ตำหนักเซียนซือเป็สถานที่ไม่คุ้นเคยสำหรับฮ่องเต้ไท่เสียน แต่กับโอรสทั้งสองพระองค์ทรงคุ้นเคยไม่ต่างจากองค์หญิงใหญ่ แม้ว่าภายนอกผู้คนจะรับรู้ว่าฮ่องเต้ไม่ใคร่สนใจใยดีองค์ชายรองและองค์ชายสามเพราะผู้หนึ่งมารดาจากไปตอนคลอด อีกผู้หนึ่งมารดาไม่เป็ที่โปรนปราน และให้ความสนใจไปที่องค์ชายสี่ซึ่งประสูตรจากหลี่ซูเฟยมากกว่า แต่ความเป็จริงแล้วพระองค์ทรงลอบพาองค์ชายทั้งสองเข้าไปหาที่ตำหนักใหญ่อยู่บ่อยครั้ง
โอรสที่ไม่มีมารดาปกป้อง หากโปรดปรานเกินหน้าเกินตาย่อมเป็อันตราย พระองค์ไม่อาจดูแลได้ตลอดจึงต้องให้เฉินชิงเซวียนอยู่ในมุมมืดไม่โดดเด่นเกินผู้ใดเช่นนี้ ส่วนเฉินอี้หลง เพราะมารดาไม่ปรารถนาความโปรดปราน อำนาจย่อมไม่มี หากให้ความใส่ใจโอรสเป็พิเศษ ก็ย่อมนำภัยมาให้
องค์ชายทั้งสองจึงจำต้องกลายเป็ผู้ไม่ได้รับความโปรดปรานเสมอมา เฉินอันหนิงเข้าใจข้อนี้มาโดยตลอด และนางก็เข้าใจที่เสด็จพ่อไม่ได้ซ่อนนางเอาไว้ในมุมมืดเช่นน้อง ๆ แต่ให้ความโปรดปรานเหนือโอรสธิดาทั่วไป ใช่ว่าเสด็จพ่อ้าให้นางเป็หนังหน้าไฟ หากแต่นางเป็สตรี ไม่มีผู้ใดคิดว่านางจะเป็ภัยต่อตำแหน่งรัชทายาทหรือตำแหน่งฮ่องเต้องค์ถัดไป ซ้ำนางยังมีสกุลเซี่ยหนุนหลัง อย่างไรย่อมปลอดภัย
แม้ว่าในอดีตนางไม่ได้ปลอดภัยตลอดลอดฝั่งเพราะความอ่อนแอและโง่เขลาแต่ถ้าหากชาตินี้นางไม่ยอมเป็หมากโง่เขลา เดินตามที่เฉินซูเหมยควบคุม นางย่อมอยู่รอดปลอดภัย ร่วมไปถึงน้อง ๆ ทั้งสองด้วย
ผู้ใดจะยินยอมเป็หมากโง่ ๆ กันเล่า สกิลนางออกจะเทพ
“เสด็จพ่อเสวยนี่สิเพคะ เสด็จแม่ลงมือทำด้วยตัวเองเลย”
“เสด็จแม่?”
“เพคะ นับจากนี้องค์หญิงกับหม่อมฉันเป็แม่ลูกกัน” สายตาที่จ้องพระสวามีมิใช่สายตาที่เย้ายวนหากแต่เป็สายตาหาเื่ที่บอกเป็นัย ๆ ว่า พวกนางเป็แม่ลูกกัน ท่านมีปัญหาอะไรหรือไม่เล่า
“คลอดแค่ผู้เดียวแท้ ๆ แต่กลับมีบุตรถึงสาม ชายารักช่างปราดเปรื่อง”
“ไม่เท่าฝ่าาหรอกเพคะ มีเพียงนิ้วก้อยนิ้วเดียว แต่กลับมีบุตรมากมาย ถึงขั้นไข่ทิ้งไว้นอกวัง” ความอ่อนโยนหาได้ยากยิ่งจากสตรีสกุลหรง หรงกุ้ยเฟยกล่าวด้วยใบหน้านิ้วทว่าจิกกัดสวามีซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยไม่มองสายตาขององค์หญิงน้อยที่ส่งมาห้ามปราม
ผู้ถูกปรามาสว่ามีเพียงนิ้วก้อยกัดฟันกรอดทว่าก็ยังแสร้งยิ้มและเอ่ย “นิ้วก้อยของข้าก็ทำให้มีเ้าสามมิใช่หรือไรเล่า”
“เอ๋ น้องสามเกิดเพราะนิ้วก้อยหรือ?”
“เอ๋ ถ้าเสี่ยวหลงเกิดเพรานิ้วก้อย พี่รองก็เกิดเพราะนิ้วก้อยด้วยสิ”
“...” เฉินอันหนิงอยากจะออกไปจากตรงนี้เสียจริง ๆ
เ้าสองคนนี้เป็เด็กจริง ๆ ย่อมไม่เข้าใจ แต่นางไม่ใช่...นางหน้าร้อนไปหมดแล้ว
นิ้วกงนิ้วก้อยอันใดกัน...นางก็เกิดมาเพราะนิ้วก้อยเหรอ?
เท่านิ้วก้อยจริงหรือ?
“เอ่อ กินข้าว ๆ” นิ้วก้อย เอ้ย ฮ่องเต้ไท่เสียนที่ทำให้บุตรชายทั้งสองสงสัยเปลี่ยนเื่ทันทีก่อนจะลอบค้อนให้คนที่ปรามาสว่าสิ่งนั้นของเขาเท่านิ้วก้อยก่อนจะลองคาดโทษ เขาจะต้องทำโทษสตรีปากจัดที่มาปรามาสเขาให้ได้
ผู้ถูกค้อนมา ค้อนกลับไปเช่นกัน หากมิใช่เพราะมีลูก ๆ อยู่นางอยากจะแย้งไปเหลือเกินว่าหากคืนนั้นนางไม่ร่ำสุราแข่งกับเหนียนมามาจนเมามาย ส่วนตัวเขาก็ถูกสนมอื่นวางยากำหนัดผ่านมาเจอนางพอดี นิ้วก้อยของเขามิมีทางได้ทำให้มีอี้หลงอย่างแน่นอน
จากบรรยากาศคล้ายตึงเครียดผ่อนคลายลงได้ด้วยองค์ชายรองและองค์ชายสามที่เอาเข้าจริงแล้วมีเื่ให้ขัดแย้งกันหลายเื่ ไม่ว่าจะสิ่งใดก็เกี่ยงและแย่งกันไปเสียทุกอย่าง ยามที่องค์ชายรองแย่งคีบเนื้อกับองค์ชายสาม องค์หญิงใหญ่ก็คอยห้ามปรามน้อง ๆ และ่ชิงเนื้อนั้นไปแทนอย่างแเีทำให้คนเป็พ่อเป็แม่นึกเอ็นดูก้อนแป้งและซาลาเปาทั้งสามจนเลิกตั้งแง่ใส่กันขึ้นมาชั่วคราว
“คืนนี้ค้างที่นี่นะเพคะ” ไม่ใช่เ้าของตำหนักเป็ผู้กล่าว หากแต่เป็องค์หญิงน้อยที่ส่งเสียงขึ้นหลังจากที่เครื่องเสวยถูกเก็บไปแล้ว ปกติเสด็จพ่อจะร่วมเสวยและกล่อมนางนอนก่อนจะกลับตำหนักใหญ่ หรือไปยังตำหนักอื่น แต่เวลานี้...อย่างไรก็ต้องรั้งให้ค้างคืนที่นี่
“พวกเ้านอนกันสามคนก็เต็มแล้ว ยังจะให้พ่ออยู่ด้วยอีกหรือ”
“เช่นนั้นกล่อมลูกกับน้อง ๆ นอนแล้วค่อยไปนอนอีกแท่นบรรทมสิเพคะ บรรทมเป็เพื่อนเสด็จแม่แทนน้องสามและน้องรองนะเพคะเสด็จพ่อ ถ้าเสด็จพ่อไม่อยู่ พรุ่งนี้หนิงเอ๋อร์จะไม่ยอมกินอะไร”
“เ้ากลายเป็เด็กเอาแต่ใจและร้ายกาจเช่นนี้แล้วหรือ”
“เพคะ” องค์หญิงใหญ่ผู้กำลังจะมีชื่อเสียงเอาแต่ใจและเ้าเล่ห์ร้ายกาจอาจหาญออกคำสั่งให้ฮ่องเต้ค้างคืนกับหรงกุ้ยเฟยได้เอ่ยแล้วก็เชิดหน้าเบือนหนี “หากเสด็จพ่อไม่เชื่อฟังหนิงเอ๋อร์ หนิงเอ๋อร์ก็จะไม่พูดกับเสด็จพ่อแล้วเพคะ”
“เฮ้อ บิดาเช่นข้ามิทางอื่นที่ใดกัน” ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ขัดองค์หญิงน้อยไม่ได้ นับว่าการมาอยู่ตำหนักเซียนซือของนางเปรียบได้กับการเลือกแผ่นป้ายโดยไม่มีสิทธิ์เลือกป้ายอื่นเป็ที่เรียบร้อยแล้ว จากนี้ไปนางไม่ยอมให้เขาไปค้างคืนที่อื่นหรือกลับตำหนักใหญ่แน่แต่ใบหน้าจำใจก็ลอบมีรอยยิ้มเมื่อคิดว่าโทษที่คาดไว้ก็คงจะได้ชำระความเสียที
หรงกุ้ยเฟยที่ออกไปดูความพร้อมสำหรับเตรียมน้ำอาบให้ลูก ๆ จ้องมองท่าทีนั้นโดยไม่รู้เลยว่าอันตรายได้คืบคลานเข้าหานางแล้วโดยมีองค์หญิงใหญ่คอยควบคุม และฮ่องเต้จำใจ (?) ทำตาม
จากนี้ก็แค่ส่งข่าวให้สกุลเซี่ยสนับสนุนเสด็จแม่กุ้ยเฟยเป็ฮองเฮา
แต่ก่อนหน้านั้น...ต้องจัดการเื่พี่เหยียนและสกุลฟู่ซะก่อน