เมื่อได้ยินเสียงเยือกเย็นนั้นเหลยเป้าก็อ้าปากคล้าย้าจะกล่าวอันใดทว่ากลับมีความร้อนลุกโชนขึ้นที่หน้าท้องทำให้เขากระอักเืออกมาอีกครั้งเมื่อพยายามลุกขึ้นยืนให้มั่นคง เหลยเป้าพลันพบว่าแม้แต่ลุกขึ้นยืนก็ยังต้องใช้พละกำลังมากมายถึงเพียงนี้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการต่อสู้
เพียงชั่วพริบตาสายตาตกตะลึงของผู้ประลองทั้งหลายต่างหันมามองพวกเขาทั้งสองเป็ตาเดียวตามมาด้วยการสนทนาเสียงเบาที่เริ่มกระจายตัวออกไปทั่วลานกว้าง
เหลยเป้าเป็ถึงผู้บำเพ็ญตนขั้นฝึกกายาระดับเจ็ดที่เลื่องชื่อยิ่งเป็ถึงบุตรชายของหัวหน้าหน่วยคุ้มกันหมู่บ้านเหลยชิงทว่าในยามนี้กลับพ่ายแพ้อย่างน่าเสียดายไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าการประลองในครั้งนี้จะมีม้ามืดปรากฏตัว!
เมิ่งฝาน!
พริบตาต่อมาทุกสายตาต่างจับจ้องไปยังแท่นประลองของเมิ่งฝานและเหลยเป้ายิ่งเมื่อเสียงประกาศชัยชนะของเมิ่งฝานดังขึ้นยิ่งทำให้เกิดเสียงซุบซิบนินทาดังขึ้นในลานกว้างอีกไม่น้อย
“เป็ไปได้อย่างไรเมิ่งฝานผู้นี้เคยเป็เพียงผู้บำเพ็ญขั้นฝึกกายาระดับสองเองไม่ใช่หรือไร...”
ในลานประลอง สีหน้าของเหลยหู่เปลี่ยนไปในชั่วพริบตาและในยามนี้เขาก็กำลังมองเมิ่งฝานด้วยความเหลือเชื่อเขารู้ดีว่าเหลยเป้ามีฝีมือเก่งกาจเพียงใดต่อให้ด้อยกว่าตัวเขาก็ไม่มีทางด้อยกว่าจนเกินงามเดิมทีเขาคิดว่าการให้เหลยเป้าเป็คู่ต่อสู้ของเมิ่งฝานจะทำให้อีกฝ่ายตกรอบไปอย่างราบคาบและน่าอับอายเหมือนการถูกตบหน้าทว่าผลลัพธ์ที่ปรากฏในยามนี้หาใช่สิ่งที่เขาคาดคิดเอาไว้ไม่!
ในลานประลองตอนนี้แม้แต่ผู้คุ้มกันหมู่บ้านที่นั่งเรียงรายอยู่บนแท่นที่นั่งอันทรงเกียรติของการประลองก็ยังมองหน้ากันไปมาด้วยความประหลาดใจพวกเขาเหล่านี้ล้วนแต่เป็ผู้คุ้มกันฝีมือดีแนวหน้าของหมู่บ้านทั้งสิ้นจากข่าวสารที่พวกเขาได้รับมาคือจะอย่างไรเมิ่งฝานก็ไม่มีโอกาสได้เข้าเป็ผู้คุ้มกันหมู่บ้านเป็แน่หรือข่าวที่ได้รับมาจะมีความผิดพลาด?
ณ ที่ใจกลางของผู้คนทั้งหลายชายฉกรรจ์ที่ยากจะรับกับผลที่เกิดขึ้นได้มากที่สุดก็คงจะหนีไม่พ้นผู้เป็บิดาของเหลยเป้าเหลยชิง
ผ่านไปครู่หนึ่งเหลยชิงจึงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่จนปัญญา “โชคดี เขาก็แค่บังเอิญโชคดีเท่านั้น”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นบรรดาผู้คุ้มกันหมู่บ้านโดยรอบต่างก็พยักหน้าอย่างเห็นพ้องต้องกันการที่เด็กหนุ่มผู้ไม่เคยอยู่ในสายตาของผู้ใดเอาชนะเหลยเป้าได้โดยการจู่โจมเพียงหมัดเดียวเช่นนี้...หากไม่บอกว่าเพราะโชคดีก็คงไร้ซึ่งคำอธิบายอื่นแล้ว
“ไม่ใช่เพราะโชคดี!”
ชั่วพริบตาต่อมาก็มีเสียงทรงอำนาจดังขึ้นเ้าของเสียงนั้นคือกู่หยวนนั่นเอง เขาหัวเราะออกมาเสียงเบาก่อนจะมองไปยังเมิ่งฝานแล้วเอ่ยปากชม “คล้ายกับว่าผู้ที่มีโอกาสเข้าร่วมกับหน่วยผู้คุ้มกันหมู่บ้านั้แ่อายุสิบหกปีคงจะมีเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคนแล้วล่ะอยู่ในขั้นฝึกกายาระดับหกทั้งยังมีปฏิกิริยาตอบสนองที่รวดเร็วเมื่อครู่คงจะเป็วิชานางแอ่นไร้เงาสินะเกรงว่าเขาคงจะฝึกฝนมันมาหลายต่อหลายครั้งแล้วด้วยความอดทนเช่นนี้...ไม่เลวเลยจริงๆ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของกู่หยวนสีหน้าของผู้คนโดยรอบก็เปลี่ยนไปทันทีพวกเขารู้ดีว่าสายตาของกู่หยวนไม่เคยมองคนผิดหรือจะมีเด็กหนุ่มที่มีพร์เกิดขึ้นในอูเจิ้นแห่งนี้อีกคน
เมื่อได้ยินคำพูดของกู่หยวนสีหน้าของกู่ฉิงก็เปลี่ยนไปก่อนจะกัดฟันแน่น
เดิมทีแล้วนางได้รับปากกับกู่ซินเอ๋อร์เอาไว้ว่าจะไม่ให้เหลยหู่กับพวกหาเื่เมิ่งฝานทั้งยังจะช่วยให้เขาได้เข้าร่วมกับหน่วยผู้คุ้มกันหมู่บ้าน แต่เพราะท่าทีหยิ่งยโสของเมิ่งฝานจึงทำให้นางไม่ได้ทำอย่างที่รับปากเอาไว้กลับกันนางอยากจะยืมมือเหลยหู่สยบเมิ่งฝาน ทว่ายามนี้เมิ่งฝานกลับสามารถทำในสิ่งที่นางรับปากกับกู่ซินเอ๋อร์ได้ด้วยตนเองทั้งยังแสดงฝีมือได้อย่างโดดเด่นอีกด้วย!
เป็ไปได้อย่างไร
ขณะนี้ ไม่ว่าผู้ใดต่างก็ตกตะลึงและแปลกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นด้วยไม่คาดคิดว่าเมิ่งฝานผู้มีฝีมือสุดแสนจะธรรมดาผู้นั้นจะเลื่อนขั้นมาจนถึงขั้นฝึกกายาระดับหกได้ในระยะเวลาเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น
ความเร็วในการเลื่อนขั้นที่สูงเช่นนี้ถือเป็ความเร็วดุจเทพเลยก็ว่าได้ถึงแม้การบรรลุระดับพลังในขั้นฝึกกายาจะไม่ใช่เื่ที่ยากเย็นแต่อย่างใดทว่าก็ยังนับว่าเป็ความเร็วที่คล้ายว่าจะเกินจริงไปเสียหน่อย!
“พี่เมิ่งฝานเก่งที่สุดเลยเ้าค่ะ!”
ในลานประลอง ผู้ที่ได้สติก่อนผู้ใดก็คือกู่ซินเอ๋อร์ ใบหน้างดงามของนางเปื้อนไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขทางฝั่งเมิ่งฝานก็พยักหน้ารับแล้วก้าวลงไปจากแท่นประลอง
เมื่อเมิ่งฝานเดินลงมาจึงทำให้เสียงซุบซิบนินทาสงบลงพวกเขาพากันเบนความสนใจไปยังแท่นประลองอื่นทว่ากลับไม่มีเหตุการณ์ที่น่าตกตะลึงเช่นเมื่อครู่
การประลองของอูเจิ้นดำเนินไปตามลำดับขั้นตอนใช้เวลาเพียงหนึ่งชั่วยามก็สามารถคัดสรรผู้เยาว์มากฝีมือจากหนึ่งร้อยกว่าคนเหลือเพียงยี่สิบคนเท่านั้นทางฝั่งของเมิ่งฝานได้ผ่านการประลองมาแล้วสองครั้งทว่าแม้แต่เหลยเป้าก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเมิ่งฝาน ฉะนั้นแล้วยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงผู้บำเพ็ญในรุ่นราวคราวเดียวกันผู้อื่นด้วยเหตุนี้เมิ่งฝานจึงสามารถผ่านเข้ารอบยี่สิบคนสุดท้ายได้อย่างง่ายดาย
แน่นอนว่าเมื่อมีคนรักย่อมมีคนชังบรรดาผู้คนที่ตกรอบไปล้วนแต่มีใบหน้าแสดงถึงความจนปัญญาและหลี่ว์เล่อผู้เป็สหายสนิทของเมิ่งฝานก็อยู่ในจำนวนเ่าั้ด้วยเช่นกันทว่าสีหน้าที่เขาจ้องมองเมิ่งฝานกลับเป็ความตื่นเต้นที่ยากจะอธิบาย
จะอย่างไรพวกเขาก็คือหนึ่งในคนที่มักถูกรังแกอยู่บ่อยครั้งในเมื่อมีผู้ใดผู้หนึ่งโดดเด่นเปล่งประกายขึ้นมาจนถึงขั้นที่สามารถต่อกรกับเหลยหู่และพวกได้ย่อมทำให้หลี่ว์เล่อรู้สึกดีใจเป็ธรรมดา
ในบรรดายี่สิบอันดับสุดท้ายนั้น กู่ซินเอ๋อร์ กู่ฉิงเหลยหู่และคนอื่นต่างก็ผ่านเข้ามาในรอบนี้ได้อย่างไม่น่าประหลาดใจทุกอย่างเป็ไปตามการคาดหมายเว้นก็แต่การที่เหลยเป้าตกรอบแล้วกลายเป็เมิ่งฝานที่ผ่านเข้ามาในรอบนี้แทน!
ถัดมาเพียงชั่วครู่ผู้เข้าร่วมการประลองยี่สิบคนสุดท้ายแห่งอูเจิ้นก็ขึ้นมายืนอยู่บนแท่นประลองเพื่อทำการจับฉลากในรอบต่อไปเมื่อััได้ถึงสายตาหลายคู่ที่จับจ้องมาก็ทำให้เมิ่งฝานหรี่ตาลงเล็กน้อยความรู้สึกเช่นนี้คือสิ่งที่เขาไม่เคยได้ััมาก่อน
ช่างเป็ความรู้สึกที่ไม่เลวเลยจริงๆ
ครู่ต่อมากล่องฉลากก็มาอยู่ข้างกายของเมิ่งฝานเด็กหนุ่มหยิบฉลากใบหนึ่งขึ้นมาอย่างไม่ได้ใส่ใจ เมื่อเปิดออกมาพบว่าเป็คู่ที่สาม
ในยามนี้ผู้เข้าร่วมประลองยี่สิบอันดับสุดท้ายต่างก็เริ่มทำการประลองกับคู่ของตนเองแล้วเห็นได้ชัดว่าเป็การประลองที่ดุดันกว่าเมื่อครู่อย่างมากเมื่อการประลองของทั้งสองคู่จบลงก็มีเสียงของกรรมการผู้ตัดสินดังขึ้นจากบนแท่นประลอง
“คู่ที่สามขึ้นมาได้แล้ว!”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฝานจึงก้าวเดินขึ้นไปบนแท่นประลองทันทีและผู้ที่อยู่ตรงข้ามกับเขาในยามนี้ก็คือเด็กหนุ่มที่มีรูปร่างสูงใหญ่ เหลยหู่!
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายคือเหลยหู่ก็ทำให้รอบแท่นประลองส่งเสียงฮือฮายิ่งกว่าเดิมถึงอย่างไรในบรรดาบุรุษสตรีรุ่นราวคราวเดียวกันนี้เหลยหู่ถือเป็ผู้บำเพ็ญตนเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่สามารถเทียบกับกู่ฉิงได้อันดับหนึ่งและสองก็คงจะอยู่ที่พวกเขาทั้งสองคนทว่าไม่มีผู้ใดคาดคิดว่าเมิ่งฝานจะโชคร้ายได้มาเจอกับเหลยหู่เข้าเสียก่อน
ดูท่าการเข้ารอบของเมิ่งฝานคงต้องหยุดอยู่เพียงเท่านี้แล้ว!
ทุกคนต่างครุ่นคิดในใจด้วยประโยคเดียวกันแม้จะเข้าใจดีว่าเมิ่งฝานหาใช่เมิ่งฝานคนเดิมไม่ทว่าความแข็งแกร่งของเหลยหู่ก็เป็สิ่งที่พวกเขารู้ดีมาโดยตลอดแม้แต่แขกทรงศักดิ์บนแท่นผู้ชมอันทรงเกียรติก็ครุ่นคิดในสิ่งที่ไม่ต่างกัน
ในบรรดาผู้คนเ่าั้ เหลยชิงหัวเราะออกมาเสียงเบาหลังจากนั้นก็ถ่มน้ำลายลงพื้นพลางเอ่ยขึ้นมาเสียงเบา “ตอนนี้คงจะถึงเวลาที่เด็กหนุ่มผู้โชคดีต้องหยุดการเดินทางแล้วสินะพลังของเหลยหู่นั้น...ข้ารู้ดีเป็ที่สุด!”
เมื่อสิ้นเสียงผู้คนที่อยู่รอบตัวเขาต่างพากันพยักหน้ารับและเมื่อเด็กหนุ่มทั้งสองบนแท่นประลองเริ่มลงมือพวกเขาก็ตกเป็เป้าสายตาของผู้คนแทบจะทั้งหมดในลานกว้าง
บนแท่นประลองร่างสูงใหญ่ดุจดั่งขุนเขาขนาดย่อมของเหลยหู่ก้าวขึ้นหน้าก่อนจะพูดออกมาพร้อมกับสีหน้าที่ไม่เป็มิตร “เมิ่งฝาน ข้ายอมรับว่าเ้ามีฝีมือไม่น้อยแต่ว่า...ข้าไม่มีทางออมมือแน่นอน แล้วข้าจะทำให้เ้าตกรอบไปอย่างน่าอับอาย!”
เมิ่งฝานจ้องมองคนตรงหน้าแล้วหัวเราะออกมาเสียงเบาจากนั้นจึงเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไม่ต้องพูดมาก เข้ามา!”
เมื่อเหลยหู่เห็นว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีสีหน้าทุกข์ร้อนใดๆก็โกรธจนกัดฟันแน่น มือทั้งสองข้างกำหมัดแน่นอย่างเดือดดาลพลังที่แข็งแกร่งแล่นไปทั่วร่าง ซึ่งมันแข็งแกร่งยิ่งกว่าเหลยเป้ามากมายนัก
เห็นได้ชัดว่ายิ่งเมิ่งฝานมีท่าทีไม่สะทกสะท้านมากเพียงใดก็ยิ่งทำให้เหลยหู่เดือดดาลมากเท่านั้นเมื่อกรรมการผู้ตัดสินเห็นท่าทีของทั้งสองฝ่ายทั้งได้รับสัญญาณจากกู่หยวนจึงพูดออกมาเสียงดัง “เริ่มได้!”
กู่ซินเอ๋อร์ที่ยืนอยู่ข้างกายกู่หยวนแสดงสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัดนางกำมือสวยเนียนดุจเนื้อหยกของตนเองเอาไว้แน่นก่อนจะเอ่ยว่า “ระวังนะเ้าคะ พี่เมิ่งฝาน!”
เมื่อสิ้นเสียงนั้นผู้ที่อยู่บนแท่นประลองอย่างเหลยหู่พลันะโขึ้นกลางอากาศ ความพ่ายแพ้ของเหลยเป้าได้ประจักษ์แก่สายตาของเขาแล้วเหลยหู่เองจำต้องยอมรับว่าหนึ่งในสาเหตุที่เหลยเป้าพ่ายแพ้คือการที่เหลยเป้าประมาทคู่ต่อสู้ด้วยเหตุนี้เหลยหู่จึงไม่คิดที่จะออมมือเขามองเมิ่งฝานเป็คู่ต่อสู้ที่แท้จริงผู้หนึ่งแล้วจู่โจมด้วยการชกออกไป
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการจู่โจมด้วยหมัดที่ลอยอยู่กลางอากาศเมิ่งฝานก็ขมวดคิ้วเข้มเหลยหู่ผู้นี้มีพื้นฐานพลังไม่ธรรมดา พละกำลังในหมัดของเขานั้นก็ไม่ใช่น้อยๆขณะเดียวกันเมิ่งฝานก็ก้าวออกไปข้างหน้าพร้อมทั้งรับมือด้วยหมัดของตนเอง
การต่อสู้ของผู้บำเพ็ญตนขั้นฝึกกายา มีเพียงการประลองด้วยกำลัง!
ปัง!
เมื่อหมัดของทั้งสองปะทะกันพลันเกิดเสียงแตกหักดังขึ้นมาชั่วพริบตาถัดมาสีหน้าของเหลยหู่ก็เคร่งขรึมยิ่งขึ้นเมื่อได้ประลองฝีมือจนร่างกายได้ปะทะกันเช่นนี้เขาััได้อย่างชัดเจนว่าร่างกายของเมิ่งฝานไม่ได้ด้อยไปกว่าตนเองนั่นเป็สิ่งที่อยู่เหนือความคาดหมายของเหลยหู่โดยสิ้นเชิง
วินาทีต่อมาเหลยหู่ตวาดเสียงเข้มและในขณะเดียวกันก็ยกมือทั้งสองขึ้นสูงพลางตวาดออกมาเสียงดัง “เมิ่งฝาน ถึงแม้เ้าจะบำเพ็ญตนมาถึงขั้นนี้แล้วก็เท่านั้นเพราะจะอย่างไรเ้าก็ต้องพ่ายแพ้ให้แก่ข้าอยู่ดี ไสหัวลงไปเสีย...หมัดพยัคฆ์แกร่ง!”
ระหว่างที่เอ่ยปากก็มีแสงแห่งพลังเปล่งประกายขึ้นจากท่อนแขนของเหลยหู่พลังปราณเล็กน้อยอัดแน่นอยู่ภายในกำปั้นแม้มันจะเป็พลังปราณที่มีจำนวนเพียงไม่มากทว่าการโจมตีด้วยพลังปราณกับการโจมตีโดยไร้ซึ่งพลังปราณนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยก็ว่าได้
วิชายุทธ์แห่งพลังปราณระดับกลาง!
สีหน้าของผู้คนที่อยู่โดยรอบต่างเปลี่ยนแปลงไปในทันทีพวกเขารู้ดีว่าวิชายุทธ์นี้คือวิชายุทธ์ที่เหลยชิงผู้เป็บิดาถ่ายทอดมันให้กับเหลยหู่เมื่อมองเห็นแสงแห่งพลังที่เปล่งประกายนั้นทุกคนต่างก็รู้ดีว่าเมิ่งฝานไม่มีทางเอาชนะได้หรืออาจถึงกับต้องาเ็สาหัสเสียด้วยซ้ำไป
บนแท่นที่นั่งของผู้ทรงเกียรติในยามนี้สีหน้าของเหลยชิงมีรอยยิ้มภาคภูมิใจปรากฏขึ้นมาเล็กน้อยพร้อมทั้งมองไปยังการประลองด้วยความมั่นใจ เขาเป็ผู้ถ่ายทอดหมัดพยัคฆ์แกร่งให้กับเหลยหู่ด้วยตนเองฉะนั้นจึงรู้ดีว่าอานุภาพของมันร้ายกาจเพียงใดซึ่งหากจะต้องต่อกรกับผู้บำเพ็ญตนที่อยู่ในขั้นฝึกกายาระดับหกก็คงจะไร้ซึ่งปัญหาใด
เมื่อเผชิญหน้ากับหมัดอันทรงพลังเมิ่งฝานพลันมีสีหน้าที่เคร่งขรึมในทันทีในชั่วพริบตาต่อมาเขาจึงเอ่ยชื่อวิชายุทธ์ของตนเอง
“มหาหัตถ์สังหาร!”
ระหว่างที่เอ่ยออกไปร่างกายของเมิ่งฝานก็เดินขึ้นหน้าไปก้าวหนึ่งพร้อมทั้งผลักฝ่ามือออกไป แม้ว่าเหลยหู่จะจู่โจมอย่างทรงพลังแต่เมิ่งฝานก็รู้ดีว่าหากจะต้องเผชิญหน้ากับพลังหมัดของเหลยหู่ในครานี้เขาไม่อาจล่าถอยได้หากถอยก็คงไม่อาจหลบพ้นอยู่ดี ในทางกลับกันอาจทำให้เขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็รองฉะนั้นแล้วเมิ่งฝานจึงเลือกใช้พลังของมหาหัตถ์สังหารในการตอบโต้!
ในชั่วพริบตาต่อมาหมัดของทั้งสองก็พุ่งเข้าปะทะกันซึ่งภายในกำปั้นของพวกเขาทั้งสองล้วนแต่แฝงไปด้วยพลังปราณเล็กน้อยเช่นเดียวกันเพียงครู่เดียวอากาศพลันสั่นะเืก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะกระเด็นออกมา
เมิ่งฝานล่าถอยไปหลายก้าว ความร้อนแล่นขึ้นมายังลำคอทำให้เขาแทบกระอักเืเพราะความแข็งแกร่งของหมัดพยัคฆ์แกร่งนี้ไม่ธรรมดาเลยแม้แต่น้อยแต่ถึงกระนั้นเมิ่งฝานก็ยังสามารถทรงตัวยืนหยัดอยู่ได้อย่างดีก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองอีกฝ่าย
ที่เบื้องหน้าของเมิ่งฝานนั้นร่างของเหลยหู่คุกเข่าลงไปกับพื้นในทันที ทั้งที่เขาพยายามจะฝืนลุกขึ้นแต่กลับไร้ซึ่งเรี่ยวแรงเหลยหู่ไอออกมาหลายครั้งก่อนจะมีเืไหลออกมาตรงมุมปากผลลัพธ์ตอนสุดท้ายของเขาไม่ต่างอันใดกับเหลยเป้าเลยแม้แต่น้อย
เพียงกระบวนท่าเดียวก็เห็นผล ชัยชนะและความพ่ายแพ้ได้เลือกข้างแล้ว
กรรมการที่อยู่ด้านข้างถึงกับชะงักงันเขามองภาพตรงหน้าด้วยความตกตะลึงก่อนจะเอ่ยขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามตัวเองได้ “เมิ่งฝาน ชนะ!”