ไลฟ์สด ปลดพลังเวทย์

    จอมขมังเวทย์

    ที่ประตูห้องฟิตเนสมีลวดสลิงคล้องอยู่ ฉันกำลังคิดว่าจะเข้าไปได้ยังไง ตะวันก็หยิบคีมตัดลวดออกมา เขานี่เตรียมพร้อมขนาดนี้เลยหรือ            “ประสบการณ์ทำให้ผมเตรียมพร้อมเสมอ” เขาพูดราวกับอ่านใจของฉันได้ ตะวันใช้คีมตัดสายลวดสลิงจนขาดออก ฉันเอื้อมมือไปจับที่ประตูและกำลังจะเปิดเข้าไป            “อันที่จริงผมมาสำรวจเอาไว้ล่วงหน้าแล้วล่ะ” เขาบอกฉัน แต่ก็ถือว่าเขารอบคอบจริงๆ            เสียงโทรศัพท์ของฉันดังขึ้นจนทำให้ฉันสะดุ้งหัวใจแทบวาย รัตติกาลโทรผ่านแมสเซนเจอร์มาหาฉัน เธอกลับมาแล้ว            ฉันรับสายเธอ เสียงที่คุ้นเคยก็บอกฉันว่า “ไพลิน อย่าเข้าไปในห้อง”            ฉันตกใจกับสิ่งที่เธอบอก “ทำไมหรือ ข้างในมีวิญญาณร้ายที่ฉันรับมือไม่ไหวหรือยังไง”            รัตติกาลบอกว่า “ห้องนี้ตั้งอยู่ในทางสามแพร่ง ที่เชื่อว่าเป็นทางผีผ่าน มีวิญญาณมากมายที่ใช้ทางนี้ไปสู่ประตูผี คุณอาจจะได้รับพลังมืดมากเกินไป แม้คุณไม่เป็นอันตรายถึงชีวิตแต่ก็อาจจะเกิดผลกับร่างกายคุณได้”            “ฉันจะทำยังไงดี” ตอนนี้ฉันกำลังไลฟ์สดอยู่ ฉันไม่สามารถเปลี่ยนใจได้แล้ว            “เอาเป็นว่าฉันจะบอกวิธีให้คุณ เพื่อให้วิญญาณไม่มารังควานคุณ แต่ยังไงคุณก็ต้องระวังตัว”            “บอกฉันมาได้เลย”            “คุณใช้เลือดของคุณเขียนคาถาที่ฉันกำลังจะส่งไปให้ที่หน้าอก”            “ใช้เลือดเหรอ” ฉันถาม“ใช่ เลือดของคุณเอง” เธอบอก แล้วเธอก็ส่งอักขระคาถาที่ว่ามาในข้อความฉันหยิบกริชออกมาและหายใจเข้าลึกๆ ก่อนที่จะใช้มันแทงไปที่ปลายนิ้วของฉันจนเลือดออก ฉันเจ็บตัวอีกแล้วเพื่อที่จะให้ผู้ชมเห็นว่าฉันกำลังทำอะไร ฉันจึงถ่ายวิดีโอตอนที่ฉันเขียนอักขระบนหน้าอกให้ผู้ชมดู ช่องแชทของฉันถึงกับคอมเมนท์(โอ้ว...ขาวมาก)(เนินอกเธอสวยมาก เลือดกำเดาฉันไหลเลย)(ผิวพรรณเธอเนียนสวยมากเลยนะ)(โอ๊ะๆรายการผีกลายเป็นรายการเซ็กซี่ไปซะแล้ว)(ผมนี่หื่นเลย)(นี่ๆพวกหื่นทั้งหลาย ให้เกียรติเธอหน่อยนะ)            ฉันบอกให้ตะวันถอดเสื้อ ฉันต้องเขียนอักขระให้เขาด้วย ไม่เช่นนั้นเขาอาจจะเป็นอันตราย คราวนี้ช่องแชทของฉันก็เดือดอีกครั้ง            (อปป้าของฉันกล้ามหน้าอกล่ำมาก)            (เลือดกำเดาฉันไหลเลย)            (ที่รัก ฉันอยากจะซบที่อกเขาจริงๆ)            (นี่พวกเธอให้เกียรติเขาหน่อย อย่าลวนลามผู้ชายสิ)            ฉันถอนหายใจให้ช่องแชทของฉัน และบอกว่า “ตอนนี้เราต้องเข้าไปภายในห้อง มาพิสูจน์กันว่ามีผีจริงๆไหม”            ฉันเปิดประตูเข้าไป ลมเย็นวูบเข้ามาปะทะที่ใบหน้าของฉัน ภายในห้องมืดสลัวมองไม่ค่อยเห็นอะไรมากนัก รู้แต่ว่ามีเครื่องออกกำลังกายเต็มไปหมด            ยังไม่ทันที่เราจะได้สำรวจ จู่ๆฉันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเดินมาจากทางเดินนอกห้อง            “มีคนกำลังมา” ฉันบอกตะวันและพากันไปหลบอยู่ที่มุมห้อง            “อาจารย์คง ขอบคุณมากนะครับที่มา ถ้าเราไล่วิญญาณเฮี้ยนในห้องนี้ได้ ผมจะได้ปรับปรุงห้องนี้เป็นผับเพื่อฟื้นฟูกิจการเสียที ตั้งแต่มีข่าวลือเรื่องผีที่นี่ ก็ไม่ค่อยมีลูกค้ามาเลย” เสียงชายคนหนึ่งพูด            “ไม่ต้องห่วง อาคมของผมแก่กล้า ผีทุกตัวต้องยอมสยบ” เสียงของชายอีกคนพูดขึ้น            “ประตูถูกงัด! ใครทำแบบนี้กัน” เขาตะโกน “ใครอยู่ข้างในออกมานะ” ไฟในห้องสว่างขึ้น            “ผมจัดการเอง” ตะวันพูดขึ้นมา เขาเผยตัวออกไป            “คุณเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้ยังไง” ชายที่ดูเหมือนผู้จัดการคอนโดถาม            “พวกเรารู้มาว่าที่นี่มีวิญญาณ เรามาจัดการมัน” ตะวันบอก            ชายคนนั้นหัวเราะออกมา “มาจับผี ฮ่าๆๆ เด็กน้อยสองคนมาเล่นจับผีอะไรที่นี่ ไหนๆทำให้ดูหน่อยสิ”            ช่องแชทของฉันถึงกับเดือดเลยทีเดียว            (นี่ผู้จัดการหรือยาม กล้าดียังไงมาพูดกับชายนิรนามของฉันแบบนี้)            (ไอ้บ้านี้กล้าถามอะไรโง่ๆแบบนี้ นี่คุณรู้ไหม วิญญาณร้ายมากมายถูกเธอกำจัดมานักต่อนัก)            (ต่อยมันเลยชายนิรนาม หน้าตาดูดอวัยวะเบื้องล่างมาก)            (โอ๊ย...ฉันอยากจะกระโดดถีบขาคู่เลย)            “นี่ผู้จัดการ สองคนนี่คือใคร ไหนคุณบอกว่าจ้างผมให้มาไล่ผีเพียงคนเดียว ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง” คนที่แต่งกายคล้ายหมอผีพูดขึ้น            “อาจารย์คง ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใครและมาอยู่ในห้องนี้ได้ยังไง เดี๋ยวผมจัดการเองครับ” เขาใช้วิทยุสื่อสารเรียก รปภ.ขึ้นมาให้จับตัวเรา ฉันหันรีหันขวางว่าจะหนีไปได้อย่างไร ตะวันยกมือขึ้นมาแล้วบอกว่า เดี๋ยวผมจัดการให้เองไพลิน            รปภ.สองคนขึ้นมาถึง และพยายามต่อสู้กับตะวัน แต่ตะวันนั้นมีความสามารถด้านการต่อสู้ เขาจัดการ รปภ.กล้ามใหญ่สองคนนั้นในพริบตาเดียวจนลงไปกองที่พื้น            “ผมไม่ได้อยากทำร้ายพวกคุณ อย่าลุกขึ้นมาเลย” เขาบอก            “พวกเราไม่ได้โกหก เรามาจัดการวิญญาณจริงๆ” ฉันบอก “อย่าขัดขวางเราเลย”            คนที่ชื่ออาจารย์คงมองมาที่เรา “พวกแกมันพวกเด็กอมมือ อย่างพวกแกจะไปสู้อะไรกับพวกผีร้ายได้” เขาบอก            “เดี๋ยวข้าจะทำให้ดู” เขาพูดเสียงดังและใช้สรรพนามเรียกตัวเองว่าข้า นี่เขาหลงยุคมาจากไหนกัน            ฉันไม่พูดอะไร แล้วก็รอดูเขาทำ เขาหยิบแท่งไม้ออกมาจากย่าม ไม้แท่งนั้นมีอักขระเขียนอยู่ เขากวัดแกว่งไม้ไปมาและเดินไปทั่วห้อง            “ท่านอาจารย์คงระวังตัวด้วยนะ” ฉันแกล้งพูด            “หึๆ อย่าเข้ามาขวางตอนข้าทำพิธีก็แล้วกัน ไม่เช่นนั้นของจะเข้าตัว” อาจารย์คงขู่ เขายังคงเดินกวัดแกว่งแท่งไม้และสวดคาถาไปด้วย            “พวกคุณจะหนีออกไปก็ได้นะ มันอันตราย ผมจะไม่เอาเรื่องพวกคุณ” ผู้จัดการบอกกับเรา เขาพนมมือกุมสร้อยพระไว้แน่น            (ฮ่าๆๆ เขาขู่นักล่าผีอย่างไพลิน)            (ผู้จัดการคนนี้ตลกดีนะ เขาห้อยพระเสียเต็มคอเลย คอเขาไม่เคล็ดบ้างเหรอ)            (อาจารย์นั่นทำอะไรน่ะ ตลกจัง)            ฉันถอยกลับไปหาตะวันที่ยืนกอดอกดูอยู่ที่มุมห้อง อาจารย์คงเดินไปทั่วห้องและตะโกนว่า มีผีอยู่ตรงนั้น            วิญญาณผู้หญิงผมยาวยืนอยู่ที่มุมห้อง ชายผู้จัดการร้องลั่น “ผีจริงๆครับอาจารย์ จัดการมันเลยครับ” ฉันมองไปที่ผู้จัดการคนนั้น เขาดูเหมือนมีความลับซ่อนอยู่            อาจารย์คงล้วงมือเข้าไปในย่ามและควักมีดออกมาเล่มหนึ่ง เขาท่องคาถาไปที่มีดนั้น “ผีร้าย วันนี้ข้าจะจัดการแกเอง”            เขาใช้มีดแทงเข้าไป ร่างของหญิงสาวนั้นจนสลายกลายเป็นควันหายไปอย่างไร้ร่องรอย            (อ่าวจบซะแล้ว วันนี้ไพลินไม่ได้ทำอะไรเลย)            (อาจารย์คงเป็นใครกัน)            อาจารย์คงกำจัดผีสาวตนนั้นและหันกลับมาพูดอย่างองอาจว่า “เคราะห์ดีที่จัดการผีร้ายลงได้”            ฉันยืนมองเขา อาจารย์คงคนนี้คือใคร *** ฝาแฝด ***
    ผู้จัดการคอนโดสรรเสริญเยินยออาจารย์คงไม่หยุดปาก “อาจารย์คงจอมขมังเวทย์ของแท้ ไม่เหมือนเด็กน้อยสองคนที่เข้ามาเล่นอะไรก็ไม่รู้ เห็นแล้วสินะว่าเป็นยังไง”            อาจารย์คงทำท่าทีองอาจมาดทะนง สายตาเขาไม่มองมาทางเราเลย “ไม่เอาน่าอย่าไปว่าเด็กๆมันเลย มันก็คงเข้ามาเล่นแบบที่วัยรุ่นมันชอบไปบ้านผีสิงอะไรแบบนี้”            “อาจารย์คง ผมจะตอบแทนอาจารย์เป็นเงินเจ็ดหลักเลย เมื่อไม่มีผีแล้วผมจะได้เปลี่ยนห้องนี้เป็นบาร์ เผื่อว่าลูกค้าข้างล่างจะ....” เขาหยุดพูด และดวงตาของเขาเบิกโพลงมองไปที่อาจารย์คง ผู้จัดการถอยหนีออกมาด้วยท่าทางหวาดกลัว            ที่ไหล่ของอาจารย์คงมีวิญญาณของหญิงสาวเมื่อกี้ขี่อยู่ที่คอของเขา เธอยังไม่หายไปไหน ไม่สิเธอเป็นวิญญาณอีกตน ฉันสัมผัสได้ว่ามีวิญญาณอยู่ที่นี่มากกว่าหนึ่ง            “ผีๆๆๆ” ผู้จัดการร้องออกมา            “อย่าตกใจ เดี๋ยวข้าจัดการเอง” อาจารย์คงบอก            เขาหยิบมีดหมอออกมาและแทงไปที่ด้านหลังของเขา แต่วิญญาณของผู้หญิงนั้นกระชากเขาขึ้นไปที่เพดาน หัวของอาจารย์คงกระแทกเข้ากับโคมไฟจนเลือดไหลออกมา เขาร่วงหล่นลงมาที่พื้น            วิญญาณผู้หญิงตนนั้นลอยไปอยู่ที่มุมห้องและปรากฏวิญญาณอีกตนออกมา เธอเป็นวิญญาณฝาแฝด            (ผีฝาแฝดสยองคูณสอง)            (ตัวเดียวก็ว่ายากแล้วนี่มาแพคคู่)            (อาจารย์คงตายแน่)            อาจารย์คงเดินไปทั่วห้องและพยายามใช้มีดแทงวิญญาณ แต่เขากลับถูกวิญญาณเล่นงานซ้ำแล้วซ้ำเล่า จนเขาล้มลง ปล่อยไว้แบบนี้คงไม่ดีแน่ เขาอาจจะถูกเล่นงานจนตาย            ฉันล้วงเอาข้าวสารเสกออกมาและท่องคาถาใส่ จากนั้นก็โปรยข้าวสารเสกไปที่วิญญาณสองตนนั้น วิญญาณกรีดร้องออกมาและหายไป ฉันมองไม่เห็นเธอทั้งสอง            รัตติกาลยังอยู่ในสายเธอบอกกับฉันว่า “ใจเย็นๆไพลิน มีวิธีที่จะเห็นวิญญาณ  คุณเอาเทียนขึ้นมาจุด คุณมีเทียนใช่ไหม”            ฉันมีเทียน แต่ทำไมเธอรู้ แต่ช่างมันก่อนเถอะ ฉันทำตามที่เธอบอก ฉันจุดเทียนขึ้น มันเป็นเทียนลงอาคมที่ฉันได้มาไม่นาน เมื่อฉันจุดเทียนแล้วเปลวเทียนก็ส่องสว่าง ควันของเทียนนั้นลอยไปยังทิศทางที่มีวิญญาณ มันเป็นสัญญาณที่ทำให้ฉันรู้ว่าพวกเธออยู่ที่ไหน            “ทำยังไงต่อ” ฉันถาม            รัตติกาลตอบกลับมา “เธอร่ายคาถาอัคคีในตำราที่ฉันเคยส่งให้เธอฝึก และโยนเทียนเข้าไปได้เลย”            ฉันนึกมนตร์คาถาบทที่เธอบอกและโยนเทียนเข้าไปยังจุดที่วิญญาณอยู่ เปลวเพลิงลุกไหม้ วิญญาณทั้งสองปรากฏกายและกำลังถูกเปลวไฟเผาไหม้ กำลังสลายกลายเป็นควันหายไป            ขณะที่วิญญาณทั้งสองกำลังสลาย ฉันได้ยินเสียงวิญญาณพูดกับฉันว่า ข้างหลัง ห้องลับ และ โดนขัง คอนโดแห่งนี้ซ่อนความลับอะไรเอาไว้            ผู้ชมของฉันต่างก็พูดคุยกัน            (ห้องลับ ถูกขัง มีใครถูกขังอยู่หรือเปล่า หรือมีอะไรที่ห้องลับนั้น)            (ผู้จัดการก็มีท่าทีแปลกๆ เขาต้องมีความลับอะไรบางอย่างกับผีฝาแฝดแน่ๆ)            (พวกคุณต้องไปดูที่ห้องลับนั้น ฉันจะตอบแทนด้วยการโดเนทอย่างหนัก)            ยอดโดเนทเด้งขึ้นรัวๆและเยอะมาก ฉันลังเลอยู่ไม่น้อย เพราะความตั้งใจของฉันแค่จะมาไลฟ์ที่ห้องฟิตเนสเพียงอย่างเดียว            “ที่นี่มีวิญญาณมากกว่าที่คิด แต่มันอาจจะดีกับคุณก็ได้สำหรับการรักษาเนื้องอกที่ใบหน้าของคุณ” รัตติกาลบอก            ฉันตกใจไม่น้อย ฉันใส่หน้ากากตลอดเวลา แต่เธอรู้ “คุณรู้ได้ยังไงว่าใบหน้าของฉัน...”            “ฉันรู้หลายเรื่องเกี่ยวกับคุณ “ เธอบอก ฉันสงสัยว่าเธอเป็นใครกัน เอาไว้สักวันฉันจะต้องรู้ให้ได้ว่าเธอคือใคร            “เธอเป็นใคร ทำไมใช้อาคมอัคคีได้ มันเป็นวิชาที่สืบทอดกันเฉพาะในตระกูล” เสียงของผู้จัดการพูดขึ้น “ผมเคยได้ยินเรื่องเล่าจากปู่ผมว่ามันเป็นวิชาของตระกูลผู้มีไสยเวทย์ที่สืบทอดกันมา หรือเธอจะเป็นทายาท”            อาจารย์คงทำสีหน้าตกใจ เขาพูดกับฉันว่า “รับข้าเป็นศิษย์ด้วยเถอะ”            ฉันงงกับสิ่งที่พวกเขาพูด อาคมอัคนีอะไรกัน ฉันก็แค่ทำตามที่รัตติกาลบอก ตระกูลไสยเวทย์อะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้ว            ยังไม่ทันที่ฉันจะเรียบเรียงเรื่องราว อาจารย์คงก็คุกเข่าลง “ได้โปรดรับข้า เอ๊ย..ผมเป็นศิษย์ด้วย ท่านอาจารย์” เขาเปลี่ยนสรรพนามเรียกตัวเอง และยังเรียกฉันว่าอาจารย์            “ทำอะไรของคุณน่ะ” ฉันถามเขาทำท่าจะกราบฉัน จนฉันต้องร้องห้าม“หยุดนะ แล้วก็อย่ามาเรียกฉันว่าอาจารย์ ฉันไม่ชอบ” ฉันบอกเขา            “ไม่ๆๆ ขอให้ผมได้เป็นลูกศิษย์ด้วยเถอะ” เขายังไม่หยุดรบเร้า            ฉันเริ่มไม่สบอารมณ์ จึงขู่เขาออกไป“ถ้าคุณไม่หยุดทำให้ฉันรำคาญ ฉันจะเสกหนังควายเข้าท้องคุณ จะทำของให้คุณตายไปซะ” ฉันขู่ทั้งๆที่ฉันก็ทำของพวกนั้นไม่เป็นหรอก            “อย่าๆๆนะครับ ผมกลัวแล้ว” เขาถอยร่นไปเมื่อได้ยิน            “กลัวแล้วก็ไปซะ” ฉันไล่และทำท่าเดินย่างสามขุมเข้าไปหา เขาตาลีตาเหลือกวิ่งหนีออกไปจากห้อง            (ฮ่าๆๆๆ อาจารย์คงกลายเป็นอาจารย์โกยซะแล้ว)            (หมดฟอร์มจอมขมังเวทย์)            (จากอาจารย์กลายเป็นลูกศิษย์ซะอย่างงั้น)            (ไพลินขู่โหดมาก หนีไปซะละ)            (วิ่งๆๆ วิ่งไวๆอาจารย์คง)            ฉันหันไปหาตะวันแล้วถามเขาว่า เราควรตามหาห้องลับนั้นจริงๆไหม เขามีสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะบอกกับฉันว่า“อาจจะมีอะไรบางอย่างแบบที่ผู้ชมบอกก็ได้ เราควรไป”            ตะวันกระชากคอเสื้อผู้จัดการแล้วบอก“พาพวกเราไปที่ห้องลับนั้น” ผู้จัดการมีทีท่าอิดออดแต่ก็จำใจพาเราไป เราลงลิฟท์ไปถึงชั้นต้อนรับของคอนโด            “ไปทางไหน” ฉันถาม ตะวันก็ใช้สายตาข่มขู่เขา            ผู้จัดการชี้นิ้วไปที่ทางข้างหลังคอนโด ระหว่างนั้นก็มีชายคนหนึ่งเดินไปทางนั้น หน้าตาเขาคุ้นๆเหมือนกับเป็นคนที่มีชื่อเสียง            “นั่นมันนักธุรกิจใหญ่ใช่ไหม” ตะวันถาม            “ใช่ครับ เขาเป็นแขกประจำ มาทีไรจ่ายไม่อั้น” ผู้จัดการบอกขณะที่กำลังกดพิมพ์บางอย่างที่โทรศัพท์มือถือ            “คุณกำลังทำอะไร พาพวกเราไปที่ห้องลับเดี๋ยวนี้” ตะวันบอก            ผู้จัดการพาเราเดินไปยังด้านหลังของคอนโด ที่นั่นมีประตูซ่อนอยู่ ผู้จัดการใช้คีย์การ์ดสแกนให้ประตูเปิดออก พวกเราเข้าไปภายใน ฉันสังเกตเห็นผู้จัดการมีท่าทีร้อนรนแปลกๆ            เราเดินต่อไปจนสุดทางก็พบประตูอีกบาน เขาใช้คีย์การ์ดเปิดออก ผู้จัดการฉวยโอกาสวิ่งหนีไปภายใน ยังไม่ทันที่เราจะได้วิ่งตามไป ก็มีชายสองคนพุ่งมาประชิดตัว เขารูปร่างสูงใหญ่และมีปืนเหน็บอยู่ที่เอว            “จัดการพวกมัน แต่อย่าใช้ปืน เดี๋ยวมันจะเสียงดัง” ผู้จัดการตะโกนบอกชายทั้งสอง เขานั้นแอบส่งข้อความถึงบอดี้การ์ดคุมห้องลับเมื่อกี้            สิ้นเสียงชายคนหนึ่งก็เหวี่ยงหมัดชกเข้ามาที่ตะวัน แต่เขาหลบได้อย่างว่องไว ชายอีกคนวิ่งเข้ามาเตะแต่ตะวันก็ยกเท้าขึ้นมาป้องกันได้ทัน            ตะวันได้ทีถีบเข้าไปที่เข่าชายคนหนึ่งจนเขาเซและตะวันก็ขยับตัวไปข้างหลังอย่างลื่นไหลถีบเข้าไปที่หน้าอกของอีกคนจนล้มลงไป            การเคลื่อนที่ของตะวันว่องไวมาก เขาชกได้อย่างรวดเร็วไปที่ชายทั้งสอง และสามารถปัดป้องการโจมตีได้เป็นพัลวัน            ทุกครั้งที่เขาชกออกไป ฉันรู้สึกได้ว่าหมัดของเขามีพลังงานออกมาจากการโจมตีของเขา