บทที่ 20 ผมไม่ได้ทำอะไรเลย!
หลังเหลิ่งชิงชิวถามจบ ชายหนุ่มก็ตอบแบบไม่รอช้า
“ผมไม่รู้! ผมขอสาบานต่อหน้าโคมไฟว่าผมไม่รู้จริง ๆ! เมื่อวานผมเหนื่อยจนล้าไปหมด กลับมาถึงก็หลับเป็ตาย... อาจจะเป็เพราะผมเพิ่งมาถึงที่นี่เป็วันแรก พอเหนื่อยจัดความทรงจำเกิดขัดข้องเลยจำห้องผิด ผมไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ นะ!”
เหลิ่งชิงชิวกลั้นขำไม่ไหว หันหลังไปแอบหัวเราะทีหนึ่ง จากนั้นก็พูดขึงขัง
“ฉันจะล้างหน้าแต่งตัว นายออกไป”
“ครับ!”
ลู่เฉิงเหวินหมุนตัวได้ก็เผ่นหนีออกจากห้องราวกับจรวด จากนั้นก็ปิดประตูแล้วยืนพิงพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก
‘์ทรงโปรด! รอดมาได้อย่างหวุดหวิดเลย!’
‘ถ้าเธอเข้าใจว่าฉันมีเจตนาละก็ ...ต่อให้ะโน้ำฆ่าตัวตายก็ไม่มีใครเชื่อ!’
‘เห็นอย่างนี้แล้ว เหลิ่งชิงชิวนี่ก็ใช้ได้เลยนะเนี่ย เป็คนมีเหตุผลดีเหมือนกัน!’
เหลิ่งชิงชิวยืนอยู่ข้างประตู เมื่อได้ยินถ้อยคำเหล่านี้แล้วก็ไม่คิดกลั้นหัวเราะอีก เธอแอบหัวเราะเบา ๆ ขึ้นมา
ก่อนจะคิดในใจ อีตาผู้ชายบ้า โดนฉันแอบฟังความในใจไปหมดแล้วก็ยังไม่รู้ตัวอีก
ถ้านายเจตนาจะทำจริง ๆ นายคิดว่าฉันจะยอมปล่อยนายไปงั้นเหรอ?
…
หลังจากลู่เฉิงเหวินล้างหน้าแต่งตัวเสร็จก็ลงมาที่ห้องอาหารชั้นหนึ่ง
เมื่อเข้าไปก็เห็นทุกคนในครอบครัวกำลังรับประทานอาหารกันอย่างพร้อมหน้า
ลู่เฉิงเหวินหิวจะแย่อยู่แล้ว
เพราะเพิ่งพ้นเคราะห์มาได้ ทำให้เขาเบิกบานสบายใจ และพูดทักทายทุกคนอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส “ทุกคนอยู่กันพร้อมหน้าเลย? พ่อ แม่ อรุณสวัสดิ์ครับ โอ้โห! อาหารวันนี้ไม่เลวเลย ป้าเซี่ยตักข้าวให้ผมไว ๆ หน่อยสิครับ ผมหิวจะแย่อยู่แล้ว...”
ป้าเซี่ยยืนอยู่กับที่ พลางยิ้มกระอักกระอ่วน และไม่ทำตามคำสั่ง
“ไปตักข้าวสิครับป้า!” ลู่เฉิงเหวินมองดูป้าเซี่ย “เป็อะไรไป?”
เมื่อหันไปมองดูคนในครอบครัวอีกครั้ง เขาก็พบว่าทุก ๆ คนล้วนอยู่ในอาการสงบนิ่ง
มีเพียงลู่ก่วงหงเท่านั้นที่ไม่ได้มองเขา อีกฝ่ายทำสีหน้าราบเรียบ สายตาจับจ้องแต่อาหาร กินเสียงดัง ‘จั๊บ ๆ’
ลู่เฉิงเหวินรู้แล้วว่าต้องมีปัญหาแน่ ๆ
เขาฝืนยิ้มออกมา “พ่อครับ เกิด... เื่อะไรขึ้นเหรอครับ?”
ในที่สุดลู่ก่วงหงก็เงยหน้าขึ้น มองไปที่ลู่เฉิงเหวิน “เมื่อคืนนี้แกไปทำอะไรมา?”
ลู่เฉิงเหวินเข้าใจแล้ว
“อ้อ! ผมสามารถอธิบายได้นะครับ!” ลู่เฉิงเหวินพูดต่อ “ยาล็อตนั้นมีส่วนประกอบที่ไม่ได้มาตรฐาน พูดขึ้นมาแล้วก็เป็เพราะน้องชายผม เพื่อลดต้นทุนการผลิต เขาถึงกับตัดทอนส่วนประกอบ พ่อครับ จะตามใจน้องชายไม่ได้อีกแล้วนะครับ นั่นมันยานะครับ มีไว้สำหรับรักษาคน! ในอนาคต อย่าว่าแต่ธุรกิจโรงงานยาเลย...”
ไม่รู้ว่าลู่ก่วงหงไปเอาไม้กวาดอาญาสิทธิ์มาจากไหน
ใช่แล้ว นโยบายของตระกูลลู่คือต้องเตรียมไม้กวาดอาญาสิทธิ์ซึ่งเป็เครื่องมือพื้นฐานในการทำความสะอาดที่ชาวบ้านใช้สอยกันภายในบ้านไว้อยู่เสมอ
ถึงแม้จะอยู่คฤหาสน์ห้าชั้นก็ยังต้องเตรียมไม้กวาดอาญาสิทธิ์เอาไว้
ไม้กวาด คืออาญาสิทธิ์ของตระกูลลู่!
คือเครื่องอบรมสั่งสอนของตระกูลลู่!
คือเสาหลักค้ำยันตระกูลของตระกูลลู่!
คือฝันร้ายของพวกเด็ก ๆ ในตระกูลลู่!
ลู่เฉิงเหวินะโลุกขึ้นยืน พลางถอยไปข้างหลังหนึ่งก้าว “พ่อครับ มีเื่อะไรค่อย ๆ พูดกันก็ได้ พ่อเชิญไม้อาญาสิทธิ์มาทำไม? ยาล็อตนั้นเอาออกไปขายไม่ได้จริง ๆ นะครับ! เงินที่ขาดทุนเสียหายคิดเข้าบัญชีผมแล้วก็ยังไม่ได้เหรอครับ?”
“กี่ร้อยล้านฉันก็ยอมขาดทุนได้! ฉันกล้ายกธุรกิจให้แกดูแล ไม่กลัวหรอกว่าจะขาดทุน”
“ถ้างั้นทำไม...”
“ฉันถามแก เมื่อวานนี้แกทำอะไรลงไป? แกทำอะไรชิงชิว?”
ตอนนั้นเอง ลู่เฉิงเหวินถึงได้เข้าใจว่าพ่อของเขาโกรธเพราะเื่นี้
“เื่นี้ผมก็สามารถอธิบายได้เหมือนกันครับ!”
“ยังจะอธิบายอะไรอีก! ขอให้ฉันได้ฟาดแกก่อนค่อยอธิบาย!”
ร่างกำยำของลู่ก่วงหงโถมเข้าหา
“เฮ้ย? พ่อ! พ่อ พ่อ! อย่า โอ๊ย! เจ็บ! พ่ออะ! ผมไม่ได้ทำอะไรเลยจริง ๆ นะ!”
“แกไม่ได้ทำ? แกนิสัยยังไงคิดว่าฉันไม่รู้รึไง? ไอ้ลูกไม่รักดี เื่มั่วผู้หญิง ผู้ชายหน้าไหนก็ทำเป็ แต่ใช้วิธีการสกปรกโสมมแบบนี้กับว่าที่เ้าสาวตัวเอง ฉันสั่งสอนแกแบบนี้เหรอ? วันนี้ไม่ตีแกให้ตายก็เท่ากับไม้กวาดอาญาสิทธิ์ไร้น้ำยา!”
“พ่อ ใครจะกล้ายั่วยุไม้กวาดอาญาสิทธิ์กัน พ่อฟังผมอธิบายก่อนสิ!”
“อธิบาย? มาอธิบายให้อาวุธในมือฉันฟังก่อนดีกว่าไหม? ยังจะหนีอีก? หยุดยืนอยู่ตรงนั้น! หยุดอยู่ตรงนั้นได้ยินไหม? ถอดกางเกงเอาก้นมาให้ฟาดซะดี ๆ!”
คุณแม่ลู่ร้องห้าม “ก่วงหง เฉิงเหวินอายุยี่สิบกว่าใกล้จะแต่งงานอยู่แล้วนะ จะปลดกางเกงฟาดก้นไม่ได้อีกแล้ว”
“ไม่ฟาดก็ไม่สำนึกน่ะสิ!”
ลู่เฉิงเหวินกล้ำกลืนอย่างสุดกำลัง “เข้าใจผิดจริง ๆ นะครับ ทำไมพ่อกับแม่ไม่เชื่อผมบ้างเลย?”
“เชื่อแก? ฉันเชื่อคนอื่นได้ แต่ไม่มีทางเชื่อลูกไม่รักดีอย่างแกแน่!”
“พ่อครับ อย่าดึงกางเกงผม ไว้หน้าผมบ้าง!”
พ่อลูกสองคนวิ่งอลหม่านอยู่ในห้องอาหาร
ขณะนี้เอง เหลิ่งชิงชิวที่ยืนอยู่บนบันไดกระแอมขึ้นมาทีหนึ่งด้วยความเขินอาย หน้าหญิงสาวแดงระเรื่อพร้อมพูดเบา ๆ ราวกับเสียงยุง “คุณลุงคะ คุณป้าคะ”
ลู่ก่วงหงหยุดชะงัก ยืนตัวตรง ซ่อนไม้กวาดอาญาสิทธิ์ไว้ข้างหลัง “อ้าว ชิงชิวตื่นแล้วเหรอ คงจะหิวแล้วละสิ รีบลงมากินข้าวก่อนเถอะ กินข้าวกันก่อน!”
ลู่เฉิงเหวินดึงกางเกงขึ้นเสียงดัง ‘พรึ่บ’ พร้อมหน้าแดงก่ำ
ต้องให้ขายหน้ากันแบบนี้เลยเหรอ? โดนพ่อถอดกางเกงตีก้นต่อหน้าว่าที่เ้าสาว ขายหน้าไปถึงปู่ย่าตายายแล้ว!
เหลิ่งชิงชิวรู้สึกว่าท่าทางของสองพ่อลูกคู่นี้ตลกจนไม่มีคำบรรยาย เธออยากจะหัวเราะแต่ก็กลัวจะเป็การเสียมารยาท ตอนนี้ตนทั้งอายทั้งต้องกลั้นหัวเราะ
เมื่อก่อนเพียงแค่เคยได้ยินนโยบายของบ้านตระกูลลู่เท่านั้น ทว่าวันนี้ได้มาเห็นถึงได้รู้ว่าเรียบง่ายยิ่งกว่าที่เล่าขานกันเยอะ
คุณแม่ลู่เดินตรงเข้ามาหา พลางจับมือเหลิ่งชิงชิว “ชิงชิวจ๊ะ หิวแล้วใช่ไหม? เฉิงเหวินไม่ได้เื่เลย เขาบังคับให้หนูดื่มเหล้าใช่ไหม? คราวหน้าหนูอย่าตามใจเขาอีกนะ ไม่ต้องไปไว้หน้า ถ้าเฉิงเหวินเอะอะโวยวาย หนูก็มาบอกลุงกับป้า ลุงกับป้าจะเข้าข้างหนูเอง”
เหลิ่งชิงชิวเป็ลูกสาวคนโตของตระกูลเหลิ่ง
เป็ซีอีโออันดับหนึ่งของเชียนเฟิงกรุ๊ป
เธอทั้งสูงสง่า เป็สาวสังคมชั้นสูง และเป็ผู้หญิงที่ประสบความสำเร็จ
เนื่องจากเมาจึงถูกพากลับมาค้างที่บ้าน และยังเป็บ้านของว่าที่เ้าบ่าวอีก หากให้ว่าที่พ่อแม่สามีมารู้เข้า... เสียภาพพจน์กันหมดพอดี
จะให้ว่าที่พ่อแม่สามีมองเธออย่างไร? เธอจะกลายเป็ผู้หญิงแบบไหน?
เธออายจนสุดจะทน หน้าแดงจนถึงต้นคอ ราวกับปูที่ถูกลวกในน้ำร้อน
ต่อให้เป็หญิงแกร่งแค่ไหน แต่เมื่อต้องเจอกับสถานการณ์เช่นนี้ก็ยังคงเผยให้เห็นความอ่อนแอ
เธอก้มหน้า พลางส่งเสียงเอ่ยเบา ๆ “คุณลุง คุณป้า เป็ความเข้าใจผิด...จริง ๆ ค่ะ... เมื่อคืนนี้... หนูเอาแต่ใจตัวเองเกินไป พี่เฉิงเหวิน... ไม่ได้ทำอะไรหนูค่ะ”
ลู่เฉิงเหวินเห็นหน้าของเหลิ่งชิงชิวแดงจนถึงกกหูแล้วถึงกับนิ่งอึ้ง
ชายหนุ่มพลันรู้สึกตัว รีบะโเข้าไปหาพ่อ “นั่นไง! นั่นไง! เป็ยังไงล่ะครับ? เธอก็บอกเองแล้วว่าผมไม่ได้ทำอะไรเลย!”
ลู่ก่วงหงใช้ไม้กวาดอาญาสิทธิ์เคาะหัวลู่เฉิงเหวิน “หุบปากไปซะ!”