ณ ใจกลางหุบเขาเร้นลับ ห้องใต้ดิน ผ่านไปสามวันหลังจากไป๋หลานเดินทางกลับอาณาจักรตัวเอง
ชายหนุ่มกำลังนั่งสมาธิตระหนักรู้วิชา ลู่เซียนยืนมือไผ่หลังมองดูหวังเหยา
ผ่านไปไม่นานหวังเหยาค่อยๆลืมตาขึ้นมา ภายในคลองจักขุของเขา มองเห็นหญิงสาวอาภรณ์สีม่วงยืนมือไผ่หลังในคลองสายตา
หวังเหยาลุกขึ้นยืน แล้วประสานมือไปยังลู่เซียนผู้เป็อาจารย์ เขาหันซ้ายขวา แต่กลับไม่พบยอดดวงใจ
"ท่านอาจารย์...หวังเหยาประสานมือแล้วกล่าวขึ้น..
ลู่เซียนจ้องมองหวังเหยาอย่างละเอียด แล้วยกมือขึ้น เป็สัญญาณบอกว่าตามสบายไม่ต้องมากพิธี จากนั้นนางก็พูดขึ้น
"ตระหนักรู้เคล็ดวิชาไสยเวทย์วิหก์ไปถึงไหนแล้ว..ลู่เซียนเอ่ยถาม.
"เรียนอาจารย์..บัดนี้ศิษย์ได้บรรลุขั้นที่หนึ่งของเคล็ดวิชาแล้ว..
"ว่าแต่..ศิษย์พี่...!!!
"หลานเอ๋อนางเดินทางกลับอาณาจักรบ้านเกิดไปแล้ว..ลู่เซียนรู้ว่าหวังเหยาจะถามอะไร..พูดจบนางก็ยื่นจดหมายฉบับหนึ่งให้หวังเหยา
"กลับอาณาจักรอย่างนั้นหรอ..หวังเหยาได้ฟัง เขาแอบใจเสียอยู่พักใหญ่ จากนั้นเขาก็เปิดจดหมายออกมาอ่าน
เนื้อความภายในจดหมาย
"ท่านพี่...หลังจากที่ท่านได้เห็นจดหมายฉบับนี้..ตัวข้าคงออกจากอาณาจักรชิงหู่ไปแล้ว ข้าได้จากอาณาจักรบ้านเกิดตัวเองมาหลายสิบปี บัดนี้ถึงเวลาแล้วที่ต้องกลับไปยังอาณาจักรตัวเอง
"จากกันครั้งนี้...ไม่รู้จะได้พานพบกันอีกเมื่อใด..
หวังเหยาอ่านมาถึงตรงนี้ เขาเหลือบมองเห็นคราบน้ำตาจางๆบนกระดาษ
"ท่านพี่...ตลอดระยะเวลาที่ได้อยู่ข้างกายท่าน ถึงแม้จะเป็แค่่เวลาสั้นๆ แต่ข้ามีความสุขยิ่งนัก อันที่จริงข้าไม่อยากจากท่านไปเลย ข้าอยากจะอยู่ข้างกายท่าน
ท่านจำคืนนั้นได้ไหม คืนที่เราทั้งสองนั่งมองดาวตกด้วยกัน ข้าอธิษฐานว่า อยากลืมตาตืนมาแล้วเจอท่าน
หวังเหยาย้อนนึกไปถึงคืนที่นั่งมองดาวตกด้วยกัน
ว่าแต่..น้องหญิงอธิฐานสิ่งใดหรอ..??
"ข้าขอให้ในทุกๆเช้าที่ลืมตาตื่นมา ต้องเห็นท่านเป็คนแรก และขอให้ข้า ได้อยู่ข้างๆท่านไปแบบนี้ และข้าก็ขอให้ท่านและข้ามีความสุข
"หืมม...ดูเหมือนข้อแรกและข้อสุดท้ายจะเป็จริงแล้วนะะ..!!
หวังเหยาอ่านข้อความในจดหมายต่อ
ท่านบอกข้าว่าข้อแรกและข้อสุดท้ายเป็จริงแล้ว..ใช่แล้วมันเป็จริง และข้าก็มีความสุขมาก แต่บัดนี้ ข้าคงอยู่ข้างกายท่านไม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ท่านพี่ ข้าไม่ได้อยู่ข้างกายท่าน ท่านต้องถนอมตัวเองด้วยนะะ ท่านต้องเชื่อฟังอาจารย์ อย่าหักโหมจนเกินไป ท่านชอบไปนั่งเหมอลอยตากหมอกในยามค่ำคืนบ่อยๆ เด่วไม่สบายเอานะ
หากวันไหน ท่านคิดถึงข้ามากๆ ให้ท่านมองไปที่ดาวหาง นั้นคือปลายทางที่ข้าอยู่ ข้าจะรอท่านอยู่ที่นั้น อาณาจักรโต่วเหลียง
รักและคิดถึงท่านเสมอ ข้าจะจดจำวันคืนที่เราอยู่ด้วยกัน ข้าจะรอท่าน นานเท่าไหร่ข้าก็จะรอ (ไป๋หลาน)
หวังเหยาได้อ่านจดหมาย ก็ใจหายกับการจากลากันในครั้งนี้ เขายังไม่ทันได้ตั้งตัว ลืมตาตื่นขึ้นมาจากการตระหนักรู้ ก็ไม่มีนางอันเป็ที่รักอยู่ข้างกายแล้ว
อ่านจบหวังเหยาพับจดหมายแล้วหลับตาลง หวลคิดถึงยอดดวงใจ
"อย่าได้เสียใจไปเลย...วันหนึ่งเมื่อเ้ามีพลังมากพอ เ้าสามารถไปตามหานางได้เสมอที่อาณาจักรโต่วเหลียง..!!!
ลู่เซียนเห็นดังนั้น จึงเอ่ยขึ้นมาปลอบใจหวังเหยา เมื่อได้ยินลู่เซียนผู้เป็อาจารย์กล่าว หวังเหยาก็ดึงสติกลับมา
"อาจารย์..ข้าจะแข็งแกร่งขึ้น..และเมื่อนั้น ข้าจะไปตามหานาง
หวังเหยาพูดคำมั่นต่อหน้าลู่เซียน..
"ดีแล้ว...ลู่เซียนตอบรับกับท่าทีของหวังเหยา บัดนี้ไม่มีความเศร้าคิดถึงแล้ว
"เอาหละ..ศิษย์ข้า.. ฟังให้ดี บัดนี้ใกล้ถึงกำหนดประชุม4 มหาขั้วอำนาจแล้ว..
"เคล็ดวิชาเ้าก็บรรลุขั้นที่หนึ่งแล้ว..ขาดเพียงท่าร่างการต่อสู้..!! ลู่เซียนอธิบายให้หวังเหยาฟัง
"เอาหละ..ข้าจะถ่ายทอดท่าร่างให้แก่เ้า..วูบบ ลู่เซียนสะบัดมือหนึ่งครั้ง กระบี่มรกต ลอยออกมาสู่สายตาทั้งสอง
"นี่คือกระมรกตอำพลางฟ้า เป็อาวุธที่ใช้ในการต่อสู้ ในโลกของผู้ใช้เวทย์ ปลาใหญ่กินปลาเล็ก
"อาศัยแค่เพียงพลังเวทย์ในการต่อสู้นั้น ไม่เพียงพอหรอก เ้าจำเป็ต้องมีอาวุธคู่กาย..!!!
"กระบี่นี้อยู่กับอาจารย์มาหลายปี บัดนี้ข้าจะส่งมอบให้แก่เ้า ลู่เซียนกล่าวอธิบายออกมา และส่งมอบกระบี่มรกตอำพลางฟ้าให้แก่หวังเหยา
"ขอบคุณท่านอาจารย์..หวังเหยารับกระบี่มาถือไว้ในมือ เขาััได้ถึงความคมกริบของตัวกระบี่
ตัวกระบี่ส่งกลิ่นอายสังหารออกมาจางๆ หวังเหยาพอจะเดาได้ว่า กระบี่เล่มนี้ คงจะสังหารผู้คนมาไม่น้อย..!!!
-------------------------------------------------------
มาตามสัญญาแล้วนะครับ เมื่อคืนไรท์ต้องขอโทษจริงๆ
เด๋วอีกหนึ่งตอน ไรท์จะมาอั
พให้่ห้าทุ่มนะครับ เอาไปอ่านยาวๆสามตอนก่อน