โฮก!
เสียงร้องคำรามลั่นในตอนฟ้าค่ำส่งผลให้นักเรียนทุกคนที่อยู่ในบ้านพักทรงสี่เหลี่ยมสะดุ้งใ การนอนท่ามกลางเสียงร้องคำรามของมอนสเตอร์ที่กำลังสั่นไหวยอดต้นไม้ทำให้พวกเขานอนไม่หลับเพราะความไม่คุ้นชิน
แอนเดอร์สันลืมตาตื่น การมีข่าวลือของเขาจนทำให้ทุกคนรู้ว่าเขาเป็คนของตระกูลสกอร์เปี้ยนส์ทำให้เขาได้รับสิทธิเศษต่างจากคนอื่นๆ สิทธินั้นคือการถูกทุกคนทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง ไม่ว่าจะทำอะไรก็ช่างทุกคนจะตีตัวออกห่างจนเขาไม่ต้องไปยืนเบียดกับคนอื่น ด้วยการถูกนักเรียนปี 1 เว้นระยะห่างทำให้บ้านพักที่สร้างขึ้นมาเป็ทรงสี่เหลี่ยมมีเพียงประตูเข้าออกมีเขาเพียงคนเดียวที่นอนอยู่ในบ้านทั้งที่มันควรจะมีนักเรียน 20 คน
“ให้ตายสิ ตื่นเต้นเป็บ้า”
เสียงร้องของมอนสเตอร์ใน่กลางดึกทำให้เขาตื่นเต้นเป็อย่างมาก ในชีวิตก่อนที่เคยอยู่หน่วยปราบแม้จะมีบางครั้งที่ต้องไล่ล่าโจรเข้าไปในูเาก็ตาม ป่าในตอนกลางคืนกลับเงียบมาก ไม่ได้น่าตื่นเต้นเหมือนตอนนี้ หากให้เขาเปรียบเทียบชีวิตนี้กับชีวิตก่อน มันคงจะเป็สถานการณ์ที่เขาต้องนอนกลางป่าแล้วมีเสือโคร่งคำรามลั่นทั้งคืน อย่างไรก็ตามบนกำแพงกลับมียามผลัดเปลี่ยนเฝ้าค่ายกันทั้งคืน เขาจึงทิ้งตัวล้มลงไปนอนต่อไปเพื่อให้ถึงตอนเช้าโดยเร็ว
—---------------------------------
“คุณเวียร์น่า คนของเราที่ส่งไปสอดแนมค่ายทั้ง 4 กลับมาแล้วครับ”
“ได้ข่าวยังไงบ้าง”
“นี่คือภาพถ่ายค่ายทั้ง 4 ดูเหมือนว่าพรุ่งนี้จะเป็วันแรกของการทดสอบที่แท้จริงนะครับ”
เวียร์น่ามองไปยังภาพถ่ายของค่ายทั้ง 4 พบว่าค่ายของวิทยาลัยอื่นตื่นตัวจนสร้างเสร็จในวันแรกไม่ต่างจากวิทยาลัยเฟลิกซ์ที่เธอประจำการและดูเหมือนว่าการเตรียมเสบียงของค่ายทั้ง 4 จะเสร็จสิ้นเช่นเดียวกันกับค่ายของเธอ หลังจากรู้ว่าการทดสอบของจริงกำลังจะเริ่มขึ้นั้แ่วันพรุ่งนี้เพราะทุกวิทยาลัยมีที่หลบภัยและอาหาร เธอจึงมองจ้องแผนที่เพื่อหาจุดยุทธศาสตร์ที่จะทำให้พวกเธอได้เปรียบในการทดสอบ
—----------------------------------
“ปีแอร์ วันนี้เราจะเอายังไง”
ในเช้าของวันที่ 2 ของการทดสอบ นักเรียนวิทยาลับกฤตินได้มารวมตัวกันใน่เช้าเพื่อรับอาหาร พลางมองจ้องไปยังปีแอร์ที่สามารถตัดสินใจทำในสิ่งต่างๆแทนพวกเขาได้ กระทั่งพวกเขารู้แผนการที่จะทำในวันนี้จึงรีบจับกลุ่มกัน โดยพวกเขาทุกคนจะแบ่งกลุ่มออกเป็สอง กลุ่มแรกคือบุคคลที่สามารถออกไปล่าในสิ่งที่้า ส่วนกลุ่มที่สองจะต้องเฝ้าฐานเอาไว้เพราะใน่ใกล้จบค่ายของพวกเขาจะเป็หนึ่งในสถานที่ที่สำคัญ
“หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นให้ใช้เวทย์พลุสัญญาณ ฉันจะรีบไปหาทันที”
ด้วยพลังเวทย์ 30 ปีทำให้ทุกคนเชื่อมั่นว่าจะได้รับการช่วยเหลือจากปีแอร์ ชายที่เป็หัวกะทิของปี 1 และเป็นักดาบที่เก่งกาจ หลังจากวางแผนกันเสร็จสับกลุ่มแรกที่สามารถเดินออกไปนอกค่ายได้นั้นก็จับกลุ่มกันแล้วเดินออกไปในทันที
—------------------------------
“เอาล่ะ เดินทางได้ หากใครมีปัญหาให้ใช้เวทย์พลุสัญญาณ”
จอร์จชูมือขึ้นพลางร้องะโบอกให้กลุ่มสองที่สามารถเดินทางไปนอกค่ายในวันนี้เริ่มเดินทาง แอนเดอร์สันที่ต้องเฝ้าค่ายกับนักเรียนกลุ่มแรกจึงทำได้เพียงแค่มองจ้องนักเรียนที่กำลังเดินทางออกไป
จากความคิดของเขาการทดสอบจัดขึ้น 15 วัน แต่การล่าของทุกคนนั้นจะอยู่ที่ราว 7 - 8 วันตามหน้าที่เพราะทุกๆวันจะมีการสลับกลุ่มกันออกไปนอกค่าย อย่างไรก็ตามมันกลับไม่มีผลกระทบต่อการจัดอันดับ
หากพูดถึงเื่การจัดอันดับนักเรียน มันเป็การจัดอันดับภายในวิทยาลัย ดังนั้นการจัดกลุ่มของวิทยาลัยอาร์เดลจึงใช้หลักเกณฑ์เดียวกัน นักเรียนทุกคนที่ออกไปนอกค่ายนั้นต่างก็มีเวลาในการล่าเท่ากัน หากพูดถึงเื่การจัดวิทยาลัยนั้น แอนเดอร์สันคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา เนื่องจากว่าวิทยาลัยของพวกเขาส่งคนออกไปทุกๆวัน และเขาเชื่อว่าคนของวิทยาลัยอื่นจะต้องจัดคนเอาไว้เฝ้าค่ายเช่นกัน แต้มที่ได้ในการล่าต่อวันเพื่อนำไปจัดอันดับวิทยาลัยคงไม่หนีห่างกันเกินไป
อย่างไรก็ตามเขามองไม่เห็นว่าแต้มจะจบลงแค่การล่ามอนสเตอร์และเก็บของล้ำค่ากลับออกไป เขามองเห็นอันตรายจากการไล่ล่านักเรียนด้วยกัน การที่พวกเขามาจากต่างวิทยาลัยจะต้องเกิดการล่าแต้มขึ้นอย่างแน่นอน ส่งผลให้่วันสุดท้ายของการทดสอบแต่ละวิทยาลัยยกกองทัพของพวกเขาเข้าไปโจมตีกัน
แอนเดอร์สันที่คิดว่าการต่อสู้ใน่ท้ายของการทดสอบอาจจะรุนแรงมากขึ้นจนวัดไม่ได้นั้น เขาจึงมองหาเส้นทางที่จะนำตัวเองเข้าไปเป็จุดสนใจในการต่อสู้ระหว่างวิทยาลัย เพื่อให้เขาได้ตั๋วมากมายจากเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างนักเรียน
“ยังดีที่เราพกเวทย์มาแก้เบื่อ”
แอนเดอร์สันนำเวทย์ลมพื้นฐานที่เขียนใส่หนังสือเล็กๆออกมาอ่านทำความเข้าใจ วันนี้เขาจำเป็ต้องอยู่ในค่ายจึงคิดจะหาอะไรทำฆ่าเวลา แม้เขาจะมีเวทย์ศรสายลมและเวทย์มีดสายลมแล้ว เขากลับคิดว่ามันยังไม่เพียงพอ เขา้าเวทย์ธาตุลมที่สามารถพลิกแพลงได้มากกว่านี้ แต่เวทย์ธาตุลมระดับ 1 กลับเป็เวทย์เป้าเดี่ยว ไม่มีเวทย์โจมตีหมู่ เขาจึงพยายามเรียนรู้เผื่อจะเข้าใจหลักการและเหตุผลของเวทย์ธาตุลมจนนำไปสู่การใช้ในรูปแบบใหม่ๆหรือการนำไปสร้างเวทย์เฉพาะตัวขึ้นมา โชคยังดีที่เขาไม่ได้เบื่อกับการทำความเข้าใจวงเวทย์
ทุกครั้งที่เขาได้เห็นวงเวทย์ที่ไม่รู้จักความอยากรู้และความอยากเอาชนะของเขาก็ถูกปลุกให้ตื่น อารมณ์ของเขาเหมือนคนกำลังทำข้อสอบคณิตศาสตร์ที่ยากมากๆข้อหนึ่ง แอนเดอร์สันจึงทุ่มมันสมองของเขาทั้งหมดไปกับการพิสูจน์วงเวทย์เพื่อให้เขาเข้าใจและเกิดความรู้ที่พอให้นำไปต่อยอดได้
“เขากำลังเรียนเหรอ”
โซเดียร์ย่นคิ้วกับภาพที่กำลังเห็น ตอนนี้เธออยู่บนหอคอยสูงสามารถมองเห็นทุกอย่างภายในค่ายได้อย่างชัดเจนและเห็นแม้กระทั่งภาพรวมนอกค่าย อย่างไรก็ตามการเฝ้าจับตามองของเธอกลับพบสิ่งที่ผิดแปลกไป สิ่งที่เห็นแล้วทำให้เธอไม่เข้าใจคือภาพของแอนเดอร์สันกำลังนั่งอ่านหนังสือและขีดเขียนไปบนพื้นดิน แม้จะมีนักเรียนหลายคนพยายามใช้เวลาว่างใน่เฝ้าค่ายเรียนเวทย์ ทุกคนกลับไม่ได้เรียนรู้เหมือนแอนเดอร์สัน
การเรียนรู้ของทุกคนคือการฝึกร่ายเวทย์ ต่างจากแอนเดอร์สันที่กำลังใช้ความรู้วิเคราะห์วงเวทย์เพื่อทำความเข้าใจ การจะมีสมาธิในสถานที่ที่ไม่รู้ว่าจะมีอันตรายเกิดขึ้นเมื่อไหร่ สร้างความสงสัยให้โซเดียร์ไม่น้อยเพราะแอนเดอร์สันกำลังแสดงให้เธอเห็นว่าเขาไม่ได้กลัวที่นี่
“อ้าว ค่ำแล้วเหรอ”
แอนเดอร์สันเกาหัวเล็กน้อย เขาไม่คิดว่าการอยู่กับวงเวทย์จะสนุกจนลืมเวลา เมื่อเห็นว่าฟ้ามืดเขาจึงล้มตัวนอนพรุ่งนี้เช้าจะเป็เขาที่ได้ออกไปด้านนอกเพื่อไล่ล่าเก็บของล้ำค่ามาแลกเปลี่ยนเป็แต้ม อย่างไรก็ตามการนอนของเขากลับถูกทำลายหลังจากได้ยินเสียงร้องโวยวายจากนักเรียนจึงเดินออกไปดูว่ามีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น
“ ถอยหน่อย ถอยออกไปด้วย อย่ามุงคนเจ็บ!”
เสียงของนักเวทย์ที่ใช้ธาตุแสงร้องะโดังพลางมีแสงสีทองสาดส่องออกมาเป็่ๆทำให้รู้ว่ามีการใช้เวทย์รักษาเกิดขึ้น แอนเดอร์สันจึงเดินเข้าไปส่องดูก่อนจะพบว่ามีนักเรียนราว 20 คนกลับมาในสภาพาเ็หนัก ถึงแม้าแจะไม่ถึงขั้นที่ทำให้ตกตายได้ก็ตาม มันกลับเป็าแที่ทำให้ใครหลายๆคนเกิดความหวาดกลัว
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกเขาจึงาเ็”
แอนเดอร์สันเงี่ยหูฟัง เขาอยากรู้เหมือนกันว่าาแของนักเรียนปีหนึ่งที่พึ่งกลับเข้ามาเกิดจากสาเหตุใด
“ฉันได้ยินจอร์จสอบถามพวกเขา เห็นบอกว่าปะทะกันกับมอนสเตอร์ 15 ดาวหลังจากสู้ไม่ได้จึงพากันวิ่งหนี แต่ในตอนที่พวกเขาหนีออกมากลับมีนักเรียนของวิทยาลัยเฟลิกซ์เข้ามาร่ายเวทย์ขวางเอาไว้”
“วิทยาลัยเฟลิกซ์ ทำไมถึงเจอกันเร็วขนาดนี้ล่ะ”
ทุกคนเกิดความสงสัย การปะทะกันของนักเรียนยังไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ในเร็วๆนี้ ทุกค่ายมีระยะทางห่างกันมาก ทีมที่สามารถเดินทางไปยังค่ายต่างๆจะต้องเป็ทีมที่มีเวทย์ในการเสริมความเร็วเพื่อเดินทางไกล การจะมีทีมที่เข้ามาดักทางเพื่อเล่นงานนักเรียนอาร์เดลจึงไม่น่าจะเป็ไปได้ ถึงอย่างนั้นทุกคนกลับต้องยอมรับเพราะมันเป็ไปแล้ว วิทยาลัยเฟลิกซ์เดินทางมาถึงเขตของพวกเขาแล้ว
“ไม่รู้ ไม่มีใครตอบคำถามได้ว่าทำไมนักเรียนของเฟลิกซ์ถึงเข้าใกล้วิทยาลัยเราเร็วกว่ากำหนด”
“แล้วมอนสเตอร์ 15 ดาวตัวนั้นล่ะ เป็ฝีมือของนักเรียนที่มาจากเฟลิกซ์หรือเปล่า”
ทุกคนเริ่มย่นคิ้วคิดตามหลังจากคำถามของชายเมื่อครู่กำลังบอกให้พวกเขารู้ว่าเฟลิกซ์คิดจะใช้กำลังมอนสเตอร์ในการจัดการกับพวกเขา ด้วยคำถามที่ทำให้ทุกคนสงสัยกลับไม่มีคำตอบ มีเพียงแค่คำสั่งให้ทุกคนกระจายตัวไปพักผ่อนและเฝ้ายามเท่านั้น ส่วนกลุ่มคนที่าเ็ก็กลับมาเป็ปกติดีกันแล้ว จึงไม่มีอะไรน่าเป็ห่วง
“เฮ่ มีข่าวใหม่ล่าสุดมาอยากจะฟังไหม”
แอนเดอร์สันกลับมาถึงบ้านพักระหว่างล้มตัวลงนอนเขาก็ได้ยินเสียงพูดคุยจากบ้านอีกหลังที่อยู่ติดกันจึงได้เงียบเพื่อรอฟังการพูดคุย
“ข่าวอะไร”
“ข่าวของวิทยาลัยเฟลิกซ์ ก่อนจะเข้ามามีคนศึกษาจำนวนนักเรียนหัวกะทิของแต่ละวิทยาลัย แล้วรู้ไหมว่าใครอยู่ในเฟลิกซ์และเข้ามาทดสอบในครั้งนี้”
“ใคร” ทุกคนย่นคิ้วส่งสัยรอให้ชายที่นำข่าวมาบอกทุกๆคน อธิบายให้พวกเขาหายข้องใจ
“เวียร์น่า โทรฟ่า”
“ตระกูลโทรฟ่า!!!”
ทุกคนเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าการทดสอบในปีนี้ วิทยาลัยเฟลิกซ์มีโอกาสสูงมากในการเป็อันดับ 1 ด้วยนามสกุลโทรฟ่าที่ถูกพูดถึง ทุกคนต่างรู้จักกันดีในนามตระกูลผู้ทรงอำนาจและเชี่ยวชาญในเื่การวางแผน หากตระกูลโทรฟ่าลงมือจะมีแผนการมากมายเพื่อทำให้พวกเขานำหน้าศัตรูหลายก้าวเสมอ เมื่อรู้ว่าการที่วิทยาลัยเฟลิกซ์โผล่ใกล้เขตของค่าวิทยาลัยอาร์เดลเร็วเกินไป หลายคนจึงคิดว่ามันไม่ใช่เื่แปลกเลยหากว่าคนของตระกูลโทรฟ่าเป็คนสั่งการ
“แผนเหรอ”
แอนเดอร์สันลุกขึ้นมานั่งพลางเท้าคางคิดเกี่ยวกับการปรากฎตัวของนักเรียนเฟลิกซ์ เดิมทีเขานึกว่าเป็เื่บังเอิญตอนนี้กลับไม่น่าใช่ จากการเล่าเื่คนของตระกูลโทรฟ่าทำให้เขารู้ว่าการมาของนักเรียนเฟลิกซ์เป็แผนการที่ถูกวางเอาไว้
แอนเดอร์สันไม่รู้ว่าเวียร์น่าวางแผนจะทำอะไรถึงได้ให้นักเรียนเฟลิกซ์ปรากฎตัวใกล้ๆค่ายวิทยาลัยอาร์เดล แต่ถ้าหากเป็เขาคง้าทำให้เกิด 2 อย่าง
สิ่งแรกที่เขา้าให้เกิดคือการลดความเร็วในการล่าของวิทยาลัยอื่นๆให้ช้าลงไปกว่าเดิม ด้วยการทำให้เกิดการปะทะขึ้นส่งผลให้นักเรียนของวิทยาลัยต่างๆต้องใช้ความระมัดระวังเป็อย่างมากในการสำรวจจนนำไปสู่ความล่าช้า ใน่เวลาที่วิทยาลัยต่างๆช้านี้เอง สามารถชิงตัดหน้าไปเก็บของล้ำค่าในเขตวิทยาลัยอื่นๆมาเป็ของตัวเองได้
สิ่งที่สอง…