บทที่ 11 ตอนร่วมโต๊ะกินเลี้ยงและััซ่อนเร้นในครัว
แสงแดดอ่อนสีแสดดวงโตค่อย ๆ ลับขอบฟ้าไปทางหลังสวนมะพร้าว ลมเย็นโชยพัดผ่านลานดินกว้างหน้าบ้านไม้ใต้ถุนสูงชวนให้รู้สึกปลอดโปร่งขึ้นบ้าง หลังจากการประชุมชี้แจงงบประมาณของหมู่บ้าน ณ ปะรำผ้าใบสีฟ้าเสร็จสิ้นลง คณะกรรมการหมู่บ้านบางส่วนทยอยเดินทางกลับ ทว่าที่เสื่อผืนใหญ่กลางลานบ้านกลับถูกปูเตรียมไว้สำหรับตั้งวงสุราอาหารเย็นเพื่อต้อนรับช่างตั้มตามคำเชิญชวนของเ้าภาพคนสำคัญอย่างผู้ใหญ่เฉลิม
เจ๊ส้มง่วนอยู่กับการจัดเตรียมอาหารคาวหวานในห้องครัวด้านหลังอย่างขะมักเขม้น ทั้งสับมะละกอ โขลกพริกกระเทียมสำหรับทำส้มตำรสเด็ด ย่างสะโพกไก่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น และทำลาบหมูโรยใบสะระแหน่สีเขียวสด หญิงสาวใหญ่พยายามตั้งสมาธิอยู่กับครกและสากตรงหน้า ทว่าภายในจิตใจกลับปั่นป่วนวุ่นวายอย่างหนัก ความคิดฟุ้งซ่านแล่นเตลิดไปถึงเหตุการณ์เร่าร้อนระอุรักบนเคาน์เตอร์ครัวข้างซิงก์ล้างจานเมื่อ่สาย ััอุ่นร้อนกระชับแน่นและเสียงกระซิบข้างใบหูอันชวนสยิวจากช่างหนุ่มคราวลูกยังคงสั่นะเือารมณ์ของเธออยู่ทุกวินาที ทุกจังหวะที่ลงสากบดบี้เครื่องปรุง เจ๊ส้มรู้สึกเหมือนผิวเนื้อและร่างกายเบื้องล่างบีบรัดตัวเป็ริ้ว ๆ จนขาทั้งสองข้างเริ่มสั่นระริก อุณหภูมิในร่างกายพุ่งสูงจนใบหน้าหวานแดงซ่านพราวไปด้วยเม็ดเหงื่อ
“บรึ๋น... แป๊ด ๆ ๆ”
เสียงเครื่องยนต์มอเตอร์ไซค์คันคุ้นตาแล่นเข้ามาจอดที่ข้างใต้ถุนบ้านไม้ขัดเงา เจ๊ส้มชะงักมือที่กำลังจัดจานสะโพกไก่ย่าง หัวใจสะดุดวาบเต้นระรัวตึกตักด้วยความลุ้นระทึก เธอขยับก้าวไปแอบชะแง้ม่านหน้าต่างครัวมองลงไปด้านล่าง ช่างตั้มก้าวลงจากรถมอเตอร์ไซค์ในชุดลำลองแปลกตากว่าทุกวัน ชายหนุ่มสวมเสื้อยืดคอกลมสีดำเนื้อบางเข้ารูป เผยให้เห็นลาดไหล่กว้างและแผงอกแกร่งเต็มไปด้วยมัดกล้ามหนั่นแน่น ลำแขนหนาชุ่มเหงื่อไคลจาง ๆ ขับเน้นผิวสีเข้มดูแข็งแรงเปี่ยมพละกำลังของชายหนุ่มวัยยี่สิบสี่ปี กางเกงยีนส์ขายาวรัดรูปรับกับสะโพกสอบและเรียวขาแกร่งให้ชวนมองอย่างยิ่ง เจ๊ส้มสบสายตากับช่างหนุ่มที่แหงนหน้ามองขึ้นมาทางหน้าต่างครัวพอดี แววตาเย้าแหย่คู่นั้นทำเอาเจ๊ส้มหน้าแดงก่ำสะท้านวาบรีบหดตัวหลบหลังม่านด้วยความเขินอายปนเสียวสะท้านใจ
“อ้าว! มาแล้วรึช่างตั้ม มา ๆ นั่งเสื่อเลยกำลังตั้งวงพอดี” เสียงผู้ใหญ่เฉลิมร้องทักทายแขกหนุ่มเสียงดังลั่นปะปนกับเสียงก้องสะท้อนของเครื่องขยายเสียงที่ปิดสวิตช์หลักแต่ยังมีเสียงไฟค้างอยู่เบา ๆ “ส้มเอ๊ย! ช่างใหญ่เขามาแล้ว ยกอาหารเย็นกับเหยือกน้ำออกไปแจกจ่ายชาวบ้านที่โต๊ะได้แล้วเมียรัก”
“จ้าพี่เฉลิม ส้มยกออกไปเดี๋ยวนี้จ้ะ” เจ๊ส้มตอบรับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือเบา ๆ พยายามปรับสีหน้าให้เป็คุณนายผู้ใหญ่บ้านผู้แสนเรียบร้อยอ่อนหวานเช่นเดิม เธอประคองถาดใส่อาหารคาวหวานและเหยือกน้ำเย็นก้าวเดินข้ามธรณีประตูออกไปที่โต๊ะเตี้ยบนเสื่อกลางลานหน้าบ้าน
ในวงเลี้ยงมีผู้ใหญ่เฉลิมนั่งคู่กับพี่แคล้วและลุงพล กรรมการหมู่บ้านคนสนิท โดยมีช่างตั้มนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามเฉลิม เจ๊ส้มก้มตัวลงเสิร์ฟจานลาบและไก่ย่างอย่างระมัดระวัง พยายามหลีกเลี่ยงการสบตาช่างหนุ่ม ทว่าตั้มกลับจงใจส่งสายตาหวานเชื่อมจ้องมองเนินเนื้ออวบอัดใต้คอเสื้อลูกไม้ของเจ๊ส้มที่ค้อมตัวลงเสิร์ฟอาหาร สายตาจาบจ้วงคู่นั้นทำให้เจ๊ส้มรู้สึกร้อนวาบระคนสั่นสะท้านในช่องท้องน้อย ขาหนีบทั้งสองข้างสั่นระริกจนต้องหนีบแน่นเพื่อระงับความเสียวซ่านอารมณ์ค้าง
“อ่ะ ช่างตั้ม น้ำเย็นจ้ะ” เจ๊ส้มยื่นส่งแก้วน้ำแข็งและเหยือกน้ำส่งให้ตั้ม
ตั้มยื่นมือหนามารับแก้วน้ำ ทว่าปลายนิ้วแข็งแกร่งและฝ่ามือร้อนผ่าวของชายหนุ่มกลับจงใจปัดแ่เบาและแตะเกาะกุมนิ้วเรียวเล็กของเจ๊ส้มค้างไว้นานร่วมสามวินาที กระแสความอุ่นซ่านราวกับไฟฟ้าวิ่งแล่นปราดเข้าสู่ข้อมือและพุ่งจู่โจมหัวใจเจ๊ส้มจนสะดุ้งตัวสั่นเทา หญิงสาวใหญ่ใจเต้นตูมตามกวาดสายตามองสามีที่กำลังสาละวนรินสุราขาวคุยโวอยู่ข้าง ๆ ด้วยความตื่นตระหนกกลัวใครจะจับพิรุธได้ ตั้มส่งยิ้มกริ่มขยิบตาบางเบาก่อนยอมปล่อยมือ เจ๊ส้มดึงมือกลับมาแนบอกรีบเดินเลี่ยงไปนั่งลงเคียงข้างผู้ใหญ่เฉลิม
วงสุราดำเนินไปอย่างสนุกสนาน เฉลิมยกสุราขาวดื่มกินอย่างคึกคักจนใบหน้าท้วมหนาเริ่มขึ้นสีแดงก่ำน้ำเสียงยานคางจากการมึนเมา ชายสูงวัยปัดมือโอบไหล่ตั้มพลางชื่นชมเสียงดังให้พี่แคล้วและลุงพลฟัง “พวกเอ็งดูช่างตั้มเป็ตัวอย่างนะเว้ย! หนุ่มแน่นมีฝีมือ งาน อบต. ก็เด่น งานซ่อมส่วนตัวก็ช่ำชอง เมียข้าบ่นปวดหัวเครื่องสูบน้ำเสียงสั่นะเืระรัวจนแทบคลั่ง วันนี้ช่างตั้มมาช่วยกวดขันแ่าจนเงียบกริบ บริการดีเยี่ยมจริง ๆ”
“ใช่ครับผู้ใหญ่ งานซ่อมบำรุงกวดเข้ารูกวดเต้าเสียบหลักแบบนี้ต้องอาศัยความช่ำชองครับ” ตั้มเอ่ยตอบกลั้วหัวเราะแฝงนัยยะพลางทอดสายตามองข้ามโต๊ะสบตาเจ๊ส้มอย่างเปิดเผย “ระบบเก่าทรุดโทรมมักจะมีท่อหลวมเต้ารับสั่นคลอนง่าย หากปล่อยทิ้งไว้ประกายไฟจะแลบแปลบปลาบเป็อันตราย ต้องคอยขยับบดเบียดกวดขันซ้ำ ๆ ซ่อมบำรุงให้ฟิตกระชับแน่นเปรี๊ยะอยู่เสมอ เครื่องสูบน้ำถึงจะทำงานลื่นไหลไร้เสียงรบกวนครับผู้ใหญ่”
ลุงพลกับพี่แคล้วหัวเราะชอบใจเออออตามประสาชายวงเหล้า ทว่าเจ๊ส้มที่นั่งฟังคำเปรียบเปรยเื่ร่วมรักสอดใส่อันลึกซึ้งกลับรู้สึกหูอื้ออึง หน้าเห่อร้อนแดงก่ำราวกับเพลิงเผา ผิวเนื้อสาวใหญ่สั่นสะท้านระริก ความร้อนชื้นอุ่นลึกหลั่งไหลเอ่อซึมเปียกชื้นในร่มผ้าถุงสีส้มอ่อนจนเธอต้องเม้มปากแน่นสะกดกลั้นเสียงครางสั่นหวิวสองขาสั่นระทวย ด้วยความเสียวกระสันค้างคาจากจังหวะรักเมื่อสาย
เนื่องจากอาการเกร็งขาสั่นและใจลอย เจ๊ส้มเอื้อมมือจะหยิบแก้วสุราส่งให้เฉลิม ทว่ามือเรียวสั่นเทากลับปัดโดนเหยือกน้ำพลาสติกจนล้มครืน น้ำเย็นและน้ำแข็งก้อนไหลทะลักเจิ่งนองเปียกโชกเต็มโต๊ะเตี้ยและเสื่อผืนใหญ่ เจ๊ส้มสะดุ้งวาบใลนลานร้องอุทาน “ว้าย! ตายจริง ส้มซุ่มซ่ามเหลือเกินจ้ะพี่เฉลิม น้ำหกเลอะเทอะหมดเลยเดี๋ยวส้มรีบเข้าไปหยิบผ้าแห้งในห้องครัวหลังบ้านมาเช็ดโต๊ะก่อนนะจ๊ะ”
“ไม่เป็ไร ๆ ซุ่มซ่ามจริงเมียข้า นั่งเมาแดดแน่เลยเอ็ง” เฉลิมพูดบ่นกลั้วเสียงหัวเราะยานคาง
“ผมก็เปื้อนคราบน้ำส้มตำจนเหนียวมือไปหมด ขออนุญาตตามพี่ส้มเข้าไปล้างมือในครัวหลังบ้านหน่อยนะครับผู้ใหญ่” ตั้มรีบหาจังหวะสบสายตาเจ๊ส้มแล้วผุดลุกขึ้นก้าวเดินตามหลังเธอเข้าไปในบ้านอย่างรวดเร็ว
เจ๊ส้มก้าวเดินเข้ามาในห้องครัวหลังบ้านที่ปิดทึบสลัวเงียบงัน ลมหายใจเธอหอบสะท้านตื่นเต้นระทึกใจจนอกอวบอัดกระเพื่อมขึ้นลง หญิงสาวใหญ่รีบเดินตรงดิ่งไปยังตู้เก็บของเพื่อค้นหาผ้าสะอาดเช็ดโต๊ะ ทว่าไม่ทันไร เสียงเลื่อนประตูครัวด้านหลังก็ดังครืดเบา ๆ ตามด้วยเสียงแกรกของการลงกลอนประตูบานเลื่อนไม้ฝั่งในอย่างแ่า เจ๊ส้มหัวใจตกวูบรีบหันขวับกลับมามอง เงาร่างกำยำล่ำสันของตั้มยืนขวางประตูครัวสลัวไว้ แววตาคมกริบของเด็กหนุ่มคราวลูกเป็ประกายวาววับดุจเสือหนุ่มพร้ะครุบเหยื่อ
“ตั้ม! ลงกลอนประตูทำไมจ๊ะ ปล่อยเลยนะ พี่เฉลิมอยู่หน้าบ้านถัดไปแค่นิดเดียวเอง เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าเจ๊จะแย่เอา!” เจ๊ส้มส่งเสียงกระซิบกระซาบขู่เสียงสั่นระริก ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อพยายามเบี่ยงตัวหลบหนี
ตั้มไม่ตอบคำขู่ ชายหนุ่มขยับกายก้าวเดินสามขุมประชิดตัวเจ๊ส้มอย่างรวดเร็ว สองแขนแกร่งยื่นออกโอบกอดรั้งเอวอวบผายของหญิงสาวใหญ่ดึงเข้ามากระชับเบียดชิดกับแผ่นอกและหน้าขาแน่นเปรี๊ยะของตนทันที ท่ามกลางอุณหภูมิอบอ้าวสลัวในครัว กลิ่นอายกายหนุ่มร้อนและกลิ่นแป้งหอมระคนกลิ่นเนื้อสาบชายพัดโชยเข้าจมูกเจ๊ส้มจนหัวใจเธอหวามเจือกระสันยวบยาบ กายสาวใหญ่อ่อนระทวยพิงซบแผ่นอกกว้างทันที สองมือเรียวค้างคาอยู่ที่ลาดไหล่แ่าพยายามผลักไสเบา ๆ อย่างไร้เรี่ยวแรง
“พี่เฉลิมเมาเหล้าขาวร้องเพลงคาราโอเกะเสียงลั่นบ้านขนาดนั้น ไม่ได้ยินหรอกครับพี่ส้ม...” ตั้มกระซิบน้ำเสียงทุ้มห้าวพร่าชวนหวิวสยิวทรวง ชายหนุ่มไม่รอช้าก้มใบหน้าคมลงริมฝีปากอวบอิ่มสีระเรื่อของเจ๊ส้มทันที
รสจูบครั้งนี้ร้อนแรงและหิวกระหายกว่าครั้งไหน ๆ ตั้มบดบี้ริมฝีปากหนาบดจูบเรียวปากบางอย่างหนักหน่วงก่อนจะสอดแทรกลิ้นร้อนผ่าวเข้ามาพัวพันโลมเลียแลกลิ้นกับปลายลิ้นนุ่มหวานซึ้งของสาวใหญ่ เจ๊ส้มครางแ่เสียงเครือในลำคอสะท้านหวิว สมองขาวโพลนเพลิดเพลินไปกับรสรักหวานล้ำชวนศีลธรรมละลาย หญิงสาวใหญ่ขยับปากตอบสนองบดจูบแลกลิ้นตอบตั้มอย่างลืมตัว สองมือเปลี่ยนเป็โอบรั้งลำคอแกร่งของชายหนุ่มดึงรั้งเข้าหาตัวสะโพกผายอวบอัดบดเบียดนวดเน้นเข้าหาหน้าขาแกร่งของตั้มระบายความเสียวซ่านอุ่นเปียกชื้นที่ท่วมท้นอยู่เบื้องล่าง
ตั้มกอดรัดนวดเฟ้นสะโพกอวบกลึงเต็มไม้เต็มมืออยู่อีกครู่ใหญ่ ก่อนจะค่อย ๆ ถอนริมฝีปากออกช้า ๆ ปล่อยหยาดน้ำหวานใสเยิ้มย้อยมุมปาก เจ๊ส้มหอบระทวยปรือตาหวานฉ่ำเย้ายวนใจ ตั้มก้มลงซุกไซ้จมูกคมสันกับซอกคอขาวเนียนกรุ่นกลิ่นแป้งร่ำระบายลมหายใจร้อนผ่าว กระซิบถ้อยคำนัดหมายแสนอาจหาญข้างใบหูเล็ก “พรุ่งนี้่บ่ายสองโมง... พี่ส้มแวะไปหาผมที่โรงเก็บเครื่องมือช่างของ อบต. หลังสวนมะพร้าวนะครับ ปลอดคนไม่มีใครผ่าน แถมประตูหน้าต่างลงกลอนลงสลักไม้แ่าดีด้วยครับ... ผมจะรอตรวจสอบซ่อมแซมระบบเต้ารับหลักของพี่ส้มให้ฟิตกระชับแน่นตึงทั้งตัวเลยจ้ะ”
ถ้อยคำนัดหมายแฝงความเร่าร้อนป่าเถื่อนทำเอาเจ๊ส้มเสียวสะท้านท้องน้อยวูบ เกร็งขมิบช่องทางรักตอบรับ ร่างกายร้อนผ่าวคล้อยตามความอยากมีสัมพันธ์ลับอีกครั้ง เธอพยักหน้ารับคำท้าทายด้วยแววตาปรือเยิ้ม ก่อนจะรวบรวมเรี่ยวแรงขยับตัวดันอกแกร่งออกห่าง คว้าผ้าเช็ดโต๊ะแห้งมาถือไว้แน่นแล้วรีบเลื่อนปลดกลอนประตูก้าวเดินเลี่ยงหนีออกไปทางประตูบานเลื่อนครัว ทิ้งให้ตั้มลอบยืนยิ้มเ้าเล่ห์พึงพอใจเปี่ยมเสน่ห์ชายหนุ่มทิ้งทายในครัวสลัว ปูทางสู่การนัดหมายเร่าร้อนต้องห้ามในวันถัดไป
--- (โปรดติดตามตอนต่อไป) ---