หวงจื่อฉินเริ่มออกไปดูแลร้านหวงเสียงเป่าั้แ่อายุสิบสี่ หลังจากปู่เสียชีวิตบิดาได้พาไปค้าขายและดูไร่ถั่วลิสงบ้างเป็ครั้งคราวแต่หน้าที่หลักของบุตรชายคนโตนั้นคือการดูแลทุกขั้นตอนในโรงทำน้ำมันถั่วลิสงและคอยรายงานทุกความเป็ไปในร้านหวงเสียงให้บิดาฟังเสมอเมื่อเขากลับจากทำการค้า
มาบัดนี้หวงจื่อฉินอายุสิบหกปีแล้วร้านหวงเสียงเป่ามีหลงจู๊ชื่อลุงกั๋วคอยคุมบัญชีค้าขาย ในส่วนของโรงทำน้ำมันนั้นคนรับหน้าที่ดูแลก็คือหลีไห่ หลีไห่มีลูกชายชือหลีเฮ่อทำงานอยู่ด้วยกัน
การที่รับรู้ว่าตนเองกำลังจะมีน้องเกิดจากอนุภรรยาของบิดาและมารดาก็หวั่นวิตกว่าเด็กในท้องของหลางรั่วอิ๋งจะเป็ผู้ชายทำให้หวงจื่อฉินถูกมารดาฝากความหวังกับอนาคตของเขามากกว่าเดิมนางคาดหวังให้บุตรชายสืบทอดกิจการบ้านสกุลหวงแต่เพียงผู้เดียว
ชายหนุ่มที่ไม่ค่อยดิ้นรนกับการรับ่ดูแลร้านเพราะตัวเองเป็บุตรชายคนเดียวมาโดยตลอดพอถูกมารดาเป่าหูจึงเริ่มนึกหวั่นใจ ยิ่งได้เห็นการเอาอกเอาใจของบิดาที่มีต่อเมียน้อยด้วยแล้วเด็กในท้องจะเป็ชายหรือหญิงก็ล้วนแต่เป็ตัวปัญหาในสายตามารดาของเขาและอาจจะสร้างปัญหาให้เขาในอนาคต หลางรั่วอิ๋งยังสาว นางมีโอกาสท้องได้อีกหากการตั้งท้องนี้พลาดหวังไม่ใช่ลูกชาย
ในขณะที่หวงจื่อฉินออกไปทำงานนอกบ้านแต่หวงจิ่วหลินที่ต้องอยู่แต่ในเรือน เวลาครึ่งเดือนที่ผ่านมานางมองเห็นภาพมารดาหลั่งน้ำตาแห่งความคับแค้นใจทุกวัน ความหึงหวงบั่นทอนกำลังใจลดทอนพลังชีวิตที่จะอยู่ต่อ ส่งผลให้อี้หงกินข้าวน้อยลงจนล้มป่วยหวงกว่างมาเยี่ยมเยียนและปลอบประโลมโน้มน้าวใจภรรยาเอก เขาให้หลางรั่วอิ๋งยกน้ำชามาคารวะอี้หงที่หน้าเตียงแต่หัวใจคนถูกแบ่งสามีอย่างไรก็ยังชอกช้ำเป็ธรรมดา
สายของวันหนึ่งหวงจิ่วหลินนั่งปักผ้าอยู่ในห้องของมารดา อี้หงที่หน้าตาอมทุกข์จู่ๆ ก็เอ่ยขึ้น
“พักนี้ไม่เห็นคุณชายติงมาที่นี่”
ปลายเข็มทิ่มแทงนิ้วของสาวน้อยจนได้หยดเืหวงจิ่วหลินได้แต่ทอดถอนใจการเติบโตเป็สตรีเข้าสู่วัยเตรียมพร้อมที่จะออกเรือนทำให้นางไม่มีเหตุเพียงพอจะออกไปเจอหน้าเขาดูเหมือนความรักข้างเดียวที่มีมาหลายปีจะไม่เป็ผลเอาเสียเลย
“หรือคุณชายจะมีที่หมายใหม่แล้ว”
ชายหนุ่มถูกมารดากับท่านย่ากีดกันไม่ให้พบหน้าน้องสาวนางบ่อยครั้งมิใช่ตอนนี้ถอดใจไปแล้วหรือ
“ถ้าเป็อย่างนั้นจริงเราก็จะหาผู้ชายคนใหม่แต่งกับเฟิ่งเอ๋อร์ส่งนางออกเรือนแล้วจะได้ไม่ต้องรำคาญหูรำคาญตา สมบัติต่างๆก็จะเป็ของพวกเ้าสองคน” เมื่อไม่สบอารมณ์เื่สามีกับอนุภรรยาอี้หงจึงหาที่ระบายใหม่ นั่นก็คือหลานสาวคนเดียวของสามี
“ว่าแต่เ้าเถอะลูกรักแม่จะหาคนที่ดีที่สุดให้เ้าเลือก ชีวิตการแต่งงานของเ้าจะต้องดีกว่าแม่สามีของเ้าจะต้องมาจากตระกูลดี เป็ลูกฟูเหรินใหญ่ ไม่ใช่ฟูเหรินรองแบบแม่เ้า”อี้หงค่อนแขวะใส่นางหวางกุ้ย
ถึงแม้นางไม่ได้มาจากตระกูลผู้มีฐานะร่ำรวยแต่ก็เป็คุณหนูซึ่งเกิดจากภริยาแต่งที่นางแต่งกับหวงกว่างฝูนั่นเพราะเห็นว่าสกุลหวงฐานะมั่นคงบุตรชายของหวงซวนย่อมต้องมีอนาคตสดใสบนเส้นทางสายพ่อค้ามิคาดสามีกลับเป็คนไม่เอาถ่าน หากพี่ชายไม่ตายไปเสียก่อน ป่านนี้จะมีอะไรได้ที่ได้กิจการของตระกูลนั้นเพราะโชคช่วยแท้ๆ
“ท่านย่าชื่นชอบหลางรั่วอิ๋งมากเลยนะเ้าคะ”หลายครั้งหลายหนอนุของบิดาไม่ออกมากินข้าวพร้อมหน้าครอบครัวโดยให้เหตุผลว่าแพ้ท้องหนักลุกจากเตียงไม่ไหว จนบิดาต้องแยกสำรับไป
“คงเพราะพวกนางหัวอกเดียวกันกระมัง”อนุย่อมเห็นใจคนเป็อนุด้วยกัน อี้หงเบ้ปากดูแคลน
หวงจิ่วหลินเข้าใจถึงความคับแค้นของมารดาต่อให้เป็นางก็คงกตัญญูแม่สามีที่เข้าข้างภริยาน้อยไม่ลง ั้แ่จำความได้มารดาก็ปรนนิบัติต่อท่านย่ากับท่านพ่อมิมีขาดตกบกพร่องได้เห็นสิ่งที่มารดาได้รับในบั้นปลายแล้ว นางไม่ชอบใจเลยสักนิดแต่นางอยู่ในฐานะลูกสาว คงเรียกร้องกับบิดาได้ไม่มากไปกว่าแสดงอาการแง่งอนเล็กน้อย
“นังนั่นตีหน้าซื่อเก่งจะตายไปแต่สักวันลายคงออก หลอกใครก็หลอกได้ แต่หลอกคนอย่างแม่เ้ามิได้หรอก” เพราะอุดอู้อยู่แต่ในเรือนก็หงุดหงิดทุกครั้งที่ไปเห็นสามีเอาใจภริยาน้อยอี้หงจึงชวนบุตรสาว “ออกไปเดินเล่นซื้อของกับแม่เถอะ”
“ท่านพ่อบอกให้พวกเราประหยัดนี่เ้าคะ”
“กระเบียดกระเสียรแต่พวกเราแล้วให้พ่อเ้าเอาไปปรนเปรอนังแพศยานั่นน่ะหรือ แม่เสียเงินจ้างคนสืบข่าวตอนอยู่อิ๋นเทียนพ่อเ้าหมดเงินมากโขกับการเลี้ยงดูมันจนสุขสบาย มีบ้าน มีสาวใช้ความสุขของเขาผู้เดียวใช่เื่ให้มาเบียดเบียนทางฝั่งเรากระนั้นหรือ”
หวงจิ่วหลินเห็นดีกับมารดาขณะสองแม่ลูกเดินออกจากตัวเรือนก็พบหวงเฟิ่งเหยาเดินหิ้วตะกร้าใบย่อมผ่านทางมาในฐานะผู้น้อย หวงเฟิ่งเหยาจึงย่อกายให้อาสะใภ้
“นั่นไปเอามาจากที่ใด”
“เสี่ยวจูเก็บมาให้เ้าค่ะ”เมื่อครึ่งชั่วยามก่อนหลันซิ่วจูหิ้วตะกร้าองุ่นมามอบให้นางที่ประตูหน้า นางจึงหิ้วไปแบ่งให้เหนียงเซียงเหลืออยู่หลายพวงจะเก็บไว้กินในห้อง
อี้หงเพ่งมองพวงผลไม้ลูกแดงจนม่วงคล้ำนางไม่ได้รู้สึกอยากกิน เพียงแต่อยากระบายอารมณ์กับใครสักคนเท่านั้นก็ใครใช้ให้หวงเฟิ่งเหยาเป็บุตรสาวของหวงเหวินฝู เพราะมีหวงเหวินฝูหวงกว่างฝูจึงเป็ได้แค่บุตรชายที่เกิดจากฟูเหรินลำดับสองนางพเยิดหน้าพร้อมสั่งเหม่ยเสี้ยว
“รับตะกร้าจากเฟิ่งเอ๋อร์แล้วนำไปเก็บไว้ที่ห้องข้ากลับมาข้าจะกิน”
สาวใช้ยื่นมือเพื่อรับตะกร้าทว่าหวงเฟิ่งเหยาไม่ยินยอมส่งมอบให้
“ส่งตะกร้าให้เหม่ยเสี้ยวสิเฟิ่งเอ๋อร์แล้วออกไปข้างนอกกับข้า ข้า้าคนช่วยถือของ” หวงจิ่วหลินสั่งน้องสาว
“ให้ทั้งหมดไม่ได้หรอกข้าจะแบ่งให้ท่านครึ่งหนึ่ง อีกครึ่งที่เหลือข้าจะนำไปเก็บที่ห้องเสี่ยวจูอุตส่าห์เก็บมาให้ข้ากิน จะได้ไม่เสียน้ำใจนาง” หวงเฟิ่งเหยาแบ่งรับแบ่งสู้
แม้แต่นังเด็กความสำคัญต่ำเตี้ยดุจนกหนูในเรือนยังไม่สนใจความ้าของนางอี้หงตวัดสายตาวาวโรจน์ใส่หลานสาวสามี นางปัดตะกร้าในมือหวงเฟิ่งเหยาจนหล่นร่วงลงพื้น
“กับอีแค่องุ่นที่ขึ้นในบ้าน”
“แต่ท่านก็อยากกินมันไม่ใช่หรือหากมันไร้ค่า อาสะใภ้จะมาแย่งข้าทำไม”
“นังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนม”อี้หงตรงเข้ามาหยิกเนื้อหลานสาว
ตอนนั้นเองที่หวงกว่างฝูโอบประคองหลางรั่วอิ๋งออกมาเดินรับลมนอกห้องหวงจิ่วหลินเกรงบิดาจะเห็นมารดากำลังข่มเหงหวงเฟิ่งเหยา จึงรีบห้ามปรามแต่ก็ช้าเกิน จึงถูกบิดาเห็นเข้าเสียก่อน
หลางรั่วอิ๋งมองหวงเฟิ่งเหยาซึ่งกำลังก้มเก็บผลไม้ที่ตกอยู่บนพื้นนางปรายหางตาชำเลืองยังอี้หง พร้อมกล่าววาจาแฝงแววเสียดสี
“ตายจริงองุ่นพวงใหญ่ลูกอวบน่ากินจนพี่สาวอดใจไม่ไหวเลยเชียวมาเถอะ...อาสะใภ้รองจะช่วยเ้าเก็บ” หญิงสาวย่อกายท่วงท่าชดช้อยจะช่วยเก็บผลไม้ที่หล่นเรี่ยราดหลายลูกหลุดจากพวงช้ำแตกอยู่บนพื้น แต่ถูกสามีที่ห่วงใยสุขภาพเมียรักห้ามไว้
“เ้าทำอะไรนางอีก”หวงกว่างฝูไม่พอใจที่อี้หงยังไม่ละเลิกใช้หลานสาวเขาเป็ที่ระบายอารมณ์ทั้งที่เขาเคยตักเตือนแล้ว
“ท่านพี่อย่าใส่ร้ายข้าเพราะการชี้นำของนังแพศยาเชียวนะ”อี้หงชี้หน้าหลางรั่วอิ๋งไม่ยำเกรงแม้ต่อหน้าสามี
ด้วยความที่มารดาเป็คนใจร้อนพอถูกยั่วก็ะเิอารมณ์ออกมาโดยง่าย หวงจิ่วหลินลอบถอนใจกับความพ่ายแพ้ั้แ่ด่านแรกของมารดา
“ไม่ต้องให้รั่วเอ๋อร์บอกข้าก็เห็นว่าเ้ากำลังทำสิ่งใดอยู่” คนสองภรรยาพูดด้วยน้ำเสียงขุ่นมัว
“ท่านพ่อเข้าใจท่านแม่ผิดแล้วเ้าค่ะเฟิ่งเอ๋อร์กำลังจะแบ่งองุ่นให้พวกเรา ก็พอดีตะกร้าพลิกคว่ำเสียก่อนเท่านั้นเอง”
“เป็ความจริงหรือ”หวงกว่างฝูถามบุตรี ก่อนหันไปทางหลานสาว
หวงเฟิ่งเหยายังไม่อยากมีเื่กวนใจนางไม่อยากให้ของฝากด้วยน้ำใจจากหลันซิ่วจูต้องมาเสียรสชาติเพราะนางอารมณ์ไม่ดีนางอยากอยู่ให้ห่างไกลสายตาของอาสะใภ้และไม่อยากออกไปข้างนอกในฐานะสาวใช้ของพี่สาวจึงเอ่ยไปอีกทาง
“ข้าหน้ามืดรู้สึกไม่สบายนิดหน่อยเ้าค่ะท่านอาก็เลยเผลอทำตะกร้าหลุดมือ”
“อืม...ถ้าไม่สบายก็ควรพักผ่อน”หวงกว่างฝูถึงจะรู้ว่าหลานสาวแก้ต่างให้อาสะใภ้แต่เมื่อเื่ออกมาแบบนี้ ไม่มีปัญหาให้คนกลางอย่างเขาชี้ถูกผิดก็ดีแล้ว
หวงเฟิ่งเหยาขอตัวจากทุกคนรู้สึกโล่งอกที่ตนเองหนีสถานการณ์ชวนอึดอัดได้นางยังมีเวลาเตรียมใจที่จะโดนอาสะใภ้คิดบัญชีย้อนหลัง
อี้หงชังน้ำหน้าสามีเกินกว่าจะเสวนากับเขาอีกจึงจูงมือบุตรีก้าวฉับๆ ออกจากบ้านสกุลหวงโดยเร็ว
คืนนั้นหลังเลิกงานจากร้านหวงเสียงเป่าสืออวิ๋นแวะไปช่วยบ่าวชายผู้หนึ่งขนย้ายกระถางไม้ดัดในสวนจนแล้วเสร็จขณะเดินผ่านเขตเรือนพักของหวงเฟิ่งเหยาเขาเห็นนางนั่งอยู่ตามลำพังบนศาลาเล็กหน้าห้องเหมือนฝ่ายนั้นจะรู้สึกถึงสายตาคู่หนึ่งจึงหันมา สายตาสองคู่ประสานกันนางโยนองุ่นลูกหนึ่งเข้าปากพร้อมกับค้อนควักเขา หันหน้าเมินหนีไปอีกทาง
เ้าตัวซวยไม่รู้จักตายมืดค่ำไม่หลับไม่นอน มีหน้ามาหลอกมาหลอนข้าถึงห้อง
ด้านสืออวิ๋นนั้นคิดว่าลองคุณหนูหน้างอนั่งกินผลไม้สบายอารมณ์ท่ามกลางความหนาวเย็นของฤดูเหมันต์แถมค้อนเขาตาคว่ำได้ ท้องคงอิ่มดีแล้วกระมังคืนนี้เขาคงไม่ต้องหิ้วตะกร้ามาส่งอาหารรอบพิเศษสินะ
เมื่อกลับไปหามารดาที่โรงครัวเพื่อกินมื้อค่ำเหนียงเซียงก็เล่าเหตุการณ์แย่งตะกร้าผลไม้ที่ได้ฟังจากเสี่ยวกุ่ยสาวใช้วัยสิบเอ็ดปีซึ่งเป็ลูกสาวคนงานซักล้างให้ลูกชายฟัง
“อ้าว...ข้าก็นึกว่านางกินองุ่นเป็ของว่าง”
“ก็ไม่รู้จะแย่งทำไม ในเมื่อคุณหนูก็แบ่งมาให้แม่สำหรับขึ้นโต๊ะอาหารค่ำของนายท่านหลังเกิดเื่นายหญิงสั่งความมากับเหม่ยเสี้ยวไม่ให้แม่จัดองุ่นพวกนี้ไปที่ห้องกินข้าว”
สืออวิ๋นมองบรรดาพวงองุ่นสีแดงช้ำในตะกร้าที่แม่ยกมาวางบนโต๊ะพลางเอ่ย
“พวกนางหาเื่แม้กระทั่งกับเด็ก”
เหนียงเซียงพยักหน้าอย่างอับจนหนทางจะสอดมือช่วยหวงเฟิ่งเหยา
“คุณหนูก็เลยกลายเป็ที่ระบายอารมณ์ของพวกนางไปนายท่านรับอนุใช่ความผิดของคุณหนูหรือไร”
จิตใจริษยาอาฆาตแค้นของสตรีล้วนยากแท้หยั่งถึงในเมื่อคุณหนูยังไม่ได้กินข้าว หน้าที่ส่งสำรับ เขาก็คงต้องทำอยู่กระมัง
“ท่านแม่จะให้ข้านำอาหารไปส่งให้คุณหนูใช่หรือไม่”
“นางกินแค่องุ่นจะอิ่มอะไร”
สืออวิ๋นเช็ดไม้เช็ดมือแล้วรับตะกร้าใส่อาหารน้ำชากาใหม่พร้อมทั้งขนมอีกจำนวนหนึ่งจากมือผู้เป็แม่อย่างไรก็เลี่ยงการส่งเสบียงให้เด็กสาวที่ชูคอเชิดใส่เขาคนนั้นไม่ได้ก่อนไปชายหนุ่มหยิบองุ่นหนึ่งพวงเพื่อกินระหว่างเดินถือเสียว่าเขากำลังตอบแทนน้ำใจคุณหนูหลันถ้าหากคุณหนูของเขาป่วยเพราะไม่ได้กินข้าวคุณหนูหลันต้องเหงาเพราะไม่มีเพื่อนเล่นแน่