บทที่ 30 อย่าหาว่าไม่เตือน! (รีไรต์)
อวิ๋นโหย่วฝูได้รับข่าวจากเพื่อนร่วมงานว่าบ้านของเขาถูกทุบทำลาย เขาจึงรีบขอลาหยุดกลับบ้านทันที เพราะภรรยา ลูกสาวและหลานสาวยังอยู่ที่นั่น เขารีบร้อนจนลืมใส่รองเท้าข้างหนึ่ง วิ่งกลับมาบ้านทั้งที่ใส่รองเท้าแค่ข้างเดียว
หน้าบ้านมีร่องรอยของการถูกทุบทำลาย แต่ไม่พบใครเลย พอเพื่อนบ้านเห็นเขาก็รีบบอกเล่าเื่ราวทั้งหมดให้ฟัง
เมื่ออวิ๋นโหย่วฝูฟังจบก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก โชคดีที่ภรรยาและลูกไม่อยู่บ้าน เขาได้ยินว่าอวิ๋นโหย่วเต๋อถูกพลเมืองดีคนหนึ่งจับส่งตัวไปที่สถานีตำรวจแล้ว เขาจึงขอบคุณเพื่อนบ้านแล้วเข้าบ้านไปเปลี่ยนรองเท้าจากนั้นก็รีบรุดไปที่สถานีตำรวจทันที
เื่นี้เขาจะไม่ยอมความเด็ดขาด เขา้าให้อวิ๋นโหย่วเต๋อติดคุก นี่มันไม่ใช่พี่ชายแต่เป็ศัตรูกันชัด ๆ
ก่อนหน้านี้เขาไม่ค่อยเชื่อเื่ที่ครอบครัวของพี่ชายคิดร้ายหวังจะฮุบเอาทั้งงานและบ้านของเขา
แต่ตอนนี้เขาเชื่ออย่างสนิทใจแล้ว ครอบครัวของพี่ชายมันเืเย็นและชั่วร้ายเกินไปแล้ว
อวิ๋นโหย่วเต๋อบุกรุกบ้านผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย ทำลายข้าวของเสียหาย เป็เหตุให้ผู้อื่นสูญเสียทรัพย์สิน ต้องชดใช้ค่าเสียหายและถูกควบคุมตัว
เมื่ออวิ๋นโหย่วเต๋อเห็นอวิ๋นโหย่วฝูมาถึง เขานึกว่าอวิ๋นโหย่วฝูจะมาช่วยพูดให้เขาพ้นผิดและถอนแจ้งความ เพราะน้องชายคนนี้เชื่อฟังเขามาตลอด แต่ไม่นึกเลยว่าอวิ๋นโหย่วฝูไม่เพียงแต่ไม่ถอนแจ้งความ แต่ยังปฏิเสธที่จะจ่ายค่าเสียหายให้เขา แล้วยัง้าให้เขาติดคุกนาน ๆ อีกด้วย
อวิ๋นโหย่วเต๋อโมโหจนคลุ้มคลั่งด่าทออวิ๋นโหย่วฝูว่าทำไมถึงกล้าทำกับเขาแบบนี้ เขาเป็ถึงทายาทสืบสกุล อวิ๋นโหย่วฝูเป็แค่ลูกที่ทำให้พ่อแม่เสียเงินเสียทอง ทำไมถึงกล้าทำแบบนี้!
อวิ๋นโหย่วฝูไม่แม้แต่จะชายตามองคนที่เรียกว่าพี่ชายคนนี้ เขาเองก็รู้ดีว่ามีเพียงลูกเมียและหลานสาวเท่านั้นคือครอบครัวของเขา
แต่คนที่ทำให้อวิ๋นโหย่วฝูประหลาดใจกลับเป็เหวยเจา เพื่อนของลูกเขยคนนี้ไม่เพียงแต่พาอวิ๋นโหย่วเต๋อไปสถานีตำรวจ วิ่งเต้นไปมา เขายังเปิดโปงเื่ผิดกฎหมายอีกเื่หนึ่งของอวิ๋นโหย่วเต๋ออีกด้วย
ที่แท้อวิ๋นโหย่วเต๋อแอบลักลอบเป็ชู้กับหญิงมีสามีในหมู่บ้าน ทั้งยังทำตัวเป็อันธพาล
อวิ๋นโหย่วฝูถึงกับตกตะลึง พี่ชายของเขาปากบอกว่ามีคุณธรรมแต่ลับหลังกลับทำตัวหยาบคายและไร้ยางอายสิ้นดี
นอกจากนี้ยังมีเื่ที่ทำให้ใอีกอย่าง เหวยเจารู้เื่นี้ได้อย่างไร?
ตำรวจที่รับผิดชอบคดีนี้ยังพูดกับเขาว่า “ลูกเขยของคุณไม่เลวเลย”
อะไรนะ ลูกเขยเหรอ? เขารีบพูดว่า “คุณเข้าใจผิดแล้ว เขาไม่ใช่ลูกเขยของผม เขาเป็เพื่อนของลูกเขยผม”
ตำรวจพูดว่า “ถึงอย่างนั้น ลูกเขยของคุณก็ไม่เลวอยู่ดี ตัวเองมาไม่ได้ก็ยังให้เพื่อนมาช่วย เป็คนรู้จักตอบแทนบุญคุณจริง ๆ”
อวิ๋นโหย่วฝูพยักหน้า หัวใจของเขาปลอดโปร่งขึ้นมาก “ใช่ ๆ ไม่เลวเลย”
เหวยเจาเดินออกมาจากสถานีตำรวจเป็เพื่อนอวิ๋นโหย่วฝู พลางพูดกับเขาว่า “คุณอาอวิ๋นไม่ต้องกังวล ต่อให้อวิ๋นโหย่วเต๋อจะถูกขังไม่นาน เขาก็ไม่กล้ามาที่นี่อีกแล้ว”
อวิ๋นโหย่วฝูพยักหน้า เขาพอรู้แล้วว่าอวิ๋นโหย่วเต๋อที่โดนข้อหาคบชู้จะต้องติดคุกกี่ปี
“เสี่ยวเหวย สุยอัน...สุยอันติดต่อนายไปบ้างหรือเปล่า?”
“ผมติดต่อกับเขาครั้งสุดท้ายก็ตอนที่สุยอันเขากลับมาแต่งงาน แต่เขาได้ฝากฝังให้ผมช่วยดูแลครอบครัวของเขาครับ” เหวยเจาตอบ
อวิ๋นโหย่วฝูพยักหน้าอย่างซาบซึ้ง เขาดูคนไม่ผิดจริง ๆ สุยอันเป็เด็กดีมาตลอด
อวิ๋นซานกับพานหงเสียเพิ่งกลับมาถึงบ้านในตอนเย็น จึงเพิ่งรู้เื่ที่อวิ๋นโหย่วเต๋อบุกเข้ามาอาละวาดแล้วโดนจับ
พอได้ยินว่าเป็เหวยเจาที่ช่วยเหลือ อวิ๋นซานก็รู้สึกดีใจกึ่งสงสัย แต่สิ่งที่รู้สึกมากที่สุดก็คือความซาบซึ้ง เธอต้องหาโอกาสตอบแทนเขาให้ได้
นอกจากนี้ เหวยเจายังสามารถขุดคุ้ยเื่ที่อวิ๋นโหย่วเต๋อแอบคบชู้ได้ นี่มันดีมาก! เขารู้ได้ยังไงกัน หรือว่าตั้งใจไปสืบหรือว่าบังเอิญรู้เข้า?
อวิ๋นซานคิดว่าน่าจะเป็อย่างแรก ถ้าเป็เื่บังเอิญ คนในหมู่บ้านต้องรู้กันหมดแล้ว ถ้าคนในหมู่บ้านรู้ ครอบครัวของเธอก็ต้องรู้ด้วย ใครบ้างจะไม่มีญาติพี่น้องสักคนสองคน แม้ว่าตอนนี้การติดต่อสื่อสารจะไม่สะดวกนัก แต่ข่าวซุบซิบที่น่าตื่นเต้นเหล่านี้ก็แพร่กระจายในหมู่เพื่อนฝูงและญาติพี่น้องได้เร็ว ไม่แพ้ยุคที่มีเครื่องมือสื่อสารเสียหน่อย
อวิ๋นซานนึกถึงอวิ๋นอ้ายหมินก่อนหน้านี้ เหวยเจาเคยจัดการอวิ๋นอ้ายหมินและยังบอกอีกว่าเขาจะไม่ปล่อยให้อวิ๋นอ้ายหมินมารบกวนครอบครัวของเธออีก
หรือจะเป็ไปได้ไหมว่าเขาจับจุดอ่อนของอวิ๋นโหย่วเต๋อได้จากอวิ๋นอ้ายหมิน?
แต่พานหงเสียกลับพูดถึงแต่หลินสุยอันว่าเขาเข้ากับคนอื่นง่าย ใส่ใจครอบครัว ถึงแม้ตัวเองจะไม่ได้กลับบ้าน แต่ก็ให้เพื่อนช่วยดูแลครอบครัว เป็คนมีความรับผิดชอบและฉลาด
ตอนที่พานหงเสียพูด เธอก็หันไปมองอวิ๋นซานหลายครั้ง เป็การสื่อความหมายชัดเจนมาก
อวิ๋นซานกะพริบตาปริบ ๆ นี่แม่กำลังพูดให้เธอฟังอยู่เหรอ?
...
ณ หมู่บ้านต้าเหอ
เมื่อที่บ้านของอวิ๋นโหย่วเต๋อได้ยินว่าอวิ๋นโหย่วเต๋อไปหาเื่อวิ๋นโหย่วฝูแล้วโดนจับ ทุกคนในบ้านก็ร้องไห้คร่ำครวญโดยเฉพาะหงชุนฮวา เธอกล่าวโทษย่าอวิ๋นว่าเลี้ยงดูอวิ๋นโหย่วฝูไม่ดี เลี้ยงลูกชายให้เป็คนอกตัญญู
ย่าอวิ๋นเองก็ร้องไห้ แต่ก็โกรธที่หงชุนฮวากล้าด่าทอเธอ แต่พอคิดว่าลูกชายคนโตถูกจับ เธอก็ไม่สนใจอะไรมากรีบใส่รองเท้าเตรียมตัวเข้าเมือง เพื่อขอให้ลูกชายคนรองช่วยเหลือ
แต่เื่ร้าย ๆ ยังไม่จบเพียงเท่านั้น ภรรยาของอวิ๋นต้าไห่ในหมู่บ้านก็ถูกจับเช่นกัน ในข้อหาที่ว่ามีความสัมพันธ์ลับ ๆ กับอวิ๋นโหย่วเต๋อ
ตอนแรกหงชุนฮวาด่าทออวิ๋นโหย่วฝูต่าง ๆ นานาว่าเป็คนเลวทรามต่ำช้า เพิ่งรู้ตัวว่าอวิ๋นโหย่วเต๋อแอบไปมีหญิงอื่น เธอกรีดร้องออกมาอย่างโมโหก่อนจะตรงไปที่บ้านของหญิงคนนั้นและตั้งใจจะไปอาละวาด เธอโทษว่าผู้หญิงคนนั้นต้องเป็คนมาให้ท่าสามีของเธอก่อน
อวิ๋นอ้ายหมินะโห้าม “อย่าไปเลย แม่อยากจะโดนจับไปอยู่ในคุกด้วยหรือไง?”
หงชุนฮวาถึงกับชะงัก แต่ไม่ถึงสองวินาทีก็เริ่มด่าทอเสียงดัง “ไอ้ลูกเนรคุณ โดนคนเขารังแกถึงที่ ครอบครัวอวิ๋นไม่มีใครได้เื่สักคน...”
“ไปสิ! ไปเลย ไปตามสบาย พอถึงตอนนั้นแม่ก็จะโดนจับเข้าไปด้วย อย่าหาว่าผมไม่เตือนก็แล้วกัน” อวิ๋นอ้ายหมินเตะชามข้าวไก่ที่อยู่ข้าง ๆ ล้มคว่ำแล้วพูดเสียงดัง
แต่ภรรยาของอวิ๋นอ้ายกั๋วดูเหมือนจะจับใจความได้ เรีบร้องห้ามปรามน้องสามี “อ้ายหมิน พูดแบบนั้นได้ยังไงหรือว่ามีใครมาพูดอะไรกับนายหรือเปล่า?”
ฝ่ายอวิ๋นอ้ายกั๋วเองก็รู้สึกตัว มองหน้าอวิ๋นอ้ายหมินบอกให้พูดมาให้ชัดเจน
อวิ๋นอ้ายหมินก้มหน้ากุมขมับ เมื่อนึกถึงคนผู้นั้น ร่างกายก็ยังคงรู้สึกเจ็บแปลบ ๆ เขาต้องนอนพักตัวในโรงพยาบาลตั้งอาทิตย์เต็ม ๆ เพิ่งจะได้กลับบ้านไม่กี่วัน าแภายนอกหายดีแล้ว แต่บางครั้งก็ยังเจ็บอยู่บ้าง ชายคนนั้นบอกว่าอย่าได้หาเื่กับครอบครัวอวิ๋นโหย่วฝูอีก ไม่งั้นคราวหน้าคงไม่ใช่แค่โดนซ้อมแน่
ไม่นานอวิ๋นเจินและอวิ๋นอ้ายจวินก็โดนจับแม้ว่าทั้งสองจะหนีรอดไปได้ แต่ก็กลายเป็อาชญากรคนสำคัญที่ทางการ้าตัว
อวิ๋นโหย่วเต๋อเข้าเมืองไปหาเื่ครอบครัวอวิ๋นโหย่วฝูก็โดนจับเช่นเดียวกัน แถมยังโดนขุดคุ้ยเื่เล่นชู้กับภรรยาคนอื่นอีก
เื่ที่เป็ความลับแบบนั้น แม้แต่คนในหมู่บ้านก็ยังไม่รู้ แล้วชายคนนั้นรู้ได้ยังไง ทำให้อวิ๋นอ้ายหมินยิ่งหวาดกลัวยิ่งขึ้นไปอีก
จะไปยุ่งกับครอบครัวอารองอีกไม่ได้แล้ว ไม่งั้นได้พากันเข้าคุกยกครัวแน่ ๆ
เขายังไม่ได้แต่งงาน ยังมีอนาคตที่สดใสรออยู่ ไม่อยากติดคุกตอนนี้หรอก
ฝ่ายหงชุนฮวาได้ฟังดังนั้นก็โกรธจนแทบบ้า คำพูดของลูกชายคนเล็กเข้าหูซ้ายทะลุหูขวา แถมยังหัวเสียที่โดนซ้อมแต่ไม่ยอมแจ้งความ เธอโกรธจนตาพร่ามัว “แกนี่มันสมองเบลอหรือหัวไปโดนประตูหนีบมาถึงไม่ยอมแจ้งความ? จริง ๆ ควรจะจับพวกมัน จับครอบครัวอวิ๋นโหย่วฝูเข้าคุกไปให้หมด!”
“แม่ อย่าโวยวายได้ไหม?” อวิ๋นอ้ายกั๋วรั้งแม่ไว้ “อ้ายหมินพูดถูก คนเมืองพวกนั้นร้ายกาจ เราสู้เขาไม่ได้หรอก” ตัวเขาเองก็ไม่อยากเข้าไปยุ่ง ลูกชายสองคนของเขายังเล็กอยู่เลย
ย่าอวิ๋นเดินเข้ามาดึงมือหงชุนฮวา นี่เป็ครั้งแรกที่แม่ผัวลูกสะใภ้เห็นพ้องต้องกัน “ไป พวกเขาไม่สนใจ เราไปกันเอง”
อวิ๋นอ้ายกั๋วพูดอย่างโมโห “ถ้าไม่คิดถึงลูกหลานก็เชิญตามสบาย ถ้าเกิดเื่อะไรขึ้น ผมจะไม่สนใจแล้ว”
หงชุนฮวาหยุดชะงัก สายลมเย็นพัดมาปะทะหน้าเธอมองไปที่ลูกชายสองคนที่ทำท่าทีเ็า สติของเธอก็เริ่มกลับคืนมา ใช่แล้วอนาคตเธอยังต้องพึ่งพาลูกชายสองคนนี้เลี้ยงดูตอนแก่