หลินตงสั่งความสองสามประโยคให้คนไปเตรียมอาหาร แล้วคนทั้งกลุ่มก็พากันเดินไปยังศาลารับลม โดยการนำทางของจงจวินฮ่าว
ไม่นานหลินลี่หยางก็เดินมาพร้อมกับหลินโจวิ่ ท่านปู่ห้าหลินกังเยว่ครั้งนี้ไม่ได้มาด้วยเขากำลังฝึกฝนวิชายุทธ์ที่หลินหนิงชินนำมามอบให้ชุดใหม่อย่างหัวปักหัวปำ ทักทายกันไปมาสักพักหลินลี่หยางก็สั่งให้คนไปเชิญหลินหนิงชินมาด้วย
“คารวะท่านปู่จง ท่านลุงซีฉางเ้าค่ะ”
“เด็กน้อย วันนี้ข้ากับท่านลุงซีฉางของเ้ามาเพื่อกล่าวคำขอบคุณ” จงจวินฮ่าวกล่าวหน้าตาจริงจัง
“หลังจากข้ากลับไปครานั้นก็ยังไปฝึกฝนต่ออีกหลายครั้งและยังอธิบายคำพูดของเ้าให้ซีฉางฟัง บัดนี้ซีฉางก็ยกระดับเข้าสู่ผู้หลอมโอสถระดับผู้เชี่ยวชาญขั้นต้นแล้ว”
จงจวินฮ่าวเอ่ยอย่างสุขใจ ตัวเขานั้นอายุมากแล้วสมุนไพรที่สกุลจงมีอยู่จำเป็ต้องใช้อย่างจำกัดจึงยังไม่คิดยกระดับการฝึกฝนของตน นำสมุนไพรที่มีไปให้กับหลานชายของเขาก่อน
“ยินดีด้วย หลานชาย”
“โอ้นี่เป็เื่ดีจริงๆ”
พวกเขากล่าวชื่นชมจงซีฉางกันอย่างจริงใจ จงซีฉางมีอายุน้อยกว่าหลินหลีเหว่ย 4 ปี บัดนี้ระดับการฝึกฝนของเขาต่ำกว่า หลินหลีเหว่ยซึ่งอยู่ในระดับผู้เชี่ยวชาญขั้นกลางไป 1 ขั้น ถือว่าอายุยังน้อยอนาคตยังไปได้อีกยาวไกล
“ท่านปู่จงเ้าคะ ท่านมาได้พอดีเลยข้าเพาะปลูกต้นกล้าเพลิงนิลได้สำเร็จแล้วเ้าค่ะ ได้ต้นกล้ามาทั้งหมด 12 ต้น ข้าขอ 4 ต้น ท่านปู่รับคืนไป 8 ต้นนะเ้าคะ” หลินหนิงชินกล่าว
“หา!! เร็วขนาดนั้นเชียว เด็กน้อยเ้าจะให้ชายชราผู้นี้ทำเช่นไรกับเ้าดี วันนี้ข้ามาเพื่อขอบคุณเื่หนึ่ง เ้ากลับมามอบข่าวดีให้ข้าอีกเื่หนึ่งเสียแล้ว”
“ท่านปู่จง ท่านเลิกกล่าวคำขอบคุณพร่ำเพรื่อเช่นนี้เถิดเ้าค่ะ หรือท่านไม่เห็นข้าเป็หลานของท่านแล้ว” หลินหนิงชินกระทืบเท้าเบาๆ ท่าทางแง่งอนผู้เฒ่าชรา
“เด็กดี ๆ ข้าไม่พูดแล้ว ไม่พูดอีกต่อไปแล้ว ซีฉาง!! เ้าก็หยุดพูดอะไรไร้สาระเช่นนี้อีก หลานสาวข้ากตัญญูรู้ความ ไม่ต้องมากล่าวคำเยินยอให้เสียน้ำใจหลานข้า”
จงซีฉาง “--------” ข้ายังไม่ได้พูดอะไรสักคำเลยขอรับท่านลุง
“เ้าเพาะปลูกมันขึ้นมาได้อย่างไร ข้าทดลองนำเมล็ดของมันมาเพาะปลูก แช่น้ำก็แล้ว อบให้แห้งก็แล้วไม่เคยมีวิธีไหนทำได้สำเร็จเลย” จงจวินฮ่าวซักถามอย่างตื่นเต้น
“พวกมันไม่ได้ใช้เมล็ดในการเพาะปลูกขึ้นมาหรอกเ้าค่ะ ท่านต้องผ่าที่กิ่งส่วนที่มีตาของมันให้อ้าออกมาเล็กน้อย จากนั้นนำดินไปพอกไว้ ราว 2 เดือนตานั้นก็จะแตกยอดเล็กๆออกมา จึงค่อยตัดกิ่งส่วนที่พอกดินไว้นั้นออกมาลงแปลงเพาะปลูก ไม่นานรากก็จะงอกยาว เป็ต้นกล้าต้นใหม่เ้าค่ะ” นี่เป็วิธีเพาะชำ ที่คล้ายกับในโลกเก่าที่หลินหนิงชินจากมานิยมทำกัน
“โอ้…เป็เช่นนั้นเอง เ้าช่างเก่งกาจนักหลานสาว”
“ท่านปู่จง ข้าไม่ได้เก่งกาจอะไรหรอกเ้าค่ะ ท่านก็ทราบอยู่แล้วว่า สกุลหลินขุดพบตำราโบราณของบรรพบุรุษ ข้าล้วนศึกษาจากตำราเ่าั้ ข้าเตรียมฉบับคัดลอกเอาไว้ให้ท่านด้วยนะเ้าคะ”
จงจวินฮ่าวและจงซีฉาง ใจนผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว จงจวินฮ่าวยิ่งแล้วร่างอวบอ้วนนั่นกำลังซวนเซ จนจงซีฉางต้องรีบตั้งสติก้าวมาประคองไว้
“พี่ชายจวินฮ่าว ท่านอย่าได้กล่าวคำเกรงใจอันใดอีก ท่านไม่รู้อะไร เป็พวกเราเสียอีกที่ต้องกล่าวคำขอโทษกับตระกูลจง” หลินลี่หยางชิงกล่าวออกมาก่อน
สองบุรุษสกุลจง ยังคงตั้งสติไม่ได้กับคำกล่าวอันพิลึกพิลั่นนี้ หันมามองผู้นำตระกูลหลินด้วยสีหน้างุนงงเป็ที่สุด
“สองปีมานี้ หอโอสถสกุลหลินเพิ่มเติมโอสถชนิดใหม่หลายชนิด ทั้งยังมี ดั่งขุนเขากับวาโยศักดิ์สิทธิ์ ที่เป็ตำรับลับเฉพาะสกุลหลิน ไม่สามารถหาซื้อได้ที่ใด เหล่าผู้ฝึกปราณมากมายต่างเดินทางเข้าเมืองเป่ยถังเป็จำนวนมาก หลายคนมีระดับการฝึกฝนที่สูงกว่าพวกเรานัก และอีกไม่นานก็ยิ่งจะมีมากขึ้นกว่าเดิม หากพวกเขาเป็คนจากสกุลหรือสำนักใหญ่ต่างเมือง วางแผนมาใช้กับตระกูลหลินด้วยจุดประสงค์ร้าย ลำพังพวกข้าไม่อาจต้านทานได้ การที่พวกเราสนับสนุนตระกูลจง ย่อมหวังประโยชน์จากพวกท่านให้ช่วยกันสร้างความแข็งแกร่งของทั้งสองสกุลเพื่อช่วยกันต้านทาน
อีกทั้งยังต้องช่วยกันผลิตโอสถเพื่อสนับสนุนคนทั้งเมืองเป่ยถังให้แข็งแกร่งขึ้น มิฉะนั้นเมืองเป่ยถังซึ่งเป็เมืองขนาดเล็ก อาจถูกกลืนกินไปจนหมดสิ้น”
จงจวินฮ่าวก้มหน้าครุ่นคิดอย่างจริงจัง ครู่ใหญ่จึงได้พยักหน้าหนักแน่น
“หากผู้ฝึกยุทธ์จากต่างเมือง มีใจจะรุกรานเมืองเป่ยถังจริงๆ ตระกูลจงก็ย่อมดับสูญไปด้วย ข้าไม่กล่าวโทษพวกท่าน หากตระกูลหลินไม่ยื่นมือเข้ามาช่วย พวกเราตระกูลจงก็ต้องต่อสู้เพียงลำพังเท่านั้น การร่วมมือกันในครั้งนี้ข้าย่อมคิดเห็นตามพวกท่าน”
หลินหนิงชินเห็นพวกเขาปรับเปลี่ยนอารมณ์กลับมาเป็ปกติดีแล้ว จึงได้เอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
“ตำราเพาะปลูกเหล่านี้ได้ถูกคัดลอกขึ้นมาจากต้นฉบับเดิม ทั้งยังแทรกคำแนะนำให้เหมาะกับยุคสมัยของเราเพิ่มเติมลงไปแล้ว ท่านสามารถศึกษาด้วยตัวเองกันได้เลย และยังมีตำราหมื่นสมุนไพรอีก 1 เล่มด้วยเ้าค่ะ”
“ท่านค่อยๆ ศึกษากันไปก่อน หากมีปัญหาไม่เข้าใจตรงส่วนไหน ก็ส่งคนมาถามกับพวกพี่ๆ ข้าทั้ง 22 คนที่ท่านเคยพบได้เลยนะเ้าคะ”
หลังจากส่งมอบตำรา ต้นกล้าเพลิงนิลและต้นกล้าสมุนไพรอีกหลายชนิดกันเป็ที่เรียบร้อย หลินลี่หยางยังเชื้อเชิญให้บุตรหลานสกุลจงที่เตรียมจะเป็ผู้หลอมโอสถในภายภาคหน้า ให้ไปมาหาสู่กับลูกหลานสกุลหลินให้มากหน่อย บางครั้งแิการจัดการก็สามารถแลกเปลี่ยนมาเป็ความรู้เพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้
หลินหนิงชินตั้งใจจะปล่อยเวลาผ่านไปอีกสักระยะค่อยมอบน้ำมรกตให้พวกเขา ระหว่างนี้พวกเขายังต้องใช้เวลาศึกษาตำรากันอยู่
สองผู้นำตระกูลหลินและตระกูลจงในเวลานี้ ต่างฝ่ายต่างอยู่ที่จวนของตนเอง กำลังนั่งรำพึงรำพันถึงอนาคตตระกูลของตน ทั้งสองตระกูลต่างมีผู้นำตระกูลเป็ผู้หลอมโอสถมาหลายรุ่น ในรุ่นของเขาเดิมตระกูลหลินมีหลินหลีเหว่ยเพียงคนเดียวที่เป็ผู้หลอมโอสถ ตระกูลจงก็มีจงซีฉางเพียงคนเดียวเช่นกัน พวกเขาไม่สามารถสร้างทายาทผู้หลอมโอสถรุ่นใหม่กันได้เลย วันเวลาทุกวันของพวกเขาล้วนแล้วแต่เต็มไปด้วยความทุกข์ใจและกังวล
เมื่อครั้งที่หลินหนิงชินสามารถฝึกฝนจนเป็ผู้หลอมโอสถได้เอง แม้จะตื่นเต้นดีใจเพียงใด เด็กน้อยผู้นั้นก็เป็เพียงสตรี มิอาจเป็ผู้นำตระกูลได้ แต่ดูตอนนี้สิตระกูลหลินเบื้องบนมีหลินหลีเหว่ย เบื้องล่างยังมี 6 คนที่เป็ผู้หลอมโอสถโดยสมบูรณ์แล้ว ทั้งยังเป็บุรุษถึง 3 คน
ส่วนสกุลจงบัดนี้ด้วยความช่วยเหลือจากตระกูลหลิน ไม่ช้าย่อมสามารถสร้างทายาทผู้หลอมโอสถขึ้นมาได้ ทั้งสองต่างวาดฝันที่เหมือนกันโดยไม่ได้นัดหมายถึงอนาคตอันสดใสว่า จะมีทายาทผู้หลอมโอสถผุดขึ้นมามากมายราวกับดอกเห็ด เดินกันขวักไขว่เต็มหอโอสถของตระกูลพวกเขา
……….
ที่เรือนพักของครอบครัวหลินจงเว่ยสองสตรีผู้มีใบหน้างดงามไปคนละแบบกำลังนั่งพูดคุยหยอกล้อกันอย่างสนุกสนาน
หลินหนิงชินเพิ่งได้รับจดหมายตอบกลับจาก พี่สาวซานซาน เมื่อคราวก่อนนางให้มารดาเย็บถุงเงินใบเล็กๆ ส่งไปให้เหล่าสหายของนาง มีทั้งสำหรับเด็กชายและเด็กหญิง
นอกจากนี้ยังได้ส่งโอสถประเภทรักษาไปให้ผู้เฒ่าเจียงเก็บไว้ยามจำเป็สำหรับคนในหมู่บ้าน 10 เม็ด และส่งให้ 8 ครอบครัวสกุลหลินที่ปักหลักอยู่ที่หมู่บ้านจิ้งซานอีก 100 เม็ด
พี่สาวซานซานปักผ้าเช็ดหน้าส่งกลับคืนมาเป็ของขวัญตอบแทนนาง 1 ผืน ท่านป้าเหลียนที่ได้รับกระต่ายป่าหลายตัวมาจากบุตรชายหลี่หยุนไค ก็นำหนังกระต่ายมาเย็บเป็ถุงมือคู่เล็กๆ ส่งมาให้นาง 1 คู่ ทั้งยังบอกมาในจดหมายว่าพวกเขาทุกคนล้วนสบายดีและคิดถึงนางมาก