ผ่านไปหนึ่งวันกับหนึ่งคืนไป๋หลินกับทุกคนก็เดินทางถึงเมืองหลวงเว่ยโจวในยามเหม่า พอถึงบ้านเดิมพี่สะใภ้ใหญ่ไป๋หลินก็ถึงกับตะลึงเพราะบ้านเดิมของพี่สะใภ้ใหญ่ดูจากขนาดบ้านแล้วต้องรวยมากแน่ ๆมีทั้งบ่าวรับใช้มาเปิดประตูให้ด้วยแต่ลองพินิจดูแล้วมันไม่ใช่บ้านแต่เป็จวนขุนนางมากกว่าทำไมไป๋หลินไม่รู้มาก่อนเลยว่าบ้านเดิมพี่สะใภ้ใหญ่จะรวยขนาดนี้แล้วท่านพ่อท่านแม่ของพี่หลิงฉีทำไมถึงยอมให้แต่งงานกับพี่ใหญ่ที่เป็ชาวบ้านธรรมดาละในหัวตอนนี้มันมีคำถามเต็มไปหมด
ส่วนพี่รองกับครอบครัวก็ขอแยกตัวไปบ้านเดิมของพี่สะใภ้รองที่ห่างจากบ้านพี่หลิงฉีไม่ไกลมากนักทุกคนนัดรวมตัวกันที่บ้านพี่หลิงฉียามซื่อ เพราะจะได้พากันออกไปเดินชมเมืองชมตลาดก่อนพรุ่งนี้ถึงจะได้ไปดูโรงหมอตระกูลหวงโดยจะให้พี่ใหญ่ของพี่หลิงฉีพาเข้าไปดู
เมื่อถึงยามยามซื่อตามที่นัดกันไว้ทุกคนก็พากันออกไปเดินชมเมืองหลวงคนที่ตื่นเต้นที่สุดก็คงไม่พ้นไป๋หลินกับลูกแฝด ทั้งห้าคนยังไม่เคยมาเมืองหลวงเลยสักครั้งหลัวฟางนั้นเคยมาหลายครั้งแล้วเพราะของที่ใช้สร้างบ้านบางชิ้นไม่มีขายในิโจวหลัวฟางกับท่านพ่อก็ต้องเดินทางมาสั่งเองแต่จะเดินทางด้วยม้าเช่าจะเร็วและสะดวกกว่า
คณะเดินทางจากหมู่บ้านถงหยางเมื่อถึงย่านการค้าของเว่ยโจวทุกคนจึงแยกย้ายกันไปเดินเองแต่ละครอบครัวแล้วนัดกันไว้ว่าประมาณยามเซินจะมาเจอกันที่โรงเตี๊ยมกู๋เฟิงส่วนเื่อาหารกลางวันจะหากินกันเองที่ตลาดแล้วตอนเย็นค่อยไปกินข้าวที่บ้านพี่สะใภ้ใหญ่พร้อมกันและจะได้ทำความรู้จักพี่ชายคนโตของพี่หลิงฉีด้วย
ไป๋หลินกับลูก ๆเดินเข้าร้านโน้นออกร้านนี้เป็ว่าเล่นในมือของสี่แฝดก็เต็มไปด้วยของกินและขนมมากมายก็ซื้อจนเกือบทุกร้านที่เดินเข้าไปดูแม้แต่หลัวฟางมือสองข้างก็ไม่ว่างจับมือลูกเลยเพราะต้องถือของที่ภรรยาซื้อจนถือเต็มสองมือแต่หลัวฟางก็ไม่ได้บ่นหรือรำคาญพฤติกรรมที่ไป๋หลินทำในตอนนี้เขากลับมองว่ามันน่ารักน่าเอ็นดูเวลาลูกเมียพากันเล่นซนแบบนี้ถ้าเป็เมื่อก่อนเขาคงบ่นที่ไป๋หลินใช้เงินฟุ่มเฟือยที่มักซื้อให้ตัวเองไม่เผื่อลูกแต่กลับซื้อไปให้บ้านลี่แทนพอมาวันนี้ทุกอย่างที่ซื้อนั้นจะคำนึงนึกถึงลูกทั้งสี่ก่อนเสมอและยังคิดเผื่อสามีแบบเขาอีกด้วยระยะหนึ่งเดือนที่ผ่านมาไป๋หลินเปลี่ยนแปลงตัวเองไปมาก หลัวฟางยอมรับว่าตนเองก็ตกหลุมรักภรรยาตัวเองเข้าให้แล้ว
ระหว่างที่หลัวฟางกำลังตกอยู่ภวังค์ความคิดของตัวเองอยู่นั้นเขาก็ได้ยินเสียงเอะอะโวยวายจากชายกลุ่มหนึ่งที่เดินผ่านหน้าเขาไปในร้านขายผ้าแล้วตามมาด้วยเสียงทำลายข้าวของและเสียงภรรยาเขากำลังด่าทอชายกลุ่มนั้นอยู่หลัวฟางไม่รอช้ารีบว่างข้าวของในมือแล้วรีบวิ่งเข้าไปในร้านทันทีแต่พอเข้าไปก็เจอกับภรรยากำลังจับชายฉกรรจ์ที่ตัวใหญ่กว่าหลายเท่าทุ่มลงพื้นส่วนคนอื่นที่มาด้วยกันต่างก็นอนโอดครวญอยู่บนพื้นในสภาพเจ็บหนัก
"ไป๋หลิน" หลัวฟาง
"ท่านพ่อท่านดูสิท่านแม่เก่งมากสามารถจัดการกับคนชั่วที่จะมาทำร้ายท่านป้าเ้าของร้านได้ด้วย" ลู่เซียน
"ใช่ ๆคนพวกนี้เข้ามาทำลายข้าวของในร้าน ท่านแม่จัดการให้หมอบเลยนะขอรับ" ลู่ตง
หลัวฟางถึงจะรู้ว่าภรรยาตัวเองนั้นเรียนกังฟูและมีพลังลมปราณแต่ก็ไม่นึกว่าจะฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้ไป๋หลินจัดการชายฉกรรจ์ทั้งหกคนด้วยตัวคนเดียว โดยที่ไม่มีร่องรอยของาแเลยระหว่างนั้นหลัวฟางหันไปเห็นสตรีที่อายุน่าจะมากกว่าเขากับภรรยาที่กำลังกอดเด็กชายทั้งสองคนพากันนั่งแม่ร้องไห้ที่ต้องมุมร้านคงจะกลัวคนพวกนี้มากแน่ ๆ
"ท่านกับลูกเป็อย่างไรบ้างพี่สาว"หลัวฟาง
"ข้าไม่เป็ไรดีที่ภรรยาท่านช่วยข้าไว้" เ้าของร้านผ้า
"ไม่เป็ไรขอรับ" หลัวฟาง
หลังจากสถานการณ์สงบลงไป๋หลินกับสามีได้ทำการมัดชายฉกรรจ์ทั้งกลุ่มนั้นไว้เพื่อเตรียมที่จะนำไปส่งที่ศาลต้าเว่ยก่อนไปสองสามีภรรยาบ้านถานรองได้สอบถามสาเหตุว่าทำไมอันธพาลพวกนี้ถึงได้หมายจะมาทำร้ายเ้าของร้านพอสอบถามจึงได้รู้ว่าเ้าของร้านชื่อเหนิงกั๋วส่วนลูกชายสองคนชื่อต้าเฟิ่งกับต้าเหลียน เหนิงกั๋วเป็แม่หม้ายสามีตายเพราะถูกลอบทำร้ายแต่ยังไม่สามารถจับคนร้ายได้สักทีส่วนคดีก็ถูกปิดไปแล้วแต่เหนิงกั๋วสงสัยว่าเป็ฝีมือของเถ้าแก่หงเพราะคนที่มาทำร้ายวันนี้ก็เป็คนของเถ้าแก่หงเ้าของร้านผ้าที่ใหญ่ที่สุดในเมืองหลวงสาเหตุหลักคงมาจากที่เถ้าแก่หง้าจะซื้อที่ดินตรงร้านนี้
เถ้าแก่หงได้มาเจรจากับสามีตนหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จเพราะที่ของร้านผ้าแห่งนี้เป็มรดกตกทอดจากบรรพบุรุษสามีจึงหวงแหนมากไม่ยอมขายก่อนที่สามีจะถูกทำร้ายเถ้าแก่ได้มาเจรจาอีกครั้งแต่ครั้งนี้ทั้งคู่มีปากเสียงกันทะเลาะกันใหญ่โตสามวันต่อมาสามีก็ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตที่ท้ายตลาดพองานศพสามีของเหนิงกั๋วผ่านได้สองวันเถ้าแก่หงก็ส่งคนมาขอซื้อที่ดินอีกครั้งแต่เหนิงกั๋วไม่ยอมขายและถูกข่มขู่จากเถ้าแก่หงอีกด้วยร้านที่เคยขายดีก็ถูกปล่อยข่าวลือใส่ร้ายจนไม่มีลูกค้ากล้าเข้าร้านไป๋หลินกับครอบครัวถือเป็ลูกค้าคนแรกในรอบหนึ่งเดือน แต่ก็มีคนของเถ้าแก่หงมาก่อความวุ่นวายซะก่อน
"พี่เหนิงกั๋วไม่ต้องห่วงวันนี้ข้าจะพาท่านไปร้องทุกข์ที่ศาลต้าเว่ยเอง"ไป๋หลิน
"จริงเหรอแต่ข้าเคยได้ยินมาว่าศาลต้าเว่ยมีไว้ต้อนรับคนใหญ่คนโตเท่านั้นข้าเลยไม่กล้าไปร้องทุกข์" หนิงกั๋ว
"ไม่ต้องห่วงท่านได้ร้องทุกข์แน่วันนี้เราไปกันเถอะ" ไป๋หลิน
การมาเมืองหลวงครั้งนี้นอกจากจะมาศึกษาโครงสร้างโรงหมอแล้วไป๋หลินกับหลัวฟาง้ามาสืบหาว่าเซียวเห่อผู้ป่วยนิรนามคนนั้นว่าเป็ใครกันแน่แล้วเขาเป็คนดีหรือไม่จะได้ไม่ค้างคาใจไป๋หลินกลัวว่าตนเองจะช่วยคนไม่ดีให้รอดชีวิตกลับไปก่อความเดือดร้อนให้คนอื่น
"พวกเราไปศาลกันเถอะ"หลัวฟาง
ไป๋หลินกับหลัวฟางรีบพากลุ่มคนร้ายกับเหนิงกั๋วไปศาลต้าเว่ยทันทีโดยที่เหนิงกั๋วเป็คนนำทางพาไปเส้นทางลัดเพราะไม่อยากให้เป็ที่จับตามองของคนย่านการค้าเท่าไหร่สองสามีบ้านถานรองก็ไม่ขัดอะไร ทั้งคู่บังคับให้คนร้ายทั้งหกเดินตามโดยมีเชือกมัดเชื่อมต่อแล้วจูงให้เดินตามหลัง ใช้เวลาไม่นานก็ถึงศาลต้าเว่ย เหนิงกั๋วจึงรีบไปตีกลองร้องทุกข์ทันทีเมื่อตีเสร็จไม่นานก็มีคนของศาลต้าเว่ยมาเปิดประตูจึงสอบถามว่ามาตีกลองร้องทุกข์ด้วยสาเหตุอันใดมีอะไรให้ช่วย เหนิงกั๋วจึงเล่าว่ามีชายฉกรรจ์หกคนมาทำลายข้าวของในร้านเสียหายแต่โชคดีมีคนมาช่วยและจับคนร้ายมาส่งศาลต้าเว่ยพอคนของศาลได้ฟังก็คิดว่าเป็เื่ทะเลาะวิวาททั่วไปจึงได้ออกปากไล่เหนิงกั๋วกลับไปแล้วให้ไปแจ้งศาลเมืองแทน แต่พอไป๋หลินได้ยินแบบนั้นก็โมโหทันที
"นี้ใต้เท้าท่านจะมาบอกว่าเป็เหตุทะเลาะวิวาทเล็กน้อยเลยจะไม่สอบสวนก่อนเหรอ"ไป๋หลิน
"เ้าเป็ใครมายุ่งอะไรด้วยก็แค่คนทะเลาะวิวาทไปแจ้งศาลเมืองไป อย่ามาก่อกวนการทำงานของศาลต้าเว่ย"องครักษ์
"ข้าพึ่งรู้ว่าศาลต้าเว่ยทำงานมักง่ายถึงเพียงนี้"หลัวฟาง
"เ้ากล้ามากนะที่มาดูถูกศาลต้าเว่ยเ้ารู้หรือไม่ว่าข้าคือองครักษ์คนสนิทของผู้บัญชาการศาลต้าเว่ยจวินอ๋องอนุชาขององค์ฮ่องเต้เลยนะคราวนี้ครอบครัวเ้าต้องเดือดร้อนแน่" องครักษ์
"เหรอข้าก็อยากรู้ว่าข้าจะเดือดร้อนยังไงงั้นช่วยดูป้ายนี้หน่อยว่าเป็ของใคร ท่านพี่ข้าขอป้ายหยกหน่อย" ไป๋หลิน
ไป๋หลินไม่รู้หรอกว่ายศหรือลำดับขั้นมันวัดกันยังไงแต่เขาสังเกตเห็นว่าป้ายขององครักษ์คนนี้เป็เพียงป้ายไม้แกะสลักธรรมดาและมีตัวอักษรเลขลำดับสลักว่าแปดเขาจึงเดาว่าเ้าของป้ายหยกอันนี้ในป้ายไม่มีเลขลำดับแต่น่าจะยศสูงกว่าเ้าองครักษ์ขี้อวดคนนี้แน่นอนถ้าเทียบจากวัสดุที่ใช้ทำป้ายหลัวฟางหยิบเอาป้ายหยกออกมาให้ภรรยาไป๋หลินรับมาแล้วรีบชูให้เ้าองครักษ์จอมขี้อวดดูทันที
"นี่ นี่มัน" องครักษ์
"จวินอ๋องเสด็จใครกันกล้ามาขวางทาง"องครักษ์
ในระหว่างองครักษ์จอมขี้อวดกำลังใอยู่นั้นจู่ ๆ ก็มีเสียงดังขึ้นจากทางด้านหลังะโบอกว่าจวินอ๋องมาทุกคนจึงหันไปดูก็เห็นเป็ขบวนเสด็จของจวินอ๋องจริง ๆส่วนคนในรถม้าประจำตำแหน่งได้ยินเสียงองครักษ์ประจำตัวส่งเสียงจวินอ๋องจึงสงสัยเลยลงจากรถม้าเพื่อมาดูว่ามีเื่อะไรเกิดขึ้นพอลงมาแล้วก็ได้เจอกับผู้มีพระคุณที่เคยช่วยชีวิตเขาให้รอดตายมาได้
"มีเหตุอันใดกัน" จวินอ๋อง
เมื่อทุกคนเห็นว่าจวินอ๋องเสด็จลงจากรถม้าจึงรีบคุกเข่าทำความเคารพแต่มีเพียงบ้านถานรองกับเ้าของร้านผ้าและลูกเท่านั้นที่ยังยืนงงมองหน้ากัน
"บังอาจยิ่งหนักรีบคุกเข่าทำความเคารพท่านอ๋องเดี๋ยวนี้" องครักษ์
องครักษ์จอมขี้อวดที่เห็นว่าคนที่มาร้องทุกข์ไม่ยอมคุกเข่าจึงได้รีบเตือนเพื่อทำให้เห็นว่าเขาทำหน้าที่เฝ้าประตูศาลต้าเว่ยได้อย่างยอดเยี่ยม
"ทำไมข้าต้องคุกเข่า"ไป๋หลิน
"เอาละไม่ต้องมากพิธี"จวินอ๋อง
จวินอ๋องทรงตรัสไม่ให้องครักษ์เฝ้าประตูเอาความกับครอบครัวบ้านถานรองไป๋หลินกับหลัวฟางที่เห็นพระพักตร์ของจวินอ๋องชัด ๆ ก็ถึงกับตะลึงเพราะจวินอ๋องกับผู้ป่วยนิรนามที่พวกเขาสองคนกำลังจะตามหาคือคนคนเดียวกัน์ทำไมทำกับข้าแบบนี้ นี้ข้าได้รักษาขาทองคำให้รอดตายเลยนะสี่แฝดเองก็จำได้เพราะตอนที่ท่านลุงคนนี้อยู่ที่บ้านพวกเขาเคยแอบท่านแม่ไปดูว่าเมื่อไหร่ท่านลุงจะฟื้นสักที
"ท่านแม่นี่มันท่านลุงคนนั้น" ลู่ตง
"ใช่ ๆ ข้าจำได้ท่านแม่เคยรักษาเขา" ลู่เซียน
"นี้ท่านลุงฟื้นแล้วเหรอขอรับ"ลู่ถิง
"แล้ว แล้วท่านหายไปไหนมาขอรับแล้วทำไมท่านมาอยู่ที่เมืองหลวงได้" ลู่ฉิน
สี่แฝดด้วยความเป็เด็กจึงเอยถามออกมาด้วยความสงสัยส่วนเหล่าองครักษ์ที่ติดตามก็ถึงกับขนลุกแทนเด็กน้อยทั้งสี่ที่ไปถามกับบุคคลที่ไม่ควรถามเพราะจวินอ๋องนั้นใครก็ลือไปทั่วแผ่นดินต้าเว่ยว่าโเี้ไม่ชอบเด็กเอามาก ๆสงสารเด็กแฝดกับพ่อแม่ของเด็กจริง ๆ
แต่หารู้ไม่ข่าวลือทั้งหมดนั้นไม่ใช่เื่จริงตรงที่เขาไม่ชอบเด็กจวินอ๋องนั้นชอบเด็กเอามากๆ ส่วนเื่ความโเี้ก็จริงอยู่นะแต่เฉพาะกับพวกขุนนางชั่วเท่านั้นจวินอ๋องเป็คนให้องครักษ์คนสนิทปล่อยข่าวเองเพียงเพราะไม่้าให้เหล่าขุนนางจอมโลภเข้ามาข้องเกี่ยวหรือหาผลประโยชน์ด้วยเท่านั้นและสิ่งที่จวินอ๋องไม่ชอบที่สุดคือส่งลูกสาวลูกเกอมาเสนอตัวให้มีหลายตระกูลที่หลงผิดทำเช่นนั้นไม่นานล่มสลายไปหลายตระกูลบางตระกูลก็ถึงกับหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์ของต้าเว่ยไปเลยก็มี
"ฮ่า ฮ่าลุงรีบมาทำธุระที่บ้าน พอฟื้นเลยไม่ได้ทักทายพวกเ้าเลยขอโทษด้วยเอาแบบนี้ไหมวันนี้ไปท่านข้าวเที่ยงและมื้อเย็นที่บ้านลุงดีกว่ามีอาหารอร่อยเยอะเลย" จวินอ๋อง
"อร่อยเท่าที่ท่านแม่ทำหรือเปล่าขอรับถ้าอร่อยข้าถึงจะไป" ลู่เซียน
"นั้นสิ เพราะท่านแม่ทำอร่อยที่สุดในโลกเลยนะขอรับ"ลู่ตง
"แล้วมีขนมด้วยหรือไม่ขอรับ"ลู่ฉิน
"จริงด้วยท่านแม่ทำขนมอร่อยมาก" ลู่ถิง
"หึลุงอยากลองกินอาหารฝีมือแม่พวกเ้าแล้วสิ งั้นท่านหมอไป๋หลินช่วยลองทำอาหารให้ข้าทานได้หรือไม่ส่วนท่านหลัวฟางวันนี้อยู่ดื่มกับข้าหน่อยนะข้าอยากแนะนำคนในจวนให้รู้จักกับผู้มีพระคุณของข้าสักหน่อย" จวินอ๋อง
"พ พ่ะย่ะค่ะ" ไป๋หลิน
"พ่ะย่ะค่ะท่านอ๋อง"หลัวฟาง
หลัวฟางกับไป๋หลินที่ยังมึนงงไม่หายได้แต่รับปากไปก่อนหากเกิดขัดใจจวินอ๋องมีหวังหัวหลุดจากบ่าแน่
"ส่วนเื่คดีร้านผ้าตระกูลเหม่าเดียวข้าจะให้คนของศาลต้าเว่ยไปสืบคดีด้วยตัวเองั้แ่เริ่มต้นทั้งคดีของเถ้าแก่เหม่าที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตข้าจะขอประทานอนุญาตจากฮ่องเต้ให้สืบคดีใหม่ส่วนเ้าองครักษ์เฝ้าประตูแต่ชอบติดสินบนพวกพ่อค้าชั่วเช่นเ้าควรถูกเนรเทศไปชายแดน"จวินอ๋อง
"ฮึก ขอบพระทัยเพค่ะ ท่านอ๋องฮึก ฮึก" เหนิงกั๋ว
จวินอ๋องกล่าวจบเหนิงกั๋วก็กอดลูกร้องไห้ด้วยความดีใจที่คดีของสามีถูกสืบสวนใหม่อีกครั้งส่วนเื่ชายฉกรรจ์ทั้งหกคนจวินอ๋องก็จะช่วยลงโทษเช่นกัน ส่วนองครักษ์เฝ้าประตูก็ได้แต่ร้องขอให้จวินอ๋องอภัยโทษและบอกว่าสำนึกผิดจะไม่ทำอีกแล้วแต่จวินอ๋องไม่ยอมใจอ่อนสั่งให้องครักษ์ส่วนพระองค์รีบนำตัวคนชั่วไปลงโทษเพราะมีหลายครั้งที่องครักษ์ผู้นี้รับสินบนนำความเคลื่อนไหวภายในศาลต้าเว่ยไปบอกคนนอกและยังเป็สายให้กับพวกขุนนางชั่วอีกด้วย
เหล่าองครักษ์ที่พึ่งมาเข้าสังกัดกับท่านอ๋องเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็ประจักษ์แล้วข่าวลือมีทั้งจริงและไม่จริงเื่ความโหดนั้นเป็ความจริงแน่นอน แต่ก็เฉพาะผู้ที่กระทำความผิดเท่านั้นบางคนถึงกับสัญญาในใจว่าจะไม่ทำผิดแบบนี้แน่นอนเพราะกลัวไม่รอดชีวิต
จวินอ๋องชวนครอบครัวบ้านถานรองขึ้นรถม้าไปด้วยกันส่วนเหนิงกั๋วกับลูก ๆท่านอ๋องให้องครักษ์หารถม้าและอารักขาไปส่งที่ร้านผ้าตระกูลเหม่ายังให้องครักษ์ช่วยเก็บกวาดร้านข้าวของชิ้นไหนเสียหายก็ซื้อเข้าร้านใหม่โดยที่จวินอ๋องเป็คนออกเงินให้ทั้งหมด แถมยังช่วยแก้ข่าวลือให้อีกด้วย
"เออ ท่านอ๋อง ขอ เออพ่ะย่ะค่ะ" ไป๋หลิน
"ไม่ต้องมากพิธีหรอกเรียกข้าว่าพี่เซียวเห่อเถอะเ้าก็ด้วยหลัวฟางเรียกพี่เซียวเห่อก็พอ" จวินอ๋อง
"ขอรับ พี่เซียวเห่อ"หลัวฟาง
"งั้นข้าขอถามท่านหน่อยทำไมถึงรู้จักชื่อข้าได้ ในตอนนั้นท่านยังไม่ฟื้นแล้วข้ากับท่านยังไม่ได้คุยกันเลยนะขอรับ" ไป๋หลิน
"หึยังมีอะไรที่เ้ายังไม่รู้อีกเยอะ เอาแบบนี้วันนี้ค้างที่จวนข้าสักคืนข้าจะได้เล่าให้เ้าสองผัวเมียฟังอย่างละเอียด ฮ่า ฮ่า" จวินอ๋อง
"ก็ได้ขอรับแต่ว่าข้ามีนัดกับพี่ชายที่โรงเตี๊ยมกู๋เฟิงในเมืองคงต้องกลับไปแจ้งพวกเขาก่อน"ไป๋หลิน
"ไม่ต้องห่วงเดี๋ยวข้าส่งคนไปแจ้งข่าวให้พวกเขามาทานมื้อเย็นที่จวนอ๋องด้วยกันเพราะข้ารู้จักพวกเขาดี ฮ่า ฮ่า" จวินอ๋อง
เสียงหัวเราะของจวินอ๋องดังจนเล็ดลอดออกมาข้างนอกจนองครักษ์เสื้อแพรประจำพระองค์ถึงกับได้แต่ส่ายหัวในความขี้เล่นของนายตัวเองสงสัยคงจะหลอกล่อหาเพื่อนดื่มได้สำเร็จแล้วเป็แน่คืนนี้พวกเขาคงต้องได้หิ้วปีกนายตัวเองเข้าห้องบรรทมอีกแน่เลย
จวินอ๋องหรือองค์ชายรองเซียวเห่อเป็โอรสของอดีตฮ่องเต้กับอดีตฮองเฮาเป็พระอนุชาร่วมอุทรเดียวกันกับฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน อายุ 31 ปีแล้วระหว่างทางที่กลับไปจวนอ๋องจวินอ๋องเล่าให้ไป๋หลินกับหลัวฟางฟังว่าวันนั้นที่ได้รับาเ็เนื่องจากถูกลอบทำร้ายจากกลุ่มนักฆ่าจากต่างแคว้นพอดีว่าวันนั้นเขากับเหล่าองครักษ์ได้ออกไปตามหาบัวหิมะ เพื่อทำเป็ยารักษาพี่สะใภ้หรือฮองเฮาองค์ปัจจุบันที่ตอนนี้กำลังป่วยเป็โรคประหลาดทางหมอก็บอกว่าถ้ามีบัวหิมะจะสามารถรักษาฮองเฮาได้ฮ่องเต้เลยสั่งให้ท่านอ๋องกับองครักษ์ออกตามหาแต่ว่าคำสั่งนี้เป็ความลับไม่รู้ว่ามันไปรู้ถึงหูกลุ่มนักฆ่าจากแคว้นศัตรูได้อย่างไร
แล้วในตอนนั้นมีสายรายงานมาว่าเคยมีคนพบเห็นบัวหิมะที่บนเขาหยางซานเมืองิโจวจวินอ๋องไม่รอช้ารีบขึ้นเขาหยางซานออกค้นหาบัวหิมะทันทีพวกเขาหาอยู่นานแต่ก็ไม่พบจึงพากันถอดใจถอนกำลังกลับแล้วระหว่างที่ลงเขาก็ถูกดักทำร้ายจนทุกคนต้องแยกกันหนี แต่ดูเหมือนจวินอ๋องจะโชคร้ายถูกธนูจากคนร้ายยิงใส่จนพลาดท่าถูกฟันและแทงซ้ำอีกรอบ
"อ้อ!แบบนี้นี่เองไม่น่าละแผลถึงได้เต็มตัวไปหมดพอล้มลงหัวท่านก็ฟาดก้อนหินจนหัวแตกเือาบหน้ามันเลยยิ่งทำให้เสียเืมาก" ไป๋หลิน
"ใช่ เืเต็มตัวข้าไปหมดพวกมันเห็นว่าแผลข้าเยอะขนาดนั้นคงต้องตายแน่ ๆ เลยจึงได้ล่าถอยไปดีแต่ก่อนข้าหมดสติได้ห้ามเืบางจุดและเอาลูกธนูออกจากนั้นข้าก็หลับไปจนตื่นขึ้นมาอีกทีก็พบว่าตัวเองมีหมอรักษาให้แล้วตอนนั้นเององครักษ์เงาตามหาข้าเจอพอดีแล้วแจ้งว่าที่เมืองหลวงมีเื่ด่วนข้าก็เลยรีบกลับมาโดยทิ้งไว้เพียงจดหมายกับป้ายหยกประจำตำแหน่งไว้"จวินอ๋อง
"ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่าพอท่านอ๋องกลับไปก็ให้องครักษ์เงาตามสืบเื่ราวของครอบครัวข้าใช่หรือไม่ขอรับไม่งั้นท่านอ๋องคงไม่รู้จักว่าพวกข้าเป็ใคร" หลัวฟาง
"จะบอกอย่างไรดีที่จริงข้าก็กะไว้ว่าจะให้องครักษ์ไปสืบอยู่เช่นกันแต่องครักษ์เงาส่วนตัวของข้าดันมารายงานก่อนบอกว่าประวัติพวกเ้าสองผัวเมียเป็ใครพร้อมนำรูปวาดมาให้ดูข้าก็ถึงได้รู้จักชื่อและพอจำหน้าตาของพวกเ้าได้คร่าว ๆ ยังไงล่ะ" จวินอ๋อง
"โห!องครักษ์ของท่านต้องเก่งมากและทำงานได้เป็อย่างดีแน่เลย แล้วต้องรู้ใจท่านมากแน่ๆ ถึงท่านไม่สั่งเขาก็สืบมาให้เลยสุดยอด ข้าอยากมีไว้เป็ของตัวเองบ้างจังเอาไว้มาอารักขาเวลาท่านพี่ไม่ว่างยิ่งเปิดโรงหมอต้องมีทั้งคนดีคนเลวปะปนมารักษากับข้าแน่เลย" ไป๋หลิน
"ฮ่า ฮ่าข้าว่าเ้าไม่ต้องมีหรอกดูจากที่เ้าจัดการกับพวกอันธพาลพวกนั้นได้แสดงว่าก็มีฝีมือพอตัวองครักษ์เงาที่เ้าอยากได้ข้าว่าเ้าน่าจะมีอยู่นะเพียงแค่ไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง" จวินอ๋อง
"ก็อาจเป็ไปได้นะขอรับตอนข้าออกไปทำงานข้ารู้สึกเหมือนมีคนมองตลอดเวลาที่แท้ท่านอ๋องส่งมาอารักขาบ้านข้านี่เอง ขอบคุณมากขอรับ" หลัวฟาง
"จริงเหรอท่านพี่ข้าไม่เห็นรู้สึกเลย" ไป๋หลิน
ที่ไป๋หลินพูดเขานั้นไม่รู้สึกจริงๆ ว่ามีคนจับตามองบ้านเขา ถ้ามีจริงเขาต้องรับรู้ได้สิเพราะการฝึกของหน่วยรบพิเศษจะต้องฝึกััความเคลื่อนไหวรอบข้างด้วยหากเกิดโดนโจมตีจะได้รับรู้ก่อนและเตรียมโจมตีกลับได้เร็ว ยิ่งหน่วยรบพิเศษซีอาโนยิ่งต้องฝึกหนักขึ้นไปอีกยิ่งมาอยู่ในยุคนี้ที่มีพลังลมปราณมันสามารถจับพิรุธได้ง่ายขึ้นมีอย่างหนึ่งที่ไป๋หลินพึ่งค้นพบเวลามีเื่ที่จะมีคนมาขอความช่วยเหลือหรือต้องไปช่วยเหลือใครเขาจะรู้สึกมึนหัวแต่พอได้ช่วยแล้วอาการมึนหัวจะหายไป แต่ถ้าต้องช่วยคนในหมู่บ้านถงหยางจะมีความทรงจำเก่าของไป๋หลินแวบเข้ามาในหัวทันที
"จริงด้วยวันนี้เ้าเก่งมากเลยนะ"หลัวฟาง
"ข ขอบคุณ ขอรับท่านพี่"ไป๋หลิน
จู่ ๆหลัวฟางก็เผลอชมไป๋หลินขึ้นต่อหน้าจวินอ๋อง ทำเอาไป๋หลินเขินอายหน้าแดง ทำไมต้องมาชมตอนนี้ด้วยนะสามีทึ่มข้าก็อายเป็นะแต่ไป๋หลินก็เขินไม่ได้นานเพราะเสียงกระแอมของจวินอ๋องเอ่ยขัดความหวานสองสามีภรรยาบ้านถานรองซะก่อน
"อะแฮ่มแล้วเ้าสองคนสนใจฝึกวิชาไหมล่ะ ข้าสามารถสอนให้ได้นะ" จวินอ๋อง
"อยากขอรับข้าเคยคิดไว้ว่าอยากฝึกวิชา หากเปิดโรงหมอเสร็จข้าขอหยุดทำงานกับที่บ้านใหญ่แล้วมาช่วยไป๋หลินดูแลโรงหมอแทนถึงจะรู้เื่สมุนไพรไม่มากก็พอช่วยได้และถ้ามีวิชาไว้ติดตัวเวลาเกิดเื่ก็สามารถช่วยภรรยาได้ขอรับ" หลัวฟาง
หลัวฟางเขาคิดแบบนั้นจริง ๆยิ่งมาเกิดเหตุการณ์แบบนี้ที่ภรรยาสามารถต่อสู้กับพวกอันธพาลได้ด้วยคนเดียวเขายิ่งชื่นชมในตัวไป๋หลินมากขึ้นและอยากเก่งเหมือนภรรยาหลัวฟางไม่อยากให้ไป๋หลินเหนื่อยคนเดียวหลัวฟางรู้ว่าไป๋หลินแอบฝึกวิชาต่อสู้ตามหนังสือคนเดียวทุกคืนเพื่อเอาไว้ปกป้องตัวเองและคนในครอบครัว เขารู้สึกละอายที่ภรรยาพยายามอยู่คนเดียวหลัวฟางสัญญากับตัวเองแล้วว่าต่อไปจะช่วยไป๋หลินทุกเื่ที่ช่วยได้จะพยายามแบ่งเบาให้ได้มากที่สุด
"ท ท่านพี่ขอบคุณมาขอรับที่ท่านนึกถึงข้า" ไป๋หลิน
"ดีแบบนี้สิถึงจะเรียกว่าครอบครัวไป๋หลินถ้าข้าอยากให้เ้ามาเป็น้องบุญธรรมข้าจะได้หรือไม่ ข้าชอบนิสัยเ้ามาก"
"ได้สิขอรับ ใครจะกล้าปฏิเสธดีเสียอีกได้เป็พี่น้องกับคนใหญ่คนโต โรงหมอของข้าจะได้มีคนเกรงใจไม่กล้ามาก่อกวน ท่านพี่ท่านคิดว่าอย่างไร" ไป๋หลิน
"ข้าตามใจเ้าเ้าว่าดีข้าก็ว่าดี" หลัวฟาง
"ฮ่า ฮ่าเ้านี้คงรักเมียมากเสียจริง ดี ๆ วันนี้มาดื่มฉลองให้เต็มที่ไป๋หลินต่อเ้าคือน้องชายของข้า ส่วนก็เ้าเป็น้องเขยของข้ามีเื่เดือดอันได้ปรึกษาข้าได้ตลอดไม่ต้องเกรงใจเ้าจะเปิดโรงหมอที่ิโจวข้าจะเป็คนสนับสนุนเ้าเอง" จวินอ๋อง
"ขอบคุณขอรับพี่เซียวเห่อ" ไป๋หลิน
ไป๋หลินไม่มีปฏิเสธอยู่แล้วเจอขาทองคำขนาดนี้ต้องกอดไว้แน่นยิ่งได้กลายเป็น้องบุญธรรมของท่านอ๋องผู้โด่งดังแบบนี้จะหาวาสนาที่ดีแบบนี้ได้ที่ไหนอีกไป๋หลินเริ่มสงสัยว่าตัวเขาจะมีโชคลาภแบบนี้ติดตัวเหมือนในนิยายขึ้นมาจริง ๆมาเมืองหลวงครั้งนี้เจอแต่เื่ดี แต่มีก็มีข้อสังเกตอย่างหนึ่งหากว่าเขาได้ช่วยใครสักคนหรือทำความดีอะไรสักอย่างโชคลาภจะตามมาหรือไม่ก็มีบางครั้งได้โชคลาภก่อนแล้วจะมีเื่ให้ทำความดีตามมาทีหลังวันนี้เขาเองก็ทำความดีก่อนแล้วได้โชคคือได้เป็น้องบุญธรรมของจวินอ๋องไป๋หลินไม่ได้หวังเงินจากจวินอ๋องเพียงแต่ถ้ามีคนที่มีอำนาจคอยหนุนหลังมันก็สบายใจจะไม่ต้องระแวงว่าใครจะมารังแกใส่ร้ายป้ายสีเขาได้ข้าสัญญาว่าขาทองคำคู่นี้ข้ากอดไว้ให้แน่นไม่หลุดหนีแน่นอน
สี่แฝดที่เงียบฟังผู้ใหญ่คุยกันแต่ก็ไม่ได้ฟังเปล่าๆ ด้วยความที่เป็เด็กฉลาดกล้าพูดกล้าคิด พวกเขาสงสัยว่าจะต้องเรียกท่านลุงว่าอย่างไรดีเพราะตอนนี้ท่านลุงเป็พี่ชายท่านแม่อีกคนแล้ว
"แล้วพวกเราต้องเรียกท่านลุงว่าอย่างไรขอรับ" ลู่ฉิน
"นั้นสิ ท่านลุงใหญ่ ลุงรองลุงสามก็มีแล้ว ต้องเรียกท่านว่าอะไรดี" ลู่เซียน
"ฮ่า ฮ่านั้นสิเรียกลุงว่าอะไรดีนะ เ้าทั้งสี่ช่วยลุงคิดหน่อย" จวินอ๋อง
"ได้ขอรับ เรียกอะไรดีนะ คิดคิด อ้อ! คิดออกแล้วเรียกว่าท่านลุงจวินอ๋อง" ลู่ฉิน
"แบบนี้ไม่ซ้ำกับท่านลุงท่านอื่นแล้วขอรับท่านลุงจวินอ๋อง"ลู่ถิง
"พวกเ้าฉลาดจริงถึงจวนแล้วเดี๋ยวลุงจะพาไปรู้จักกับลูกของลุง ลุงว่าพวกเขาต้องชอบเ้าสี่คนแน่ๆ" จวินอ๋อง
ระหว่างที่เดินทางกลับจวนอ๋องหลัวฟางได้เอ่ยปากถามจวินอ๋องเื่บัวหิมะว่าได้กลับไปค้นหาอีกหรือไม่ จวินอ๋องบอกว่าไม่ได้ไปหาแล้วเพราะมีพ่อค้าที่เป็กลุ่มการค้ายาสมุนไพรนำมาถวายแล้ว จวินอ๋องยังเล่าต่ออีกว่าหมอใหญ่ได้ลองนำมาปรุงยาแล้วอาการของฮองเฮาดีขึ้นแต่ก็ยังไม่หายขาดถ้าเป็ไปได้อยากให้ไป๋หลินไปช่วยตรวจดูอาการของพี่สะใภ้ทีวันนี้ท่านอ๋องได้เชิญหมอใหญ่มาทานข้าวเย็นด้วย เผื่อจะได้ลองปรึกษากับไป๋หลินดู
รถม้าประจำตำแหน่งจวินอ๋องใช้เวลาไม่นานก็เดินทางถึงจวนอ๋องที่อยู่ออกไกลจากย่านการค้าพอสมควรพอลงจากรถม้าได้เด็ก ๆก็ตื่นเต้นมากเพราะบ้านของท่านลุงจวินอ๋องนั้นใหญ่กว่าบ้านถานรองมากพอเดินพ้นประตูจวนเข้าไปก็เจอกับความสวยงามภายในจวนตระการตาแต่ก็เน้นความเรียบง่ายตามแบบฉบับของคนที่ไม่ชอบความวุ่นวาย เดินเข้าไปเรื่อย ๆก็จะมีทั้งศาลาไว้นั่งเล่น มีลำธารเล็ก ๆ ไหลผ่านกลางจวนทั้งยังมีสวนดอกไม้นานาพันธุ์ดึงดูดสายตาเหมือนจวนหลังนี้ออกแบบมาให้เข้ากับธรรมชาติได้อย่างลงตัว
"ท่านพี่กลับมาแล้วหรือขอรับ"พระชายาเหนียนฉี
"เหนียนฉีเ้ากลับมาจากในวังแล้วหรือ ดี ๆ มารู้จักกับน้องบุญธรรมข้า นี้ไป๋หลินกับหลัวฟางคนที่ช่วยชีวิตข้าไว้ไป๋หลิน หลัวฟาง นี่คือพระชายาพี่เอง" จวินอ๋อง
"โตขึ้นมากเลยนะไม่เจอกันนานจนมีครอบครัวแล้ว ดูสิแก้มยังป่องเหมือนตอนเด็ก ๆ เลย"พระชายาเหนียนฉี
"เออคือว่าเราเคยเจอกันมาก่อนหรือพ่ะย่ะค่ะ" ไป๋หลิน
"คุยธรรมดาเถอะไม่ต้องมากพิธีเ้าอาจจำพี่ไม่ได้ตอนนั้นเ้าน่าจะประมาณเก้าขวบหรือสิบขวบได้มั้งวันพี่ใหญ่ของเ้าแต่งงานกับหลิงฉี เ้ายังอ้อนคนในบ้านขอกินขนมอยู่เลยฮ่า ฮ่า ดูทำหน้างงเข้าสิเดี๋ยวเอาไว้ตอนเย็นทุกคนมาพร้อมกันค่อยเล่าทีเดียวเลยดีกว่า" พระชายาเหนียนฉี
"เด็ก ๆมาคารวะพระชายาเร็วลูก" ไป๋หลิน
"ขอรับ/ขอรับ/ขอรับ/ขอรับ"
สี่แฝดก็คารวะพระชายาเหนียนฉีพร้อมกับแนะนำว่าใครชื่ออะไรบ้างด้วยท่าทางน่ารักจนพระชายาเหนียนฉีทนความน่ารักน่าเอ็นดูไม่ไหวขอหอมแก้มเด็กแฝดทีละคนจนหนำใจ
พระชายาเหนียนฉีทำเอาไป๋หลินคิดไม่ตกว่าตัวเองเคยเจอกับพระชายาตอนไหนแล้วรู้จักพี่ใหญ่พี่สะใภ้ใหญ่ด้วยแบบนี้ยิ่งน่าสงสัยมากเข้าไปอีกบ้านข้าเป็ชาวบ้านธรรมดาทั่วไปนะ คนสูงศักดิ์อย่างพระชายาเสด็จไปตอนไหนก่อนเื่ของพี่สะใภ้ใหญ่หลิงฉีความสงสัยยังไม่กระจ่างเลย ยังมาเื่พระชายาเหนียนฉีอีกในสมองตอนนี้ข้างงไปหมดแล้ว แต่มีข้อสันนิษฐานข้อหนึ่งเข้ามาในหัวหรือแท้จริงแล้วพี่สะใภ้ใหญ่หลิงฉีเป็ลูกคนรวยแต่โดนพี่ใหญ่พาหนีเพราะฐานะทางบ้านแตกต่างกันเกินไปจึงโดนทางพ่อตาแม่ยายกีดกันใน่แรกแต่พี่ใหญ่เอาความดีเข้าสู้พ่อตาแม่ยายเลยเห็นความดีตรงนั้นจึงทำให้ยอมรับพี่ใหญ่เป็ลูกเขย นี่มันนิยายดอกฟ้ากับหมาวัดจริง ๆไม่น่าเลยพี่ชายข้า
ยังมีคู่พี่รองกับพี่สามอีกอย่าบอกนะว่าเป็เหมือนกัน หากพี่สะใภ้รองกับพี่สะใภ้สามเป็ลูกคนรวยขึ้นมาจริง ๆพี่ชายทั้งสามของเขานั้นโคตรโชคดีที่ได้ภรรยาแสนสวยระดับลูกคนรวยเลยนะ แค่คิดเล่นๆ ก็สนุกแล้วงานนี้ น่าเอาไปแต่งนิยายรักได้หลายเื่เลย
"เสด็จพ่อกลับมาแล้ว /เสด็จพ่อ"
ไป๋หลินกำลังคิดเื่สนุกอยู่ก็ได้มีเด็กเกอสองคนอายุราวสิบสองสิบสามปีวิ่งมาหาท่านอ๋องแล้วเรียกว่าเสด็จพ่อ พอมาถึงใกล้ท่านอ๋องไป๋หลินจึงรู้ว่าทั้งสองเป็ลูกแฝดของจวินอ๋ององค์ชายเกอทั้งสองงดงามมากเหมือนพระมารดาพระชายาเหนียนฉีเองก็เป็เกอที่งามล่มเมืองมากและหน้าตาของพระชายายังคล้ายกับพี่หลิงฉีมากด้วยแต่พี่หลิงฉีจะสวยหล่อเหมือนนายเอกซีรี่ส์วายในยุคปัจจุบัน ในความคล้ายกันนั้นถ้าบอกว่าพระชายาเหนียนฉีกับพี่หลิงฉีเป็พี่น้องกันเชื่อสนิทเลยแหละ
"เซียวจ้าน เซียวหลานแม่บอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าวิ่ง อีกสองปีพวกเ้าจะถึงวัยปักปิ่นแล้วยังชอบวิ่งเล่นอีก มาคารวะท่านอาทั้งสองเร็วเข้า" พระชายาเหนียนฉี
"ขอรับ เสด็จแม่" เซียวจ้าน
"ขอรับ" เซียวหลาน
"เอาเถอะอย่าเข้มงวดกบลูกนักเลยเหนียนฉี มา ๆ พ่อแนะนำให้รู้จักนี้ท่านอาไป๋หลินน้องบุญธรรมพ่อเอง ส่วนก็ท่านอาหลัวฟางอาเขยพวกเ้า"จวินอ๋อง
"คารวะขอรับท่านอาไป๋หลินท่านหลัวฟาง ข้าแฝดพี่เซียวจ้าน ขอรับ" เซียวจ้าน
"ส่วนข้าแฝดน้องเซียวหลานขอคารวะท่านอาทั้งสองขอรับ" เซียวหลาน
"ยินดีจ้ะเสียดายจังอาไม่ได้เตรียมอะไรมาฝากเลย" ไป๋หลิน
"นั้นสิ" หลัวฟาง
"ไม่เป็ไรหรอกขอรับ"เซียวจ้าน
"เด็ก ๆมาคารวะพี่เซียวจ้านกับพี่เซียวหลานเร็วเข้า" ไป๋หลิน
"ข้าลู่เซียนแฝดพี่ อายุ 5ขวบขอรับ" ลู่เซียน
"ข้าแฝดน้องลู่ตง 5ขวบขอรับ" ลู่ตง
"ส่วนข้าแฝดพี่ลู่ฉิน 4ขวบขอรับ" ลู่ฉิน
"ข้า ข้าลู่ถิงแฝดน้อง 4ขวบขอรับ" ลู่ถิง
"พวกเ้าก็เป็แฝดกันน่ารักจังเลย" เซียวหลาน
"เซียวจ้าน เซียวหลานพาน้องไปเดินชมจวนแล้วทานขนมก่อนนะ เดี๋ยวพอถึงเวลามื้อเที่ยงแม่จะให้อี้กงกงไปตาม"
"ขอรับ ไปกันเถอะสี่แฝด"เซียวจ้าน
องค์ชายเซียวจ้านกับองค์ชายเซียวหลานก็พาน้องแฝดสี่เดินต่อแถวเป็ขบวนเดินชมรอบจวนเมื่อเห็นว่าเด็กไปเล่นกันแล้วเหล่าพวกผู้ใหญ่ก็พากันไปที่ห้องรับรองเพื่อนั่งจิบชาสนทนากัน ระหว่างนั้นก็มีองครักษ์ก็เข้ามารายงานว่าได้แจ้งข่าวให้พี่ใหญ่พี่รองของไป๋หลินทราบเรียบร้อยแล้วหลังทานมื้อเที่ยงเสร็จทุกคนจะตามมาสมทบที่จวนจวินอ๋องรวมถึงท่านหมอใหญ่เหลียนฉีด้วยชื่อนี้ไป๋หลินไม่คุ้นเคยเลยแต่มีตำแหน่งเป็ท่านหมอใหญ่ต้องสำคัญมากแน่ ถ้าได้คุยจะขอความรู้สักหน่อยดีกว่า
เมื่อใกล้ถึงเวลามื้อเที่ยงอี้กงกงไปตามองค์ชายแฝดและสี่แฝดบ้านถานรองมาทานข้าวอาหารที่จวนของจวินอ๋องละลานตามากมีแต่เมนูที่ไม่เคยเห็นทั้งนั้นสี่แฝดถึงกับกลืนน้ำลายกันหลายรอบเพื่อรอให้ท่านลุงจวินอ๋องลงมือคีบอาหารก่อนคนแรกเนื่องจากาุโที่สุดพอจวินอ๋องลงมือคีบอาหารสี่แฝดก็ขอให้ท่านแม่ท่านพ่อตักอาหารให้ทันทีสี่แฝดเมื่อได้ชิมอาหารรสเลิศจากจวนท่านอ๋องปากก็ชมว่าอร่อยมากเหมือนที่ท่านแม่ทำเลย
"ลุงบอกแล้วว่าอร่อย"จวินอ๋อง
"อร่อยจริงขอรับท่านแม่ถ้ากลับบ้านแล้ว ทำให้พวกข้าทานบ้างนะขอรับ" ลู่ตง
"ได้ ๆเดี๋ยวแม่ขอสูตรจากท่านลุงสะใภ้ไปทำที่บ้านให้นะ" ไป๋หลิน
"แสดงว่าไป๋หลินของพวกเราทำอาหารอร่อยแน่เลยถ้าอย่างนั้นตอนเย็นเ้ามาเข้าครัวช่วยพี่หน่อยได้หรือไม่" พระชายาเหนียนฉี
"ได้เลยขอรับถ้าอย่างนั้นทานมื้อเที่ยงเสร็จ ไปคิดเมนูกันดีกว่าพี่สะใภ้เดี๋ยวข้าขอดูห้องครัวจวนท่านหน่อยว่าพอมีอะไรทำเป็เมนูกับแกล้มได้บ้าง"ไป๋หลิน
"ได้สิ ยินดีมากเลยถ้าวัตถุดิบอันไหนขาดเดี๋ยวพี่ให้คนไหนจวนไปหามาเพิ่ม" พระชายาเหนียนฉี
"ข้าขอช่วยท่านอากับท่านแม่ด้วย"เซียวจ้าน
"ข้าก็ด้วย" เซียวหลาน
"พวกข้าสี่คนช่วยด้วย"ลู่เซียน
การทานอาหารมื้อเที่ยงผ่านไปพระชายาเหนียนฉีรีบจูงมือไป๋หลินเข้าครัวดูวัตถุดิบทันทีปล่อยให้จวินอ๋องกับหลัวฟางปรึกษาเื่ฝึกวิชากันตอนแรกลู่เซียนกับลู่ตงอยากนั่งฟังด้วย แต่มันยังไวไปสำหรับเด็กห้าขวบไป๋หลินจึงหลอกล่อให้แฝดคู่พี่มาครัวด้วยไป๋หลินบอกว่าหากกลับไปจะสอนกังฟูท่าใหม่ให้ได้ยินแบบนั้นลู่เซียนกับลู่ตงก็รีบตามเข้าครัวทันที
เมื่อดูอย่างละเอียดแล้วมีทั้งของสดจำพวกเนื้อวัวหมูเห็ดเป็ดไก่มีครบและยังมีของทะเลตากแห้งไป๋หลินยังเจอมะพร้าวที่เขาอยากได้อีกด้วย ไป๋หลินจึงลองถามพระชายาเหนียนฉีว่าอาหารทะเลพวกนี้นำเข้ามาจากที่ใดพระชายาเหนียนฉีเล่าอาหารทะเลตากแห้งพวกนี้ได้มาจากตวนอ๋องที่ไปประจำการตำแหน่งเ้าเมืองที่หลางโจวเมืองหลางโจวเป็เมืองท่ามีอาหารทะเลมากมายมีสินค้าแปลกตาเยอะแยะที่พวกหัวแดงข้ามน้ำข้ามทะเลมาค้าขายกับต้าเว่ยมีทั้งชาเปอร์เซีย ผักผลไม้ชนิดต่าง ๆที่ไม่มีในต้าเว่ยล้วนแต่มาจากพวกหัวแดงซะส่วนมากเขายังถามต่ออีกว่ามะพร้าวแห้งพวกนี้ก็เป็ชาวหัวแดงนำมาขายอีกใช่หรือไม่พระชายาบอกว่ามะพร้าวเป็ต้นไม้ให้ผลประจำถิ่นของเมืองหลางโจวต้นไม้ชนิดนี้จะเกิดเฉพาะที่หลางโจวเท่านั้นแล้วก็จะมีบางส่วนที่ชาวหัวแดงนำมาขายอีกด้วยพอได้ฟังที่พระชายาเล่าแล้วไป๋หลินจึงคิดที่อยากจะไปหลางโจวสักครั้ง
ไป๋หลินกับพระชายารวมไปถึงองค์ชายเกอทั้งสองและสี่แฝดบ้านถามรองก็ช่วยกันเตรียมวัตถุดิบไว้เรียบร้อยหากบ้านพี่ใหญ่พี่รองมาถึงจะได้ลงมือช่วยกันทำ หากถามว่าทำไมไม่ให้นางกำนัลในจวนทำไป๋หลินี้เีสอนสู้ลงมือทำเองดีกว่ารสชาติถูกปากกว่าด้วยเมนูมื้อเย็นไป๋หลินจะทำต้มข่าไก่เพราะมีกะทิแล้วตอนนี้ให้เหล่าองครักษ์ปอกเปลือกมะพร้าวอยู่ อีกเมนูคือผัดกะเพราเนื้อสับมีแกงจืดหมูสับเห็ดหอม สุดท้ายเมนูไข่เจียวหมูสับ เมนูขนมหวานจะเป็กล้วยบวชชีส่วนกับแกล้มว่าจะทำหมูทอดเนื้อทอดกระเทียมปลาหมึกแห้งย่างกินกับน้ำจิ้มซีฟู้ดและก็ถั่วทอดสมกับเป็ครัวของจวนอ๋องมีวัตถุดิบทุกอย่างโดยที่ไม่ต้องออกไปหาเองถึงเมนูแต่ละอย่างพระชายากับองค์ชายแฝดจะไม่เคยได้ยินแต่ฟังแล้วน่าอร่อยมากจนอยากลองชิมแล้ว
เลยเวลาเที่ยงไปไม่นานบ้านพี่ใหญ่พี่รองก็มาถึงจวนอ๋อง พระชายาเหนียนฉีกับไป๋หลินก็รีบออกมารับระหว่างเดินไปหน้าจวนไป๋หลินเห็นต้นมะม่วงที่มีผลเต็มต้นลูกใหญ่สีเขียวน่าทานเขาจึงคิดว่าจะทำมะม่วงน้ำปลาหวานไว้ทานเป็ของว่างดีกว่าเพราะแอบเห็นว่าในครัวมีทั้งน้ำตาล หอมแดง กุ้งแห้งยังมีน้ำปลาจากพวกหัวแดงอีกด้วย แค่คิดก็น้ำลายไหลแล้วต้องจัดสักหน่อยแล้วละ
เมื่อถึงหน้าจวนที่ทุกคนต่างก็คารวะท่านอ๋องกับพระชายาตอนแรกไป๋หลินงงมากที่ว่าพี่สะใภ้ใหญ่หลิงฉีกับพระชายาหอมแก้มกันจนพี่หลิงฉีเรียกพระชายาว่าพี่รองก็รู้เลยว่าเป็พี่น้องกันแต่ความสงสัยยังเพิ่มขึ้นมาอีกคือมาแต่งงานกับผู้ชายบ้านเขาได้ไงก่อนใครก็ได้ช่วยอธิบายทีข้างงไปหมดแล้ว