หลายวันต่อมา
มิวเป็คนเปิดประเด็นเอง ทั้งที่ไม่น่าจะมีใครอยากให้เปิด
"เอาจริงนะ" เธอวางแก้วชาเย็นลงบนโต๊ะในคอนโด มองซันที่นั่งก้มหน้าอยู่กับโน้ตบุ๊กมาั้แ่เธอมาถึง "อาทิตย์ก่อนบอกว่าถึงทางตัน ของกลางพังหมด ตามรอยไม่ได้ แล้วนี่ทำหน้าเหมือนได้อะไรมา มีอะไรคืบหน้าหรือเปล่า"
"คืบสิครับ" ซันตอบโดยไม่เงยหน้า "คืบเยอะด้วย"
อาเรียที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโซฟา เอนตัวมาดูจอเขานิดหนึ่ง แล้วก็เลิกคิ้วเหมือนเห็นอะไรบางอย่าง แต่ไม่พูด
"หลายวันมานี้ผมไล่หาที่ซื้อของจริง" ซันเริ่ม "เพราะเรา้าชิ้นที่ยัง active ของที่ยังเชื่อมต่ออยู่ ปัญหาคือไอ้พวกนี้มันไม่ได้วางขายทั่วไป ไม่มีในร้าน ไม่มีในเว็บปกติ"
"แล้วมันอยู่ไหน" มิวถาม
"กลุ่มปิด" ซันหมุนจอมาให้ดูนิดหนึ่งก่อนจะหมุนกลับ "มันระบาดอยู่ในกลุ่มเล็กๆ ของพวกนักศึกษามหาวิทยาลัยในกรุงเทพ ส่งต่อกันปากต่อปาก คนรู้จักชวนคนรู้จัก ไม่รับคนนอก พวกนี้แหละที่ทำให้ตามยาก ถ้ามันเป็ของเถื่อนที่ขายเกลื่อนตลาดมืด ลุงนากก็คงสาวถึงต้นทางไปนานแล้ว แต่เพราะมันเล็กและปิด เลยไม่มีใครเจาะเข้าไปได้"
"ฟังดูเหมือนตันกว่าเดิมอีก" มิวพูด
"ถ้าเป็คนอื่นก็ตัน" ซันยิ้มมุมปาก "แต่ผมเข้าไปได้แล้ว ั้แ่เมื่อวานซืน"
มิวขมวดคิ้ว
"ไม่กี่วันเองนะ กลุ่มปิดที่ลุงนากแรงค์ S ยังเข้าไม่ได้ นายเข้าได้ยังไง"
ซันหันจอมาหาเธอเต็มที่คราวนี้
มิวมองอยู่สองวินาที ก่อนสีหน้าจะค่อยๆ เปลี่ยนจากสงสัยเป็ใ แล้วเป็อะไรบางอย่างที่ใกล้เคียงกับความสยอง
บนจอเป็โปรไฟล์บัญชีหนึ่ง รูปโปรไฟล์เป็รูปหน้าของผู้หญิงคนหนึ่ง ยิ้มหวาน มุมกล้องน่ารัก
หน้าของมิว
"นั่น..." เสียงเธอเครือ "นั่นหน้าฉัน"
"ใช่ครับ" ซันตอบเรียบ "สาว มหาลัย ปี 2 ชื่อในนี้คือ 'น้องเบล' กำลังเป็ที่นิยมในกลุ่มพอสมควร มีผู้ชายสี่ห้าคนพยายามจีบอยู่ คนหนึ่งในนั้นเพิ่งเสนอจะแบ่ง 'ของดี' ให้ลองใช้ฟรีเมื่อคืน"
เขาเลื่อนหน้าจอลง
แชทยาวเหยียดไหลผ่านไป ข้อความฝั่งขวาเป็ของ 'น้องเบล'
> พี่โอ๊ต: น้องเบลตื่นยังครับ ????
> น้องเบล: ตื่นั้แ่ตีสองแล้วค่า นอนไม่หลับ คิดถึงพี่จนตัวร้อนไปหมดเลยค่ะ
> พี่โอ๊ต: โห ร้อนตรงไหนอ่ะ เดี๋ยวพี่ช่วยเป่าให้
> น้องเบล: ก็ตรงที่พี่ชอบไง~ เบลอยากลองของที่พี่อวดไว้จัง ที่บอกว่าใช้แล้วเสียวจนต้อง****ทั้งคืนอ่ะ จริงป่าวคะ
> พี่โอ๊ต: จริงดิ ของล็อตใหม่มันโหดกว่าเดิมอีก เล่นทีนึง****ไปสามรอบ
> น้องเบล: ???? เบลอยากได้มาลองบ้างงง พี่หามาให้เบลได้ป่าวคะ เบลจะ*ให้พี่ดีๆ เลยน้า เอาแบบที่พี่ชอบเลย *ให้ก็ได้นะ
มิวอ่านจบก็เอามือปิดปากตัวเอง หน้าซีดสลับแดงเป็จังหวะ
"เดี๋ยว — เดี๋ยวๆ หยุด" เธอคว้าจอจะหมุนมาดูชัดๆ "ไอ้ดอกจันพวกนั้นมันคืออะไร แล้วทำไมต่อให้เซนเซอร์ไปแล้วฉันยังอ่านออกว่ามันแปลว่าอะไร! ฉันพูดแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันพูดแบบนี้ไม่เป็ด้วยซ้ำ! '****ให้ก็ได้' เนี่ยนะ คนแบบฉันเนี่ยนะ"
"ก็เพราะไม่ใช่คุณนั่นแหละครับ ผมเลยพิมพ์ให้" ซันว่า
อาเรียก้มหน้าลงกับแก้วกาแฟ ไหล่สั่นเบาๆ
มิวหันขวับไปทางเธอ
"อาเรีย! แฟนเธอเอาหน้าฉันไปทำเป็นังตัวแสบในกลุ่มลับ แล้วเธอหัวเราะเนี่ยนะ"
"ขอโทษ" อาเรียพูด ทั้งที่ไม่ได้ฟังดูขอโทษเลยสักนิด "แค่... 'น้องเบล' น่ารักดี"
"เธอไม่หึงเลยเหรอ แฟนเธอไปจีบผู้ชายห้าคนนะ"
"ก็เขาเอาหน้าเธอไป ไม่ได้เอาหน้าตัวเองไป" อาเรียยักไหล่ "ฉันจะหึงทำไม"
มิวอ้าปากค้าง แล้วหันกลับมาที่ซัน ตั้งหลักใหม่ เสียงเริ่มสูง
"แล้วทำไมต้องใช้หน้าฉัน แถมในแชทฉันยังเป็เหมือนหญิงหมกมุ่นเื่ทางเพศอีก"
"ก็แบบนี้มันหลอกผู้ชายได้ง่ายกว่านิครับ" ซันตอบหน้าตาเฉย "ผู้ชายในกลุ่มพวกนี้ระแวงคนแปลกหน้า แต่ไม่ระแวงสาวที่เปิดตัวมาแบบ... เข้าถึงง่าย พอเขาคิดว่ามีลุ้น เขาก็เผยข้อมูลเองหมด ใครขายของ ของล็อตใหม่มาเมื่อไหร่ นัดรับที่ไหน ง่ายกว่าสะกดจิตอีก"
"หน้าแฟนนายก็มีไม่ใช่หรือไง"
ซันเงยหน้าขึ้นช้าๆ มองมิวเหมือนเธอเพิ่งพูดอะไรที่ไร้สาระที่สุดในรอบปี
"อะไรกัน จะให้ผมเอาหน้าแฟนสุดที่รักของผมไปทำเื่บัดสีแบบนี้ได้ไงล่ะครับ"
น้ำเสียงเขาจริงจังขึ้นมาเฉยๆ ตรงคำว่า 'แฟนสุดที่รัก' ราวกับมันเป็เส้นที่ลากไว้ชัดเจน ไม่เกี่ยวกับมุก ไม่เกี่ยวกับงาน เป็เส้นที่ต่อให้สืบคดีพังก็จะไม่ข้าม
อาเรียเงยหน้าขึ้นจากแก้วกาแฟ มองเขาแวบหนึ่ง แล้วก็ก้มกลับลงไป แต่มุมปากที่ยกขึ้นนั้นไม่ได้เป็เพราะมุกของมิวแล้ว
มิวไม่ทันสังเกตอะไรทั้งนั้น เพราะกำลังเดือดเกินกว่าจะมองคนอื่น
"งั้นหน้าฉันมันไม่มีค่าเลยหรือไง"
"สำหรับผม ไม่มีครับ"
ห้องเงียบไปครึ่งวินาที
แล้วอาเรียก็สำลักกาแฟ
"ซัน!" มิวกระแทกเสียง หน้าแดงก่ำด้วยความอับอายปนโมโห "นายพูดงี้ได้ไงวะ ต่อหน้าต่อตาเนี่ย!"
"ผมพูดตามตรงครับ" ซันหันกลับไปที่จอ พิมพ์ต่ออย่างไม่สะทกสะท้าน "หน้าคุณมีค่ามากในแง่ใช้งาน เข้าถึงง่าย ดูเป็สาวมหาลัย ทั่วไป ไม่สวยเด่นจนคนจำได้ ไม่มีพิรุธ เหมาะกับงานแฝงตัวที่สุดเท่าที่ผมหาได้ในคนรู้จัก ผมถึงเลือกคุณไง"
"นั่นมันคำชมหรือคำด่ากันแน่!"
"แล้วแต่คุณจะรับครับ"
มิวทรุดลงพิงพนักโซฟา ยอมแพ้ชั่วคราว มือกุมหน้าผาก
"ฉันมาช่วยสืบคดีนะ ทำไมฉันถึงกลายเป็นังเบลที่ส่งรูปยั่วผู้ชายในกลุ่มเซ็กซ์ทอยไปได้"
"เพราะคุณเสียสละเพื่อความยุติธรรมไงครับ" ซันพูดหน้าตาเฉย "เดี๋ยวจบคดีผมจะลบบัญชีให้"
"เดี๋ยวก่อน เดี๋ยว" มิวเงยหน้าขึ้นมาทันที "แปลว่าตอนนี้ยังไม่ลบ แปลว่าตอนนี้ผู้ชายห้าคนนั้นยัง..."
"ยังคิดว่ากำลังจีบคุณอยู่ครับ" ซันตอบ "หนึ่งในนั้นนัดเจอเสาร์นี้แล้วด้วย เขาบอกว่าจะเอา 'ของชิ้นใหม่ที่ยังไม่มีใครได้ลอง' มาให้ — ซึ่งแปลว่าชิ้นที่ยัง active ยังเชื่อมต่ออยู่ ยังส่งพลังกลับไปหาเ้าของอยู่ ชิ้นที่เราตามหา"
เขาปิดฝาโน้ตบุ๊กลงเบาๆ ยิ้มมุมปากแบบคนที่รู้ว่าตัวเองได้งานมาในมือแล้ว
"เราเข้าถึงเครือข่ายได้แล้ว เหลือแค่ไปรับของ"
มิวมองเขา แล้วมองอาเรียที่ยังเช็ดกาแฟหก แล้วมองรูปหน้าตัวเองที่ยิ้มหวานอยู่บนจอ
"ไร้สาระชะมัด" เธอพึมพำ "พวกแกเนี่ย ไร้สาระจริงๆ"
แต่เสาร์นี้เธอก็รู้ตัวว่าจะไปด้วยอยู่ดี
ร้านอยู่ในตรอกลึกของย่านโคมแดง
ซันจอดรถไว้ปากตรอก นั่งอยู่ในเงามืดหลังพวงมาลัย หูข้างหนึ่งเสียบสมอลทอล์ก จอแท็บเล็ตบนตักฉายภาพจากกล้องเล็กที่ติดอยู่กับกระเป๋าของมิว เขามองแสงไฟนีออนสีชมพูสีม่วงที่สาดลงบนถนนเปียก ป้ายร้านที่เขียนชื่อซ้ำๆ กันจนจำไม่ได้ว่าร้านไหนเป็ร้านไหน
เขารู้จักที่นี่ดีเกินกว่าที่คนแบบเขาควรจะรู้ รู้ว่าตรอกไหนทะลุไปไหน รู้ว่าเวลานี้ของคืนวันเสาร์คนจะแน่นแบบไหน รู้กระทั่งว่ากลิ่นที่ลอยมาจากท้ายตรอกนั้นคือร้านไหน
เขาไม่ได้คิดถึงมันนานแล้ว และไม่อยากคิดถึงมันตอนนี้ด้วย
"ฉันถึงโต๊ะแล้ว" เสียงมิวกระซิบมาตามสาย เครียดจนสั่น "มันนั่งรออยู่จริงๆ ด้วย ตัวเป็ๆ พุงยื่น เสื้อฮาวาย โอ๊ยซัน ฉันอยากกลับบ้าน"
"ใจเย็นครับ" ซันพูดเรียบ "คุณคือน้องเบล ยิ้มไว้ พูดตามที่ผมบอก แล้วเราจะได้ของกลับไปใน 15 นาที"
"ถ้าฉันต้องพูดอะไรเลี่ยนๆ อีก ฉันจะ—"
"พูดว่า 'พี่โอ๊ตตัวจริงหล่อกว่าในรูปอีก เบลเขินจังเลย'"
"ฉันไม่พูดหรอกนะ!"
"พูดสิครับ ไม่งั้นมันจะเริ่มสงสัย"
สายเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเสียงมิวที่เปลี่ยนเป็โทนหวานเจี๊ยบจนซันแทบจำไม่ได้ก็ดังขึ้น
"พี่โอ๊ตตัวจริง...หล่อกว่าในรูปอีกอ่ะ เบลเขินเลยล่ะค่ะ"
ปลายสายอีกฝั่งหัวเราะลั่น พอใจสุดขีด
"เก่งมากครับ" ซันพูด
"ฉันจำไว้หมดแล้ว"
บนจอ ซันเห็นมือของพี่โอ๊ตเลื่อนมาวางบนเข่ามิว แล้วไล่ขึ้นช้าๆ เขาเห็นมิวแข็งทื่อ เห็นรอยยิ้มที่ค้างอยู่บนหน้าเธอเริ่มสั่น
"ของอยู่ในกระเป๋าครับ" ซันพูดเร็วขึ้น "ถุงผ้าสีดำข้างขวา ทำให้มันหยิบออกมาโชว์ แล้วเราจบ"
แต่มือนั่นไม่หยุด มันไล่สูงขึ้น พร้อมเสียงกระซิบที่ไมค์รับมาไม่ชัด แต่ชัดพอจะรู้ว่ามันพูดอะไร
ซันเห็นมิวสะบัดมือนั่นออก เห็นเธอลุกพรวด
"ขอ—ขอโทษค่ะ เบลไปห้องน้ำแป๊บนึง"
"เดี๋ยวสิจ๊ะ" มือของโอ๊ตคว้าข้อมือเธอไว้ ดึงกลับลงมา "เพิ่งมาเอง รีบไปไหน พี่ยังไม่ได้ให้ของเลย ของพี่ต้องลองถึงที่สิถึงจะรู้ว่าดี"
"ปล่อยนะคะ"
"โอ๊ย อย่าเล่นตัวสิ"
ซันมือแตะที่เปิดประตูรถแล้ว
แต่ก่อนที่เขาจะทันขยับ มีเสียงดังแทรกเข้ามา
"เบลลลล!" เสียงหวานลากยาว สำเนียงเมาเต็มขั้น "อยู่นี่เองงง ตามแกหาตั้งนานน เพื่อนนน~"
อาเรีย
เธอเดินเซเข้ามาเกาะไหล่มิว แก้มแดง ตาหยีเหมือนคนเมา มือถือขวดเบียร์เปล่าแกว่งไปมา เธอทิ้งน้ำหนักลงบนตัวมิวทั้งตัว ทำเหมือนยืนเองไม่ไหว
"นี่เพื่อนนนน ไปกันเถอะะ เดี๋ยวรถจะออกแล้วว" อาเรียพูดลิ้นพันกัน แล้วหันไปหาโอ๊ตด้วยรอยยิ้มเมาๆ "พี่คะ ขอเพื่อนหนูคืนน้า เด็กดีเค้ารอที่บ้านน~"
"เฮ้ย ใครวะ" โอ๊ตยังไม่ปล่อยมือมิว "ไปไป๊ ยุ่ง กำลังคุยกันอยู่"
อาเรียหันมามองโอ๊ตเต็มหน้าเป็ครั้งแรก
แล้วซันที่นั่งดูอยู่ในรถ ััถึงความเย็นเฉียบของอาเรียได้แม้ว่าเขาจะไม่รับรู้อะไรจากเธอเลยก็ตาม — แค่เสี้ยววินาที เย็นจนพื้นถนนน่าจะเป็น้ำแข็ง ก่อนมันจะถูกกลบด้วยน้ำเสียงเมาตามเดิม
"อุ๊ย พี่คนนี้หน้าตาดีจังเลยย" อาเรียปล่อยมิว แล้วโถมตัวเข้าหาโอ๊ตแทน "พี่คะ หนูเมาอ่ะ พยุงหนูหน่อยสิ"
โอ๊ตปล่อยมือมิวทันที ตาเป็ประกาย
"ได้สิจ๊ะคนสวย มาๆ"
เขาคว้าเอวอาเรีย
นั่นคือความผิดพลาดสุดท้ายของเขาในคืนนั้น
ซันไม่ทันเห็นด้วยซ้ำว่าอาเรียทำท่าอะไร แค่ได้ยินเสียงตุบ แล้วร่างของพี่โอ๊ตก็หายไป — ไปโผล่อยู่กับพื้น คว่ำหน้า แขนข้างหนึ่งถูกบิดพับไว้ข้างหลังในมุมที่ดูเจ็บมาก โดยมีส้นเท้าของสาวเมาคนหนึ่งกดอยู่ตรงกลางหลัง
แต่ทั้งหมดเกิดเร็วและเนียนเสียจนคนที่เมาเท่ากันทั้งร้านมองแล้วก็แค่หัวเราะ
"โห พี่คนนั้นเมาจนล้มเองว่ะ"
"สาวคนนั้นก็เมา ล้มทับกันพอดี"
"ฮาอะ ถ่ายคลิปไว้ดิ"
ไม่มีใครเห็นว่าน้ำหนักทั้งตัวของอาเรียลงอยู่ที่ส้นเท้าจุดเดียว และไม่มีใครได้ยินว่าตอนเธอก้มลงไปหยิบขวดเบียร์ที่ "ทำหล่น" ข้างหัวโอ๊ต ปากเธอขยับเบาๆ ใกล้หูเขาว่าอะไร
ซันได้ยินผ่านสาย เพราะมิวยังยืนอยู่ใกล้พอ
"คราวหน้าเอามือไปวางบนตัวคนอื่นแบบนั้นอีก ฉันหักให้ขาด..."
แล้วอาเรียก็ลุกขึ้น ยิ้มเมาๆ แกว่งขวดเบียร์ คว้าแขนมิว
"ไปกันเถอะเพื่อนนน~"
ระหว่างนั้นมือของมิว — ที่ตอนนี้เลิกสั่นแล้ว — สอดเข้าไปในถุงผ้าสีดำข้างกระเป๋าของโอ๊ตที่ยังคว่ำอยู่กับพื้น แล้วดึงของชิ้นหนึ่งออกมาเก็บใส่กระเป๋าตัวเองอย่างแเี
สองสาวเดินเซออกจากร้านไป เกาะกันไปหัวเราะกันไปเหมือนเพื่อนเมาสองคนกลับบ้าน
ทิ้งพี่โอ๊ตไว้กับพื้น กับเสียงหัวเราะของคนทั้งร้าน และกับแขนที่จะปวดไปอีกหลายวัน
ในรถ ประตูเปิดออก สองสาวทิ้งตัวลงเบาะหลังพร้อมกัน
มิวสลัดคราบน้องเบลทิ้งทันทีที่ปิดประตู หน้าเธอเขียวเหลือง
"ฉันจะอ้วก ซัน ฉันจะอ้วกจริงๆ มือมัน...มือมันลูบขาฉัน ฉันจะต้มมือตัวเองทิ้งคืนนี้"
"อาเรียเป็อะไรไหมครับ" ซันถาม
"นั่นมันคำถามแรกที่ควรถามเหรอ! ถามผิดคนแล้ว!"
มิวกระแทกถุงผ้าสีดำใส่มือเขา
ซันเปิดออก ข้างในเป็ของชิ้นหนึ่งห่อพลาสติกสุญญากาศ ยังไม่แกะ ยังใหม่ ยังไม่ถูกใช้ เขาเอามันขึ้นส่องกับไฟนีออนที่ลอดเข้ามาในรถ แล้วหลับตาลงครึ่งหนึ่ง ัับางอย่างที่คนอื่นััไม่ได้
"ยัง active" เขาพึมพำ ปลายปากยกขึ้น "ยังเชื่อมต่ออยู่ ยังทำงานอยู่ ดีมาก"
"ดีตรงไหน!" มิวยังไม่หายโกรธ
อาเรียที่นั่งพิงเบาะ คราบเมาหายไปหมดแล้ว เหลือแต่ใบหน้าสงบเย็นตามปกติ มองออกไปนอกหน้าต่างที่แสงสีชมพูยังวับวาบ
"ซัน"
"ครับ"
"นายรู้จักที่นี่ดีเกินไป" เธอพูดเบาๆ ไม่ได้หันมามอง "ตอนบอกทางเข้าตรอก นายไม่ได้ดูแผนที่เลยสักครั้ง"
ซันเงียบไปนิดหนึ่ง
"ก็แค่เคยผ่านมาบ้างครับ" เขาพูด แล้วสตาร์ทรถ "นานแล้วล่ะ"
อาเรียไม่ถามต่อ
แต่ในกระจกมองหลัง ซันเห็นว่าเธอเก็บความสังสัยเอาไว้
รถเคลื่อนออกจากตรอก ทิ้งแสงสีชมพูม่วงจากป้ายของร้านไว้ข้างหลัง
"เอาล่ะ" ซันพูด เปลี่ยนเื่เร็วเกินไปนิดหนึ่ง "พรุ่งนี้เราเอาเ้านี่เข้าแลป คราวนี้มันยังเชื่อมต่ออยู่ เราจะตามเส้นพลังมันกลับไปได้จริงๆ"
"และฉันจะได้กลับไปเป็คนปกติที่ไม่ใช่นังเบลใช่ไหม" มิวถามจากเบาะหลัง
"ยังก่อนครับ" ซันตอบ "พี่โอ๊ตยังส่งข้อความหาน้องเบลอยู่เลย"
"ซัน!"
ในแลป วันรุ่งขึ้น ซันมั่นใจั้แ่ก่อนเริ่ม
คราวนี้ของในมือยังเชื่อมต่ออยู่ ไม่ใช่ซากตายๆ เหมือนสามชิ้นแรก เขาวางมันลงบนแท่นวิเคราะห์ ต่อขั้วพลัง แล้วพยักหน้าให้อาเรีย
อาเรียวางมือลงบนขั้วรับ ป้อนพลังเข้าไปอย่างเบาที่สุด คล่องกว่าคราวก่อนมาก เหมือนทั้งคู่เริ่มรู้จังหวะของกันและกันในการทำงานแบบนี้แล้ว วงจรบนจอค่อยๆ สว่างขึ้น เส้นพลังเริ่มไหลให้เห็น
ซันจ้องมัน
แล้วรอยมั่นใจบนหน้าเขาก็ค่อยๆ หายไป
"...น่าสนใจ" เขาพึมพำ
"น่าสนใจแบบดี หรือน่าสนใจแบบเราซวย" มิวถามจากมุมห้อง ยืนอยู่ห่างจากของบนแท่นในระยะปลอดภัยที่สุดเท่าที่ห้องจะอำนวย
"แบบเราซวย" ซันตอบ ไม่ละสายตาจากจอ "มันไม่ได้ส่งพลังตรงไปหาคน"
"แล้วส่งไปไหน"
"ไปหาของเล่นอีกชิ้น"
ซันพิมพ์คำสั่ง ภาพบนจอขยายออก เส้นพลังจากชิ้นที่อยู่ตรงหน้าไม่ได้วิ่งเป็เส้นตรงไปยังปลายทางเดียว แต่แตกแขนงไปหาจุดอื่น แล้วจุดนั้นก็แตกต่อไปอีก เป็ทอดๆ เหมือนใยแมงมุมที่ไม่รู้ว่าตรงกลางอยู่ตรงไหน
"มันส่งต่อกันเป็ทอด" ซันพูด "ชิ้นนี้ดูดพลังจากผู้ใช้ แล้วส่งต่อไปให้ของอีกชิ้น ชิ้นนั้นรับแล้วก็ส่งต่ออีก กว่าจะถึงเ้าของจริงมันผ่านของเล่นไปกี่ชิ้นก็ไม่รู้ ทุกทอดคือฉากบังอีกชั้น ต่อให้เราจับชิ้นนี้ไล่ตามไป เราก็จะไปโผล่ที่ของเล่นอีกชิ้น ไม่ใช่ที่ตัวคน"
มิวขมวดคิ้ว
"ฟังดูเหมือนคนทำมันคิดเยอะมาก"
"ขี้ระแวงมากต่างหาก" ซันแก้ "คนออกแบบเครือข่ายนี้ไม่ไว้ใจใครเลย แม้แต่ของของตัวเอง เขาเลยซ่อนปลายทางไว้หลังของเล่นเป็สิบๆ ชิ้น เผื่อชิ้นไหนถูกจับได้ ก็จะตามถึงแค่ชิ้นถัดไป ไม่ถึงตัวเขา"
อาเรียที่ยังคุมพลังอยู่ มองหน้าซัน
"นายพูดเหมือนชื่นชมเขา"
"ชื่นชมความระแวง" ซันพิมพ์ต่อ "แต่ไม่ได้ชื่นชมฝีมือ"
เขาชี้ไปที่จอ ที่เส้นพลังเส้นหนึ่งซึ่งดูต่างจากเส้นอื่น
"นี่ไง ตรงนี้ การเชื่อมต่อแบบเครือข่ายที่ว่า — มันหยาบ เหมือนของมือสมัครเล่น ระดับนักศึกษาที่เก่งหน่อยทำได้ ฉลาดเื่ปกปิด แต่งานไม่เนียน ยอมเสียประสิทธิภาพในการส่งพลังเวทแลกกับความปลอดภัย แทนที่จะออกแบบการส่งเวทมนตร์ที่ตามยากกลับมักง่าย"
เขาเลื่อนภาพ ลงไปที่แกนกลางของอุปกรณ์ ที่โครงสร้างเปลี่ยนไปเป็อีกแบบ ละเอียดยิบ ซับซ้อนจนลายเส้นพันกันเป็ปม
"แต่กลไกข้างในนี่...คนละเื่เลย" น้ำเสียงซันเปลี่ยน จริงจังขึ้น "อันนี้ไม่ใช่ฝีมือคนทำเครือข่ายแน่ คนละมือ คนละระดับ มันเหมือน...prototype ที่ยังทำไม่เสร็จด้วยซ้ำ เหมือนของจริงที่ถูกถอดแบบมาไม่หมด"
"คนละคนเหรอ" อาเรียถาม
"คนละคน" ซันยืนยัน "คนหนึ่งวางเครือข่าย ขี้ระแวง ฝีมือกลางๆ อีกคนทำแกนกลาง — แกนกลางที่เลียนกลไกดูดพลังของซัคคิวบัสได้ลึกขนาดนี้..." เขาหยุด "คนทำแกนนี่น่าจะเป็ซัคคิวบัสจริงๆ หรือไม่ก็มีซัคคิวบัสคอยป้อนความรู้ให้"
ห้องเงียบไปครู่หนึ่ง
"แล้วซัคคิวบัสจะมายุ่งกับของเล่นพวกนี้ทำไม" มิวถาม
"เงิน" ซันตอบเรียบ "หรือไม่ก็การทดลอง อยากรู้ว่าถ้าให้มนุษย์ดูดพลังตัวเองผ่านเครื่องมือ แทนที่จะดูดผ่านซัคคิวบัสโดยตรง มันจะได้ผลแค่ไหน เก็บเกี่ยวได้เยอะแค่ไหน ก่อนคนจะรู้ตัว"
เขาพูดมันออกมาเรียบเกินไป เรียบแบบคนที่รู้เื่นี้ดีกว่าที่ควรจะรู้
ชั่วขณะหนึ่ง สายตาเขาลอยไปไกลกว่าจอตรงหน้า
เด็กผู้หญิงคนนั้น ลุงนากถามถึงเธอเมื่อไม่กี่วันก่อน ราวกับรู้ว่าตราบใดที่ซันยังเดินอยู่ในเื่ที่เกี่ยวกับซัคคิวบัส ชื่อนั้นจะต้องวนกลับมาเสมอ ซันยืนยันไปแล้วว่ามันจะไม่เกิดเื่เหมือนตอนนั้นอีก
แต่ยิ่งคดีนี้ลึกลงไป เขาก็ยิ่งไม่แน่ใจว่าตัวเองจะรักษาคำพูดนั้นได้
"ซัน" เสียงอาเรียดึงเขากลับมา เธอจ้องหน้าเขาอยู่ "เป็อะไรหรือเปล่า"
"ครับ ครับ ผมโอเคดี" เขายิ้มบางๆ กลบ "แค่คิดว่าจะตามมันยังไงดี"
อาเรียมองเขาอีกวินาที แล้วถอนมือออกจากขั้วพลัง ไม่ถามต่อ — แต่เก็บไว้อีกอย่าง เหมือนเคย
"เอาเป็ว่า" ซันตั้งหลักใหม่ "เรามีทางเดินสองทาง ทางแรก ตามเส้นชิ้นนี้ไล่ไปทีละทอด รู้ว่าช้า รู้ว่าแต่ละทอดเป็ฉากบัง แต่ถ้าทำเรื่อยๆ สักวันจะถึงแกน ทางที่สอง เก็บอุปกรณ์มาให้เยอะที่สุด สุ่มไปเรื่อยๆ เพราะในเครือข่ายแบบนี้ ต้องมีบางชิ้นที่เป็ 'ปลายสุด' — ชิ้นที่เชื่อมตรงกับตัวคนเลย ไม่ผ่านของเล่นชิ้นอื่น ถ้าเราบังเอิญได้ชิ้นนั้นมา เราข้ามฉากบังทั้งหมดไปหาคนได้ทันที"
"แล้วเราจะเลือกทางไหน" อาเรียถาม
"ทั้งสองทาง"
มิวที่ยืนอยู่มุมห้องหุบยิ้มทันที
"...เดี๋ยวนะ" เธอพูดช้าๆ "'เก็บอุปกรณ์มาให้เยอะที่สุด' เนี่ย แปลว่า..."
"แปลว่าน้องเบลต้องไปรับของอีกหลายรอบครับ" ซันตอบหน้าตาเฉย
"ไม่!" มิวเดินเข้ามาทันที "ไม่ๆๆ ฉันไปมาแล้วครั้งนึง ฉันเกือบโดนลวนลามคามือ ฉันไม่เอาอีกแล้ว เปลี่ยนคนสิ ให้คนอื่นไป จ้างคนก็ได้ เอาตำรวจสาวมาก็ได้!"
"เปลี่ยนคนไม่ได้ครับ หน้าน้องเบลผูกกับบัญชีไปแล้ว ผู้ชายห้าคนนั้นจำหน้านี้ได้ จู่ๆ เปลี่ยนหน้าคนไปรับของ เขาไหวตัวหนีหมด"
"งั้นก็...งั้นก็ทำบัญชิใหม่ แล้วให้อาเรียไปสิ! อาเรียก็เป็ผู้หญิง อาเรียแข็งแกร่งกว่าฉันตั้งเยอะ เมื่อคืนก็เห็นแล้วว่าจัดการคนได้สบาย!"
ซันหันมามองมิว ทำหน้าใอย่างจริงจัง
"อะไรกัน จะให้แฟนที่แสนบอบบางของผม คนที่ผมต้องคอยทะนุถนอม ไปทำอะไรอันตรายแบบนั้นได้ยังไงล่ะครับ"
จากตรงแท่นวิเคราะห์ อาเรียที่เพิ่งกดชายคนหนึ่งคว่ำหน้าลงพื้นด้วยส้นเท้าเมื่อคืนก่อน มิวเงยหน้าขึ้นมองเขาเรียบๆ
"บอบบางกับผีสิ ว่าที่แรงค์Sของประเทศนะ คิดว่าฉันโง่ขนาดนั้นเลยหรือไง"
"เหตุผลจริงๆ" ซันยอมพูดความจริง "คืออาเรียเด่นเกินไป เธอเป็ที่รู้จักในกลุ่มวิชาต่อสู้แล้ว ใครในวงการเวทก็รู้จักหน้าเธอ ถ้าจอมเวทระดับอาเรียโผล่ไปนั่งจีบขอซื้อเซ็กซ์ทอยในกลุ่มลับ อีกฝ่ายไหวตัวทันแน่ เครือข่ายนี้ระแวงอยู่แล้ว เห็นหน้าคนเด่นๆ เข้าใกล้ มันตัดสายหนีทันที"
เขาหันกลับมาหามิว
"แต่คุณน่ะ ไม่มีใครในวงการรู้จัก หน้าธรรมดา ไม่มีพิษภัย ไม่มีใครระแวง — คุณคือฉากบังที่ดีที่สุด"
"นั่นมันคำชมหรือคำด่าอีกแล้ว!"
"คราวนี้เป็คำชมล้วนๆ ครับ" ซันพูด "คุณมีค่ามากในคดีนี้ มากกว่าจอมเวทแรงค์ S เสียอีก"
มิวอ้าปากจะด่าต่อ แต่พอประโยคนั้นเข้าหู เธอก็หุบปากลง หน้าแดงขึ้นมาเล็กน้อยด้วยความขัดใจที่ดันรู้สึกดีกับคำชมของคนที่เธอเพิ่งจะสาปแช่ง
"...ฉันขอค่าเสี่ยงภัย" เธอต่อรองเสียงอ่อนลง "ทุกครั้งที่ไป นายเลี้ยงข้าว ร้านที่ฉันเลือก แล้วก็ห้ามบ่นเื่ราคา"
"ตกลงครับ"
"แล้วก็...ถ้ามือใครมาแตะฉันอีก อาเรียต้องเข้ามาภายในสิบวินาที"
"ห้าวินาที" อาเรียพูดขึ้นจากตรงแท่น น้ำเสียงไม่ได้ล้อเล่นแม้แต่นิดเดียว
มิวมองเธอ แล้วพยักหน้าช้าๆ อย่างซาบซึ้งปนขนลุก
"...โอเค ตกลง"
ซันหันกลับไปที่จอ ที่ใยแมงมุมของเส้นพลังยังทอดยาวออกไปไม่รู้จบ
ที่ไหนสักแห่งปลายเส้นพวกนั้น มีคนขี้ระแวงคนหนึ่งกำลังเก็บเกี่ยวพลังเงียบๆ โดยคิดว่าตัวเองซ่อนตัวดีพอแล้ว
และมีซัคคิวบัสสักตนคอยอยู่เื้ัเขา
ซันตั้งใจจะหาทั้งคู่ให้เจอ ก่อนที่อีกฝ่ายจะรู้ว่ากำลังถูกตาม