วันหยุดอีกวันหนึ่งที่เหลือของนันทิชา เธอชวนพริมเข้าไปยังบ้านหลังเก่าของครอบครัว บัดนี้ได้กลายเป็นบ้านที่ไร้คนอาศัย รถแท็กซี่จอดหน้าซอยทางเข้าบ้าน หญิงสาวยื่นเงินค่ารถเสร็จจึงพากันเดินเข้าไปในบ้าน บ้านไม้ยังคงร่มรื่นเหมือนเช่นแต่ก่อน นันทิชาอดใจหายกับภาพตรงหน้าไม่ได้ ภาพความฝันที่ได้ดูแลบิดาพังทลายหายไปเมื่อหลายเดือนก่อน หญิงสาวก้มหน้าด้วยท่าทางลังเล
“เธอแน่ใจนะทิชา ว่าจะเข้าไป” พริมมองหน้าเพื่อนรัก ก่อนจะถามความสมัครใจอีกครั้ง นันทิชาหันกลับมาพยักหน้าช้าๆ ด้วยแววตาไม่มั่นใจเท่าไหร่นัก
“ฉันว่านะ เธอยังไม่พร้อมเข้าไปในตอนนี้หรอก วันนี้เราเดินดูรอบๆ บ้านก่อนดีไหม อย่าพึ่งเข้าไปเลย ฉันไม่อยากเห็นน้ำตาของเธออีกแล้วนะ” หญิงร่างอวบพอจะประเมินสถานการณ์ได้อยู่คร่าวๆ หลังจากเห็นสีหน้าของเพื่อนรักที่แสดงออกมา
“ถ้าอย่างนั้น ไปเยี่ยมลุงทิศหน่อยดีกว่า” หลังจากนันทิชายืนคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง
“ลุงทิศ” หญิงร่างอวบทวนคำพูดของนันทิชาก่อนจะนึกได้ว่า ท่านคือเพื่อนสนิทของลุงดิน ที่เข้ามาช่วยในงานศพวันนั้น
“แล้วบ้านของลุงทิศอยู่ไกลไหม” หญิงร่างอวบถาม อย่างสงสัย
“ถัดจากนี้ไปอีกสองสามหลัง ไม่ไกล” ว่าแล้วนันทิชาจึงจูงมือนันทิชาเดินลัดเลาะไปทางหลังบ้านของตัวเอง ใช้เวลาไม่กี่นาทีจึงเดินมาถึงบ้านของลุงทิศ ซึ่งลุงทิศเองกำลังนั่งซ่อมรถจักรยานคันเก่าของตัวเองอยู่
“ลุงทิศคะ สวัสดีค่ะ” นันทิชายกมือไหว้ทักทาย
“อ้าว อ้าว มากันได้อย่างไร เข้ามานั่งก่อนเร็ว” ลุงทิศรีบวางมือจากอุปกรณ์ซ่อมรถจักรยานแล้วไปล้างมือ ก่อนจะมามาต้อนรับอย่างยินดี
“พอดีทิชาแวะมาบ้านค่ะ เลยถือโอกาสมาเยี่ยมลุงทิศด้วย ลุงทิศสบายดีไหมคะ”
“เห้อ แก่แล้วลูกเอ๊ย จะเอาอะไรมาสบายนักหนา แค่นี้ก็ดีแล้ว” ชายชรานั่งตัดพ้อถึงร่างกายตัวเองเล็กๆ
“แล้วเราล่ะ ทำใจได้หรือยัง ทำใจเสียนะ เกิด แก่ เจ็บ ตาย เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์โลก อีกไม่นาน ลุงก็ต้องไปเหมือนกัน”
“โถ ลุงอย่าพูดอย่างนั้นสิคะ คุณลุงยังแข็งแรงอยู่เลยค่ะ”
“แล้วทางตำรวจเขาว่าอย่างไรบ้างล่ะ เรื่องคดีน่ะ จับตัวคนร้ายได้หรือยัง”
“ยังค่ะ ทิชาได้แต่หวังว่าสักวันจะทราบตัวคนร้ายที่ทำกับพ่อของทิชา” ชายชราพยักหน้าช้าๆ อย่างเข้าใจหัวอกหญิงสาวที่ต้องทนเจ็บปวดจากการจากไปของนายดิน ทั้งสองต่างพูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบกันอยู่นานสองนาน ลุงทิศเองดูออกจะดีใจเมื่อเห็นนันทิชาเข้ามาเยี่ยม ตามประสาคนแก่มักจะอ้างว้างบ้าง เมื่อมีคนมาหา มาชวนคุยก็รู้สึกดีใจ คลายเหงาไปได้บ้าง
“ถ้าอย่างนั้นทิชาไปก่อนนะคะ”
“อ้าว ไปกันแล้วหรือ ไปดีมาดีนะลูกเอ๊ย”
“พอดีต้องไปธุระต่อนิดหน่อยค่ะ ทิชาขอตัวก่อนนะคะ ไว้ทิชาจะมาเยี่ยมใหม่ค่ะ สวัสดีค่ะ” นันทิชาและพริมต่างล่ำลาชายชราแล้วเดินออกจากบ้านหลังนั้นมา
“ดะ เดี๋ยว ทิชา” ชายชราพึ่งนึกบางอย่างได้ จึงหันมาเรียกหญิงสาว แต่สายเกินไป เธอเดินออกไปไกลเกินกว่าจะได้ยินเสียงเรียกของเขา
“ทำอย่างไรล่ะทีนี้ เบอร์โทรก็เปลี่ยนใหม่ คราวนี้ไม่มีเบอร์ยายหนูทิชาเสียแล้ว แล้วไอ้จดหมายนี่จะได้ให้ตอนไหนกันเล่า” ชายชรามองดูจดหมายในมือที่พึ่งเข้าไปหยิบมาเมื่อครู่ เป็นจดหมายที่นายดินเขียนแล้วนำมาฝากไว้ โดยปิดผนึกไว้อย่างดี
“แก่แล้วความจำก็ไม่ดี ไม่มีอะไรดีสักอย่าง” ชายชราส่ายศีรษะไปมาเบื่อหน่ายกับสังขารของตัวเองเต็มที
เมื่อถึงเวลานัดวันที่ไปปาร์ตี้สละโสดของม่านฟ้ากับแทนคุณ ทีภพขับรถออกไปรับพริมที่บ้านโรงงานขนมของเธอ หญิงร่างอวบได้ตระเตรียมกระเป๋าไว้เรียบร้อย เมื่อทีภพมาถึงเพียงแค่ยกกระเป๋าขึ้นรถ รถก็แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ปากหญิงร่างอวบพูดไม่หยุดตั้งแต่ขึ้นรถมา ทีภพได้แต่ทำหูทวนลม ฟังหูซ้ายทะลุหูขวาให้จบๆ เป็นเรื่องๆ ไป ขืนตั้งใจฟังทุกเรื่องที่ไร้สาระของเธอมีหวังได้เป็นโรคประสาทเร็วๆ นี้
“เอ..นี่มันทางไปบ้านคุณแทนนี่คะ คุณทีมารับคุณแทนหรือคะ ไหนบอกว่าเขาจะไปพร้อมกับคุณม่านไง” หญิงสาวมองทางพร้อมปากพูดไวๆ ไม่ยอมหยุดแม้แต่นาทีเดียว
“ใช่ แทนจะไปกับม่าน” ทีภพตอบเสียงนิ่ง สายตาจับจ้องอยู่บนถนน
“อ้าว แล้วเราจะมาทำไมล่ะคะ”
“คุณลืมเพื่อนคุณไปแล้วหรือไง” ชายหุ่นนายแบบหันกลับมาถาม
“ก็ไปกับคุณแทนสิคะ หรือยังไงคะ” หญิงสาวทำหน้าตาไม่เข้าใจ
“แทนกับม่านกำลังจะเป็นข้าวใหม่ปลามัน ถ้าเป็นคุณ คุณอยากให้คนอื่นไปด้วยไหม”
“ไม่ค่ะ พริมต้องการสวีทกับแฟนสองคน ว่าแต่ถ้าเราไปกันสองคนก็ถือว่าสวีทดีนะคะ” สองมืออวบหันมาค่อยๆ ลูบไปที่แขนล่ำใหญ่ของชายหนุ่มวนไปวนมาอย่างช้าๆ สายตาเจ้าเล่ห์ของหล่อนเย้ายวนให้คนด้านข้างต้องปัดมือเธอออก
“นั่นเน่...คุณทียิ้มอะไรคะ ชอบที่พริมทำแบบนี้ใช่ไหมล่ะ” ชายหนุ่มถูกหญิงสาวจับได้ไล่ทัน พลันเปลี่ยนเป็นปั้นหน้านิ่ง
“หยุดเพ้อเจ้อได้แล้ว แล้วลงไปรับทิชากับผมเลย” ทีภพปลดเข็มขัดนิรภัยออก หันไปย้ำหญิงร่างอวบที่ยังทำเล่นไม่เลิกเมื่อรถแล่นเข้ามาจอดหน้าบ้านพอดิบพอดี