ข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 145 นำน้ำหลูสุ่ยมาทำเต้าหู้

                “เรื่องอันใดเล่า เจ้ายังมีคนอื่นอยู่อีกคนไม่ใช่หรือเหตุใดต้องให้ข้าทำด้วย” จ้าวซีเหอทำหน้าบึ้งอย่างไม่พอใจ หนิงมู่ฉือถึงกับพูดไม่ออก

                ต่อมาหนิงมู่ฉือก็แสดงท่าทีไม่พอใจบ้างเช่นกัน “ก็ได้ในเมื่อท่านไม่อยากทำ เช่นนั้นข้าจะหาวิธีเอง” นางฉวยฝักถั่วไปจากมือของจ้าวซีเหอทว่ากลับถูกจ้าวซีเหอเอี้ยวมือหลบ

                “ข้าก็แค่ล้อเล่นเท่านั้น เจ้าอย่าคิดจริงจังนักสิ” จ้าวซีเหอส่งยิ้มกว้างให้หนิงมู่ฉือ

                เหตุใดถึงได้เปลี่ยนกลับไปกลับมาเช่นนี้ นิสัยราวกับเด็กสามขวบก็ไม่ปาน!

                หนิงมู่ฉือแค่นเสียงฮึ เพียงไม่นานก็เอาเมล็ดถั่วอออกจากฝักได้หมด

                “ในฐานะเทพแม่ครัว ย่อมต้องใช้ทรัพยากรรอบกายให้ได้ประโยชน์มากที่สุด”หนิงมู่ฉือหยิบก้อนหินสองก้อนมาจากด้านข้าง ใช้เถาวัลย์ผูกก้อนหินทั้งสองให้ต่อเข้าด้วยกันนำเมล็ดถั่ววางใต้ก้อนหินแล้วบดจนกลายเป็นน้ำ

                “พวกท่านรีบเอากระบอกไม้ไผ่มารองน้ำจากเมล็ดถั่วนี้ไว้” นางสั่งขณะมองน้ำจากเมล็ดถั่วสีขาวที่ค่อยๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆกลิ่นจากน้ำเมล็ดถั่วสีขาวส่งกลิ่นแปลกๆ ไปทั่ว แทบจะทำให้คนที่ได้กลิ่นเวียนศีรษะ

                จ้าวซีเหอและเฉินเกอนำกระบอกไม้ไผ่ไปรองใต้ก้อนหินเพื่อรอรับน้ำจากเมล็ดถั่วไม่ง่ายเลยกว่าก้อนหินจะบดถั่วจนกลายเป็นน้ำออกมา

                หนิงมู่ฉือมองกระบอกไม้ไผ่ซึ่งมีน้ำจากเมล็ดถั่วอยู่ภายในพร้อมกับแย้มยิ้มก่อนจะนำกระบอกไม้ไผ่เหล่านี้ไปวางข้างกองไฟ ค่อยๆ กรองเอาเศษเมล็ดถั่วที่หลงเหลืออยู่ออกมา

                จากนั้นนำน้ำจากเมล็ดถั่วไปวางบนกองไฟ เติมหลูสุ่ย[1] ลงไป ไม่นานน้ำจากเมล็ดถั่วก็เริ่มจับตัวเป็นก้อน ทั้งมีฟองอากาศเดือดปุดๆอยู่ตลอดเวลา

                นางมองน้ำจากเมล็ดถั่วที่กำลังเริ่มจับตัวเป็นก้อน และมองมันที่กำลังเริ่มเดือดจนเกิดฟองเต้าหู้ “ฟองเต้าหู้นี่แหละคือวัตถุดิบที่ช่วยบำรุงร่างกายได้ดีที่สุด”นางใช้กิ่งไม้ตักเอาฟองเต้าหู้ขึ้นมาก่อนจะเติมน้ำหลูสุ่ยลงไปในน้ำจากเมล็ดถั่วอีกรอบ

                ไม่นานน้ำจากเมล็ดถั่วก็จับตัวเป็นก้อนแข็งๆ กลายเป็นเต้าหู้ในที่สุด

                จ้าวซีเหอมองก้อนเต้าหู้หน้าตาแปลกประหลาดในกระบอกไม้ไผ่ก็นึกว่าหนิงมู่ฉือทำเต้าหู้ผิดกรรมวิธีเขาชี้นิ้วไปที่นางพร้อมกับหัวเราะออกมา “ฉือเอ๋อร์ที่เจ้าทำนี่หรือเรียกว่าเต้าหู้ เหตุใดหน้าตามันถึงได้เป็นแบบนี้!”

                เฉินเกอเองก็แอบยิ้มอย่างขบขันเช่นกัน

                หนิงมู่ฉือมองผู้ไม่รู้เรื่องราวทั้งสองคนอย่างปวดศีรษะ ก่อนจะเอ่ยว่า “พวกท่านนี่ไม่รู้เรื่องเสียเลย ข้ายังทำไม่เสร็จสักหน่อยพวกท่านดูถูกเทพแม่ครัวอย่างข้าเกินไปแล้ว!”

                หนิงมู่ฉือเทก้อนเต้าหู้ก้อนเล็กๆ จากกระบอกไม้ไผ่ลงบนผ้าสะอาดผืนหนึ่งแล้วห่ออย่างดีจากนั้นนำก้อนหินวางล้อมรอบเป็นรูปสี่เหลี่ยมทั้งจ้าวซีเหอและเฉินเกอมองการกระทำนี้อย่างโง่งม

                นางเดินไปนั่งบนก้อนหิน ใช้มือต่างพัดพัดเหงื่อที่ไหลลงมาตามหน้าผากก่อนจะพูดบ่นออกมาว่า “ที่นี่ร้อนจริง ข้าเหงื่อออกไปหมดแล้ว”

                จ้าวซีเหอได้ยินเช่นนั้น เด็ดใบไม้ใบใหญ่ใบหนึ่งลงมาจากต้นเดินไปนั่งข้างหนิงมู่ฉือ แล้วใช้ใบไม้ใบนั้นพัดให้อย่างเอาใจ

                เฉินเกอเดินไปตักน้ำสะอาดจากแอ่งน้ำมาให้ “ฉือเอ๋อร์ดื่มน้ำสักหน่อยเถิด จะได้คลายร้อน”

                หนิงมู่ฉือในตอนนี้ราวกับจักรพรรดินีก็ไม่ปานเสพสุขกับการเอาใจของสองบุรุษ

                จ้าวซีเหอถลึงตาใส่เฉินเกอ พร้อมกับเอ่ยอย่างดูแคลนว่า “นางแค่ร้อน เจ้านำน้ำมาให้นางเพื่อเหตุใด”

                “เพียงดื่มน้ำ แค่นี้ร่างกายก็จะหายร้อนแล้ว” เฉินเกอเถียงกลับจ้องมองจ้าวซีเหอกลับอย่างไม่ยอมแพ้

                แววตาของทั้งสองประหนึ่งคมมีดที่ฟาดฟันใส่กันเพียงแต่ตอนนี้ทั้งคู่อยู่ต่อหน้าหนิงมู่ฉือจึงไม่อาจลงไม้ลงมือกันได้

                หนิงมู่ฉือเห็นทั้งสองจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใครไฟลุกท่วมตาจนนางได้กลิ่นไหม้ นางยิ้มพลางเอ่ยว่า “พวกท่านนั่งลงก่อนจะโมโหใส่กันไปไย ข้าไปดูเต้าหู้ก่อนว่าจับเป็นก้อนได้ที่หรือยัง การทำอาหาร เวลาก็เป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน”

                นางเปิดผ้าออกดู เห็นเต้าหู้จับเป็นก้อนสี่เหลี่ยมสวยงามนุ่มน่าทานก็อดไม่ได้ที่จะปรบมืออย่างตื่นเต้นดีใจ“จับเป็นก้อนกำลังได้ที่เลย!”

                นางตัดก้อนเต้าหู้ออกเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมสี่ห้าชิ้น ใส่ลงในกระบอกไม้ไผ่แล้วเดินไปที่กองไฟ

                กลิ่นเต้าหู้หอมอ่อนๆ ค่อยๆ ลอยฟุ้งไปทั่วบริเวณนางล้างปลาหนีชิวจนสะอาดเอี่ยม ก่อนจะนำไปวางลงในก้อนหินที่มีทรงเว้าเจ้าปลาพยายามดิ้นออกจากก้อนหินไม่หยุด

                นางยกก้อนหินไปวางไว้ข้างกองไฟ โรยเกลือและเครื่องเทศลงบนตัวปลาไม่แม้แต่จะฆ่าหรือควักเครื่องในมันออกมา

                จ้าวซีเหอเห็นอดถามอย่างสงสัยออกมาไม่ได้ “ฉือเอ๋อร์เจ้าไม่ควักเครื่องในปลาออกมาก่อนหรือ”

                นางยิ้มอย่างมีเลศนัย ใบหน้าฉายแววซุกซนอย่างยิ่ง “ไม่ต้องควักเครื่องในออกข้าก็มีวิธีปรุงปลาหนีชิวให้อร่อยได้”พูดจบนางใส่ปลาลงไปในกระบอกไม้ไผ่ซึ่งมีเต้าหู้อยู่ข้างในแล้วนำไปวางบนกองไฟ

                จ้าวซีเหอและเฉินเกอมองปลาหนีชิวที่ค่อยๆ ว่ายเข้าไปในเนื้อเต้าหู้แม้ภาพนี้จะดูน่าอนาถ ทว่าต่อมากลิ่นหอมที่โชยขึ้นมาทำให้ทั้งสองคนอดไม่ได้ที่จะลอบกลืนน้ำลาย

                “ฉือเอ๋อร์ เหตุใดเจ้าถึงเลือกวิธีการปรุงอาหารเช่นนี้หรือ” เฉินเกอมองหนิงมู่ฉืออย่างสนอกสนใจ ใบหน้ามีแต่ความอ่อนโยน

                หนิงมู่ฉือใช้มือลูบคางอย่างครุ่นคิดขณะที่ตามองไปที่กระบอกไม้ไผ่ซึ่งวางอยู่บนกองไฟแววตาเป็นประกายประหนึ่งมีดวงดาวอยู่ภายใน “ปลาหนีชิวเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ในรูเมื่อมันเจอความร้อน มันจะมุดเข้าไปในเต้าหู้ ซึ่งด้านในเต้าหู้จะเย็นกว่าด้านนอกเมื่อมันเข้าไปในเต้าหู้มันจะรู้สึกอุ่นสบาย จนกระทั่งมันตาย วิธีนี้ค่อนข้างน่าอนาถไปหน่อยใช่หรือไม่”หนิงมู่ฉือหันไปมองเฉินเกอ

                “ไม่เห็นจะน่าอนาถตรงไหนเลย เจ้าควรจะทำตั้งนานแล้ว” จ้าวซีเหอเอ่ยขณะที่ในปากคาบกิ่งไม้เอาไว้ท่าทางดูราวกับพวกอันธพาลก็ไม่ปาน

                เฉินเกอแค่นเสียงขึ้นจมูกอย่างดูแคลนขณะดึงหญ้าที่อยู่ข้างตัวโยนเข้าไปในกองไฟ

                หนิงมู่ฉือมองเต้าหู้ที่อยู่ในกระบอกไม้ไผ่ซึ่งกำลังสุกนุ่มได้ที่พลางตะโกนออกมา“รีบตักเต้าหู้ขึ้นมาเร็ว มิเช่นนั้นหากมันจะแข็งแล้วจะไม่อร่อย”

                ได้ยินเช่นนั้นทุกคนรีบใช้มือหยิบกระบอกไม้ไผ่ออกมาจากกองไฟก่อนจะแบ่งกันคนละกระบอก จากนั้นหนิงมู่ฉือก็ใส่ซีอิ๊วลงในกระบอกไม้ไผ่ของแต่ละคน

                ทุกคนแบ่งกันคนละกระบอก จึงเหลือกระบอกสุดท้ายอีกแค่กระบอกเดียวจ้าวซีเหอยื่นมือจะไปคว้ากระบอกไม้ไผ่อันสุดท้ายเอาไว้กลับถูกเฉินเกอจับมือขวางเอาไว้เสียก่อน

                “คนละกระบอกยังไม่พออีกหรือ” เฉินเกอเอ่ยขณะยังคงจับมือจ้าวซีเหออยู่เช่นนั้น

                “ปล่อยมือเดี๋ยวนี้ กระบอกสุดท้ายเป็นของข้า ข้าทานแค่กระบอกเดียวไม่อิ่มข้าเลยอยากจะทานสองกระบอก” แววตาของจ้าวซีเหอเต็มไปด้วยประกายไฟลุกโชนในใต้หล้านี้ เขาอยากได้สิ่งใดย่อมต้องได้ อยากทานอาหารใดก็ต้องได้ทานไม่เคยมีใครมาขวาง

     

                [1] หลูสุ่ยน้ำเกลือซึ่งมีสารเคมีที่ช่วยให้โปรตีนในถั่วหลืองตกตะกอนและจับตัวเป็นก้อน

    คล้ายกับเรื่องข้าจะเป็นแม่ครัวตัวน้อยแห่งวังหลวง (จบ) ที่คุณอ่าน

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    ย้อนเวลามาเป็นคุณหนูไร้ค่ากับระบบยาพิศวง [จบ]

    นิยาย รัก
    635K 1371
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577