เมื่อผมหลงรักลูกสะใภ้

    บทที่ 50 ความสงบที่มีรอยร้าว



    ความเย็นเยียบและเงียบงันสลัวราบดึงรั้งอารมณ์ภายหลังคดีล่อซื้อยัดของกลางยาเสพติดและนาฬิกาขโมยลากยามโฉมเข้าคุกตารางผ่านพ้นไป บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวป้ายแดงสองชั้นคฤหาสน์หรูหรานั้น คล้ายดั่งมีสายหมอกทึบหนาหนักสีเทาดำที่ลอยอบอวลปกคลุมเหนือกำแพงคอนกรีตล้อมบ้าน แม้ว่าตัวภัยร้ายภายนอกที่คอยข่มขู่แบล็คเมล์จะถูกกำจัดสยบและปิดบัญชีทรชนลงไปอย่างสมบูรณ์คาหนังคาเขา ทว่าความสงบสุขรื่นรมย์ที่ควรจะหวนคืนสู่ครอบครัววิศวกรหนุ่มกลับแปรสภาพกลายเป็นรอยแตกร้าวที่ร้าวลึกยากจะประสานในเนื้อกมลใจ เอกวิศวกรหนุ่มกลายเป็นคนเงียบขรึมพูดน้อยและเก็บเนื้อเก็บตัวเงียบสงัดอย่างเห็นได้ชัด แววตาดำขลับคู่คมกริบของลูกชายมักจะคอยแอบลอบกวาดสายตาจ้องจับผิดสังเกตการณ์ความเคลื่อนไหวระหว่างชาญผู้เป็นพ่อช่างปูนและสะใภ้แก้มผู้เป็นภรรยาแสนรักอยู่เป็นประจำเสมอ ไม่ว่าจะเป็นยามเวลาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารเช้าอาหารเย็น เสียงช้อนส้อมกระทบแผ่นกระเบื้องจานข้าวเสียงดังกังวานกิ๊งๆ หรือแม้กระทั่งเวลาช่วงชาญคุมช่างก่อสร้างปูนเข้าเทปรับลานปูนคอนกรีตหน้าลานจอดรถในบ้านเดี่ยว


    ความตึงเครียดบีบคั้นอารมณ์ประสาทความรู้สึกเริ่มทวีคูณน้ำหนักความรุนแรงยิ่งขึ้นในบ่ายวันถัดมา ระหว่างที่ชาญและสะใภ้แก้มกำลังขะมักเขม้นช่วยกันเรียงจัดแจงแผ่นเอกสารใบตรวจรับงานและคำนวณถุงปูนผสมอยู่ที่โต๊ะไม้รับแขกโถงกลางบ้าน เอกก็ขยับก้าวเดินก้าวส้นเท้ายาวเดินเข้ามาสมทบร่วมโต๊ะเจรจาด้วยน้ำเสียงราบเรียบดั่งแผ่นปูนแต่เย็นยะเยือกจับใจ ชายหนุ่มยกฝ่ามือขึ้นลูบคางสลับกับขยับสบตาจ้องเขม็งเพ่งพิจารณามาที่ข้อนิ้วก้อยข้างซ้ายของชาญซึ่งสวมแนบแน่นแหวนหยกสีเขียวมรกตเม็ดหนาขอบเก่าแก่อยู่อย่างนิ่งสนิท เอกเอ่ยคำถามโยนหินถามทางประหนึ่งต้องการจะกระตุ้นทดสอบสภาพความจริงบาปในใจ:


    "พ่อครับ... แหวนหยกสีเขียวมรกตโบราณวงที่พ่อสวมติดตัวอยู่นี่ พ่อไปได้มันมาจากที่ไหนกันเหรอครับ? ผมจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าตั้งแต่ผมเด็กจนโต พ่อไม่เคยมีนาฬิกาหรือแหวนหยกเก่าแก่ล้ำค่าแบบวงนี้สวมที่นิ้วก้อยเลยนี่นา... แล้วทำไมจู่ๆ ในช่วงสัปดาห์นี้ พ่อถึงนึกอยากนำเอาแหวนหยกวงงามนี้ขึ้นมาสวมนิ้วก้อยข้างซ้ายตลอดเวลาเลยล่ะครับพ่อช่างปูน?" คำถามส่องสืบสวนก้องสะท้อนไปตามมุมอับของบ้านเดี่ยวโถงสูง


    ชาญสะดุ้งตัววาบสะท้านในช่องอกพยายามสุดขีดที่จะควบคุมสติและลมหายใจไม่ให้สั่นระรัว ชาญปั้นขยับมุมปากเหยียดยิ้มกว้างกบดความหวาดผวาขวัญหนีดีฝ่อเลื่อนมือขวาไปลูบหมุนกบเกลื่อนแหวนหยกไปมา แล้วเอ่ยบอกกล่าวด้วยน้ำเสียงโทนปกติพยายามทำลายรอยพิรุธคามือของตนเอง:


    "อ๋อ... แหวนหยกมรกตวงนี้เรอเอก... มันเป็นของเก่าแก่สมบัติตกทอดดั้งเดิมของแม่แกนั่นแหละลูกรัก แม่เขาสั่งเสียไว้ก่อนสิ้นใจตายว่าจะยกให้พ่อเก็บรักษาเอาไว้คู่กาย พ่อลืมทิ้งไว้ในลิ้นชักเก่าตั้งนาน เพิ่งขุดเจอเลยนึกอยากเอามาสวมใส่เป็นสิริมงคลเตือนใจช่วงต้องคุมไซต์งานผสมปูนก่อสร้างชานเมืองนี่แหละเอกเอ๊ย ไม่มีอะไรแปลกหรอกลูกรัก" ชาญเบี่ยงเบนอารมณ์ชู้บาปสุดกำลัง


    เอกพยักใบหน้ารับฟังคำตอบช้าๆ แววตาดำขลับของเขยังคงนิ่งสนิทไร้ความรู้สึกคล้ายแผ่นคอนกรีตแห้ง ก่อนจะเบนสายตาคู่คมกริบหันไปจ้องสบตากับแก้มสะใภ้ภรรยาสาวสวยอย่างจงใจค้นหาความจริง เอกเอ่ยถามเรื่องราวภาพถ่ายในหน้าจอโทรศัพท์สมาร์ทโฟนที่ยามโฉม รปภ. ทรชนตัวแสบเคยใช้แบล็คเมล์คุกคามข่มขู่หนักก่อนจะโดนตำรวจจับยาบ้า:


    "แล้วแก้มล่ะ... โทรศัพท์มือถือไอโฟนที่ไอ้ยามโฉมมันพยายามกรูเข้ามาจะแย่งชิงไปดูจากมือแก้มเมื่อวันก่อนล่ะจ๊ะแก้ม มีภาพถ่ายอะไรแปลกๆ ลับๆ ล่อๆ ในมือถือของแก้มที่ไอ้ยามโฉมนั่นมันอยากได้นักหนาหรือเปล่า? ทำไมยามมันถึงเหิมเกริมแหกปากตะโกนแฉเรื่องชู้รักชู้บาปในบ้านเดี่ยวของเราต่อหน้าตำรวจสายตรวจล่ะแก้ม?"


    แก้มสาวหัวใจสะดุ้งระรัวเหงื่อซึมแผ่นหลัง รีบปั้นสีหน้ายิ้มหวานหยดย้อยนอบน้อม ก้าวเท้าเข้าไปสอดแขนกอดโอบท่อนแขนเอกเบาๆ ปลอบประโลมซบไหล่หนาสามีเพื่อสยบดับไฟความหวาดระแวงระคายเคืองใจ:


    "ไม่มีอะไรเลยจริงๆ ค่ะเอกขา... ไอ้ยามโฉมมันแต่งเรื่องโกหกสกปรกเพื่อป้ายสีครอบครัวเราชัดๆ หลังจากที่แก้มไปยืนชี้นิ้วดุด่าต่อว่ามันเรื่องนิสัยเสียชอบลอบแอบมองมองแก้มเวลาสะพายถังซักเสื้อผ้าชุดนอนกระโปรงหลังบ้านปูนน่ะค่ะ มันแค่อยากหาทางสร้างเรื่องชู้สาวมาอ้างปั้นน้ำเป็นตัวป้ายสีครอบครัวเรา เพื่อเบี่ยงเบนให้ตัวเองหลุดรอดพ้นคดีโดนจับยาบ้าสิบเม็ดและคดีขโมย Rolex ของเอกในเป้ส่วนตัวเท่านั้นเองค่ะ อย่าไปใส่ใจคำพูดป้ายสีของโจรชั่วติดยาค้ายาเสพติดแบบนั้นเลยนะคะเอกขา..." แก้มแสร้งก้มหน้าพิงอกชักคำหวานแก้ต่างเอาตัวรอดคามือ


    แม้เอกจะพยักหน้ารับนิ่งรับฟังคำชี้แจง ทว่ารอยยิ้มสลัวสบประสานมุมปากของวิศวกรหนุ่มกลับดูฝืนธรรมชาติดูไร้ความอบอุ่นและยังคงแฝงไว้ด้วยความระแวงสงสัยเงียบเชียบแคลงใจไม่เสื่อมคลาย บรรยากาศภายในบ้านเดี่ยวใหม่เอี่ยมกลับอึดอัดเย็นชืดดุจอยู่ท่ามกลางสุสานกำแพงปูนรกร้าง


    กระทั่งห้วงเวลาค่ำคืนราตรีกาลสงัดคืบคลานเข้ามาถึง ภายในห้องครัวปูนหลังบ้านเดี่ยวป้ายแดง เอกขยับก้าวเดินเลี่ยงแง้มเปิดแนวกระจกบานเลื่อนระเบียงหลังครัวออกไปคุยโทรศัพท์ติดต่อธุระคุมงานคุมปูนผสมคอนกรีตด่วนพิเศษจากทางวิศวกรไซต์งานต่างจังหวัด ชาญและสะใภ้แก้มยืนปะทะไหล่ช่วยกันล้างชามจานและคว่ำแก้วน้ำไว้กับแนวยึดตะแกรงเหล็กในห้องครัวปูนสลัวแสงไฟนีออนสว่างรำไร ในเสี้ยวเศษวินาทีรอยต่อแห่งความอึดอัดจิตระแวงสลับความหวาดผวาขวัญหนีดีฝ่อ ปนกลิ่นอายเสน่หาความโหยหาเสน่หาบาปชู้สาวต้องห้ามที่ยากจะหักห้ามใจนั้นเอง เรียวมือขาวนุ่มนิ่มเปียกชื้นน้ำยาล้างจานกลิ่นมะลิของสะใภ้แก้มขยับเอื้อมมือออกไปในอากาศเพื่อรับถ้วยแก้วเซรามิคสีขาวต่อจากปลายมือหนาใหญ่หยาบกร้านปูนสีคล้ำของชาญบิดาสามี พลัน! นิ้วมือประสานฝ่ามือสองเราก็ขยับสัมผัสแตะเบียดเสียดปัดชนเข้าหากันโดยไม่ได้เจตนา ปลายข้อนิ้วก้อยข้างซ้ายที่สวมกระชับแหวนหยกสีเขียวมรกตเม็ดหนาโบราณของชาญ ลากไล้กรีดสัมผัสแตะต้องแนบเนื้อสากเข้ากับผิวเนื้อนิ่มอุ่นบริเวณง่ามนิ้วโป้งและเรียวมือขาวนิ่มของสะใภ้แก้ม สัมผัสเสียวซ่านวาบไหวร้อนฉ่าลุกโชนขึ้นมาในทรวงใจทันใด


    ในห้วงนาทีประจวบเหมาะอันแสนสั้นกะทันหันเพียงชั่วลมหายใจสะดุดหยุดนิ่งนั้น แรงปรารถนาแห่งไฟกามกิเลสตัณหาความรักเสน่หาบาปชู้สาวต้องห้ามสัมพันธ์ซ้อนที่ยังคงคุกรุ่นสะสมตึงเปรี๊ยะแน่นในอกเสื้อชู้ และความกังวลความประหวั่นกลัวชะตากรรมอนาคตอันตรายคุกตารางความลับบาปชู้จะแตกกระเจิงคามือไปเข้าหูลูกชายคนเดียว ได้ส่งผ่านคลื่นความร้อนแผ่ซ่านผ่านจุดแตะต้องถูไถเรียวนิ้วเปียกน้ำอุ่นรักนั้นอย่างรวดเร็วจิตสลัก ชาญและแก้มสาวสะสวยสบประสานแววตาจ้องเขม็งเพ่งประสานสายตาสู้กันท่ามกลางความมืดสลัวรำไรของซอกห้องครัว แววตาของทั้งคู่ระริกสั่นระรัวอัดแน่นไปด้วยความเครียดกดดันวิตกกังวลระแวงสะท้านทรวง และส่อสะท้อนเปลวไฟตัณหารักชู้ซ้อนพ่อผัวสะใภ้ที่พร้อมจะปะทุแผดเผาทุกโครงสร้างสิ่งแวดล้อมพินาศสิ้นลงภายใต้ลูกระเบิดเวลาชี้ตาย


    ทว่า... ในวินาทีวินาทีแห่งความสัมพันธ์บาปลึกซึ้งสะกดกั้นใจนั้นเอง ความเสียวสะท้านระทึกขวัญสะกดลมหายใจผวาขวัญหนีดีฝ่อสุดขีดก็พลันลื่นไหลแล่นพล่านเย็นชืดวาบไปตลอดแนวสันหลังกระดูกปานสลักเหล็กประตูคุกหล่นโครมทับกะโหลกศีรษะ! เมื่อประสาทปลายหูตรวจจับเสียงฝีเท้าสัมผัสก้าวเดินแบบจงใจเงียบงันสลัวราบของเอก ดังก้าวพ้นขอบซอกกำแพงประตูกระจกห้องครัวเข้ามาอย่างแผ่วเบาเชียบขาดดุจเงาปีศาจปูนคอนกรีตปูดโปน เงาร่างอันสูงใหญ่ไหล่กว้างกึ่งทึบของวิศวกรหนุ่มลูกชายคนเดียว ทอดสะท้อนแสงเงายาวเฟื้อยพาดทับผ่านแผ่นกระเบื้องปูพื้นครัวคอนกรีตสลัว คานพิกัดขัดแย้งสายตาของสองคนชู้บาปชั่วข้ามคืน ชาญและสะใภ้แก้มตื่นช็อกหัวใจหล่นลวบรีบเกร็งนิ้วชักเรียวมือสะสางสลัดแยกออกจากกันพัลวันทันท่วงที เอกยืนนิ่งกอดอกแน่นหน้าอกจ้องเขม็งเพ่งพิจารณาตรงมาที่ภาพฉากล้างจานเบื้องหน้าด้วยอาการนิ่งสงบเงียบงันปานรูปปั้นปูน แววตาดำขลับคู่เรียวคมกริบของเขากวาดสายตาจ้องเกาะติดมองพิกัดที่ระดับความเปียกชื้นของง่ามมือที่เพิ่งลนลานแยกออกจากกัน สลับกับสายตาจ้องเขม็งเพ่งเล็งมาที่แหวนหยกเก่าบนนิ้วก้อยข้างซ้ายของชาญผู้เป็นบิดาอย่างเย็นชา ปราศจากความรู้สึกอ่อนโยนใดๆ ดุจพญามัจจุราชจ้องเก็บดวงวิญญาณคนบาป เอกขยับเหยียดมุมปากเล็กน้อยก่อนเอ่ยปากถามถามด้วยระดับน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ความรู้สึก เสียดแทงทะลวงแตกร้าวสะท้านสะเทือนลึกเข้าไปในจิตกมลความผิดของสองชู้พ่อผัวและสะใภ้รักสะท้านอก:


    "ทำอะไรกันอยู่เหรอครับ... พ่อ? แก้ม?"


    น้ำเสียงเย็นชาเฉียบคม เนิบนาบนิ่งเงียบแต่แฝงโทนน่าหวาดผวาขวัญหนีของเอกกระชากประสาทชู้เกร็งสั่นสะท้านสะทกปอด ประหนึ่งเสียงไม้ขีดก้านแรกที่เพิ่งจุดสว่างวาบจ่อตรงแนบสายชนวนดินระเบิดลูกระเบิดเวลาชี้ตายใต้ตอม่อสะพานปูนคอนกรีตชำรุด ที่กำลังส่งเสียงเดินวินาทีติ๊ก... ติ๊ก... ติ๊ก... กวัดแกว่งวิกฤตชะตากรรม รอคอยเวลาระเบิดเวลาทำลายล้างความชู้บาปรักร้อนรักต้องห้ามสะใภ้พ่อผัวให้พังถล่มทลายสลายกลายเป็นเถ้าถ่านฉิบหายจมใต้โคลนตมกิเลสบาปไปคู่วินาทีสะท้านลุ้นระทึกเงียบงันสะกดลมหายใจสิ้นลายหมดรูปคามือพังทลายลงจริงๆ!