหยุดเลยนะ” พิทักษ์เปรยขึ้นมา
“ครับท่านจากรายงานที่ทราบมาดูเหมือนว่าพายุทะเลทรายนี่จะพักกปกคลุมโบราณสถานเวทมนต์ที่1มาเกือบอาทิตย์หนึ่งแล้วและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดในเร็ววันแถมลักษณะการหมุนยังแปลกประหลาดเหมือนกับปกป้องอะไรสักอย่างภายในเหมือนอย่างไงอย่างงั้นทางการอียิปต์ลองใช้เครื่องมือบังคับหยุดและหาวิธีเจาะเข้าไปข้างในแล้วแต่ดูเหมือนว่าจะเปล่าประโยชน์พวกเขาเลยประเมินไว้ว่าไม่น่าใช่พายุทะเลทรายธรรมดา”ชายในชุดขาวที่บ่าและอกติดสัญลักษณ์แสดงถึงยศที่สูงในระดับหนึ่งกล่าวขึ้น
“เลยมาขอยืมD-IIจากเราสินะเพิ่งพัฒนาเสร็จไม่นานไม่นึกว่าจะได้ใช้เร็วแบบนั้น แถมกับงานแบบนี้ด้วย”
“แน่นอนครับท่าน D-I ขึ้นชื่อเื่อานุภาพการทำลายล้างและทะลุทะลวงที่สุดD-II ที่อัพเกรดมาย่อมเหนือกว่าอยู่แล้วทางอียิปต์เองก็ช่างเลือกเหมือนกัน”
“่นี้ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศค่อนข้างไปได้ด้วยคงเป็เหตุผลหลักที่เขาขอความร่วมมือจากเราแทนที่จะเป็อเมริกาหรือจีนหรือแม้แต่กระทรวงเวมนต์”
อีกด้านหนึ่ง
ณ ทะเลทรายที่มีลมกรรโชกพัดกระหน่ำเบื้องหน้าคือพายุทรายที่โอบรอบโบราณสถานที่พังทรุดลงมา ร่างปริศนาสองร่างยืนนิ่งไม่ยี่ระกับพายุตรงหน้าพวกเขาสวมผ้าคลุมปกปิดทั้งร่าง “ไอซิส ดูเหมือนว่าเราจะต้องแยกกันตรงนี้แล้วในเมื่อมีผู้รับพลังถึงสองคนแบบนี้ หน้าที่การเฝ้ามองคงต้องแยกกันทำ”น้ำเสียงทุ้มใหญ่เอ่ยขึ้นจากร่างใหญ่
“ท่านพี่อิซซา ระวังตัวด้วย ข้าสังหรณ์ไม่ดีเกี่ยวกับผู้ที่อยู่ข้างใน”เสียงหวานจากอีกคนเอ่ยตอบ
“ไม่เกี่ยวว่าจะดีหรือร้าย อันตรายหรือปลอดภัยมันคือหน้าที่ที่สืบทอดกันมาเพื่อเฝ้ามองว่าพลังของเทพธิดาองค์แรกจะชี้นำโลกไปในทิศทางไหน”
“ข้าทราบแล้วท่านพี่”
“ระวังตัวให้ดี หน้าที่ของพวกเราเพิ่งเริ่มต้นขึ้นไปได้แล้ว...”พูดจบร่างใหญ่เริ่มก้าวเท้าเข้าไปใกล้พายุทรายเรื่อยๆราวกับกระแสลมกรรโชกรุนแรงไม่สามารถทำอะไรเข้าได้ก่อนจะหายลับไป
“ขอให้โชคดีค่ะ ท่านพี่...ส่วนเราก็มุ่งสู่ประเทศแห่งรอยยิ้ม ประเทศไทย”