ฤดูร้อนแห่งการพักผ่อนได้มาถึง...
นักเรียนนายร้อยร่างสูงโปร่งเดินทางมาถึงบ้านเกิด ณ ต่างจังหวัดในเวลารุ่งเช้า ท่าทางเข้มขรึมดุดันสมกับใบหน้าคมคายได้รูปตามประสาชายไทย ร่างกายกำยำมัดกล้ามใหญ่จากการฝึกทำให้ผิวกายมีสีแทน เก่งวางประเป๋าสัมภาระพร้อมกับยกมือไหว้แม่ จากนั้นจึงขอไปอาบน้ำอาบท่าล้างเหงื่อจากการเดินทางอันแสนยาวนาน
เวลาต่อมา...
“เก่ง”
“ครับ”
“ว่างมั้ย แม่ฝากเอาข้าวไปให้ลุงชาติหน่อยสิ”
“โถแม่ แกไม่มีปัญญาเดินมาเองหรือไง”
“นี่ พูดให้มันดีๆหน่อยนะ”
“ไร่ลุงชาติอยู่ตั้งไกล ผมก็เหนื่อยเป็เหมือนกัน”
“แล้วไหนแกบอกจะแวะไปหาหมอริวด้วยไง”
เมื่อได้ยินสิ่งที่แม่พูดเช่นนั้นร่างกำยำก็ลุกขึ้นจากเปล
หมอริวหรือพี่ริวเป็รุ่นพี่หมู่บ้านเดียวกันแต่บ้านของหนุ่มคนนั้นอยู่ไกลออกไปสุดลูกหูลูกตา ถ้าหากจะไปหาก็ต้องผ่านไร่นาของลุงชาติผู้ซึ่งเป็พ่อเลี้ยงของเก่งด้วย ริวเป็นักศึกษาคณะแพทย์จากมหาลัยชื่อดัง และสาเหตุที่ทำให้เก่งและริวสนิทกันนั้นคงมาจากการติวข้อสอบให้กันจนเนื้อหนังแนบกาย!
“พี่ริวกลับมาบ้านด้วยหรอแม่”
“พี่เขาก็กลับมาทุกปี เอ็งก็ไปหาเขาทุกปีไม่ใช่หรือไง”
“อ้อ…แล้ว…ไหนล่ะข้าวลุงชาติ เดี๋ยวผมเอาไปให้เอง”
“วางอยู่ในครัวนู่น”
เมื่อจัดแจงลูกชายว่าที่ตำรวจนายร้อยเสร็จ ผู้เป็แม่ก็ออกเดินทางไปซื้อของที่ตลาดตามปกติ ชายหนุ่มผู้มีรูปร่างสูงโปร่งรีบเดินเข้าไปคว้าห่อข้าวบนโต๊ะ แม้จะไม่อยากไปยกมือไหว้สวัสดีลุงชาติผู้เป็พ่อเลี้ยง แต่เงินค่าเล่าเรียนส่วนหนึ่งก็มาจากเขา
เก่งไม่ชอบชายวัยกลางคนรูปร่างกำยำราวกับหมีขนดกผู้นั้นเท่าไหร่นัก เนื่องจากลุงชาติเป็ชายที่ทำให้แม่ของเขาต้องทิ้งพ่อไป แถมยังมีนิสัยก้าวร้าวพูดจาไม่เคยสนใจความรู้สึกคน ความสัมพันธ์ของพ่อเลี้ยงและลูกเลี้ยงว่าที่นายตำรวจจึงยังไม่ค่อยลงรอยในรูปแบบของครอบครัวเท่าไหร่
หนุ่มหัวเกรียนขับรถมอเตอร์ไซค์คันน้อยไปตามทางลูกรัง เมื่อมาถึงไร่มันและไร่ข้าวโพดขนาดใหญ่ของพ่อเลี้ยง เก่งจึงจอดรถใต้ร่มไม้ใหญ่ก่อนจะเดินเท้ามุ่งตรงไปยังบ้านไร่กลางสวน บรรยากาศด้านนอกร้อนอบอ้าวจนเหงื่อของนักเรียนตำรวจชุ่มฉ่ำเต็มแผ่นหลัง
แต่ไม่ทันที่น้ำเสียงเข้มขรึมจะเอ่ยเรียกพ่อเลี้ยง...
เสียงประหลาดที่ดังออกมาจากบ้านชั้นสองก็ทำให้เก่งหยุดชะงักไปพักหนึ่ง...
“ซีดดดด…ดูดแรงๆหน่อยสิวะ!”
“อื้อออ ใจเย็นๆสิครับลุงชาติ จ๊วบบ”