ตอนที่ 3 อันธพาลสองพี่น้อง
"เอาละ น้ำซุปมาแล้ว"
"เ้าทานระวังลิ้นพองด้วย มันยังร้อนอยู่"
เต้าิ ดื่มอาหารที่เรียกว่า น้ำซุปตรงหน้า ทันทีที่น้ำซุปเข้าปาก รู้สึกได้ถึงรสชาติน้ำซุปเหมือนกับน้ำเปล่าที่จืดชืดยังไงยังงั้น ไม่เหมือนกับน้ำซุปในภัตตาคารดังระดับมิชลินสตาร์ (ระดับโลก) ที่ตัวเองเคยกินสักนิด
"มันช่างแตกต่างราวกับฟ้ากับเหวยิ่งนัก"
"สิ่งนี้คือ น้ำซุปของโลกนิยาย?"
ในใจคิดถึงน้ำซุปรสเลิศในภัตตาคารดังยิ่งนัก
"ท่านปู่ไม่กิน?" เต้าิ มองปู่คนใหม่ ด้วยความสงสัย เมื่อเห็นอีกฝ่ายนั่งจ้องมองตน ในขณะที่กำลังทานน้ำซุปอยู่
"ข้าไม่หิว เ้าทานเลย" ปู่ รีบตอบฉับพลัน แต่เสียงท้องร้อง "โครก คราก" กลับสวนทางกับคำพูดยิ่งนัก
"ท่านปู่ ทำไมท่านไม่ตักน้ำซุปมาทานด้วยกันละ" เต้าิ ชักชวนให้มานั่งทานน้ำซุปด้วยกัน
"ฮ่าๆๆ ข้าไม่หิวไง" เต้าซื่อ หัวเราะกลบเกลื่อน ยังคงยืนยันคำเดิม แต่เต้าิพูดถึงเื่เสียงท้องร้องดังของอีกฝ่ายออกมา แต่กับได้รับคำตอบมาว่า "มันคือ เสียงลมพัด"
"จริงสิ เ้าเพิ่งตื่น หลังจากสลบมาหลายวัน คงเหนียวตัวแย่แล้ว"
"เดี้ยวข้าจะไปผ่าฟืนให้เ้าอาบน้ำ"
เต้าซื่อ หาเื่บ่ายเบี่ยงรีบเดินจากไป
"เป็การแสดงออกที่ไม่เนียนเลยปู่" นักแสดงดังระดับออสการ์นั่งอยู่ตรงนี้ มองเห็นความจริงของการแสดงมือสมัครเล่นอย่างชัดเจน
"คิดจะมาเล่นละครตบตานักแสดงอาชีพได้ยังไงกัน"
"อย่าบอกนะว่า..." เต้าิ มองน้ำซุปในถ้วยตรงหน้า แล้วสังเกตุสภาพแวดล้อมของบ้าน จึงคิดได้อย่างเดียว ว่าบางทีนี้คือ "น้ำซุปถ้วยสุดท้าย"
เต้าิ วางน้ำซุปลง เดินสำรวจรอบบ้าน ก็พบว่าบ้านหลังนี้ แม้แต่วัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารยังไม่มีหลงเหลือเลย แล้วจะเอาอะไรมาทำน้ำซุปกันเล่า
นอกจากจะใช้วัตถุดิบสุดท้ายมาทำน้ำซุปให้ตนทาน
เต้าิ มองเห็นชายแก่เตรียมฝืนที่เหลือเพียงน้อยนิดก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
"สถานการณ์ย่ำแย่สุดๆ" เรียกได้เลยว่า สถานะของบ้านหลังนี้ ครอบครัวของตนในปัจจุบัน ที่มีเพียงปู่หลานสองคน อยู่ในคราววิกฤติอย่างสิ้นเชิง
"ข้าเกิดใหม่ในสภาพยาจกแบบนี้?"
ชีวิตจากอภิมหาเศรษฐีพันล้าน กลายเป็ยาจกศูนย์หยวนในพริบตา
"พลิกผันจากหน้ามือเป็หลังมือ เพราะฆ่าตัวตาย!!!"
"ไม่จริง" เต้าิ พยายามทำร้ายตัวเองอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะลองกี่ครั้ง ความจริงมันก็คือความจริง
จากนั้นเต้าิพยายามสงบสติอารมณ์ ทำใจให้เย็นลงทันที สักพักเสียงเรียกให้ไปอาบน้ำก็ดังขึ้นมา
"หนาว"
"นี้คือ น้ำร้อน?"
ขนาดการแช่งน้ำร้อนที่มีฟืนจุดไฟเอาไว้ข้างใต้ ยังหนาวเหมือนกับน้ำเย็น
เต้าิคิดถึงชีวิตอันสวยหรูวิมานในอากาศขึ้นมา "อยากแช่งออนเซ็นจัง"
"ไม่ได้การ" เต้าิ ลุกขึ้นออกจากถังอาบน้ำ ตรงเข้าหาปู่คนใหม่อย่างรวดเร็ว
สีหน้าจริงจัง เคร่งเครียดปรากฏออกมาอย่างชัดเจน สองเท้าเดินตรงเข้าหาปู่ของตน
"เต้าิ เ้าเป็อะไร?"
"อาการของเ้ากำเริบ?"
เต้าซื่อ ไม่เข้าใจสีหน้าเต้าิในตอนนี้ จนคิดว่าอาการปวดหัวจากการตกหน้าผาเกิดขึ้นมากะทันหัน
จนทำให้เต้าิต้องแสดงสีหน้าแบบนั้นออกมา เต้าซื่อเร่งรีบเข้ามาดูอาการหลานชายอย่างรวดเร็ว
"ปู่ ข้าขอถามอะไรหน่อย" น้ำเสียงเต้าิขึงขังจริงจังอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนดังออกมา
"ตอนนี้สถานะบ้าน ไม่สิครอบครัวเราเป็ยังไง"
คำถามเรียบง่าย แต่แฝงด้วยความเคร่งเครียดอย่างชัดเจน
"เอ๊ะ?" เต้าซื่อ ไม่คิดว่าเต้าิจะถามคำถามนี้ขึ้นมา
"ตอบข้ามาตามตรงปู่" น้ำเสียงหนักแน่นเน้นย้ำดังออกมาอีกครั้ง เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายแต่งเื่โกหก
"ความจริง..." เต้าซื่อ ตอนแรกคิดจะโกหกออกไป แต่เมื่อได้ยินการย้ำออกมาอีกรอบด้วยน้ำเสียงจริงจัง จึงชะงักลงเล็กน้อยก่อนจะเล่าความจริงของสถานะครอบครัวตอนนี้ให้ฟังจนหมด
เต้าซื่อ ไม่อยากให้เต้าิมาใส่ใจกับเื่นี้ จึงไม่คิดจะเล่าออกมาแต่แรก เพื่อไม่ให้มีเื่ปวดหัวเพิ่มขึ้น หลังจากเพิ่งผิดหวังในความรักไม่นาน
"หึหึหึ" เต้าิ หัวเราะออกมาเล็กน้อย ไม่รู้จะดีใจ เสียใจหรือร้องไห้ ดีกันแน่ จากรวยล้นฟ้ากลายเป็ยิ่งกว่ายาจก
"เต้าิ เ้าไม่เป็ไรนะ" เต้าซื่อ เห็นอาการหัวเราะออกมาแบบแปลกๆ จึงใทันที นึกว่าเต้าิจะบ้าไปเสียแล้ว
"ไม่ต้องห่วงท่านปู่ ข้าไม่ได้บ้าหรอก" เต้าิ ค่อยๆสงบสติอารมณ์ ยิ้มกลับมาตอบปู่เต้าซื่ออย่างใจเย็น
...
"บ้านเก่าๆโทรมๆหลังนี้หรอว่ะ"
"ใช่แน่หรอ!!! พวกเราคงไม่ได้ฟังผิดไปใช่ไหม"
"บ้านหลังนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่าไอ้แหวนมิติอะไรนั่น"
"นั่นสิ ไม่เคยคิดเลยว่ามันยังเหลือของมีค่าอยู่อีก คิดว่าเหลือแต่ของกินซะอีก"
ในขณะที่ปู่หลานนั่งพูดคุยกันอยู่ เสียงชายสองคน พูดคุยดังก้องเข้ามาถึงในบ้าน
"แย่แล้ว เ้าพวกนั่นมาอีกแล้ว"
"เ้ารีบไปซ่อนตัวเร็วเข้า"
เต้าซื่อ แอบลอบมองผ่านหน้าต่างที่ปิดด้วยแผ่นไม้กระดานเก่าๆ เห็นชายวัยรุ่นสองคนอายุประมาณยี่สิบกว่าๆ ยืนพูดคุยกันอยู่หน้าบ้าน
"ใครน่ะปู่" เต้าิ ยังไม่เข้าใจว่าอีกฝ่ายคือใครกันแน่ จนปู่ตอบออกมาว่า "อันธพาลสองพี่น้อง"
อันธพาลสองพี่น้อง เป็พี่น้องอยู่ในหมู่บ้านนี้ด้วยกัน หลังจากที่พ่อแม่พวกมันตายไป สองพี่น้องไม่คิดจะทำงานทำการ ประกอบอาชีพใดๆ ทำตัวเป็อันธพาลคอยปล้นทรัพย์ แย่งชิงสิ่งชองจากชาวบ้านในหมู่บ้าน
"เ้าพวกนั้นจะมาที่นี้เป็ประจำเพื่อมาเอาของกินไป แต่วันนี้คงไม่มีอะไรให้พวกมันแล้ว นอกจาก..." เต้าซื่อ กำแหวนมิติที่ห้อยคอตนเองแน่น จากนั้นรีบถอดออกมายื่นให้เต้าิ
"ปู่" เต้าิใ ไม่คิดว่าปู่จะยอมมอบ แหวนมิติ ให้ตนง่ายดายเช่นนี้ เท่าที่เต้าิเคยอ่านนิยายมา แหวนมิติ นับได้ว่าเป็ของมีค่าชิ้นหนึ่ง สามารถเอาไปขายได้ราคาอย่างงาม ถ้าไม่ขายก็สามารถนำมาใช้เองถือว่ามีประโยชน์สำหรับเก็บสิ่งของอย่างมาก
"เ้าเอาสิ่งนี้เก็บไว้ซะ แล้วออกไปหลังบ้านหาที่แอบซ่อนตัวทันที" เต้าซื่อ บอกกล่าวแก่เต้าิ
"ไม่ต้องห่วงข้า พวกมันคงไม่ทำอะไรข้าหรอก"
"พอพวกมันค้นบ้านแล้วไม่เจออะไร พวกมันก็กลับไปเองเหมือนทุกทีแหละ" เต้าซื่อ อธิบายออกมา ซึ่งเป็แบบนั้นทุกครั้งที่ผ่านมา