นางจึงเล่าเื่ที่ไปตามคำสั่งเขาที่ให้ไปแจ้งกับใต้เท้าต้วนปลัดอำเภอว่าให้รอเขาอยู่ที่ห้องทำงาน
"ข้าไปถึง ห้องนั้นก็มืดมิดพอผลักประตูเข้าไปคิดจะจุดเทียนก็ถูกควันกำยานรมจนแทบหายใจไม่ออกข้าคิดว่าอาจจะเป็สำนักโบตั๋นคิดจะมาบุกที่ว่าการอำเภอแต่พอไปถึงหน้าประตูถูกท่านลากไป ไม่รู้เพราะเหตุใด?คำพูดที่เตรียมจะเตือนท่านก็กลายเป็ทำตามที่ท่าน้าไปทั้งหมด”
สวีเจ๋อฮุยได้ยินบุตรสาวเล่าเช่นนั้นก็หน้าเสีย“กำยานที่เ้าสูดเข้าไปคงเป็กำยานคล้อยตาม”
“กำยานคล้อยตาม!” คนทั้งสามร้องออกมาพร้อมกัน
“ใช่! กำยานชนิดนี้ข้าเคยเห็นผู้ที่โดนฤทธิ์มันไปครั้งหนึ่งมันอยู่ในร่างกายได้หนึ่งชั่วยามระหว่างนั้นผู้ที่สูดดมเข้าไปจะทำทุกอย่างตามคำสั่ง”
“มิน่าเล่าท่านพ่อ!ใจข้าปฏิเสธและคิดจะดึงใต้เท้าโหลวกลับที่ว่าการอำเภอ แต่ไม่ว่าเขาสั่งให้ไปซ่อนที่ใดข้าก็ทำตามเขาหมดทุกอย่าง”
โหลวซีห่าวผงะ“ผู้ใดกันคิดจะใช้กำยานคล้อยตามกับข้า?”
“คนผู้นั้นคงหวังจะใช้ท่านทำเื่บางอย่างที่ไม่รุนแรงนักและไม่ได้คิดจะฆ่าท่านเพราะฤทธิ์ของผงกำยานนี้มิได้ร้ายแรงอาจจะ้าให้เกิดเื่เข้าใจผิดบางอย่าง”
“เป็ข้าที่ไปตามคุณชายตอนที่อยู่กับมือปราบสวี”เหล่าชุยเอ่ยขึ้น
“เหล่าชุย ผู้ใดให้เ้ามาตามข้า?”โหลวซีห่าวหันไปมองคนรับใช้ด้วยสายตางงงัน
“ข้าจำได้ว่าคนผู้นั้นเป็สาวใช้ในจวนสกุลต้วนขอรับ”
“ใต้เท้าโหลว!ที่ข้าถูกรมด้วยกำยานคล้อยตามเป็หนี้รักของท่านแน่ๆ ถ้าเช่นนั้นถือว่าเราทั้งสองหายกันท่านก็ถูกสุราอาละวาดเพราะข้า ส่วนข้าก็ ถูกรมผงกำยานเพราะท่าน”สวีเสี่ยวถงรีบสรุปความเพื่อผลักดันความผิดออกจากตัว
สวีเจ๋อฮุยถอนหายใจ“ต่อให้รู้ความจริงแล้วก็ไม่อาจทำให้พวกเ้าสองคนบริสุทธิ์ได้หรอกนะต่อให้รู้ว่าถูกผู้อื่นกระทำแต่การร่วมเตียงก็เป็เื่จริงเช่นนั้นการแต่งงานก็ยังต้องดำเนินต่อไปเพื่อมิให้ผู้อื่นครหา”
สวีเสี่ยวถงสบตากับโหลวซีห่าวทั้งสองนิ่งอึ้งไม่พูดไม่จาเมื่อตระหนักถึงความจริงข้อนี้
“ท่านสวีไม่ต้องเป็ห่วงข้าจะรักษาเกียรติของนางด้วยการแต่งงานอย่างแน่นอน”
ได้ยินถ้อยคำหนักแน่นของชายหนุ่มผิวแก้มของสวีเสี่ยวถงก็พลันร้อนผ่าวใบหน้าหล่อเหลาของโหลวซีห่าวชวนให้ใจหวั่นไหวยิ่งนักที่เขาพูดต่อหน้าบิดานางเช่นนี้ก็เหมือนเป็คำบอกรักนางไปด้วย
“อ๊ะ! หัวหน้าสวี เห็นทีข้าคงจะได้ดื่มสุรามงคลของท่านเร็วๆนี้สินะ”
“ใช่! เลียวฮูหยินบอกว่าจะจัดงานแต่งงานภายในสามเดือนนี้”
สองหนุ่มสาวได้ยินเช่นนั้นก็นิ่งอึ้งก่อนอุทานพร้อมกัน“สามเดือน!”
แม้จะรู้สึกดีกับอีกฝ่ายแต่ก็มิใช่ความรักสองหนุ่มสาวรู้สึกกระอักกระอ่วนใจยิ่งนัก โหลวซีห่าวได้รู้ความจริงแล้วก็ขอตัวลากลับจวนวันนี้ทั้งเขาและนางลางานด้วยกันทั้งคู่เมื่อข่าวการหมั้นหมายแพร่สะบัดไปทั่วอำเภอคุณหนูทั้งหลายที่ได้ยลโฉมของนายอำเภอรูปงามต่างเสียอกเสียไปตามๆกันแต่ก็ไม่อาจจะคิดไปหาเื่ฝ่ายหญิงได้เพราะสวีเสี่ยวถงขึ้นชื่อว่าเป็มือปราบที่ดุดันที่สุดในเมืองนี้หากไปหาเื่นางเข้า...เกรงว่าเคราะห์ร้ายจะมาเยือนไปตลอดชีวิต
ต้วนจินเซี่ยเก็บตัวอยู่ในเรือนนอนด้วยความหัวเสียเมื่อมารดามาเล่าข่าวให้นางฟัง
“เ้าทำผิดพลาดครั้งใหญ่เสียแล้วไม่เพียงไม่ได้กินปลา ซ้ำยังย่างหอมกรุ่นใส่จานยื่นให้ผู้อื่นอีก”
“ท่านแม่!ข้าจะรู้ได้อย่างไรกันว่าเป็นางที่เข้าห้องมาในวันนั้นก็นางไม่ยอมส่งเสียงเลยสักแอะ”หญิงสาวบ่นกระปอดกระแปดไม่เลิกั้แ่ได้ยินว่าคนทั้งสองหมั้นหมายกัน
“ช่างเถอะน่า! เื่มันผ่านไปแล้วก็ถือเสียว่าเ้ากับใต้เท้าโหลวมิได้มีวาสนาต่อกัน ตัดใจเสียเถิด ใต้หล้านี้ใช่ว่าจะมีบุรุษผู้เดียวเสียเมื่อไหร่?”
“หึ! ข้าเจ็บใจน่ะสิเ้าค่ะ หากว่าแผนนี้สำเร็จคนที่ได้หมั้นหมายก็คงจะเป็ข้า!”
ต้วนฮ่วนปิ่งเดินมาถึงหน้าประตูได้ยินภรรยากับบุตรสาวปรึกษากันเื่โหลวซีห่าวก็ผงะรีบเดินเข้ามาในห้อง
“พวกเ้าเหลวไหลกันใหญ่แล้ว! เหตุใดทำเื่เช่นนี้โดยไม่ปรึกษาข้า?” ติงฮูหยินหน้าเสียต้วนจินเซี่ยหน้าถอดสี บิดาของนางเป็คนดุและเข้มงวดเื่บุรุษยิ่งนัก
“ท่านพี่! อย่าเพิ่งหัวเสียไปเลยเ้าค่ะเื่นี้อย่างไรก็ไม่สำเร็จ เซี่ยเอ๋อร์ก็มิได้ตกเป็ขี้ปากชาวบ้านเสียหน่อย”
ต้วนฮ่วนปิ่งคิ้วแทบจรดกัน“ฮูหยินเ้าเข้าใจผิดแล้ว!หากว่าเป็นายอำเภอคนอื่น ข้าก็คงจะเห็นดีเห็นงามด้วยแต่โหลวซีห่าวผู้นี้พวกเ้าไม่รู้เื้ัอันวุ่นวายของเขาจึงได้คิดอยากจะได้เป็บุตรเขยสินะ”
ปลัดอำเภอวัยกลางคนจึงนั่งลงเล่าความอัปยศของสกุลโหลวในเมืองหลวงให้สองแม่ลูกได้ฟัง
“ข้ามิได้อยากได้เขาเป็บุตรเขยเพราะบิดาเขาถูกปะาชีวิตเสียบหัวประจานบนกำแพงเมืองข้าไม่โต้แย้งเื่ที่เขาเป็คนดีผลการสอบสวนพบว่าเขาไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีชั่วช้าที่บิดาทำและเห็นแก่ความดีงามที่เขาได้ทำเอาไว้ ฮ่องเต้จึงทรงละเว้นมิไล่เขาออกจากการเป็ขุนนางเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจเขาจึงได้ให้สัจจะต่อหน้าพระพักตร์ว่าจะไม่กลับไปรับราชการในเมืองหลวงอีกหากว่าเซี่ยเอ๋อร์แต่งงานกับใต้เท้าโหลวไป เช่นนี้จะยังมีอนาคตอยู่อีกหรือ?ต่อให้วันหน้าเขาทำคุณงามความดีมากมายเพียงใดก็คงเป็ได้แค่ขุนนางตามหัวเมืองเท่านั้น”
ติงฮูหยินฟังจบถึงกับหน้าเผือดสียิ่งกว่าเดิม“นี่แสดงว่าสกุลโหลวก็ไม่มีอยู่ในเมืองหลวงแล้วสิเ้าคะ?”
“ใช่! พวกเขาถูกยึดจวนริบทรัพย์ทั้งหมดเลียวฮูหยินจึงได้ติดตามบุตรชายมาอยู่ที่นี่อย่างไรล่ะ?ที่ยังเหลือก็แค่สินเดิมของเลียวฮูหยินเท่านั้นพวกเขามิได้ร่ำรวยอย่างในอดีตอีกแล้วการหมั้นหมายสวีเสี่ยวถงครั้งนี้เห็นว่าใช้สินเดิมไปเสียเกือบครึ่ง”
เมื่อเห็นภรรยาและบุตรสาวพยักหน้าเข้าใจในสิ่งที่ตนคิดต้วนฮ่วนปิ่งจึงรีบกำชับ “พวกเ้าอย่าได้พูดเื่พวกนี้ออกไปเด็ดขาด! มิฉะนั้นข้าจะสั่งโบยพวกเ้า!เื่นี้เป็เื่ส่วนตัวของโหลวซีห่าวถึงอย่างไรเขาก็เป็นายอำเภอเมืองเชียนเยา ถือว่าเป็เ้านายของข้า”
เมื่อต้วนฮ่วนปิ่งออกไปจากห้องสองแม่ลูกจึงหันมาสบตากันแล้วถอนใจเบาๆคนทั้งสองรู้สึกเสียดายที่สกุลโหลวมีชื่อเสียงเลวร้ายไปเสียแล้ว ถึงกระนั้น ต้วนจินเซี่ยก็ยังรู้สึกว่าโหลวซีห่าวเป็บุรุษที่น่าพึงใจอยู่ดี
“ท่านแม่ข้าว่าใต้เท้าโหลวคงเป็ขุนนางที่ดีแน่ มิฉะนั้นฮ่องเต้คงจะไม่ทรงละเว้นเขา”
“อืม...น่าเสียดายที่ไร้วาสนาต่อกัน”
***************************

