เกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ)

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 76 สามก๊ก

            ฟางซิ่นยิ้มอย่างกระอักกระอ่วนและลูบจมูกของเขาไปมากงจื้อหมิงเองก็ไม่รู้จะพูดอย่างไรกับผู้อาวุโสคนนี้ที่ดื้อรั้นเหมือนเด็กขึ้นทุกวันเขาจึงพูดพร้อมยิ้มเจื่อนๆ ว่า “ลำบากลุงเหว่ยแล้ว เมื่อครู่นี้ข้างนอกเพิ่งจะส่งเหล้าชั้นดีมาให้หลายไหหากว่าลุงเหว่ยไม่รังเกียจคืนนี้ก็ลองเปิดชิมดูสักไหว่ากันว่าเป็นเหล้าโบราณที่หมักเอาไว้กว่าสามสิบปีของสกุลสวิน”

            “เจ้าเด็กบ้า ทำไมมีเหล้าชั้นดีในห้องเก็บของแล้วไม่บอกข้าให้เร็วกว่านี้ข้าเหนื่อยจนปากแห้งลิ้นแห้งหมดแล้ว ข้าจะไปเอามาดื่มสักไหเพื่อดับกระหายสักหน่อย”

            หลังจากพูดอย่างนั้นผู้อาวุโสก็ทิ้งทุกคนไว้และเดินจากไป ติงเหว่ยร้อนใจจนเกือบจะเอ่ยปากห้ามเอาไว้แต่แล้วก็เห็นผู้อาวุโสดึงซานอีโยนเข้ามาจากที่ประตู “เจ้าหนุ่มซาน การถอนเข็มปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าก็แล้วกันหากเจ้ากล้าทำผิดพลาดแม้แต่น้อยข้าจะทำให้เจ้าสลบแล้วเอาไปทิ้งในภูเขาให้ยุงกินซะ!”

            ทันทีที่พูดจบคนคนนั้นก็หายไปไม่เห็นแม้แต่เงา

            ซานอีลุกขึ้นมาอย่างยากลำบากเขาลูบบาดแผลของเขาที่เกือบจะเปิดออกอีกครั้งจากนั้นก็ทำหน้าตาบูดบึ้งและยกมือขึ้นพร้อมตำหนิว่า“ผู้อาวุโสคนนี้ ใครจะไปเดาออกว่าเขาเป็นหมอเทวดากัน?เขาเป็นขี้เมาชัดๆ!”

            “ฮ่าฮ่าฮ่า!” ฟางซิ่นตลกมากจนใช้พัดตีไปที่ฝ่ามือเสียงดังส่วนติงเหว่ยก็ถูกผู้อาวุโสทำให้หัวเราะไม่ได้ร้องไห้ก็ไม่ออก นางก้มหน้ามองเห็นเหงื่อบางๆบนหน้าผากของกงจื้อหมิง จึงกระซิบเบาๆ ว่า “นายน้อย อีกหนึ่งเค่อก็ถอนเข็มได้แล้วท่านอาจารย์บอกว่ายาสมุนไพรที่ใช้แก้พิษไม่แสลงกับเหล้า หากดื่มสักหน่อยทุกวัน กลับจะทำให้เลือดไหลเวียนดียิ่งขึ้นถ้าเช่นนั้นกลางวันนี้ข้าจะผัดกับข้าวสักสองอย่างแล้วนายน้อยดื่มกับคุณชายฟางสักสองแก้วเป็นเช่นไร?”

            กงจื้อหมิงมองดูสตรีที่แววตาเต็มไปด้วยความห่วงใยในใจของเขาก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา ราวกับว่าอาการชาบนร่างกายบรรเทาลงไปมาก เขาจึงพยักหน้าและพูดออกมาด้วยรอยยิ้มที่หาได้ยากยิ่งว่า“ตกลง”

            เวลาผ่านไปหนึ่งเค่ออย่างรวดเร็วซานอีค่อยๆ ถอนเข็มทองคำขึ้นมาอย่างระมัดระวังติงเหว่ยเมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรผิดปกติจึงขอตัวไปห้องครัวเพื่อเตรียมอาหารกลางวันเฟิงจิ่วกระโดดออกมาจากมุมห้องแล้วช่วยเจ้านายของเขาแต่งตัวจากนั้นก็ประคองเขากลับไปที่ห้องอ่านหนังสืออีกครั้ง

            ……

            ฟางซิ่นนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้เขาจึงเอ่ยถามทันทีที่นั่งลงว่า “เทียนเป่า มีข่าวส่งมาจากเมืองหลวงอย่างนั้นหรือ?”

            กงจื้อหมิงจิบชาอุ่นๆเข้าไปหนึ่งคำ เขาส่ายหน้าและพูดออกมาด้วยเสียงจริงจังว่า “เจ้าฟังข้าเล่าเรื่องหนึ่งสักหน่อย”

            “เรื่องเล่าอย่างนั้นหรือ?” ฟางซิ่นไม่เข้าใจว่าเหตุใดจู่ๆเพื่อนของเขาถึงสนใจมากขนาดนี้ ดังนั้นเขาจึงพูดว่า “เอาสิ เล่ามาเลย”

            กงจื้อหมิงที่เห็นว่านายน้อยฟางมีท่าทีดูเฉยเมยก็ไม่ได้สนใจเขาเอ่ยปากเล่าขึ้นมาทันที

            เดิมทีเขาก็เป็นคนมีพรสวรรค์อยู่แล้วหากไม่เป็นเพราะว่าเขาฝึกฝนศิลปะการต่อสู้และสืบทอดอู่โห่วฝูมาตั้งแต่เด็กเกรงว่าตำแหน่งจอหงวนในสาขาวรรณกรรมคงไม่มีทางที่คนอื่นจะได้รับไป

            ภายในหนึ่งเค่อเรื่องราวบทนำที่ติงเหว่ยเล่าให้ฟังเมื่อสักครู่ก็ถูกเขาเล่าออกมาอีกครั้งโดยไม่ตกหล่นสักคำเดียว

            ยิ่งฟางซิ่นฟังมากเท่าไรเขาก็ยิ่งมีสีหน้าเคร่งขรึมมากเท่านั้นรอจนฟังจบเขาก็ยื่นมือออกไปคว้าแขนเสื้อของสหายสนิทโดยไม่รู้ตัว“เรื่องเล่านี้มีชื่อว่าอะไร และเจ้าไปได้ยินมาจากที่ไหนกัน?”

            “สามก๊ก แม่นางติงเพิ่งจะเล่าเมื่อครู่นี้!”

            “ดี ช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ!” พัดของฟางซิ่นกระแทกลงบนฝ่ามืออย่างแรงและใบหน้าของเขาก็แดงก่ำไปด้วยความตื่นเต้น “เทียนเป่า เรื่องเล่าเรื่องนี้ไม่ใช่สิ เรี่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่าอีกต่อไป ควรค่าให้คัดลอกเป็นหนังสือจากนั้นเผยแผ่ออกไปทั่วโลก!”

            กงจื้อหมิงเองก็พยักหน้าดวงตาของเขาทอแสงขึ้นมาครู่หนึ่ง “นี่เป็นเพียงบทนำข้าได้ยินมาว่าต่อไปจะมีกลยุทธ์มากมายนับไม่ถ้วน”

            ฟางซิ่นยืนขึ้นและเดินไปรอบๆห้องสองรอบ เขาตะโกนออกมาอย่างร้อนใจว่า “แม่นางติงจะเล่าอีกครั้งเมื่อไร ครั้งนี้อย่าลืมเรียกข้าไปด้วยร่วมสาบานเป็นพี่น้องกัน ณ สวนท้อ กรีดเลือดตกลงเป็นพันธมิตรแค่ได้ฟังก็รู้สึกตื่นเต้นจนเลือดสูบฉีดขึ้นมา!”

            “พรุ่งนี้ตอนที่แช่สมุนไพร เจ้าเองก็มาด้วยกันสิ”กงจื้อหมิงตอบไปอย่างสบายๆ จากนั้นก็หันไปสั่งเฟิงจิ่วที่อยู่ตรงมุมห้องว่า“ถ่ายทอดคำสั่งออกไป เรื่องเล่าเรื่องนี้ห้ามเล็ดลอดออกไปนอกเรือนเด็ดขาด”

            เฟิงจิ่วรีบตอบรับอย่างรวดเร็วและหันหลังเดินออกไปเห็นได้ชัดว่านายท่านมีเจตนาต้องการใช้ประโยชน์ หากใครไม่ระวังและเผลอปากมากก็จะทำลายเรื่องใหญ่ของนายท่านได้

            โชคดีที่เพิ่งผ่านไปมานานเฟิงอีเองก็ไม่ใช่พวกฮูหยินปากเปราะ แต่เขาเล่าให้หลินอีและฮั่วอีฟังไปแล้วหลังจากที่ได้รับคำสั่งเขาก็ปิดปากเงียบไปโดยปริยาย

            ติงเหว่ยไม่ได้รู้เลยว่าเรื่องที่นางเล่าออกไปอย่างไม่ได้ตั้งใจนั้นจะทำให้เกิดเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ขึ้นมากมาย ถึงขั้นที่ว่าหลายปีหลังจากนี้หนังสือที่เป็นนิทานเอาไว้อ่านก่อนนอนของนางตอนยังเป็นเด็กจะกลายเป็นหนังสือรวมกลยุทธ์ที่ราชวงศ์ซีเฮ่าจำเป็นต้องศึกษา

            ขณะนี้นางกำลังท่องหนังสือทักษะทางการแพทย์ไปด้วยและต้มไก่บนเตาไปด้วย ในลานบ้านยามนี้ท้องฟ้าปลอดโปร่ง เฉิงเหนียงจื่อกำลังเย็บเสื่อน้ำมันผืนหนึ่งและบนเสื่อน้ำมันก็ยังมีผ้าห่มที่ทำจากผ้าฝ้ายหนาๆส่วนอันเกอเอ๋อร์กำลังสวมชุดสีแดงวิ่งเล่นหัวเราะคิกคักจนผมเปียเล็กๆที่อยู่ด้านหลังสะบัดไปสะบัดมา ทำให้คนที่ได้ฟังต่างก็มีความสุขเป็นอย่างมาก…

            ……

            เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากที่กินอาหารเช้าเสร็จก็เป็นเวลาล้างพิษติงเหว่ยเปลี่ยนชุดเป็นชุดผ้าฝ้ายกันเปื้อนเดินออกมาจากห้องข้างๆ นอกจากจะเห็นเฟิงฮั่ว หลินทั้งสามคนแล้ว ที่ตามมุมลานบ้านยังมีองครักษ์เพิ่มขึ้นมาไม่น้อย นางกะพริบตาอย่างสงสัยแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากจากนั้นก็เดินเข้าห้องอาบน้ำไป

            เฟิงจิ่วที่กำลังเทน้ำร้อนลงในอ่างอาบน้ำเมื่อเขาเห็นนางเดินเข้ามาก็ยิ้มแล้วพูดว่า “พี่ติงเมื่อคืนข้าจับจิ้งหรีดดำได้สองตัว เพิ่งจะให้หลินลิ่วเข้าไปหาขวดโหลในเมืองจากนั้นค่อยเอาไปให้อันเกอเอ๋อร์เล่นอะไรแปลกใหม่”

            ติงเหว่ยฟังแล้วก็รู้สึกขบขับนางพูดอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรว่า “อันเกอเอ๋อร์เพิ่งจะอายุเท่าไรเองเขาจะเล่นจิ้งหรีดเป็นได้ยังไง? เขายังเด็กอยู่หากว่าโตมากกว่านี้อีกสักหน่อยเกรงว่าจะถูกพวกเจ้าเอาใจจนเป็นคุณชายจอมเอาแต่ใจเป็นแน่!”

            “ไม่หรอก ไม่หรอก” เฟิงจิ่วโบกมืออย่างรวดเร็วและตอบด้วยรอยยิ้มอย่างมั่นใจ“เมื่ออันเกอเอ๋อร์เติบโตขึ้นเขาจะเชี่ยวชาญทั้งบุ๋นและบู๊ไม่แน่ว่าเขาอาจกลายเป็นคุณชายอันดับหนึ่งของซีเฮ่าด้วยซ้ำไป!”

            “คุณชายอันดับหนึ่งอย่างนั้นหรือ? ในซีเฮ่านอกจากข้าแล้วยังมีใครกล้ารับตำแหน่งนี้อีกหรือ?”ฟางซิ่นเกรงว่าเขาจะพลาดโอกาสในการฟังเรื่องเล่าไปก็เลยรีบมาก่อนอย่างรวดเร็วทำให้บังเอิญได้ยินครึ่งประโยคหลังพอดี เขาจึงอดไม่ได้ที่จะพูดล้อเล่นแทรกขึ้นมา

            ติงเหว่ยที่ไม่กี่วันมานี้เริ่มคุ้นเคยกับเขาและนางเองก็ขาดความเคารพนับถือต่อเขาไปตั้งนานแล้วเมื่อได้ยินเช่นนี้ก็กลอกตาขึ้นและพูดอย่างดูถูกว่า “นายน้อยฟางอย่าได้กังวลไปเมื่ออันเกอเอ๋อร์ของข้าโตแล้วเขาจะสอบจอหงวนรับรองว่าไม่เหมือนคุณชายเจ้าสำราญเช่นท่านอย่างแน่นอน!”

            “พรวด!” เฟิงจิ่วอยู่กับนายท่านของเขามาตั้งแต่เด็กเขาแทบจะไม่เคยเห็นนายน้อยฟางที่อ้างตัวว่าอ่อนโยนและมีเสน่ห์จะถูกทำให้พ่ายแพ้เช่นนี้มาก่อนทำให้ฟางซิ่นประหม่าจนต้องใช้พัดตีไปที่ท้ายทอย เขาพูดอย่างสงสัยว่า “เอ๋พูดถึงอันเกอเอ๋อร์อย่างนั้นหรอกหรือ เหอะๆ ให้เด็กน้อยเติบโตอย่างปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุด”

            ติงเหว่ยไม่รู้จะทำอย่างไรกับนิสัยขี้เกียจจนตัวเป็นขนของเขาดีนางจึงจับเขามาช่วยหยิบยาและโยนลงไปในอ่างน้ำตามลำดับเพื่อแช่เอาไว้

            ฟางซิ่นเสียบพัดไว้ที่คอเสื้อด้านหลังเขานึกถึงเรื่องเล่าเมื่อวานที่ได้ฟังก็อดไม่ได้ที่จะพูดเร่งออกมาว่า “ยังไงก็ต้องใช้เวลาอีกสักพักถึงจะให้เทียนเป่าแช่น้ำได้มิสู้เล่าเรื่องก่อนสักส่วนเป็นยังไง?”

            เฟิงจิ่วเองก็เป็นผู้ฟังที่ซื่อสัตย์ตั้งแต่เมื่อวานที่ได้รับคำสั่งจากนายท่านก็เห็นได้ชัดว่าไม่ได้จะกันพวกเหล่าองครักษ์ออกไปดังนั้นตอนนี้เมื่อได้ยินนายน้อยฟางแนะนำขึ้นมา เขาเองก็รีบวิ่งเข้าไปทันทีถึงขั้นที่ว่าในมือของเขายังถือฟืนเอาไว้อยู่ รวมถึงน้ำในหม้อที่เพิ่งเดือดไปครึ่งเดียวก็ไม่สนใจแล้ว

            ติงเหว่ยคิดไม่ถึงเลยว่าเมื่อวานก็แค่เล่าเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจและบรรเทาความเจ็บปวดลงบ้างเท่านั้นนางถึงได้พูดออกไปอย่างสบายๆ ไม่นึกว่าจะได้รับการต้อนรับเช่นนี้?

            แต่เมื่อนางนึกถึงไม่กี่วันก่อนที่เฉิงเหนียงจื่อเล่าเรื่องผีสางเทวดาให้ต้าหวาฟังนางเองก็ไม่แปลกใจแล้ว

            อุตสาหกรรมบันเทิงในยุคสมัยนี้ยังไม่ค่อยพัฒนาเท่าไรไม่ต้องพูดถึงซีรี่ย์และภาพยนตร์ แค่หนังสือเล่าเรื่องก็หาได้ยากแล้วต่อให้จะมีปรากฏในโรงน้ำชาบ้างสักครั้งสองครั้งแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเรื่องตลกภายในครอบครัวเสียมากกว่า เช่นหากลูกสะใภ้คนไหนไม่กตัญญูก็จะถูกฟ้าดินลงโทษอะไรพวกนั้น

            เรื่องเหมือนสามก๊กที่มีภูมิหลังอันยิ่งใหญ่และมีเรื่องหักมุมน่าตื่นเต้นก็มีอยู่ไม่มากยิ่งไปกว่านั้นกงจื้อหมิงฟางซิ่นแล้วก็ยังมีเหล่าองครักษ์ทั้งหลายที่ไม่พรางตัวอยู่ในเมืองหลวงก็เป็นทหารที่ชนะในสงครามกลับมาสำหรับเรื่องราวแห่งอำนาจและแผนการเช่นนี้เป็นเรื่องปกติที่พวกเขาจะชื่นชอบหรือหมกมุ่นอยู่กับมัน

            ในเมื่อเป็นเช่นนี้หากในอนาคตนางตกระกำลำบากขึ้นมานางก็ยังสามารถเขียนหนังสือไปขายหรืออาจเป็นนักเล่าเรื่องเพื่อหาเลี้ยงชีพก็ยังได้

            เมื่อคิดได้เช่นนี้นางก็อดไม่ได้ที่จะอารมณ์ดีขึ้นมาแต่อีกครู่เดียวกงจื้อหมิงก็จะเริ่มแช่ยาสมุนไพรแล้วพอถึงตอนนั้นนางก็จะต้องเล่าเรื่องที่เล่าไปก่อนอีกรอบหนึ่ง ดังนั้นนางจึงตัดสินใจปฏิเสธ“ข้าไม่เล่า อีกเดี๋ยวนายน้อยมาแล้วค่อยเล่าพร้อมกันทีเดียว”

            “ไอ้หยา แม่นางติงอย่าขี้เหนียวไปเลย แค่ส่วนเล็กๆ เล่าแค่ส่วนเล็กๆก่อนก็พอแล้ว โจโฉคิดอะไรออกกันแน่? เมื่อวานข้าเอาแต่คิดเรื่องนี้ทั้งคืนจนนอนไม่หลับเลยด้วยซ้ำ!”

            ฟางซิ่นทำหน้าบูดบึ้งด้วยความร้อนใจเขายกมือขึ้นและโยนสมุนไพรทิ้งไป ติงเหว่ยถลึงตามองเขาอย่างโมโห นางเข้าไปแย่งถุงสมุนไพรคืนมาและไม่ยอมให้เขาช่วยเหลืออีก

            “ยังไงเจ้าก็นอนคิดมาตั้งหนึ่งคืนแล้วแค่รออีกไม่ถึงครึ่งเค่อก็ไม่ต่างกัน!”

            “ต่างสิ ทำไมจะไม่ต่างล่ะ!” ฟางซิ่นเดินวนไปรอบๆ อ่างแล้วขอร้องออกมา“ขอแค่ประโยคเดียวเท่านั้น เจ้าบอกข้าว่าโจโฉคิดอะไรออกมาได้ก็พอแล้ว!”

            แต่น่าเสียดายที่ติงเหว่ยตั้งใจแน่วแน่แล้วว่านางจะไม่พูดออกมาเขาโกรธจนไม่รู้จะทำอย่างไร จึงหันหลังกลับและวิ่งไปที่ห้องหนังสือเพื่อเร่งสหายสนิท“รีบเก็บของไปแช่สมุนไพรได้แล้ว ทุกคนรอให้เจ้าไปจะได้ฟังเรื่องเล่าด้วยกันอยู่ข้าร้อนใจจะตายอยู่แล้ว! แม่นางติงเองก็ไม่ยอมพูดอะไรสักประโยค”

            ……

            กงจื้อหมิงกำลังเขียนเรื่องราวที่เขาได้ฟังเมื่อวานนี้อย่างเงียบๆยิ่งเขาเขียนมากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกสงสัยและชื่นชมมากขึ้นเท่านั้นไม่ต้องพูดถึงว่าเบื้องหลังของเรื่องนี้ยิ่งใหญ่เพียงไรแค่พูดถึงตัวละครที่มากมายและโครงเรื่องที่หักมุมจนเป็นเรื่องยากสำหรับคนส่วนใหญ่ที่จะแยกแยะออกได้อย่างชัดเจนหลังจากที่ได้ฟังเพียงแค่หนึ่งครั้งทว่าติงเหว่ยกลับพูดออกมาอย่างสบายๆราวกับทุกตัวอักษรในเรื่องนี้ถูกจารึกไว้ในหัวใจของนางอย่างไรอย่างนั้น

            และแน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือนางเป็นหญิงสาวในครอบครัวชาวนาแล้วไปฟังเรื่องนี้มาจากที่ใด? หรือว่านางเป็นลูกศิษย์ของท่านย่าเทวาภูเขาจริงๆ

            ทันใดนั้นฟางซิ่นก็บุกเข้ามาทำให้เขากลับมามีสติอีกครั้งเมื่อได้ยินคำบ่นเหล่านี้เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกอบอุ่นและตลกอยู่ในใจไม่ว่าที่มาของนางจะแปลกประหลาดสักแค่ไหน แต่ตอนนี้นางก็เป็นสตรีของเขาและเป็นแม่แท้ๆของลูกชายเขา ต่อให้นางจะเป็นลูกศิษย์ของเทวาภูเขาแล้วอย่างไรแค่เก็บนางไว้ในโลกมนุษย์ก็พอแล้ว

            “ตกลง ข้าเองก็อยากฟังส่วนที่เหลือต่อเหมือนกันเจ้าช่วยประคองข้าลุกขึ้นหน่อย”

            “รับทราบขอรับ ท่านแม่ทัพข้าน้อยจะช่วยปรนนิบัติรับใช้ให้ท่านเปลี่ยนเสื้อผ้าทันที!”ฟางซิ่นรีบก้าวไปข้างหน้า หยิบเสื้อผ้าและไม้ค้ำยันมาให้เขาปรนนิบัติรับใช้อย่างกระตือรือร้นมากกว่าเฟิงจิ่วเสียอีกไม่เหลือท่าทีของคุณชายหยิ่งผยองเลยแม้แต่น้อย

            รอยยิ้มในดวงตาของกงจื้อหมิงยิ่งเพิ่มมากขึ้นเขาลดมือลงเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างช้าๆ ทำให้ฟางซิ่นเร่งเร้าเขาไม่หยุดดังนั้นเขาจึงหัวเราะออกมาหนักกว่าเดิม

            คิดไม่ถึงว่าฟางซิ่นที่คอยมองหน้าเขาเป็นระยะจู่ๆก็เงียบลงอย่างน่าแปลกใจ หลังจากนั้นครู่ใหญ่เขาก็พูดออกมาว่า “เทียนเป่าหากว่า…ไม่กลับไปเมืองหลวง เจ้าสามารถอยู่ที่นี่ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไปตลอดชีวิตก็ไม่ได้มีอะไรไม่ดีนี่นาอย่างน้อยตอนเจ้าอยู่ที่เมืองหลวงก็ไม่เคยหัวเราะอย่างสบายใจขนาดนี้มาก่อน”

            กงจื้อหมิงคว้าไม้ค้ำยันและหยุดกะทันหันแต่ในช่วงเวลาถัดมาเขาก็พยายามใช้แขนอย่างสุดแรงและลุกขึ้นยืนอย่างมั่นคงเขาหันหูไปด้านข้างเล็กน้อยและฟังอยู่ครู่ใหญ่จากนั้นเขาก็พูดออกมาด้วยเสียงราบเรียบว่า “เหวินหลานครั้งนี้ข้าจำเป็นต้องทำให้แผ่นดินซีเฮ่ากลับมาเป็นของสกุลกงจื้อและข้าเองก็มีเหตุผลที่ต้องทำเช่นนั้นด้วย!”

            หลังจากพูดจบกงจื้อหมิงก็ค่อยๆเดินออกไปจากห้อง ปล่อยให้ฟางซิ่นมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยความสงสัยลุงอวิ๋นกำลังอุ้มอันเกอเอ๋อร์ให้ขี่อยู่บนคอของเขาและวิ่งไปรอบๆ ลานอย่างบ้าคลั่งอันเกอเอ๋อร์เองก็กำลังอยู่ในวัยซุกซน มือเล็กๆ ของเขาจับปอยผมของผู้อาวุโสเอาไว้เขาหัวเราะคิกคักเสียงดัง องครักษ์หลายคนที่ได้ยินต่างก็พากันยิ้มออกมา

            ทุกอย่างก็เหมือนเมื่อก่อนไม่มีอะไรที่ผิดแปลกไปจากเดิมอะไรกันที่ทำให้พี่น้องและสหายคนสนิทของเขายืนกรานที่จะกระโดดเข้าไปในหลุมแห่งความมั่งคั่งและอำนาจและจำเป็นต้องสู้ฝ่าฟันบนเส้นทางที่นองไปด้วยเลือดเพื่อแย่งแผ่นดินซีเฮ่ากลับมา?เป็นเพราะการแก้แค้นเท่านั้นจริงๆ หรือ?

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นหม่ามี้ของเจ้าก้อนก้อน (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747