“สี่ทะเล แปดดินแดน สามโลกพิภพ แบ่งแยกออกเป็สี่ทะเล ได้แก่ ทะเลบูรพา ทะเลประจิม ทะเลอุดร และทะเลทักษิณ แปดดินแดน ได้แก่ ทิศอุดรแดน์ปกครองโดยเทียนจวิน อีสานเผ่าจิ้งจอกเก้าหาง บูรพาสำนักศึกษาคุนหลุน อาคเนย์เผ่าพยัคฆ์ขาว ทักษิณเผ่ามาร หรดีเผ่าเต่าดำ ประจิมเผ่าั พายัพเผ่าหงส์เพลิง สุดท้ายสามภพหกภูมิแบ่งแยกได้เป็ หนึ่งแดนเซียน์ปีศาจมาร พิภพสองหลายพันโลกมนุษย์ สามสิ้นสุดปรโลก”
“มหาเทพหนึ่งเดียวของสี่ทะเลแปดดินแดน แม่ทัพัดำเฮยหลง ท่านผู้เฒ่าได้ตัดขาดจากโลกทั้งสามภพ ถอนตัวจากอำนาจทั้งปวง ขอเร้นกายภายในวังเมฆานิลองค์เดียว ได้รับการกราบไหว้และความเลื่อมใสจากทั้งแปดทิศ วังของท่านตั้งอยู่เหนือสุดูเาสูงอันโดดเดี่ยวในเผ่าัฟ้า ไร้ชีพ ไร้ขันธ์ ไร้อายุขัย ชีวีเป็นิรันดร์”
เสียงแหบต่ำของอาจารย์เฒ่าที่ท่านปู่เชิญมาจากยอดเขาคุณหลุนร่ายยาวไม่หยุด สาวงามผมขาวกลับนั่งฟุบหลับอยู่บนโต๊ะเรียนตัวเตี้ย ด้วยถือว่าตัวเองอยู่หลังสุดและไม่มีใครสนใจนาง
อาภรณ์ขาวงดงามตระการตา ผมยาวสีขาวทิ้งตัวเป็น้ำตกพลิ้วไหวไปตามแรงลม คล้ายดั่งหยกหิมะหนึ่งเดียวภายในห้องเรียน ลักษณะโดดเด่นแต่กลับไร้ผู้คนสนใจ สาวงามผมขาวอาภรณ์หิมะโปรย หนึ่งเดียวในสี่ทะเลแปดพิภพ ผิวขาวดั่งหิมะ ชอบสวมอาภรณ์สีขาวทั้งตัว สวมรองเท้าขาว แม้แต่หยกประดับก็เป็หยกหิมะขาวบริสุทธิ์ ทั้งโดดเด่นและทั้งประหลาด มีความเป็เอกลักษณ์ไร้ผู้ใดเหมือน เฟิ่งป๋ายฮวา องค์หญิงปลายแถวแห่งเผ่าหงส์เพลิง
เสียงบรรยายตำนานเกี่ยวกับมหาเทพเฮยหลง นักเรียนผู้ตั้งใจเรียนคนหนึ่งเอียงคอยกมือขึ้นถามอาจารย์เฒ่า “อาจารย์ขอรับ มหาเทพเฮยหลงกับเทียนจวินผู้ปกครอง์องค์ปัจจุบัน ใครมีอำนาจมากกว่ากันขอรับ”
อาจารย์เฒ่าฟังแล้วถอนหายใจเพราะเมื่อครู่เพิ่งอธิบายเื่นี้จบ “แน่นอนว่าต้องเป็มหาเทพเฮยหลง”
“แต่ทั้งสองพระองค์ก็เป็ัเหมือนกันไม่ใช่หรือเ้าคะ” ยังมีคำถามอีกเช่นเคยเมื่อเด็กน้อยอายุพันปีทั้งหลายเหล่านี้ไม่เข้าใจประวัติศาสตร์ตำนานของสี่ทะเลแปดดินแดนสามโลกหกพิภพ
“มหาเทพท่านเป็เทพในยุคก่อนา เป็ัตัวแรกของสี่ทะเลแปดดินแดน ถือกำเนิดมาจากครรภ์์ ไร้บิดาไร้มารดา เป็แม่ทัพข้างกายและเป็สัตว์เทพให้เทพบิดรเทพมารดา ผ่านมาหลายแสนปี จนเทพบิดรและเทพมารดาคืนสู่ธุลีดิน เหลือเพียงมหาเทพเฮยหลงองค์เดียว ปกครองความสงบทั้งสี่ทะเลแปดดินแดนแทนเทพบิดร จนทุกวันนี้ดินแดนทั้งแปดทิศสงบ ท่านจึงถอนตัวออกมาและเร้นกายหาความสงบ อาศัยอยู่ในวังเมฆานิลอย่างโดดเดี่ยวเรื่อยมา” อาจารย์จากสำนักคุนหลุนอธิบายให้นักเรียนฟังอย่างตั้งใจ
“ท่านเทพอยู่ในวังเมฆานิลโดดเดี่ยว เพียงคนเดียวจริงหรือเ้าคะ” หญิงสาวผมแดงอาภรณ์แดงยกมือขึ้นถามอาจารย์ด้วยดวงตาเป็ประกาย
เฟิ่งป๋ายฮวากลอกตาตัวเองรอบหนึ่งเมื่อได้ยินเสียงพี่ใหญ่ของตนเอง เฟิ่งหงเหลียน องค์หญิงใหญ่ผู้เป็ที่รักของทั้งราชวงศ์และเผ่าหงส์เพลิง รัชทายาทปัจจุบัน หลานรักของท่านปู่ และว่าที่ราชินีเผ่าหงส์เพลิงคนต่อไป
อาจารย์หันหน้าไปมององค์หญิงใหญ่พร้อมโค้งคำนับตอบอย่างนอบน้อม “ใช่แล้วองค์หญิงใหญ่” ท่าทางเกรงอกเกรงใจของอาจารย์ที่มีต่อลูกศิษย์ทำให้ป๋ายฮวากลอกตาตัวเองอีกรอบด้วยความเหนื่อยใจ
เฟิ่งหงเหลียนใบหน้าแดงระเรื่อ ะโถามเสียงใสว่า “มหาเทวีของมหาเทพล่ะเ้าคะ”
“ไม่มี” อาจารย์ตอบพลางส่ายหน้าเล็กน้อย เพราะหลายแสนปีมานี้ไม่เคยมีข่าวหรือตำนานเกี่ยวกับเนื้อคู่ของมหาเทพผู้เฒ่าเลย
ตำนาน ประวัติศาสตร์นับโบราณกาล เพียงเล่าขานมาว่าเมื่อครั้งที่เทพบิดรสร้างสี่ทะเลแปดดินแดน มหาเทพท่านนั้นบอกว่าตัวเองยังอายุน้อยไม่คิดถึงเื่เนื้อคู่ ปรารถนาเพียงร่วมรบ เป็แม่ทัพคู่กายและสัตว์เทพให้เทพบิดรเทพมารดาเท่านั้น ครั้นเมื่อเทพบิดรเทพมารดาหวนคืนสู่ธุลีดิน มหาเทพหนึ่งเดียวท่านนั้นก็บอกว่า้าปกครองให้ทั้งสี่ทะเลแปดดินแดนมีความสงบ เกิดเป็ตำนานแม่ทัพเหนือปฐีของสี่ทะเลแปดดินแดน
เมื่อผ่านมาจนกระทั่งทั้งสามภพหกภูมิสงบสุข ท่านผู้เฒ่ากลับโยนภาระงานให้เผ่าัทอง มอบหมายหน้าที่ให้เป็เทียนจวินปกครอง์สี่ทะเลแปดดินแดน ส่วนตนเองกลับเร้นกายเก็บตัวอยู่ในวังเมฆานิลเพียงองค์เดียว มีบ้างที่ออกมาเที่ยวเล่นตามเผ่าปีศาจต่างๆ หรือไปเยี่ยมัฟ้าลูกศิษย์ของท่านในเผ่าั
ภาพจำของเทพเซียน ปีศาจและมารทั้งหลาย คงจำได้เพียงเกศายาวสีนิลเงางาม สวมอาภรณ์สีดำ หน้านิ่งเ็า ท่วงท่าของแม่ทัพเหนือปฐีในตำนาน ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ และไปไหนมาไหนคนเดียวตลอดเวลานับั้แ่เทพบิดรเทพมารดาหวนกลับคืนสู่ธุลีดิน ผ่านมาหลายแสนปี ก็มีเพียงท่านองค์เดียว แม้แต่ข้ารับใช้สักคนก็ไม่มี
ส่วนเื่เนื้อคู่ของมหาเทพผู้เฒ่านั้น เมื่อมีเทพเซียนใจกล้าหรือปีศาจตนใดเอ่ยปากถามท่านถึงเื่เนื้อคู่ มหาเทพเฮยหลงเพียงปรายตามองแล้วเดินผ่านไปเงียบๆ ผู้ใดเล่าจะกล้าซักถามหรือบังคับมหาเทพผู้เฒ่า นับแสนปีมานี้มหาเทพผู้ไร้ความรู้สึกไร้คนเคียงข้าง บางทีเพราะมีชีวิตเป็นิรันดร์ ์จึงกำหนดให้ท่านอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปตลอดชีวิตล่ะมั้ง
เฟิ่งหงเหลียนใบหน้าซีดขาว “มหาเทพไม่มีผู้ใดเคียงข้างเลยหรือเ้าคะ”
“เมื่อสามแสนปีก่อน เคยมีเผ่ามารใจกล้า บรรณาการองค์หญิงหนึ่งเดียวแห่งเผ่ามารผู้ตกหลุมรักมหาเทพเฮยหลงมานาน องค์หญิงเผ่ามารขอเพียงเป็นางสนมเท่านั้น แต่ผลสุดท้ายคือถูกมหาเทพผู้เฒ่าลบพลังมารก่อนจะโยนลงมาจากวังเมฆานิลที่สูงพ้นขอบเมฆ แม้แต่จอมมารยังต้องกลืนก้อนเืก้อนนี้ลงคอไป รีบใช้กำลังตามหาองค์หญิงซึ่งเหลือเพียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายกลับเผ่ามาร”
นักเรียนบางคนเริ่มมีใบหน้าซีดเผือดเมื่อจินตนาการตามคำพูดของอาจารย์
“นับแสนปีมานี้หุบผาข้างวังเมฆานิล เคยถูกมหาเทพเฮยหลงโยนหญิงงามลงมา หากไม่ถึงหมื่นแต่ก็คงหลายพันแล้ว หญิงงามใดเล่าจะกล้านำตัวเองใส่พานไปถวายให้มหาเทพเฮยหลงอีก” อาจารย์บอกนักเรียนเสียงเบาก่อนจะถอนหายใจ
ยังดีที่มหาเทพผู้เฒ่าท่านมีใจเมตตา แม้หญิงงามเ่าั้จะกล้ารบกวนท่านผู้เฒ่าแต่ท่านก็ยังเสกก้อนเมฆรอรับด้านล่าง แม้จะาเ็จนเกือบไร้ลมหายใจ แต่ไม่เคยมีตำนานใดบอกว่ามีหญิงงามต้องตายเพราะถูกโยนลงมาจากวังเมฆานิล แต่หลายหมื่นปีมานี้ก็เกิดเื่เล่าลับๆ กระซิบกันต่อมาว่า อยากพบหญิงงามให้เฝ้ารอใต้หุบผาวังเมฆานิล หากโชคดีอาจจะได้โอบหญิงงามกลับบ้านด้วยก็ได้
สาวงามผมขาว ดวงตาดอกท้อเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะเตี้ย ปลายตาประดับด้วยพิรุณเบาบางเพราะรู้สึกง่วงนอน นางมองหน้าอาจารย์ผู้สอนก่อนกระพริบตาปริบๆ ไร้ความสนใจจากเื่ไกลตัวเหล่านี้โดยสิ้นเชิง โลกของนางและโลกของัดำผู้เฒ่าท่านนั้น คงไม่มีวันมาพบเจอกันได้ ต่อให้นางเกิดแล้วตายอีกร้อยรอบ อายุนางยังไม่เท่ามหาเทพเฮยหลงเลย แม้แต่ท่านปู่เมื่อต้องยืนอยู่ต่อหน้ามหาเทพยังต้องคารวะหนึ่งครั้งและเรียกท่านว่า “องค์มหาเทพผู้เฒ่า” ด้วยซ้ำ
เฟิ่งป๋ายฮวากระพริบตาเล็กน้อยก่อนจะพลิกหัวไปอีกด้านเพื่อเปลี่ยนท่านอนเนื่องจากปวดเมื่อยตามตัวพลางคิดถึงเื่ที่วางแผนไว้ต่อจากนี้ เมื่อไหร่จะเลิกเรียนสักทีนะ พรุ่งนี้เป็วันเกิดของนางด้วยสิ ป่านนี้ท่านพ่อและท่านแม่คงกำลังรอนางกลับไปกินเลี้ยงฉลองแล้ว
“พี่สาวป๋าย พี่ช่วยตั้งใจเรียนหน่อย ได้หรือไม่เ้าคะ” เสียงกระซิบจากด้านข้างพร้อมการสะกิดเล็กน้อยจากญาติผู้น้อง
เฟิ่งป๋ายฮวาเท้าคาง หัวคิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากัน แสดงความเบื่อหน่ายออกมา “เมื่อไหร่จะเลิกเรียนสักที” นางหันไปถามญาติผู้น้องซึ่งขณะนี้กำลังจดทุกคำพูดของอาจารย์
เฟิ่งหงเฟิ่นละสายตาจากสมุดก่อนจะกลอกตาไปมาหันมามองญาติผู้พี่ตัวเอง “ท่านช่วยตั้งใจเรียนหน่อยได้หรือไม่ ตอนนี้ผลการเรียนของท่านต่ำที่สุดในห้องไม่ใช่หรือ หากองค์าาทราบเื่นี้ องค์าาต้องทำโทษท่านแน่ ถึงตอนนั้นท่านพ่อของท่านคงไม่สามารถช่วยพูดให้ท่านได้อีกแล้ว”
“ไม่ว่าข้าจะสอบได้อันดับที่เท่าไหร่ คะแนนต่ำหรือคะแนนสูง ท่านปู่ก็หาเื่มาดุข้าได้อยู่ดี เพราะว่าท่านปู่ไม่ชอบข้า ห้าพันปีมานี้มีครั้งใดบ้างที่ท่านปู่ไม่ดุด่าข้าบ้างเล่า” ป๋ายฮวาน้อยก้มหน้าลงต่ำบ่นอุบอิบเพราะความลำเอียงของท่านปู่
ั้แ่ฟักออกจากไข่จนมีอายุห้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าปี ท่านปู่ก็ยังไม่ชอบนาง เมื่อครั้งเป็เด็กนางยังพยายามตั้งใจเรียนจนผลการเรียนได้อันดับหนึ่งของห้องเพื่อให้ท่านปู่ ลุงใหญ่และท่านป้าใหญ่ชอบนางบ้าง แต่ท่านปู่ก็ดุนางกล่าวหาว่านางอยากได้ชื่อเสียง อยากทำให้พี่ใหญ่ขายหน้า อยากเอาชนะพี่ใหญ่ เมื่อครั้งยังเป็เด็กนางยังไม่เข้าใจ จำได้เพียงสีหน้าดำคล้ำของท่านพ่อที่พยายามกำมือแน่นอดทน
พอโตขึ้นนางจึงทำคะแนนให้ได้น้อยลงหน่อยเพื่อให้พี่ใหญ่ได้อันดับหนึ่ง ถึงอย่างนั้นท่านปู่ก็ยังหาเื่มาตำหนินางได้อีกว่าอยากเอาชนะพี่รองใช่หรือไม่ อยากทำให้พี่รองเสียหน้าหรือ เมื่อนั้นนางถึงได้เข้าใจว่าตำแหน่งนางในใจของาาเผ่าหงส์เพลิงคงอยู่ท้ายสุดของหลานทุกคนที่ท่านมี จนกระทั่งนางเติบโตขึ้นจึงทำคะแนนให้ต่ำที่สุดในห้อง แม้ตอนนี้จะไม่มีคำด่าเหมือนเคย แต่ถึงอย่างนั้นก็มีดูถูก กล่าวหานางว่าเป็ถึงองค์หญิงแต่คะแนนยังต่ำกว่าลูกหลานของขุนนางเสียอีก
“เฮ้อ” เสียงถอนหายใจเล็กๆ ดังขึ้นเมื่อต้องยอมรับโชคชะตาของตัวเอง ในเวลานั้นข้าอยากจะะโกลับไปเหลือเกินว่า หากข้าไม่ได้อันดับสุดท้าย ท่านอาจจะมาพูดกับข้าอีกว่า ข้าได้คะแนนเยอะกว่าญาติผู้พี่ คงจะอยากทำให้พี่ใหญ่เสียหน้าใช่หรือไม่ เพราะนักเรียนคนนั้นเป็หลานของท่านป้าใหญ่ ไม่ว่าข้าจะทำดีอย่างไรท่านก็ยังหาเื่มาตำหนิข้าได้อยู่ดี ไม่ใช่หรือ
จนเมื่อนางเติบใหญ่กลายเป็หงส์อายุห้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าปี นางจึงได้เข้าใจว่าท่านปู่นั้นไม่ชอบครอบครัวของนางมาโดยตลอด เผ่าหงส์เพลิงแบ่งลำดับพลังตามสีแดง หากสีแดงเข้มทั้งตัวหมายถึงว่าหงส์ตัวนั้นมีพลังเยอะที่สุดเหมือนเฟิ่งหงเหลียนองค์หญิงใหญ่แห่งเผ่าหงส์ เพลิงและหงส์ตัวอื่นก็จะมีสีจางลงมาจนถึงสีชมพู
ราชวงศ์ของเผ่าหงส์เพลิงจะมีสีแดง และหงส์บริวารอื่นๆ จะมีหลากหลายสีต่างกันไป มีทั้งขนสีม่วง สีเขียว สีส้ม สีดำ และสีเหลือง หรือแม้แต่สีผสม มีเพียงนางที่เป็หงส์ขาวหนึ่งเดียวในเผ่าหงส์และหงส์ขาวหนึ่งเดียวในราชวงศ์ของเผ่าหงส์เพลิง
ท่านย่าของนางเป็เพียงนางสนมเล็กๆ จากหัวเมืองห่างไกล ปกติเผ่าหงส์เพลิงจะมีคู่เพียงหนึ่งเดียว นอกจากราชินีเผ่าหงส์องค์ปัจจุบันที่เสียชีวิตก่อนนางเกิดเสียอีก ก็มีเพียงท่านย่าของนางซึ่งอยู่ในตำแหน่งนางสนมของวังหลัง เหตุการณ์นั้นเกิดจากท่านปู่ออกไปรบและเผลอมีความสัมพันธ์ขณะมึนเมากับนางกำนัลจนท้องขึ้นมา แม้ท่านปู่จะไม่อยากยอมรับ แต่ก็ต้องเห็นแก่หงส์น้อยในท้องท่านย่า เพราะคลอดยากด้วยสาเหตุใดไม่ทราบ เมื่อคลอดท่านพ่อออกมาท่านย่าก็เสียชีวิตทันที
หลังจากคลอดท่านพ่อหงส์สีชมพูจางออกมา ท่านปู่ก็ไม่พอใจท่านพ่อเป็อย่างมากเพราะพลังของท่านพ่อมีเพียงน้อยนิด กลายเป็องค์ชายปลายแถวที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวมากกว่า ยินดีลำบากไม่ยินดีอยู่ในวัง ก่อนจะพบรักกับท่านแม่องค์หญิงเผ่าจิ้งจอกเก้าหางสีขาว ท่ามกลางความไม่ยินยอมและไม่พอใจของท่านปู่ จนสุดท้ายท่านแม่คลอดนางออกมา กลายเป็หงส์ขาวหนึ่งเดียวในเผ่าหงส์เพลิง ไร้พลังจนนึกว่าเป็เพียงหงส์ธรรมดา
หากไม่ใช่เพราะเผ่าหงส์เพลิงมีกฎกำหนดไว้ว่าหงส์ทุกตัวหากอายุไม่ครบหกพันปี ห้ามออกนอกดินแดนเผ่าเด็ดขาด ต้องเรียนรู้ให้จบการศึกษาตามที่บรรพบุรุษกำหนดไว้ หากไม่มีกฎนี้ท่านพ่อและท่านแม่คงนำนางกลับไปหาท่านตานานแล้ว ทั้งสองจึงตัดสินใจออกมาสร้างวังสีขาวข้างนอกโดดเดี่ยวเพื่อให้นางไม่ต้องถูกรังแกและทนรับการดูถูกจากองค์ชายองค์หญิงคนอื่นของท่านปู่
อ้อ ทำไมนางชอบสวมอาภรณ์สีขาวน่ะหรือ ก็เพราะผมนางสีขาว ไม่พอใจที่นางเป็เพียงหงส์ขาวในราชวงศ์หงส์เพลิงไม่ใช่หรือไร นางจะแต่งชุดขาวให้พวกท่านกระอักเืตายไปเลย อาภรณ์นางสีขาว ปิ่นสีขาว หยกประดับสีขาว ต่างหูสีขาว กำไลสีขาว รองเท้าสีขาว วังที่นางพยายามเรียกร้องให้เป็สีขาวเมื่อครั้นอายุสามพันปี เพราะถูกพี่ใหญ่รังแกและมีหลักฐานเพียงพอเอาผิด ท่านปู่เลยขอร้องให้เื่เงียบเพื่อไม่ให้เกิดเื่กับพี่ใหญ่
ท่านพ่อท่านแม่ต้องกล้ำกลืนความไม่ยินยอมนี้ นางต้องนอนไม่สบายติดเตียงนับสามร้อยปี ท่านตาที่เป็าาเผ่าจิ้งจอกเก้าหางก็บุกมายังเผ่าหงส์เพลิงเพื่อเอาความกับองค์หญิงใหญ่เผ่าหงส์ แต่เพราะป๋ายฮวารู้ว่าอำนาจของท่านตาคงมาไม่ถึงเผ่าหงส์เพลิง และตัวเองต้องอยู่เผ่าหงส์เพลิงจนอายุครบหกพันปี หากจะหนีออกไปก็ทำไม่ได้เพราะอาคมรอบเผ่าไม่สามารถทะลุผ่านเมื่ออายุยังน้อย นางจึงต้องฝืนลุกขึ้นมาบอกทุกคนว่านางชอบสีขาว ขอแยกตัวออกนอกวังสร้างวังสีขาวโดดเด่นเหนือทุกวัง โดดเด่นกว่าูเาทุกลูกในเผ่าหงส์เพลิง ยอดเขาสูงสีขาวหนึ่งเดียว มองมาจากดินแดนห่างไกลก็มองเห็น
ไม่พอใจหรือ ก็กระอักเืออกมาเสียสิ ข้าจะยั่วโทสะพวกท่านจนเติบใหญ่เลยคอยดู จากที่ไม่พอใจขนสีขาวตัวเองเพราะเมื่ออายุยังน้อยนางเคยร้องไห้ถามท่านพ่อท่านแม่ว่าทำไมขนของนางไม่ใช่สีแดงเหมือนองค์หญิงองค์อื่น เดิมทีเพียง้าแต่งชุดขาวเพื่อยั่วโทสะท่านปู่ท่านลุงใหญ่ท่านป้าใหญ่เท่านั้น จนตอนนี้นานวันเข้ากลับชอบสีขาวเสียแล้ว ในเมื่อเลือกเกิดไม่ได้ คงทำได้เพียงยอมรับและชอบมันเท่านั้น ผมขาวอาภาภรณ์ขาวหนึ่งเดียวในสี่ทะเลแปดดินแดน
เฟิ่งป๋ายฮวาหยุดคิดเล็กน้อยก่อนจะหันไปมองทางอื่น ในเมื่อตั้งใจเรียนไปก็ไม่สามารถใช้มาสอบได้อยู่ดี แล้วทำไมนางต้องตั้งใจฟังด้วย และอีกอย่างเื่ของมหาเทพัดำท่านนั้น นางฟังั้แ่เด็กจนโตแล้ว ตอนเด็กนางยังเคยวิ่งชนท่านผู้เฒ่ามาแล้วด้วยซ้ำ..
จำได้ว่าครั้งหนึ่งมหาเทพเฮยหลงมาพบท่านปู่เล็กที่เร้นกายจากเผ่าปีศาจ นางแอบหลบพี่ใหญ่ซึ่งกำลังเอางูมาแกล้งจนวิ่งชนมหาเทพ จะบอกว่าชนก็คงไม่ถูกต้องนัก นางเพียงวิ่งชนเขตอาคมของมหาเทพเท่านั้น เพราะเพียงท่านมองเห็นก้อนสีขาววิ่งเข้ามา ก็กางเขตอาคมทันที องค์มหาเทพเพียงแค่ปรายตามองนางด้วยหางตาก่อนจะเดินหลบไปอีกทาง นางยังมองหน้าท่านไม่ชัดด้วยซ้ำ ฮึ นางคิดว่าองค์มหาเทพไม่ชอบสีขาวเพราะสีดำกับสีขาวไม่ถูกกันแน่นอน นางเลยตัดสินใจนับแต่นั้นมา นอกจากสีแดงที่นางไม่ชอบ นางขอเพิ่มสีดำเข้าไปด้วย
“พรุ่งนี้ท่านพี่ก็อายุครบหกพันปีแล้ว ท่านพี่วางแผนจะทำอย่างไร จะอาศัยอยู่ในเผ่าหงส์เพลิงต่อไปหรือไม่” ญาติผู้น้องซึ่งเป็ลูกสาวของเพื่อนสนิทของท่านแม่เอ่ยถามเสียงเบา
ป๋ายฮวาฉีกยิ้มกว้างเมื่อคิดถึงวันเกิดครบหกพันปีของตัวเอง “ท่านพ่อและท่านแม่ยังไม่วางแผนอะไร ข้าก็คงจะอยู่ในเผ่าหงส์เพลิงไปก่อน บางทีวันข้างหน้าข้าอาจจะไปเยี่ยมท่านตาและญาติผู้พี่ฝั่งท่านแม่ก็ได้” ดวงตาดอกท้อเปล่งประกายเมื่อนึกถึงท่านตาผู้ใจดีของตัวเอง
ท่านตามักจะส่งของเล่นและของฝากมาให้นางบ่อยๆ รวมถึงคนในเผ่าจิ้งจอกเก้าหางคนอื่นด้วย แม้ญาติพี่น้องจิ้งจอกเก้าหางของนางจะเ้าเล่ห์ตามนิสัยจิ้งจอกไปบ้าง แต่ก็ไม่ได้หยิ่งจนน่ากลัวเหมือนสัญชาตญาณของเผ่าหงส์
“เลิกเรียน” เสียงอาจารย์เฒ่าคุนหลุนะโดังบอกนักเรียนทุกคนเมื่อถึงเวลาเลิกเรียน ป๋ายฮวารีบนั่งตัวตรงทันที ดวงตาเป็ประกายไร้อาการง่วงนอนคล้ายตั้งใจเรียนตลอดสองชั่วยามโดยไม่ี้เีเลยแม้แต่น้อย
แต่ก่อนที่นางจะได้เก็บของเสร็จ อาจารย์เฒ่าคุนหลุนก็เดินตรงมาหานางก่อนเสียแล้ว ข้าคงไม่ได้ทำอะไรผิดไปใช่หรือไม่ ป๋ายฮวาคิดพลางลุกขึ้นยืนตรงประสานมือคารวะอาจารย์อย่างนอบน้อม
“เฟิ่งป๋ายฮวา” อาจารย์เรียกชื่อของนางเสียงเข้ม
ดวงตาดอกท้อโค้งสวยพร้อมฉีกยิ้มจนมองเห็นลักยิ้มเล็กๆ “เ้าค่ะ ท่านอาจารย์”
“พรุ่งนี้เป็วันเกิดของเ้า อายุครบหกพันปี พรุ่งนี้เ้ายัง้ามาเรียนอีกหรือไม่” อาจารย์ถามอย่างไม่ใส่ใจมากนัก เนื่องจากตามกฎของเผ่าหงส์เพลิง หากอายุครบหกพันปีก็ไม่จำเป็ต้องมาเรียนอีกต่อไป หรือหากนางอยากมาเรียนต่อก็ได้เช่นกัน ยกตัวอย่างเช่นเฟิ่งหงเหลียนพี่ใหญ่ของนางซึ่งตอนนี้อายุเก้าพันปีแล้ว นางยังต้องมาเรียนเหมือนนักเรียนคนอื่นเพราะเป็คำสั่งของท่านปู่ เหตุผลง่ายๆ เพียงบอกว่าที่แห่งนี้สามารถสร้างมิตรและเข้าถึงขุนนางในวันข้างหน้าได้ง่ายที่สุด
“เื่นี้ข้ายังไม่ได้ปรึกษาท่านพ่อกับท่านแม่เ้าค่ะ” นางตอบเสียงเบาเพราะไม่มั่นใจนัก เนื่องจากหลายร้อยปีมานี้ท่านพ่อท่านแม่ไม่เคยบอกนางเลยว่าเมื่ออายุครบหกพันปีพวกท่านวางแผนจะอยู่ในเผ่าหงส์เพลิงต่อหรือไม่
อาจารย์ปรายตามองนางก่อนจะหันหลังเดินจากไป ดวงตาดอกท้อขุ่นมัว คิ้วทั้งสองข้างขมวดมุ่นเล็กน้อยเพราะไม่พอใจมารยาทของอาจารย์เฒ่าท่านนี้ กับพี่ใหญ่ทำความเคารพเสียงนอบน้อม แต่เมื่อคุยกับนางเพียงปรายตามองเท่านั้น แม้แต่คำตอบรับยังไม่มีให้นางเลยสักคำ
เฟิ่งหงเฟิ่นกระซิบข้างหูเพื่อปลอบโยน “ท่านพี่อย่าน้อยใจเลย”
เฟิ่งป๋ายฮวานิ่งไปครู่หนึ่ง “อืม” เื่แค่นี้นางไม่มีเวลาสนใจหรอก เมื่อครู่นางเพียงคิดในใจว่า อาจารย์ที่ไม่มีความเท่าเทียม ทำไมถึงเป็ตัวแทนจากสำนักศึกษาอันดับหนึ่งได้กันนะ หรือเพราะท่านอยู่เผ่าหงส์เพลิงนานเกินไปจึงติดนิสัยสัญชาตญาณหงส์ที่มีความหยิ่งยโสสูง
“ป๋ายฮวา ของขวัญครบรอบหกพันปีของเ้า” กล่องของขวัญปริศนายื่นมาตรงหน้า
เฟิ่งป๋ายฮวาเงยหน้าขึ้นด้วยคาวมมึนงง เมื่อรู้ว่าเ้าของมือคือใครก็ฉีกยิ้มกว้างจนมองเห็นลักยิ้มบุ๋มข้างแก้ม “ขอบพระคุณเ้าค่ะพี่รอง” เสียงใสปานกระดิ่งบอกด้วยความดีใจก่อนจะยึดกล่องมากอดไว้แน่น
นี่คือพี่รอง เฟิ่งหลิวหยาง องค์ชายรองของเผ่าหงส์เพลิง ลูกชายคนโตของท่านป้ารองและท่านลุงรอง เป็องค์ชายที่นางสนิทด้วยมากที่สุด และเป็ญาติที่นางชอบมากที่สุดด้วย พี่รองเป็ผู้ชายที่อ่อนโยนและเรียนเก่งทั้งบุ๋นบู๊ แต่น่าเสียดายที่พี่รองไม่ใช่หลานคนโต มารดาของพี่รองเป็เพียงหงส์ม่วงจากครอบครัวหงส์บริวาร แต่ขนของพี่รองก็ยังเข้มเทียบเท่ากับพี่ใหญ่นะ น่าเสียดายเืไม่บริสุทธิ์ มีเสี้ยวผมบางเส้นที่มีสีม่วงประกาย ต่างจากท่านป้าใหญ่ที่เป็ลูกหลานนอกราชวงศ์ขนสีแดง ท่านปู่ก็เลยชอบพี่ใหญ่มากกว่า
“อายุครบหกพันปี คงอยากออกจากเผ่าหงส์เพลิงจนตัวสั่นสินะ ฮึ ก่อนย้ายออกช่วยทุบวังหยกหิมะทิ้งด้วยเล่า เห็นแล้วข้าแสบตา” เสียงแหลมะโมาจากโต๊ะแถวหน้าห้องเรียน เป็ผู้ใดไปไม่ได้นอกจากพี่ใหญ่ของนางนั่นเอง