ย้อนกลับไปเมื่อวันก่อน หยางไถ่โป๋เดินทางมาหาหยางฉินเทียนเพื่อจ่ายเงินงวดแรกและขอแก้เงื่อนไขที่ต้องชำระเงินที่เหลือภายในเจ็ดวันเป็นสิบปี โดยจะมอบป้ายวิญญาณซึ่งเป็นสมบัติประจำตระกูลให้เป็นเครื่องแลกเปลี่ยนหยางฉินเทียนยอมรับข้อเสนอและแก้ไขสัญญาตามที่ร้องขอหลังจากหยางไถ่โป๋และหยางจินเป่าออกจากห้องไป เขาจึงสัมผัสป้ายวิญญาณ
ติ้งงง!
==========
ป้ายวิญญาณโลหะภูต
- ยังไม่ได้เชื่อมต่อฝั่งวิญญาณ
- ยังไม่ได้เชื่อมต่อฝั่งโลหะ
==========
ติ้งงง!
[โปรดหยดเลือดที่(魄) เพื่อเชื่อมต่อ]
หยางฉินเทียนหยดเลือดลงไปที่ตัวอักษรแต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาจึงหยดเลือดลงอีกสามหยดก็ยังไม่เกิดอะไรขึ้นอีกเขาจึงเอามีดกรีดมือให้เลือดไหลลงไปครึ่งกำมือ เพียงครู่เดียวเลือดก็ถูกดูดเข้าไปในตัวอักษรจนหมด
ติ้งงง!
[กำลังเชื่อมต่อ1%...5%..29%...77%...100%]
[การเชื่อมต่อฝั่งวิญญาณเสร็จสมบูรณ์]
[โปรดใช้ (????) เพื่อเชื่อมต่อฝั่งโลหะ]
“หืมม?” หยางฉินเทียนถึงกับต้องเกาศีรษะ มันเป็นครั้งแรกที่ทักษะ‘สถานะ’ ไม่สามารถแสดงข้อมูลที่ชัดเจนได้“แล้วต้องใช้อะไรเชื่อมต่อฝั่งโลหะกันเล่า?”
เขาลองเอามีดสั้นแตะที่ตัวอักษรสีเงินมันดูเหมือนจะได้ผล แสงสีขาวเรืองขึ้นที่ตัวอักษรแล้วดูดมีดสั้นเข้าไป
ติ้งงง!
[กำลังเชื่อมต่อ0.1%...0.24%...0.51%...0.00%]
[การเชื่อมต่อฝั่งโลหะล้มเหลว!]
“หืมม?”หยางฉินเทียนถึงกับต้องเกาศีรษะอีกครั้ง “มันเหมือนจะได้ แต่ไม่ได้ แล้วมันต้องใช้อะไร?”
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงนำแมลงแห่งเต๋าที่มีธาตุโลหะออกมาตัวหนึ่งในเมื่อวัตถุที่เป็นโลหะใช้ไม่ได้ มันก็ต้องลองสิ่งมีชีวิตที่เป็นธาตุโลหะกันสักหน่อย
ติ้งงง!
[กำลังเชื่อมต่อ1%...7%...25%...17%...0%]
[การเชื่อมต่อฝั่งโลหะล้มเหลว!]
“เฮ้อ...” เขาถอนหายใจ “สงสัยอาจจะต้องลองกับอาวุธวิญญาณแต่ถ้าข้าไปซื้อมาลองก็จะเป็นเป้าสายตาเกินไป ช่วงนี้คงต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วเร่งฝึกวิชาให้ทันการประลองรอบสอง”
...............
เมื่อหยางไถ่โป๋กลับไปถึงบ้านตระกูลไถ่สาวใช้รีบวิ่งมาบอกว่าหยางไถ่หยูผู้เป็นบิดาโกรธมาก นั่นเป็นเพราะเขารู้แล้วว่าป้ายวิญญาณหายไปและสงสัยว่าเป็นฝีมือหยางไถ่โป๋บุตรชายของตน สองพ่อลูกจึงได้เจอกันครั้งแรกในรอบหลายวัน
“ฝีมือเจ้าใช่มั้ย เอาป้ายวิญญาณคืนมา”
“ท่านพ่อ ข้ารู้ว่าป้ายวิญญาณหายไปแต่ป้ายวิญญาณนั้นไม่ได้อยู่ที่ข้า ข้าพบผู้ต้องสงสัยแล้วไปสืบมาแล้วว่า...”
หยางไถ่โป๋บรรยายถึงสิ่งที่เขาเตรียมไว้ เขาให้ข้อมูลว่ามันเป็นแผนของหยางสงป้าหรืออาจจะมีหยางสงอี้คอยบงการอยู่เบื้องหลัง เขาได้พยายามเก็บหลักฐานเพื่อมัดตัวหยางสงป้าว่าเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้
ในวันรุ่งขึ้นเขาจะไปหาผู้ต้องสงสัยที่โรงเตี๊ยมเพื่อสังเกตอากัปกิริยาทั้งยังจะซ่อนแผ่นหยกบันทึกเสียงไว้ที่โรงเตี๊ยมเพื่อเก็บหลักฐานอันเกี่ยวข้องการหายไปของป้ายวิญญาณ
บิดาของเขาสังเกตว่าหยางไถ่โป๋ไม่ได้ตื่นตระหนกและกำลังดำเนินการตามหาป้ายวิญญาณอยู่หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หยางไถ่หยูจึงรอให้บุตรชายทำตามแผนแล้วค่อยพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าควรจะตัดสินใจอย่างไร
เช้าวันรุ่งขึ้นหยางไถ่โป๋ไปเสนอขายป้ายวิญญาณของแท้กับหยางสงป้าได้เงินมายี่สิบล้านพร้อมกับแพะรับบาปบุตรชายของตระกูลสงติดกับเพราะความโลภเขาส่งคนไปฆ่ากูเล่อเพื่อปิดปากและนำป้ายวิญญาณกลับมา แต่ทว่าป้ายวิญญาณนั้นเป็นของปลอมนอกจากตระกูลสงจะไม่รู้ว่าของจริงอยู่ที่ไหนแล้วยังโดนหยางไถ่โป๋ไล่บี้ด้วยหลักฐานที่ยากจะดิ้นหลุด
หลังจากบรรยายความเลวร้ายของตระกูลสงหยางไถ่โป๋จึงขอความเป็นธรรมจากหยางต้าเฉิงผู้มีอำนาจในการตัดสิน “ข้าแต่ท่านประมุขขอท่านโปรดให้ความเป็นธรรมแก่ตระกูลไถ่ด้วย!”
หยางสงอี้ถึงกับอึ้งอย่างบอกไม่ถูกสับสนระหว่างความฝันกับความจริง ‘นี่มันอะไรกัน ทำไมกลับกลายเป็นตระกูลของข้าได้ทำเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ไม่! ข้าไม่เชื่อ!มันต้องจริงแค่บางส่วน แต่บางส่วนต้องเป็นเรื่องไม่จริง หรือว่าท่านประมุขเป็นชายชุดดำที่บุกบ้านตระกูลโม่ และเป็นผู้ขโมยป้ายวิญญาณไปเอง?’
แม้หยางสงป้าเองก็คิดเช่นเดียวกับบิดา เมื่อพิจารณาดูจากรูปการณ์แล้วเหมือนหยางไถ่โป๋และหยางต้าเฉิงกำลังร่วมมือกันเพื่อทำให้ตระกูลสงจนตรอก‘นี่มันเรื่องอะไรกัน? เขาต้องการป้ายวิญญาณแล้วให้ตระกูลสงเป็นแพะรับบาปอย่างนั้นหรือ?’
“เอาล่ะ”
เสียงที่หยางต้าเฉิงเอ่ยขึ้นทำให้ตระกูลสงที่กำลังครุ่นคิดถึงกับสะดุ้งหัวใจเต้นระรัวจนแทบจะระเบิดออกจากอก เพราะชะตาชีวิตของพวกเขาอยู่ที่ประโยคถัดไป
“แม้ตระกูลไถ่จะเป็นผู้เสียหายและมีหลักฐานมากมายพอที่จะสรุปตัวคนร้ายแต่ถ้าจะให้ข้าติดสินตอนนี้มันคงเร็วไป ข้าจะให้เวลาตระกูลสงหาหลักฐานเพื่อมายืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองหลังจากจบการประลองผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่แล้วข้าจะมาพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง”