เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 36 คิดแล้วก็รู้สึกไม่ยุติธรรมกับฮั่วเยี่ยนไหว

            ท่าทีอันเยือกเย็นของฮั่วเยี่ยนไหวหายไป เขานั่งตัวตรงทันที แววตาเต็มไปด้วยความดุดัน“เจ้าว่าอะไรนะ?”

            “กล่าวให้ถูกต้องคือเป็นเลือดจิ้งจอกหิมะพ่ะย่ะค่ะ”

            จิ้งจอกหิมะพันปีหาได้ยากยิ่งแม้แต่ฮั่วเยี่ยนไหวยังเคยเห็นเพียงจิ้งจอกน้อยตัวนี้เท่านั้น!

            “ไม่แน่ว่าอาจเป็นจิ้งจอกหิมะตัวอื่นพ่ะย่ะค่ะ!”อิ๋งเฟิงที่ยืนอยู่ด้านข้างขยิบตาให้คนชุดดำที่อยู่ตรงหน้าอย่างสุดแรง

            น่าเสียดายที่คนชุดดำไม่ได้ชายตามองจึงไม่เห็นว่าอิ๋งเฟิงขยิบตาให้ เขายังคงเอ่ยอย่างจริงจัง “จิ้งจอกตัวนั้นที่ท่านอ๋องทรงเลี้ยงไว้มีบาดแผลจากคมมีดที่ข้อเท้าหน้าพ่ะย่ะค่ะ”

            ปั้ก!

            อิ๋งเฟิงเดินโซซัดโซเซก่อนจะล้มลงกับพื้น

            อุณหภูมิภายในห้องลดลงอย่างรวดเร็วแม้ว่าจะจุดหั่วหลง[1]เอาไว้ ทว่ากลับรู้สึกหนาวยิ่งกว่าข้างนอกที่อากาศหนาวเหน็บเสียอีก

            ความจริงแล้วคนชุดดำไม่จำเป็นต้องพูดด้วยซ้ำ

            นับตั้งแต่ที่ฮั่วเยี่ยนไหวได้ยินคำว่าเลือดจิ้งจอกเขาก็คาดเดาได้ถึงเจ็ดหรือแปดส่วนแล้ว

            วันที่จิ้งจอกน้อยได้รับบาดเจ็บเขาได้ตรวจดูบาดแผลทั้งหมดบนร่างของมันแล้ว เขาจึงย่อมมองเห็นรอยบาดแผลจากของมีคมนั้นเพียงแต่ในตอนนั้นเขาคิดว่าเป็นฝีมือของฉินจิ่นยวน

            “เจ้าเคยเห็นหลีเอ๋อร์ออกมาจากจวนสกุลไป๋หรือไม่?”

            คนชุดดำส่ายศีรษะ“กระหม่อมเพียงจับตาดูอยู่ไกลๆ เท่านั้น เพราะกระหม่อมพบว่าคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ดูเหมือนจะมีพื้นฐานวรยุทธ์อยู่บ้างนางไวต่อลมปราณเป็นอย่างยิ่ง กระหม่อมจึงไม่กล้าเข้าใกล้พ่ะย่ะค่ะ”

            “เข้าใจแล้ว เจ้าไปได้จับตาดูต่อไป”

            ขอเพียงจับตาดูอยู่ตลอดจะต้องมีตอนที่ความจริงเผยออกมาเป็นแน่

            “ท่านอ๋องท่านว่าคุณหนูใหญ่สกุลไป๋เป็นผู้บังคับให้จิ้งจอกน้อยทำเช่นนั้นหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”อิ๋งเฟิงเอ่ยปากเมื่อเห็นว่าสีหน้าของฮั่วเยี่ยนไหวดูมืดมน

            อิ๋งเฟิงนึกติเตียนจิ้งจอกน้อยอยู่ภายในใจเป็นพันเป็นหมื่นครั้ง

            กินของเจ้านายเขาดื่มของเจ้านายเขา แล้วยังนอนกับเจ้านายเขาอีก ทว่าผลลัพธ์น่ะหรือ? กลับเอาชีวิตตนเองไปช่วยผู้อื่น แล้วต้องให้เจ้านายเขาเป็นคนช่วยชีวิตเสียอย่างนั้น

            อิ๋งเฟิงคิดแล้วก็รู้สึกว่าเรื่องนี้ไม่ยุติธรรมกับฮั่วเยี่ยนไหวเลย!

            “นิสัยของมันดูเหมือนจะบังคับได้อย่างนั้นหรือ?”

            “...”

            “ไม่เลยพ่ะย่ะค่ะ”

            ในเวลานี้ ‘ตัวเอก’ที่ทั้งสองคนกล่าวถึงกำลังย่องเข้ามาในบ่อน้ำพุร้อนส่วนตัวของฮั่วเยี่ยนไหว

            ไอร้อนสีขาวลอยอ้อยอิ่งอยู่เหนือบ่อน้ำพุร้อนอากาศข้างนอกหนาวจัดจนหนาวเหน็บไปถึงกระดูก ทว่าข้างในราวกับวสันตฤดูสี่ฤดูกาล

            ฮั่วเยี่ยนไหวช่างรู้จักหาความบันเทิงเสียจริง

            ครึ่งชั่วยามต่อมา

            ฮั่วเยี่ยนไหวพาร่างอันเหนื่อยล้าลงไปแช่ในบ่อน้ำพุร้อนเขาถอดเสื้อผ้าออก เผยให้เห็นผิวสีทองแดงกล้ามเนื้อแข็งแรงเป็นลอนงดงาม มีเพียงผ้าคลุมตัวบดบังร่างกายส่วนล่างเท่านั้น

            เขาบิดคอที่ปวด เดินเท้าเปล่าอ้อมฉากกำบังลมและเตรียมจะลงไปแช่ในบ่อน้ำพุร้อน

            ทันใดนั้น สายตาของเขาก็นิ่งค้าง

            ก้อนบางอย่างลอยอยู่บนผิวน้ำอย่างไร้ชีวิตจิตใจมันเคลื่อนไหวไปตามระลอกคลื่น

            รูม่านตาของเขาหดลงทันทีมิน่าเล่า เขาหาจนทั่วแต่กลับไม่พบหลีเอ๋อร์ ที่แท้มันมาอยู่ตรงนี้นี่เอง!

            ทว่าเหตุใดมันถึงได้ลอยอยู่บนผิวน้ำได้?

            หรือเป็นตะคริวเพราะเจ็บแผลตอนแช่น้ำ...

            ฮั่วเยี่ยนไหวไม่กล้าคิดอีกต่อไปเขากระโดดลงไปในบ่อน้ำพุร้อนแล้วอุ้มเจ้าก้อนสีขาวออกมาวางไว้บนพื้นทันที

            ขนของจิ้งจอกน้อยเปียกโชกมันนอนขุดคู้เป็นก้อนกลมๆ ขนาดเล็กอยู่บนพื้น

            “หลีเอ๋อร์ หลีเอ๋อร์”

            เขาไม่สนใจหยดน้ำบนร่างกายของตนเองทำเพียงเช็ดหน้าลวกๆ เท่านั้น ก่อนจะผลักจิ้งจอกน้อยอย่างเบามือ พร้อมส่งเสียงเรียกสองครา

            ร่างกายของมันไม่ไหวติงแม้แต่น้อย

            สีหน้าของฮั่วเยี่ยนไหวแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยความหวาดกลัวที่อธิบายไม่ได้กำลังกลืนกินเขา เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเขาจะกลัวการสูญเสียหลีเอ๋อร์ถึงเพียงนี้

            แม้ว่ามันจะลอบออกจากจวนไปเขาก็ไม่เคยขัดขวางเพราะนั่นคืออิสรภาพของมัน และเขาก็เชื่อว่ามันจะต้องกลับมา

            ทว่าเขากลัวว่าจะต้องสูญเสียเจ้าตัวเล็กนี้ไปตลอดกาล

            เขาไม่รู้ว่าจะอธิบายอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้อย่างไรเห็นได้ชัดว่านี่เป็นเพียงจิ้งจอกตัวหนึ่งเท่านั้น

            ริมฝีปากของฮั่วเยี่ยนไหวสัมผัสกับปากแหลมเล็กของจิ้งจอกก่อนจะเริ่มผายปอด

            จิ้งจอกน้อยตื่นขึ้นยามที่ฮั่วเยี่ยนไหวประทับริมฝีปากลงมา

            ทว่ามันไม่กล้าลืมตา

            ช่างน่าอับอายเสียจริง!

            นางเพียงหลับไปยามแช่น้ำเมื่อตื่นขึ้นมาก็ถูกจูบเสียอย่างนั้น

            ถึงแม้นี่จะเป็นการผายปอด

            ทว่าถึงอย่างไรก็เป็นจูบแรกของนางเชียวนะ!

            ไป๋เซี่ยเหอลอบกลืนน้ำลายใบหน้าร้อนผ่าว หากไม่มีเส้นขนปุกปุยปิดบังเอาไว้เกรงว่าใบหน้าของนางจะแดงยิ่งกว่าผิงกั่วเสียอีก

            เสียงกลืนน้ำลายนั้นไม่ดังนัก

            ทว่าก็ดังพอที่จะทำให้ฮั่วเยี่ยนไหวที่อยู่ใกล้เพียงแค่เอื้อมได้ยิน

            ฮั่วเยี่ยนไหวอุ้มจิ้งจอกน้อยเดินออกไปข้างนอก

            อิ๋งเฟิงเฝ้าอยู่หน้าประตูเมื่อเห็นฮั่วเยี่ยนไหวเดินออกมาอย่างกะทันหัน ใบหน้าก็เต็มไปด้วยความสงสัยท่านอ๋องเพิ่งเข้าไปไม่ใช่หรือ? อาบน้ำเสร็จเร็วปานนี้เชียว?

            “ท่านอ๋อง เหตุใดใบหน้าของท่านถึงได้แดงปานนี้? เป็นภูมิแพ้หรือพ่ะย่ะค่ะ?”

            พวงแก้มของจิ้งจอกร้อนผ่าวยิ่งกว่าเดิม

            ดวงตาสีดำของฮั่วเยี่ยนไหวฉายแววแปลกประหลาดเล็กน้อย“ร้อนน่ะ”

            “น้ำในบ่อร้อนถึงเพียงนั้นเชียวหรือพ่ะย่ะค่ะ? ไม่น่าร้อนถึงขั้นนั้นหรอกกระมัง”

            จิ้งจอกน้อยที่นอนอยู่บนฝ่ามือของฮั่วเยี่ยนไหวแทบจะได้ยินเสียงขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโมโหของเขา

            นางยื่นอุ้งเท้าสีขาวปุกปุยไปปิดตาตนเองเพราะทนดูต่อไปไม่ไหวข้างกายของฮั่วเยี่ยนไหวมีคนที่ซื่อบื้อถึงเพียงนี้ได้อย่างไร?

            “ท่าม้าหกชั่วยาม”

            “โอ๊ย” อิ๋งเฟิงโอดครวญเขาทำอะไรผิดอย่างนั้นหรือ?เหตุใดถึงต้องทำโทษเขาด้วยเล่า!

            น้ำพุร้อนบ่อนี้ต้องไม่ถูกโฉลกกับเขาเป็นแน่เขาถึงต้องถูกทำโทษทุกครั้งที่มา

            อยากร่ำไห้ทว่าไร้น้ำตา!

            เมื่ออยู่ในห้องหนังสือ จิ้งจอกน้อยก็แสร้งทำเป็นเพิ่งตื่นก่อนจะสะบัดขน ทำให้หยดน้ำสาดกระเซ็นไปทั่ว

            แม้แต่สาสน์ที่มีความสำคัญบนโต๊ะหนังสือก็ไม่เว้น

            ฮั่วเยี่ยนไหวมองสาสน์ที่มีคราบหมึกเปรอะเปื้อนเป็นดวงก่อนจะทอดถอนใจเล็กน้อยจนแทบสังเกตไม่เห็น

            “วุ่นวายอีกแล้ว!”

            เขาสั่งให้คนไปนำผ้าสะอาดมาก่อนจะห่อตัวจิ้งจอกน้อยไว้ในผ้า

            สายตาตกอยู่บนอุ้งเท้าหน้าของจิ้งจอกน้อยอย่างเป็นธรรมชาติ

            “บาดแผลนี้ได้มาอย่างไร?” เขารู้อยู่แก่ใจว่านี่คือเรื่องส่วนตัวของจิ้งจอกน้อยทว่ากลับอดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม

            หากเป็นผู้อื่นไม่ต้องพูดถึงบาดแผลเลย ต่อให้แขนหัก เขาก็จะไม่ชายตามอง

            เขาไม่รู้ตัวเลยว่า จู่ๆเขาก็ปรารถนาให้จิ้งจอกน้อยไม่มีความลับกับเขา

            หัวใจของจิ้งจอกน้อยหม่นหมองลงเล็กน้อยการได้พักอาศัยอยู่ในจวนเซ่อเจิ้งอ๋องและได้รับความโปรดปรานจากฮั่วเยี่ยนไหวไม่มีทางทำให้นางลืมว่าเขาเป็นบุคคลเช่นไร

            เขาเกิดความสงสัยขึ้นแล้ว

            เมื่อเห็นจิ้งจอกน้อยเงียบไปแววตาของฮั่วเยี่ยนไหวก็หม่นหมองลงเล็กน้อยเช่นเดียวกัน

            หรือจะเลี้ยงไม่เชื่องอย่างที่คิด...

            ดวงตาสีดำขลับของจิ้งจอกน้อยดูล่อกแล่กก่อนที่มันจะยกอุ้งเท้าขวามาทำท่าทางบางอย่างเหนืออุ้งเท้าซ้าย ท่าทางดังกล่าวนั้นดูน่าขบขันและน่ารักเป็นอย่างยิ่ง

            “ใช้มีดกรีดหรือ?”แม้ว่าฮั่วเยี่ยนไหวจะรู้อยู่แล้ว ทว่าเขาก็ยังอยากจะทราบเหตุผล “เพราะอะไร?”

            ช่วยชีวิตคน!

            ทว่าไป๋เซี่ยเหอครุ่นคิดอยู่นานก็ไม่รู้ว่าควรจะทำท่าทางอย่างไรดี

            เมื่อฮั่วเยี่ยนไหวเห็นจิ้งจอกน้อยใช้อุ้งเท้าหน้าเกาศีรษะในใจก็อ่อนยวบลง “หรือเพราะต้องการช่วยชีวิตคุณหนูใหญ่สกุลไป๋ ไป๋เซี่ยเหอกระมัง”

            เมื่อคำว่าไป๋เซี่ยเหอลอยเข้ามาในหู

            รูม่านตาของจิ้งจอกน้อยก็หดลงเล็กน้อยรู้สึกกระสับกระส่ายอย่างอธิบายไม่ได้

            จะให้นางบอกว่านางช่วยเหลือตัวนางเองอย่างนั้นหรือ!

            “เจ้ามีความสัมพันธ์อันดีกับไป๋เซี่ยเหอสินะ?”

            ไป๋เซี่ยเหอก็คือตัวนางเองไม่ใช่หรือ?

            จิ้งจอกน้อยผงกศีรษะ

            ฮั่วเยี่ยนไหวเงียบลงอย่างกะทันหันริมฝีปากบางเม้มแน่น แม้สีหน้าจะไม่ได้ย่ำแย่ ทว่าอุณหภูมิในห้องกลับลดลงอย่างอธิบายไม่ได้อีกครา

            นึกไม่ถึงว่าจิ้งจอกน้อยจะปล่อยให้ตนเองเสียเลือดมากมายปานนั้นเพื่อช่วยชีวิตไป๋เซี่ยเหอ

            มิน่าเล่ามันถึงได้ปรากฏตัวด้วยท่าทีอิดโรยทุกคราไป

            มิน่าเล่า เขาถึงได้พบมันครั้งแรกบริเวณใกล้ๆกับจวนสกุลไป๋

            มิน่าเล่ามันถึงได้ปรากฏตัวอย่างอิดโรยเป็นครั้งที่สอง หลังจากไป๋เซี่ยเหอช่วยชีวิตฮ่องเต้

            เมื่อคิดได้เช่นนี้เรื่องราวทั้งหมดก็เชื่อมโยงกันทันที!

            ------------------------

            [1] หั่วหลงหมายถึง เครื่องทำความร้อนชนิดหนึ่ง

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    PAULSON พอลสัน : รักให้จำ (มี Ebook แล้วนะคะ)

    นิยาย รัก
    21K 111
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663