บทที่ 68
ปลดล็อกสินค้าความดีใหม่
ดวงตาเบิกกว้างขึ้น ท่ามกลางบทสนทนาซูฉีพบเจอเหตุการณ์บางอย่าง ภาพความทรงจำที่แทรกขึ้นมาภายในหัวพร้อมกับเสียงที่ดังขึ้น
นางรู้ได้ในทันทีระบบเกิดการปลดล็อค นี่มันเหมือนกับตอนที่นางสามารถใช้ร้านความดีได้
ฮุ่ยหวงมองเห็นคุณหนูของมันแสดงใบหน้าตกใจราวกับพบเจอเรื่องแปลกประหลาด เด็กหนุ่มยิ่งแสดงแววตาฉงน “ มีอะไรอย่างนั้นหรือขอรับคุณหนูเหตุใดจึงแสดงใบหน้าแบบนั้น ”
“ หรือว่าแดดร้อนเกินไปท่านไม่สบายอย่างนั้นหรือขอรับ ”
เมื่อได้ยินเสียงของเด็กหนุ่มซูฉีดึงสติของนางกับ หันมองฮุ่ยหวงก่อนจะกล่าว “ ไม่มีอันใดแดดอาจจะร้อนเกินไปจริงๆข้าขอไปพักสักหน่อย”
นางรีบหาข้ออ้างออกมาจากจุดนั้นอย่างรวดเร็ว ซูฉีเดินทางกลับจากสวนไปยังบ้านพักของนาง
เมื่อนางเดินทางกลับมาถึงสิ่งที่นางทำก็คือเข้าไปภายใน นางเดินทางเข้าไปภายในห้องเข้าสู่ท่านั่งสมาธิใช้สติของตนจมดิ่งลงไปภายในพ่วงภวังค์แห่งความคิด
…
รอบๆกายถูกปกคลุมด้วยความมืดมิด แสงสว่างไสวปรากฏขึ้นด้านหน้าล่างของดวงจิต ซูชิที่ล่องลอยอยู่ท่ามกลางความมืดมองไป
พบเห็นแสงสว่างซะไว้เป็นข้อความปริศนาสีฟ้า
[ สินค้าใหม่ภายในร้านค้าความดีปลดล็อค ]
[ ของวิเศษที่ท่านสามารถซื้อได้มีสิทธิ์การเข้าถึงที่เพิ่มขึ้น ]
ตัวอักษรสีฟ้าปรากฏขึ้นมา ซูฉีมั่นใจได้แล้วว่าร้านค้าของระบบมีการเปลี่ยนแปลงจริงๆ
“ ก่อนหน้านี้เราเองก็เคยคิดอยู่หรอก ว่าถ้าซื้อของสองสิ่งนั้นที่เป็นของวิเศษไปหมดแล้วมันจะมีอะไรปรากฏออกมาอีกหรือไม่ ”
“ แต่ว่ามันเองก็ไม่มีอะไรปรากฏ ดูเหมือนว่าในครั้งนี้จำเป็นต้องเว็บรอเวลาสินะ ของวิเศษจะปรากฏออกมาอีกแล้ว ”
นางมองสิ่งที่อยู่ด้านหน้าอย่างตาไม่กระพริบ ก่อนที่ตัวอักษรส่องแสงสว่างไสวที่อยู่ท่ามกลางความมืดจะเปลี่ยนไป
มันแสดงออกมาถึงของวิเศษที่ถูกเพิ่มเข้ามาภายในร้านค้าความดี
[ รายการของวิเศษที่สามารถซื้อได้ภายในร้านค้าความดี ]
[ แว่นตาหยั่งรู้ ใช้แต้มความดีห้าพันแต้มในการซื้อ ]
[ กำไรห้วงมิติ ใช้แต้มความดีหนึ่งหมื่นแต้มในการแลกซื้อ ]
ซูฉีเห็นของที่อยู่เบื้องหน้าของนาง “ พวกนี้คือของที่ถูกเพิ่มเข้ามาใหม่ภายในร้านค้าความดีอย่างนี้ ”
นางยกมือขึ้นมาลูบคางแล้วก็เอียงคอไปมาอย่างสงสัย เป็นเพราะว่านางไม่รู้ว่าของที่อยู่ด้านหน้าของนางในยามนี้มันใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง
[ แว่นตาหยั่งรู้ เมื่อสวมใส่ของวิเศษชิ้นนี้ดวงตาที่มองผ่านแว่นตาพบเห็นและแยกแยะพลังวิญญาณได้ดีมากขึ้น หรือแม้กระทั่งการอ่านปริศนาการวิเคราะห์กลไกของพลังวิญญาณจะเพิ่มขึ้นหลายเท่า ]
เมื่อมองเห็นคำอธิบายที่อยู่เบื้องหน้าดวงตาซูฉีเบิกกว้างจนแทบจะล้นจากเบ้าตา “ วิเคราะห์ดีขึ้นอย่างงั้นหรอ”
“ แสดงว่าสามารถใช้กับการอ่านอักขระได้ด้วยสินะ ” แม้ว่าจะไม่มั่นใจนักแต่นางคิดว่ามันอาจจะมีส่วนในการช่วยกันแยกแยะอักขระ
กล่าวถึงการแยกแยะพลังวิญญาณ แน่นอนว่าอักขระเองก็เป็นพลังวิญญาณที่ถูกสร้างขึ้นมาในรูปแบบกลไก
นางคิดว่ามันน่าจะสามารถใช้ร่วมกันได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มั่นใจมากนักแต่มันเองก็มีโอกาส
[ คำแนะนำจากร้านค้า แว่นหยั่งรู้เป็นของวิเศษที่สามารถแยกแยะชั้นของอักขระได้ ]
เมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏอยู่ด้านหน้านางก็มั่นใจได้แล้วว่ามันสามารถใช้งานร่วมกันได้ เพียงแค่นี้หนทางมืดบอดที่เผชิญอยู่เป็นเวลาหลายวันมันเองก็พบเจอแสงสว่างสักที
ถ้าให้นางฝึกพลังอ่านวิญญาณด้วยตนเองคงจะไม่สามารถแยกแยะอักขระได้โดยเร็ววันอย่างแน่นอน
แต่ว่าเจ้าของสิ่งนี้มันสามารถใช้ได้เพียงแค่มีของวิเศษจากร้านค้าจากระบบ มันเองก็สามารถทำให้นางล่วงรู้ความซับซ้อนของอักขระ
มันจะทำให้นางสามารถทำเรื่องที่นางได้รับการไหว้วานมาสำเร็จ
“ แต้มความดีที่ใช้ในการซื้อห้าพันแต้มเลยอย่างงั้นหรอเพิ่มสูงขึ้นจากของวิเศษก่อนหน้านี้อีก ”
“ แต้มความดีที่เรามีอยู่ในตอนนี้คือประมาณสี่พันสามร้อยซึ่งมันไม่มากพอกับการซื้อคงจะต้องรอไปอีกสักพัก ”
นางมีแต้มความดีเพียงแค่สี่พันแต้มเท่านั้นถ้าอยากจะซื้อของวิเศษชิ้นนี้มั่นคงจะต้องใช้เวลาอีกสักพัก“”
อย่างที่รู้กันดีในตอนนี้นางมีแต้มความดีที่ได้รับในแต่ละวันค่อนข้างจะสม่ำเสมอ แถมปัจจัยในการใช้พลังวิญญาณก็เพิ่ม
ก่อนหน้านี้นางมีเพียงแค่การนำเอาพลังวิญญาณไปหมักสุราและนำสุราพวกนั้นไปขายเท่านั้น
แต้มความดีที่ใช้ในแต่ละวันจึงไม่มาก แต่ในตอนนี้มันแตกต่างกันออกไปซูฉีต้องนำเอาแต้มความดีบางส่วนและพลังวิญญาณให้
เพราะว่าต้องการเอาพลังวิญญาณส่วนนั้นไปใช้กับแหวนพฤกษาที่มีคุณสมบัติในการเร่งการเจริญเติบโตของพืช
เพราะแบบนั้นปัจจัยในการใช้แต้มความดีในแต่ละวันของนางเองก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน
มันเลยทำให้ยามนี้การจะรวบรวมแต้มความดีเก็บเอาไว้ในแต่ละครั้งมันเลยเป็นเรื่องที่ยากเย็น ถ้านางอยากจะได้พลังวิญญาณหรือว่าแต้มความดีที่เพิ่มขึ้นในการใช้สื่อของพวกนี้ก็คงจะต้องหาวิธีการสร้างแต้มความดีที่มากขึ้น
“ เอาอย่างไรดียามนี้แต้มความดีมีจำกัดห้าพันแต้มขาดอีกประมาณเจ็ดร้อย ”
“ เอาเถอะเจ็ดร้อยแต้มถ้าใช้ในการรวบรวมสักประมาณสามถึงสี่วันก็น่าจะได้ ” ซูฉีคิดแบบนั้นกว่าจะซื้อของชิ้นนี้ได้ก็น่าจะต้องรออีกสามถึงสี่วัน
…
ผ่านไปประมาณสี่วันเต็มๆ
ซูฉีเฝ้ารอในการซื้อของวิเศษชิ้นนั้นในที่สุดนางก็เก็บรวบรวมแต้มความดีจนครบ
“ ในที่สุดก็ครบสักทีหลังจากที่เก็บรวบรวมด้านความดีมาตั้งหลายวัน ” ในที่สุดนางก็เก็บรวบรวมแต้มความดีจนครบ
อันที่จริงแล้วนางตื่นเต้นเล็กน้อย เพราะว่านางเองก็อยากจะรู้เช่นเดียวกันว่าเจ้าผ้าปริศนาผืนนี่มันมีความลับอะไรซ่อนอยู่
[ ท่านได้ทำการซื้อแว่นหยั่งรู้ แต้มความดีของท่านที่เหลืออยู่สองร้อยแต้ม ]
หลังจากที่ใช้งานแต้มความดีไปยามนี้แต้มความดีของนางเหลือเพียงแค่สองร้อยแต้มเท่านั้น การได้เห็นดีจำนวนมากที่รวบรวมมาอย่างยากลำบากหายไปภายในพริบตาในใจของนางรู้สึกราวกับแตกสลาย
แต่ก็ช่างเถอะอย่างไรเสียนางเองก็ได้ของที่ต้องการมาเรียบร้อยแล้ว
…
ดวงตาทั้งสองข้างค่อยๆเปิดขึ้นมาอย่างช้าๆ ซูฉีหลุดออกมาจากห้วงภวังค์แห่งความคิดที่นางจมดิ่งลึกลงไป
เมื่อหลุดออกมาจากห้วงภวังค์แห่งความคิดเรียบร้อยแล้วดวงตาทั้งสองข้างเปิด นางมองเห็นว่าภายในมือของนางมีแหวนปริศนาหนึ่งอันวาง
มันปรากฏขึ้นมาอย่างปริศนาเหมือนกับพวกวัตถุก่อนหน้านี้ที่ซื้อจากร้านค้า
ซูฉีเห็นแว่นตารูปทรงแปลกประหลาด มันมีรูปลักษณะเป็นแว่นตาสีดำทำมาจากวัสดุแข็งแต่ก็ยืดหยุ่นในคราวเดียวกัน
มันดูแปลกประหลาดตรงที่ว่าภายในยุคนี้มันไม่น่าจะมีของแบบนี้ปรากฏขึ้นมา ซูฉียกมันขึ้นมานางไม่รีรอที่จะไขปริศนาที่นางกำลังสงสัย
สิ่งที่นางทำคือการสวมใส่มันบนใบหน้าก่อนที่จะค่อยๆเดินออกไปอย่างรวดเร็ว นางรีบไปหยิบผ้าสีน้ำตาลเข้มที่นางกำลังสงสัยมาอย่าง
เมื่อหยิบมันมาเรียบร้อยแล้วสิ่งที่นางทำคือวางผ้านั้นลงเบื้องหน้า ผ้าสีน้ำตาลเข้มที่เป็นปริศนาถูกวางเอาไว้บนโต๊ะ
รีบใช้ดวงตาของนางจ้องมองสิ่งที่อยู่ แววตาของนางที่มองทะลุผ่านเลนส์แว่นปรากฏเห็นสีแบ่งอย่างที่มันแปลกประหลาด
สีของพลังวิญญาณปรากฏออกมาเป็นรูปร่าง นางเริ่มมองเห็นว่าของที่มันปรากฏออกมามันเริ่มแปรเปลี่ยนกลายเป็นรูปลักษณ์อักขระ
จากดวงตาของนางที่ไม่เคยมองเห็นยามนี้มองเห็นอย่างชัดเจน อักขระมันปรากฏขึ้นมาแสดงให้เห็น ลวดลายของอักขระที่ซับซ้อนตัวอักษรที่ปรากฏขึ้นมาทำให้นางมองอย่างไม่ละสายตา
“ พวกนี้สินะลวดลายอักขระที่ว่า… ”
มันดูแปลกประหลาดพิกลนางพยายามทำความเข้าใจ แต่ว่ามันเองก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ง่ายดายขนาดนั้น ถึงแม้ว่าจะมองเห็นอักขระแต่ต้องใช้เวลาทำความเข้าใจสักพักใหญ่ๆ
จบบท