พลิกฟ้าผ่าปฐพี [翻天分地]

    ตอนที่ 30 เชื่อมต่อล้มเหลว


             

            ย้อนกลับไปเมื่อวันก่อน หยางไถ่โป๋เดินทางมาหาหยางฉินเทียนเพื่อจ่ายเงินงวดแรกและขอแก้เงื่อนไขที่ต้องชำระเงินที่เหลือภายในเจ็ดวันเป็นสิบปี โดยจะมอบป้ายวิญญาณซึ่งเป็นสมบัติประจำตระกูลให้เป็นเครื่องแลกเปลี่ยนหยางฉินเทียนยอมรับข้อเสนอและแก้ไขสัญญาตามที่ร้องขอหลังจากหยางไถ่โป๋และหยางจินเป่าออกจากห้องไป เขาจึงสัมผัสป้ายวิญญาณ

            ติ้งงง!

            ==========

            ป้ายวิญญาณโลหะภูต

    -           ยังไม่ได้เชื่อมต่อฝั่งวิญญาณ

    -           ยังไม่ได้เชื่อมต่อฝั่งโลหะ

            ==========

            ติ้งงง!

            [โปรดหยดเลือดที่(魄) เพื่อเชื่อมต่อ]

             

            หยางฉินเทียนหยดเลือดลงไปที่ตัวอักษรแต่ก็ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาจึงหยดเลือดลงอีกสามหยดก็ยังไม่เกิดอะไรขึ้นอีกเขาจึงเอามีดกรีดมือให้เลือดไหลลงไปครึ่งกำมือ เพียงครู่เดียวเลือดก็ถูกดูดเข้าไปในตัวอักษรจนหมด

     

            ติ้งงง!

            [กำลังเชื่อมต่อ1%...5%..29%...77%...100%]

            [การเชื่อมต่อฝั่งวิญญาณเสร็จสมบูรณ์]

            [โปรดใช้ (????) เพื่อเชื่อมต่อฝั่งโลหะ]

             

            “หืมม?” หยางฉินเทียนถึงกับต้องเกาศีรษะ มันเป็นครั้งแรกที่ทักษะ‘สถานะ’ ไม่สามารถแสดงข้อมูลที่ชัดเจนได้“แล้วต้องใช้อะไรเชื่อมต่อฝั่งโลหะกันเล่า?”

            เขาลองเอามีดสั้นแตะที่ตัวอักษรสีเงินมันดูเหมือนจะได้ผล แสงสีขาวเรืองขึ้นที่ตัวอักษรแล้วดูดมีดสั้นเข้าไป

             

            ติ้งงง!

            [กำลังเชื่อมต่อ0.1%...0.24%...0.51%...0.00%]

            [การเชื่อมต่อฝั่งโลหะล้มเหลว!]

             

            “หืมม?”หยางฉินเทียนถึงกับต้องเกาศีรษะอีกครั้ง “มันเหมือนจะได้ แต่ไม่ได้ แล้วมันต้องใช้อะไร?”

            เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงนำแมลงแห่งเต๋าที่มีธาตุโลหะออกมาตัวหนึ่งในเมื่อวัตถุที่เป็นโลหะใช้ไม่ได้ มันก็ต้องลองสิ่งมีชีวิตที่เป็นธาตุโลหะกันสักหน่อย

             

            ติ้งงง!

            [กำลังเชื่อมต่อ1%...7%...25%...17%...0%]

            [การเชื่อมต่อฝั่งโลหะล้มเหลว!]

             

            “เฮ้อ...” เขาถอนหายใจ “สงสัยอาจจะต้องลองกับอาวุธวิญญาณแต่ถ้าข้าไปซื้อมาลองก็จะเป็นเป้าสายตาเกินไป ช่วงนี้คงต้องพักเรื่องนี้ไว้ก่อนแล้วเร่งฝึกวิชาให้ทันการประลองรอบสอง”

    ...............

            เมื่อหยางไถ่โป๋กลับไปถึงบ้านตระกูลไถ่สาวใช้รีบวิ่งมาบอกว่าหยางไถ่หยูผู้เป็นบิดาโกรธมาก นั่นเป็นเพราะเขารู้แล้วว่าป้ายวิญญาณหายไปและสงสัยว่าเป็นฝีมือหยางไถ่โป๋บุตรชายของตน สองพ่อลูกจึงได้เจอกันครั้งแรกในรอบหลายวัน

            “ฝีมือเจ้าใช่มั้ย เอาป้ายวิญญาณคืนมา”

            “ท่านพ่อ ข้ารู้ว่าป้ายวิญญาณหายไปแต่ป้ายวิญญาณนั้นไม่ได้อยู่ที่ข้า ข้าพบผู้ต้องสงสัยแล้วไปสืบมาแล้วว่า...”

            หยางไถ่โป๋บรรยายถึงสิ่งที่เขาเตรียมไว้ เขาให้ข้อมูลว่ามันเป็นแผนของหยางสงป้าหรืออาจจะมีหยางสงอี้คอยบงการอยู่เบื้องหลัง เขาได้พยายามเก็บหลักฐานเพื่อมัดตัวหยางสงป้าว่าเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องนี้

            ในวันรุ่งขึ้นเขาจะไปหาผู้ต้องสงสัยที่โรงเตี๊ยมเพื่อสังเกตอากัปกิริยาทั้งยังจะซ่อนแผ่นหยกบันทึกเสียงไว้ที่โรงเตี๊ยมเพื่อเก็บหลักฐานอันเกี่ยวข้องการหายไปของป้ายวิญญาณ

            บิดาของเขาสังเกตว่าหยางไถ่โป๋ไม่ได้ตื่นตระหนกและกำลังดำเนินการตามหาป้ายวิญญาณอยู่หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หยางไถ่หยูจึงรอให้บุตรชายทำตามแผนแล้วค่อยพิจารณาอีกครั้งหนึ่งว่าควรจะตัดสินใจอย่างไร

            เช้าวันรุ่งขึ้นหยางไถ่โป๋ไปเสนอขายป้ายวิญญาณของแท้กับหยางสงป้าได้เงินมายี่สิบล้านพร้อมกับแพะรับบาปบุตรชายของตระกูลสงติดกับเพราะความโลภเขาส่งคนไปฆ่ากูเล่อเพื่อปิดปากและนำป้ายวิญญาณกลับมา แต่ทว่าป้ายวิญญาณนั้นเป็นของปลอมนอกจากตระกูลสงจะไม่รู้ว่าของจริงอยู่ที่ไหนแล้วยังโดนหยางไถ่โป๋ไล่บี้ด้วยหลักฐานที่ยากจะดิ้นหลุด

            หลังจากบรรยายความเลวร้ายของตระกูลสงหยางไถ่โป๋จึงขอความเป็นธรรมจากหยางต้าเฉิงผู้มีอำนาจในการตัดสิน “ข้าแต่ท่านประมุขขอท่านโปรดให้ความเป็นธรรมแก่ตระกูลไถ่ด้วย!”

            หยางสงอี้ถึงกับอึ้งอย่างบอกไม่ถูกสับสนระหว่างความฝันกับความจริง ‘นี่มันอะไรกัน ทำไมกลับกลายเป็นตระกูลของข้าได้ทำเรื่องเลวร้ายขนาดนี้ไม่! ข้าไม่เชื่อ!มันต้องจริงแค่บางส่วน แต่บางส่วนต้องเป็นเรื่องไม่จริง หรือว่าท่านประมุขเป็นชายชุดดำที่บุกบ้านตระกูลโม่ และเป็นผู้ขโมยป้ายวิญญาณไปเอง?’

            แม้หยางสงป้าเองก็คิดเช่นเดียวกับบิดา เมื่อพิจารณาดูจากรูปการณ์แล้วเหมือนหยางไถ่โป๋และหยางต้าเฉิงกำลังร่วมมือกันเพื่อทำให้ตระกูลสงจนตรอก‘นี่มันเรื่องอะไรกัน? เขาต้องการป้ายวิญญาณแล้วให้ตระกูลสงเป็นแพะรับบาปอย่างนั้นหรือ?’

            “เอาล่ะ”

            เสียงที่หยางต้าเฉิงเอ่ยขึ้นทำให้ตระกูลสงที่กำลังครุ่นคิดถึงกับสะดุ้งหัวใจเต้นระรัวจนแทบจะระเบิดออกจากอก เพราะชะตาชีวิตของพวกเขาอยู่ที่ประโยคถัดไป

            “แม้ตระกูลไถ่จะเป็นผู้เสียหายและมีหลักฐานมากมายพอที่จะสรุปตัวคนร้ายแต่ถ้าจะให้ข้าติดสินตอนนี้มันคงเร็วไป ข้าจะให้เวลาตระกูลสงหาหลักฐานเพื่อมายืนยันความบริสุทธิ์ของตนเองหลังจากจบการประลองผู้ฝึกยุทธ์หน้าใหม่แล้วข้าจะมาพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งหนึ่ง”