หลังจากจัดการเื่ที่ดินเรียบร้อย กู้หยูม่านต้องพักอยู่ในตัวอำเภอต่ออีกสามวัน เงินที่ถืออยู่มีพอสำหรับจ่ายค่าที่พักและค่าอาหาร ทั้งยังพอซื้อข้าวสาร แป้ง เครื่องปรุง และเนื้อสัตว์ได้จำนวนหนึ่ง คาดว่าน่าจะเพียงพอให้ครอบครัวของนางทานได้อีกหนึ่งเดือน
ดีที่บ้านหลังใหม่ไม่ต้องปรับปรุงอะไรมาก เพียงแค่ซื้อเครื่องนอนให้ทุกคนใหม่ก็เป็อันเรียบร้อย ส่วนเครื่องเรือนค่อยเก็บเงินซื้อทีหลัง เวลานี้นางมีเงินเก็บอยู่ในมิติสี่สิบตำลึง หากแบ่งเงินสิบตำลึงออกไว้ซื้อเครื่องนอน นางก็จะเหลือเงินอยู่สามสิบตำลึง
“ไฉไฉ หากข้าอยากซื้อวัวกับเกวียนวัวไว้ใช้งาน เราต้องจ่ายเงินออกไปมากน้อยเท่าใด” กู้หยูม่านถามมิติวิเศษ
‘หากเป็วัวหนุ่มราคาก็จะสูง แต่ถ้าโฮสต์เลือกซื้อวัวที่มีอายุขึ้นมาสักหน่อย ราคาก็จะถูกลงมาอีกเล็กน้อยเ้าค่ะ’
“แต่ถ้าข้าซื้อวัวที่อายุมาก อีกไม่นานข้าก็ต้องซื้อวัวตัวใหม่มาแทน อย่างนั้นก็เปลืองเงินแย่เลยน่ะสิ” กู้หยูม่านไม่เห็นด้วย วัวแก่จะมีอายุการใช้งานนานกว่าวัวหนุ่มได้อย่างไร
‘โฮสต์ยังเหลือยาบำรุงสำหรับสัตว์อยู่อีกหนึ่งเม็ดไม่ใช่หรือเ้าคะ ตอนนั้นไฉไฉมอบยาบำรุงสัตว์ให้โฮสต์ไปสามเม็ด แต่โฮสต์ใช้รักษาม้าไปแค่สองเม็ดเท่านั้น’
“ยาเม็ดเดียวจะไปพออะไร ตอนที่รักษาม้า ข้ายังใช้ยาไปตั้งสองเม็ด เ้าคงไม่คิดที่จะให้ข้าซื้อยาเพิ่มหรอกนะ บอกไว้เลยว่าข้าไม่มีเงินเหลือพอที่จะซื้อของจากเ้าแล้ว”
‘เป็เพราะม้าตัวนั้นได้รับาเ็ โฮสต์ถึงต้องใช้ยาเพื่อรักษาและบำรุงร่างกายของมันไปสองเม็ด หากครั้งนี้โฮสต์ไม่ได้ซื้อวัวป่วยหรือวัวที่าเ็ โฮสต์ใช้ยาแค่หนึ่งเม็ด วัวก็จะกลับมาแข็งแรงและมันจะทำงานให้โฮสต์ต่อไปได้เป็สิบปีเลยเ้าค่ะ’
“เช่นนั้นก็ดีน่ะสิ แล้ว...ข้าควรซื้อวัวกับเกวียนวัวที่ราคาเท่าไหร่ดีล่ะ” กู้หยูม่านรีบถามต่อ
‘หากในอนาคตโฮสต์ต้องขนผลผลิตเข้ามาขาย ไฉไฉขอแนะนำให้โฮสต์ซื้อเกวียนวัวขนาดใหญ่ไปเลยเ้าค่ะ ส่วนราคาของวัว โฮสต์เลือกซื้อวัวราคาตัวละห้าตำลึงก็พอแล้วเ้าค่ะ’
“ถ้าข้าซื้อวัวกับเกวียนวัวตามราคาที่เ้าแนะนำ ข้าจะเหลือเงินอยู่สิบห้าตำลึงใช่หรือไม่” กู้หยูม่านทำท่าคิด “ไฉไฉ...”
‘ไฉไฉทราบแล้วเ้าค่ะ เงินสิบห้าตำลึงที่เหลือ ไฉไฉจะซื้ออุปกรณ์ทำการเกษตร ลูกเจี๊ยบสิบตัว และเมล็ดพันธุ์ผักให้โฮสต์จำนวนหนึ่งเ้าค่ะ อ้อ...ไฉไฉจะซื้อน้ำศักดิ์สิทธิ์จากมิติอื่นมาได้โฮสต์หนึ่งขวดเล็ก เพียงแค่โฮสต์นำน้ำศักดิ์สิทธิ์ไปเทใส่ในบ่อน้ำ ไม่ว่าโฮสต์จะใช้ดื่ม ทำอาหาร หรือนำมาชำระร่างกาย ผู้ที่ได้ดื่มหรือใช้น้ำในบ่อน้ำนั้นเป็ประจำก็จะมีสุขภาพแข็งแรงและมีผิวพรรณที่ดี หากนำน้ำในบ่อไปรดต้นไม้ ต้นไม้ก็จะเจริญงอกงามและให้ผลผลิตที่ดีเช่นกัน อีกทั้งรสชาติก็ดีกว่าผลผลิตทั่วๆ ไป หรือถ้าหากนำน้ำไปใช้เลี้ยงสัตว์ สัตว์เ่าั้ก็จะปลอดภัยจากโรค แถมเนื้อของสัตว์ก็จะมีรสชาตินุ่มและอร่อยมากกว่าเนื้อสัตว์ปกติหลายเท่าเลยเ้าค่ะ’
กู้หยูม่านคิดตาม ตอนที่เดินดูบ้านเมื่อวาน ผู้เฒ่าจี้ได้ขุดบ่อน้ำพร้อมติดตั้งรอกชักน้ำไว้เรียบร้อยแล้ว และผู้เฒ่าจี้ยังขุดสระเลี้ยงปลาขนาดย่อมไว้ด้วย “ไฉไฉ น้ำศักดิ์สิทธิ์เพียงพอสำหรับเทใส่บ่อน้ำและสระเลี้ยงปลาหรือเปล่า”
‘เพียงพอเ้าค่ะ’
“พอก็ดีแล้ว แต่จะเลี้ยงปลาอะไรค่อยมาคิดอีกทีก็แล้วกัน”
‘เพื่อเป็การสนับสนุนและให้กำลังใจ ไฉไฉจะแถมหนังสือทำการเกษตรเบื้องต้นให้โฮสต์หนึ่งเล่มเ้าค่ะ’
ได้คุยกับไฉไฉทำให้กู้หยูม่านตื่นเต้นจนนอนต่อไม่ได้แล้ว วันนี้นางต้องรีบออกไปซื้อวัวกับเกวียนวัว อีกสองวันที่เหลือนางจะพาน้องชายกับลูกชายทั้งสามคนออกไปหาซื้อเสบียงและเครื่องนอน เพราะจะได้นำสิ่งของเ่าั้จัดวางไว้บนเกวียนเพื่อรอเดินทางได้เลย
“อรุณสวัสดิ์ขอรับพี่หญิง” กู้เฉินซีทักทาย เขาคุ้นเคยกับคำทักทายแบบที่พี่สาวสอนให้แล้ว จึงไม่ได้เขินอายเหมือนเมื่อก่อน “พี่หญิงตื่นเช้าขนาดนี้ หิวหรือยังขอรับ”
กู้เฟิงอวี่ “อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านแม่ วันนี้ข้ากับท่านน้าจะออกไปซื้ออาหารเช้าเองนะขอรับ”
กู้เฟิงิ “อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านแม่ ข้าก็จะไปกับพี่ใหญ่ขอรับ”
กู้เฟิงเฉิง “อรุณสวัสดิ์ขอรับท่านแม่ ถ้าทุกคนไปซื้ออาหารเช้ากันหมด ข้าจะอยู่เป็เพื่อนท่านแม่เองขอรับ ท่านแม่จะได้ไม่เหงา”
กู้หยูม่านเอานิ้วจิ้มหน้าผากลูกชายคนเล็ก “ที่เ้าอยู่เป็เพื่อนแม่ก็เพราะร้านขายขนมยังไม่เปิด และคนขายถังหูลู่ก็ยังไม่มาตั้งแผงต่างหาก”
กู้เฟิงเฉิงยิ้มเขิน “ท่านแม่รู้ทันอีกแล้ว”
กู้หยูม่านยื่นเงินให้กู้เฉินซี “เช้านี้ซื้ออาหารง่ายๆ มาก็พอนะ ทานข้าวเช้าเสร็จเราจะไปซื้อวัวกับเกวียนวัวกัน”
“ไม่ใช่ว่าเรามีรถม้าอยู่แล้วหรือขอรับ พี่หญิงจะซื้อเกวียนวัวอีกทำไม” กู้เฉินซีถามอย่างสงสัย
“ใช่แล้วท่านแม่ ในเมื่อเรามีรถม้าอยู่แล้ว ข้าคิดว่าเวลานี้เกวียนวัวยังไม่จำเป็ขอรับ” กู้เฟิงอวี่รีบบอก เมื่อวานเขาเห็นท่านแม่จ่ายเงินซื้อที่ดินไปหลายร้อยตำลึง เวลานี้ท่านแม่คงเหลือเงินไม่มาก เขาอยากให้ท่านแม่เก็บเงินไว้ใช้ยามจำเป็มากกว่า
กู้หยูม่านยิ้มแล้วอธิบาย “หากเราเดินทาง การใช้รถม้าย่อมสะดวกและรวดเร็วกว่า แต่หากเราต้องทำงานในไร่หรือเวลาที่เรา้าขนของเป็จำนวนมาก เกวียนวัวก็จะมีประโยชน์มากกว่า”
“ข้าจำได้แล้ว ตอนอยู่ที่หมู่บ้านหลิ่วเจีย หัวหน้าหมู่บ้านจะใช้วัวไถนา และตอนที่ขนของป่าเข้าไปขายในเมือง พวกเขาก็จะใช้เกวียนวัวขนของ” กู้เฟิงิพูดขึ้น
“ข้าก็จำได้ บ้านท่านยายหลิ่วสามก็มีเกวียนวัวไว้รับส่งคนเข้าเมืองเหมือนกัน รายได้ส่วนนั้นทำให้พวกเขาได้กินเนื้อทุกวันเว้นวันเลยขอรับ” กู้เฟิงเฉิงพูดเสริม
กู้เฟิงอวี่มองอาการตื่นเต้นของน้องชายทั้งสองคน ทั้งยังเห็นรอยยิ้มของท่านแม่ เขาก็พอจะรู้แล้วว่าท่านแม่คงตัดสินใจซื้อเกวียนวัวอย่างแน่นอนแล้ว เขาถอนหายใจอย่างปลง “หากท่านแม่เห็นว่าเหมาะสม ข้าก็ไม่มีความเห็นแล้วขอรับ”
กู้หยูม่านลูบศีรษะลูกชายคนโต “แม่รู้ว่าเ้าเสียดายเงิน แต่ขอให้เ้าเชื่อแม่ว่าทุกการลงทุน แม่ย่อมคิดถึงผลประโยชน์และผลกำไรในอนาคตไว้แล้ว”
“การลงทุนหรือขอรับ” กู้เฉินซีเพิ่งเคยได้ยินคำศัพท์คำนี้เป็ครั้งแรก “มันหมายความว่าอย่างไรขอรับพี่หญิง”
กู้หยูม่านขมวดคิ้วเล็กน้อย นางจะอธิบายให้น้องชายฟังด้วยคำพูดง่ายๆ อย่างไรดี “การลงทุนก็หมายถึงการใช้เงินที่เรามีอยู่ในวันนี้ไปแลกกับผลตอบแทนในอนาคต อย่างเช่นเราเอาเงินไปซื้อลูกเจี๊ยบมาเลี้ยงเพื่อเก็บไข่ขาย เงินซื้อลูกเจี๊ยบก็คือเงินลงทุน ส่วนเงินที่เราขายไข่ได้ก็คือรายได้และผลกำไร”
“ก็เหมือนกับเราเอาเงินไปซื้อเมล็ดพันธุ์ผักมาปลูก หลังจากนั้นเราก็เก็บผักไปขายเพื่อหารายได้ใช่หรือไม่ขอรับ” กู้เฉินซีพยักหน้าเข้าใจ “เช่นนั้นก็หมายความว่าทุกการลงทุนย่อมได้มาซึ่งผลกำไรใช่หรือไม่ขอรับ”
“ก็ไม่เสมอไป เพราะการค้าขายไม่ใช่ว่าจะได้กำไรอย่างเดียว ไม่เช่นนั้นบางกิจการจะต้องปิดตัวเพราะขาดทุนได้อย่างไร อีกทั้งที่ข้าอธิบายให้เ้าฟังก็แค่หลักการง่ายๆ แต่การลงทุนไม่ใช่มีแค่เื่เงิน แต่มันยังหมายถึงทรัพยากร แรงงาน หรือแม้แต่ระยะเวลาที่เราเสียไป เราต้องเอาเื่เหล่านี้มาคำนวณด้วยถึงจะรู้ถึงผลกำไรที่แท้จริง” กู้หยูม่านยกมือขึ้นห้าม “ในอนาคตข้าจะค่อยๆ สอนให้เ้ารู้เื่พวกนี้เอง เ้ายังไม่ต้องรีบร้อนที่จะรู้ทุกอย่างในตอนนี้”
กู้หยูม่านยังไม่อยากอธิบายเื่ที่ไกลตัวให้กับน้องชาย เพราะเวลานี้ครอบครัวของนางต้องจัดการเื่ปากท้องให้ดีเสียก่อน ส่วนเื่ค้าขายก็ให้เป็เื่ของอนาคต ถึงตอนนั้นนางค่อยสอนน้องชายจากประสบการณ์จริงก็ได้
กู้เฉินซีก็ไม่ได้ถามต่อ เขารู้สึกว่าพี่หญิงของเขาช่างเป็สตรีที่มีความรู้ความสามารถมากจริงๆ แม้แต่เื่ที่มีเฉพาะบุรุษเท่านั้นที่ทำอย่างเช่นเื่การค้าพี่หญิงก็ยังรู้ กู้เฉินซีเลื่อมใสพี่สาวบุญธรรมขึ้นไปอีกหลายร้อยเท่า “ขอรับพี่หญิง ในอนาคตข้าจะเรียนรู้จากท่านให้มากขอรับ”
กู้เฟิงอวี่ กู้เฟิงิ และกู้เฟิงเฉิงฟังที่ท่านแม่อธิบายไม่เข้าใจเลยสักคำ แต่ดูจากท่าทางของท่านน้า แสดงว่าท่านแม่ของพวกเขาต้องเป็สตรีที่มีความสามารถมากแน่ๆ เด็กชายทั้งสามคนต่างพากันคิดว่าต่อไปนี้พวกเขาจะต้องเชื่อฟังท่านแม่และต้องเป็คนเก่งเช่นท่านแม่ให้ได้
ณ บ้านสกุลกู้
“ลูกชายของข้ายังไม่ฟื้นหรือขอรับ” กู้เจี้ยนถามเสียงเครียด
“พิษถูกขับออกมาหมดแล้ว าแตามร่างกายก็เริ่มสมาน คิดว่าอีกไม่กี่ชั่วยามเทียนโหย่วก็น่าจะฟื้นแล้ว” ท่านหมอหลี่จับชีพจรของกู้เทียนโหย่วอีกครั้ง “เขาเสียเืไปมากจึงต้องใช้เวลาในการฟื้นตัวนานกว่าปกติ เ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก”
“ท่านหมอพักที่บ้านของข้าต่ออีกสักวันได้หรือไม่ขอรับ หรือไม่ก็รอจนกว่าลูกชายของข้าจะฟื้น หากเขายังไม่ฟื้น ข้าก็ไม่วางใจขอรับ”
“ข้าเป็หมอที่ดูแลคนในตระกูลกู้มาั้แ่รุ่นท่านพ่อของเ้า เ้าก็เหมือนลูกชายของข้า เทียนโหย่วก็เหมือนหลานชายของข้า ข้าต้องดูแลเขาให้ดีที่สุดอยู่แล้ว” ท่านหมอหลี่ตบไหล่กู้เจี้ยน “ข้าจะอยู่จนกว่าเขาจะฟื้นก็แล้วกัน”
“ขอบคุณขอรับ”
“เ้าก็อยู่ดูแลเขาต่อเถอะ ข้าจะขอกลับไปพักสักหน่อย กว่าจะทำให้ไข้ของเขาลดลงมาได้ เล่นเอาข้าเหนื่อยจนหมดแรงแล้ว” ท่านหมอหลี่สะพายล่วมยาเดินออกจากห้องไป
กู้เจี้ยนนั่งเฝ้าลูกชายอยู่ข้างเตียงไม่ไปไหน หนึ่งชั่วยามต่อมากู้เทียนโหย่วก็ฟื้น
“ท่านพ่อ” กู้เทียนโหย่วเรียกบิดาเสียงเบา
“เ้าใหญ่! เ้าฟื้นแล้ว ยังเจ็บตรงไหนอยู่หรือไม่ เดี๋ยวพ่อจะไปตามท่านหมอหลี่ให้มาดูอาการของเ้า” กู้เจี้ยนถามลูกชายอย่างห่วงใย
“ท่านพ่อ ข้าขออภัยที่ครั้งนี้ข้าทำงานพลาด เบาะแสของน้องเล็กหายไปอีกแล้วขอรับ” กู้เทียนโหย่วบอกกับบิดาอย่างเสียใจ
“พ่อได้ยินจากอาเจามาแล้ว เื่เพลิงไหม้ที่โรงรับจำนำโหลวจี้เป็เหตุสุดวิสัย พ่อจะโทษเ้าได้อย่างไร”
กู้เทียนโหย่วมองบิดา “ท่านพ่อ ข้าคิดว่าเพลิงไหม้ที่โรงรับจำนำโหลวจี้กับการหายตัวไปของน้องเล็กเกี่ยวข้องกับแม่เลี้ยงขอรับ”