บทที่2 ของขวัญวันเกิดแปลกประหลาด
หลังจากเก็บของทุกอย่างที่ซื้อมาเข้าที่ไปหมดแล้ว เทพินก็กลับมาให้ความสนใจกับจิ้งจอกสีขาวขนาดเท่าลูกบาสอีกครั้งใบหน้าจิ้งจอกน้อยๆ หงิกงอด้วยความไม่พอใจ หางสีขาวตบพื้นเสียงดังชัดเจนดวงตาสีทองอร่ามจ้องมาที่เขาเขม็ง
“หิวแล้วสินะ จะกินอะไรล่ะ” เด็กหนุ่มถามเสียงเรียบไม่ได้สุภาพอีกพลางสวมผ้ากันเปื้อนสีฟ้าเดินเข้าห้องครัวจิ้งจอกไม่ยอมตอบเอาแต่จ้องหน้าเขานิ่ง แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้สนใจอะไรนักหยิบวัตถุดิบออกมาเตรียมไว้
“ไม่ตอบแสดงว่าไม่หิวแล้ว?”
“ทำไมกลับดึกจังล่ะ” เสียงนุ่มดังขึ้นจากจิ้งจอกขาวเสียงแยกไม่ออกว่าเ้าของเสียงนั้นเพศอะไร แต่ฟังไปคล้ายเสียงของเด็กผู้ชายมากกว่า
“ก็ไปฉลองกับเพื่อนนิดหน่อยหลังสอบเสร็จน่ะแล้วก็ซื้อของกลับมาตุนไว้นี่ไง ไม่เห็นหรือไงว่าถือของเข้าบ้านมากมายขนาดไหนแถมยังไม่มาช่วยกันถืออีก โกรธอะไรล่ะ?”
“...” จิ้งจอกน้อยยังคงเงียบ
“แล้วนี่จะกินหรือเปล่า ไม่กินจะเก็บของแล้วนะ”
“กินสิ” จิ้งจอกขาวตอบรับด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดีขึ้นเล็กน้อยมันะโขึ้นโต๊ะไปนั่งรออย่างสงบเสงี่ยม
เทพินปรายตามองแวบหนึ่งอย่างเอ็นดูก่อนจะเริ่มลงมือทำอาหารไม่ได้ว่ากล่าวจิ้งจอกขาวที่นั่งบนโต๊ะอย่างเสียมารยาท เพราะเขาเข้าใจว่ามันนั่งอย่างคนธรรมดาไม่ได้
จิ้งจอกอสูรตนนี้เองก็เป็พวกที่บกพร่องเหมือนเขา
เพราะมันเป็อสูรที่ไม่สามารถกลายร่างให้มีร่างกายเป็มนุษย์ได้อย่างอสูรทั่วไปอีกทั้งร่างกายไม่อาจเจริญเติบโตมากไปกว่านี้ได้อีกแล้ว เพราะแกนพลังของมันปริร้าวจากอาการาเ็สาหัสทำให้รวมพลังมากไม่ได้มันจึงจะเป็จิ้งจอกแคระสีขาวอย่างนี้ไปอีกนานหลายสิบปี
เขาเก็บจิ้งจอกแคระนี่ได้ตอนอายุเก้าขวบตอนนั้นมันอยู่ในสภาพใกล้ตาย เขาก็แค่เก็บมันมารักษาให้เท่านั้นเมื่อหายดีก็ปล่อยมันไป... แต่ปล่อยไปได้เพียงสัปดาห์เดียวมันก็กลับมาอีกพร้อมาแที่มากกว่าเดิมลำบากเขาต้องรักษาให้ เป็อย่างนี้อยู่สี่ห้าครั้ง เขาเลยตัดสินใจได้จับมันล่ามโซ่ใส่ปลอกคอบังคับขู่เข็นอยู่เกือบสองสัปดาห์กว่ามันจะกลายเป็สัตว์เลี้ยงเชื่องๆ อย่างนี้
แต่ก็ไม่ถึงกับเชื่องเสียทีเดียว เพราะั้แ่วันนั้นจนถึงวันนี้มันยังไม่ยอมบอกชื่อของตนเลยสักครั้งเขาเลยตั้งชื่อใหม่ให้มันเสียเลย
“เคไนน์ เสร็จแล้ว”
“อืม”จิ้งจอกน้อยกระดิกหางมองจานที่วางตรงหน้าอย่างหิวโหย เสียงท้องร้องเบาๆนี่อาจจะทำให้ใครก็รู้สึกเอ็นดู แต่กับเทพินที่คุ้นเคยกันมานานกลับหัวเราะเยาะออกมา
“ไม่โตเลยจริงๆ”
“อย่ามาย้ำปมด้อยข้านะ” เคไนน์มุ่ยหน้าลง“มีพัสดุส่งมาถึงเ้าด้วย วางอยู่ในห้อง”
“มาส่งเมื่อไหร่ ส่งจากที่ไหน?”
“ตอนบ่าย... ส่งมาจากบ้านใหญ่”
“งั้นเหรอ” เด็กหนุ่มพยักหน้าแล้วนั่งขมวดคิ้วอย่างสงสัยมองหน้ากล่องที่จ่าหน้าถึงเขาและผู้ส่งเป็บ้านใหญ่พร้อมทั้งมีเขียนระบุไว้อีกต่างหากว่าเป็ 'ของขวัญวันเกิดล่วงหน้า'
ไม่เห็นบ้านใหญ่แจ้งว่าจะส่งขอมาให้? ตาแก่นั่นคิดอะไรอยู่กันแน่นะ
เทพินแขวะใส่บุคคลที่คาดว่าเป็ผู้ส่งพัสดุมาให้ในใจ ส่งของมาไม่บอกกล่าวกันเลยสักนิดคิดบ้างไหมว่าถ้าที่บ้านไม่มีเคไนน์อยู่จะทำอย่างไร แถมไม่ได้ลงผนึกกันขโมยอีกเกิดหล่นหายไปที่ไหนบ้างใครจะไปเก็บกลับมา
เทพินนั่งจ้องกล่องพัสดุนั้นเป็กล่องธรรมดาขนาดไม่ใหญ่มากน่าจะประมาณรังเบียร์ได้ของข้างในเป็ยังไงไม่รู้ แต่น้ำหนักของมันไม่ได้หนักอะไร ไม่น่าจะเกินครึ่งกิโลกรัมลองเขย่ากล่องตอนที่ถือแล้วก็ไม่มีเสียงกลิ้งใดๆ นอกจากเสียงกระทบกันเบาๆของวัตถุซึ่งน่าจะเป็โฟมกันกระแทก เทพินเดาว่าเป็ของบอบบางที่อาจจะแตกหักเสียหายได้พอลองแกะดู... สิ่งที่อยู่ในนั้นกลับเป็หีบใบเล็กเก่าแก่ขนาดเท่าฝามือซะอย่างนั้น
แล้วจะใส่กล่องใหญ่ๆ มาเพื่ออะไรฮะ?!
เทพินอยากจะกุมขมับจริงๆ ถ้าเป็ไปได้อย่างจะเตะโด่งคนห่อพัสดุมากกว่าไม่รู้จักเลือกสรรกล่องให้พอดีกับสิ่งของกันเลยหรือไง
หลังจากสรรเสริญคนห่อพัสดุในใจแล้วเทพินก็หันมาสนใจหีบใบเล็กเก่าแก่แทนหีบใบเล็กขนาดเท่าฝามือนี้ทำจากทองคำอย่างดี ประดับด้วยไพลินสลับกับซิทรินไปมารอบฝาหีบแปดชิ้นที่รอยต่อระหว่างฝาหีบและตัวหีบทั้งสามด้านมีกระดาษเปื่อยๆเขียนด้วยภาษาที่อ่านไม่ออกติดเอาไว้
สรุปนี่ของขวัญหรือกล่องคำสาปกันแน่ เก่าชะมัด
"เฮ้อ~ ส่งอะไรมาให้ล่ะเนี่ยไร้สาระซะจริง" เด็กหนุ่มตาสีม่วงบ่นออกมาหลังจากมองของสิ่งนั้นแล้ว "ไปทำความสะอาดบ้านดีกว่าเรา...กินเสร็จแล้วก็เก็บจานด้วยนะเคไนน์"
พูดจบก็ลุกขึ้นเดินไปห้องครัวเพื่อนหยิบไม้กวาดออกมาเตรียมทำความสะอาดอย่างที่ว่าไว้โดยไม่สนใจหีบเล็กๆ ใบนั้นอีก ส่วนจิ้งจอกอสูรกินเสร็จก็วิ่งเข้าห้องนอนเลย
เทพินทำความสะอาดบ้านในส่วนที่เป็ห้องนอนก่อน บ้านของเขาเป็บ้านชั้นเดียวขนาดไม่ใหญ่โตแต่ก็นับว่าบ่งบอกว่าพอมีฐานะอยู่บ้างมันมีหนึ่งห้องนอน หนึ่งห้องครัว ห้องสมุด หนึ่งห้องน้ำและหนึ่งห้องนั่งเล่นสัดส่วนขนาดเหมาะแบบอยู่สองคนตามแบบบ้านทั่วไป ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์สีเหลืองนวลและน้ำตาลเข้มเป็ส่วนใหญ่ยกเว้นในห้องนอนที่เป็สีขาว และเครื่องเรือนสีน้ำเงินตามความชอบส่วนตัว ของประดับตกแต่งในบ้านหลังนี้มีไม่มากนอกจากของใช้จำเป็ที่เหมาะสำหรับอยู่คนเดียวแล้ว อื่นๆ ก็ไม่มีเลยและไม่คิดจะซื้อมาเพิ่มด้วยถ้าไม่เห็นว่าจำเป็
หลังจากจัดการทำความสะอาดทั้งบ้านจนเรียบร้อยดีแล้วซึ่งใช้เวลานานพอสมควรเขาเตรียมตัวจะเดินออกจากห้องครัวที่ทำความสะอาดเป็ที่สุดท้ายเพื่อไปอาบน้ำ
กรุกกรักๆ
เสียงดังเบาๆ ราวกับวัตถุขยับนั้นทำให้เทพินหันมองที่มาของเสียงแต่ไม่เห็นมีอะไรขยับ เขาขมวดคิ้วแวบหนึ่งก่อนจะเดินต่อไปจนถึงหน้าประตู
กรุกกรักๆ
เสียงนั้นดังอีกครั้ง ทำให้เขาต้องชะงักอีกรอบแล้วหันกลับไปดูแต่ก็เหมือนเดิม ไม่มีอะไรขยับทั้งนั้น เด็กหนุ่มขมวดคิ้วหนักหรี่ตาลงอย่างจับผิด ครั้งนี้เขามั่นใจว่าไม่ได้หูฝาดแน่ๆแต่กลับไม่มีสิ่งใดขยับเลย แถมบ้านของเขาก็ไม่ได้ใหญ่กวาดตามองครั้งเดียวก็เห็นแทบจะทั้งบ้านแล้ว
จิ้งจอกแคระของเขาไม่ได้อยู่ในห้องครัวจะบอกว่าเสียงดังมาจากห้องอื่นก็ไม่ใช่ เพราะเสียงมันอยู่ใกล้ๆ เขานี่เอง เขาเปิดััให้มากขึ้นกว่าเดิมและจับต้องไปรอบๆอย่างจริงจัง
กรุกกรักๆ กรุกกรักๆ
คราวนี้เสียงดังชัดเจน เสียงนั้นเกิดจากหีบทองคำที่ขยับไปมาได้เองโดยไม่ต้องมีคนจับคิ้วของเด็กหนุ่มขมวดเข้าหากันแน่นขึ้น ใบหน้ามีความเคร่งเครียดอย่างฉับพลัน ดวงตาสีม่วงวาวโรจน์และคมกริบมองไปที่ของขวัญที่เพิ่งได้รับมา
เขาเดินเข้ามาใกล้กล่องอีกครั้งหยิบมันขึ้นมาสำรวจอย่างใจเย็น มันยังคงสั่นอยู่จนเขารู้สึกได้และสั่นแรงขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่าสงสัยว่ามีอะไรที่อาจจะอยู่ภายใน
แต่หีบที่ปิดผนึกด้วยอาคมอย่างนี้สิ่งที่อยู่ภายในคงไม่ใช่สิ่งมีชีวิตธรรมดาอย่างแน่นอนและถึงจะอยากรู้ว่าสิ่งที่อยู่ภายในคืออะไร เทพินก็ไม่คิดจะเสี่ยง
คติของเขาคือไม่คิดจะยุ่งเกี่ยวกับปัญหา
แลไอ้ของที่ดูแล้วจะเป็ปัญหาโคตรๆแบบนั้นเขาก็เก็บความอยากรู้กลับไปอย่างรวดเร็ว
แกร๊ก!
เสียงของอะไรบางอย่างถูกปลดที่แว่วเข้าหู นั่นทำให้เทพินชะงักแล้วหันไปมองยังทิศทางของเสียงที่ไม่ใช่หีบตรงหน้าดวงตาสีม่วงอ่อนหรี่ลงอีกครั้ง ดูเหมือนบ้านเขากำลังจะถูกบุกรุกจิ้งจอกอสูรที่มีััไวอยู่แล้วรีบกระโจนมาหาเขาในทันที
"มีคน... เข้ามา..." จิ้งจอกอสูรกระซิบบอกเทพินพยักหน้ารับรู้
เขาวางหีบทองคำลงกับโต๊ะอย่างใจเย็นยืดตัวขึ้นเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ใบหน้าที่เรียบเฉยไร้ความรู้สึกมาตลอดภายในบ้านเริ่มปรับเปลี่ยนอารมณ์
"หยุดอย่าขยับ!"ร่างสูงของคนในชุดคลุมดำสวมหมวกไอ้โม่งถือปืนสั้นสามคนปรากฏตัวขึ้นที่หน้าประตู เทพินคิ้วกระตุกทันทีที่เห็นพวกเขา
บ้านเขากำลังถูกโจรปล้นเหรอ?
"โอ้ ปืนล่ะ ของจริงใช่ไหม" จิ้งจอกอสูรเอ่ยดวงตาสีทองวาววับจับจ้องไปที่ปืนสีดำเงานั่นโดยไม่ได้เหลียวแลมนุษย์สามคนนี้เลยแม้แต่น้อย
"พวกคุณ... ้าอะไร?" เทพินเอ่ยถามออกไปมือทั้งสองข้างยกขึ้นสูงเพื่อเห็นอีกฝ่ายเห็นว่าเขายอมจำนวนแล้วแต่ดวงตายังจับจ้องไปที่กระบอกปืน ท่าทางยังใจเย็นอยู่ได้แม้จะถูกปืนส่องอยู่
"ของมีค่าทั้งหมดนั่นแหละ! เฮ้ยพวกเราขนไปให้หมด" โจรหมวกไอ้โม่งเบอร์หนึ่งตอบอย่างไม่ใส่ใจอีกสองคนที่เหลือพยักหน้ารับแล้วแยกย้ายกันไปรื้อค้นขนของมีค่าออกมาไม่ได้หันมาสนใจเด็กหนุ่มกับจิ้งจอกอสูรเลยสักนิด
ไม่สิ มันมองไม่เห็นจิ้งจอกอสูรต่างหากเคไนน์ใช้พลังพลางสายตามาั้แ่แรกแล้ว คนธรรมดาทั่วไปไม่อาจมองเห็นได้
"คิดมาปล้นที่นี่น่ะคิดผิดแล้วล่ะ บ้านผมเป็บ้านเล็กๆไม่ค่อยมีของมีค่า ปล้นไปก็ไม่ได้อะไรหรอก" เทพินพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งเบื่อหน่ายเขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าบ้านหลังนี้จะมีโจรมาปล้นบ้านหลังเล็กที่สุดในหมู่บ้านเลยนะ
"เฮอะ! ที่มาปล้นก็เพราะเห็นว่าเป็เด็กหรอกแถมอยู่คนเดียวด้วย ปล้นง่ายๆ ไม่เปลืองแรงแบบนี้เป็โจรที่ไหนก็อยากจะมาปล้นถึงจะมีของน้อยแต่ก็ดีกว่าไม่ได้นั่นแหละ"โจรหมวกไอ้โม่งเบอร์สองพูดพลางหัวเราะ "ที่สำคัญ...ปล้นก่อนได้เปรียบด้วย"
"ใช่เลย" โจรหมวกไอ้โม่งเบอร์สามพูดสำทับอย่างเห็นด้วย
"แบบนี้ก็ได้เรอะ?" เทพินถอนหายใจเฮือกอย่างเอือมๆกับเหล่าโจรสมัยนี้ ก็เข้าใจอยู่หรอกว่าเศรษฐกิจมันไม่ค่อยดีแต่การปล้นไม่เลือกแบบนี้ก็เป็ภัยได้เหมือนกัน...
"โจรบุกปล้นกันง่ายๆ อย่างนี้เชียว" จิ้งจอกอสูรพึมพำพร้อมกับโบกหางสีขาวฟูเบาๆมันไม่เคยเจอโจรปล้นมาก่อนนี่เป็ครั้งแรกที่ได้ััสถานการณ์แบบนี้ในสังคมมนุษย์ มันหันมาพูดกับเด็กหนุ่มใกล้ตัว"ให้ข้าจัดการให้เอาไหมเทนอย่างไรเสียมนุษย์ทั่วไปที่ไม่ได้รับพรไม่มีทางมองเห็นอสูรอย่างข้าได้อยู่แล้ว"
"หือ?" เทพินเงยหน้าขึ้นมองจิ้งจอกอสูรแล้วเลิกคิ้วประหลาดใจคิดไม่ถึงว่าจิ้งจอกอสูรที่อยู่แต่บ้านอย่างเกียจคร้านจะนึกอยากช่วยเหลือเขาขึ้นมา
"ทำหน้าแบบนั้นหมายความอย่างไรอยากจะหาเื่ข้าหรือ?" จิ้งจอกอสูรแยกเขี้ยวขู่ใส่ เทพินถอนหายใจออกมาเบาๆแล้วส่ายหน้า
"แค่มองหน้าก็ว่าหาเื่แล้วเหรอ"
"แกพูดกับใครวะไอ้หนู!"โจรหมายเลขหนึ่งพูดพร้อมพร้อมกับตั้งปืนจ่อไปที่ขมับของเทพินเตรียมยิงใส่ทันทีที่เด็กหนุ่มมีพิรุธเด็กหนุ่มหน้านิ่งสงบก่อนจะชี้นิ้วไปที่อสูรที่ยืนสี่เท้าอยู่ไม่ไกลแล้วถาม
"มองเห็นนี่ไหม?"
"เห็นอะไร?" โจรเบอร์หนึ่งมองแล้วเอียงคออย่างสงสัยตรงที่เด็กหนุ่มชี้ไปนั้นว่างเปล่าในสายตาของมัน เทพินมองโจรสลับกับจิ้งจอกอสูรก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆเขาไม่น่าถามเลย ก็น่าจะรู้อยู่แล้วแท้ๆ ว่าคนธรรมดาไม่มีทางมองเห็นอสูรได้
แต่ก็ดีเหมือนกัน... ไม่รู้จะได้ไม่กลัว
"ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่สิ่งลี้ลับเท่านั้นเอง" เทพินแสยะยิ้มทันทีที่พูดจบโจรหมวกไอ้โม่งรู้สึกสั่นสะท้านขึ้นมาทันที เมื่ออยู่ดีๆ เด็กหนุ่มที่เป็เหยื่อของมันพูดถึงสิ่งลี้ลับขึ้นมาในเวลานี้ซึ่งเป็เวลาที่พระอาทิตย์ตกดินไปตั้งนานแล้ว
"พูดอะไรน่ะ ผีเผอไม่มีจริงหรอก!!"โจรเบอร์หนึ่งขึ้นเสียงใส่ เทพินหัวเราะหึในลำคอก่อนจะส่ายหน้าไปมา
"ก็ยังไม่ได้บอกสักคำว่าเป็ผี" เขาหมายถึงอสูรต่างหากล่ะอสูรมีอำนาจมากกว่าผีอีกและมีหลายเผ่าพันธุ์ที่คนธรรมดามองไม่เห็น
"เฮ้ย บ้านนี้ของน้อยจริงๆ ว่ะแบบนี้จะขายได้เท่าไหร่กันเนี่ย" โจรเบอร์สองบ่นออกมาเสียงดังขณะมองหาของมีค่าในบ้านเพิ่มเติมเสียงของโจรคนนี้เรียกความสนใจของเด็กหนุ่มให้หันกลับไปมองอีกครั้ง
"เอาน่า ขายได้ดีกว่าไม่มีขายแล้วกัน"
"นั่นสิ" โจรเบอร์หนึ่งพยักหน้าเห็นด้วยก่อนจะหันกลับมาสนใจเด็กหนุ่ม "ต่อไปก็เก็บผู้เห็นเหตุการณ์ซะ"
"จะฆ่าชิงทรัพย์หรือไง" เทพินเบ้ปากนิดๆ
"แน่อยู่แล้วสิวะจะปล่อยแกให้แกไปแจ้งพวกตำรวจรึไง" สามโจรหัวเราะก่อนจะเดินเข้ามาใกล้เด็กหนุ่มเทพินถอยหลังเล็กน้อยเพื่อตั้งหลัก ดวงตาสีม่วงมองคนที่คิดจะมาทำร้ายเขาสองมือกำหมัดแน่นเตรียมลงมือแต่พวกโจรนั้นเดินเข้ามาใกล้เขาเพียงสามก้าวก็ต้องชะงัก
"หีบนี่... ทำจากทองคำนี่นา" สายตาของพวกโจรทั้งหมดย้ายไปมองหีบทองคำใบเล็กที่ยังคงวางนิ่งอยู่บนโต๊ะจิ้งจอกอสูรที่ยืนเฉยมานานหันขวับไปมองตามทันที
"โอ้โห ทำจากทองคำทั้งอันเลยนะเนี่ย"
"ทองแท้รึเปล่าวะ"
"แท้ว่ะ แถมเพชรพลอยที่ฝังอยู่ก็เจียระไนอย่างดีของราคางามเลยนะเนี่ย" โจรเบอร์หนึ่งที่จับหีบขึ้นมาสำรวจตอบกลับด้วยสีหน้าตื่นๆก่อนจะหันมามองหน้าเด็กหนุ่มที่กำลังหน้าซีด เขาพูดด้วยน้ำเสียงสั่นพลางยืนมือออกไปห้าม
"อย่า..."
"ห้ามไม่ได้หรอกไอ้หนู พวกเราจะเอาโว้ย ฮ่าๆ"พูดจบโจรเบอร์สองก็เก็บหีบนั้นใส่ลงในถุงของมัน เทพินหันไปทางโจรแล้วส่ายหน้า ดวงตาสีม่วงอ่อนไม่ได้จับจ้องไปที่พวกโจรแต่สายตาของเขากำลังมองจิ้งจอกอสูรที่กำลังยืนแยกเขี้ยวอยู่เบื้องหน้าพวกมัน
ห้ามไม่ทันแล้ว!
"กล้าดียังไงมาแตะต้องหีบนั่น เ้าโจรชั้นต่ำ!!"จิ้งจอกอสูรพูดเพียงเท่านั้นแล้วตวัดอุ้มเท้าเล็กๆ ในมือตบหน้าอีกฝ่ายแต่กลับเกิดเสียงดังเพี๊ยะ!
"โอ๊ย!"โจรที่ถูกตบหน้าร้องเสียงหลงแล้วยกมือขึ้นกุมแก้มที่ถูกตบ "อะไรวะ" มันทำหน้าเอ๋อๆมองซ้ายมองขวาเพื่อหาตัวคนทำร้ายมัน
"เป็อะไรไปวะ อยู่ๆ ก็ร้องออกมา"เพื่อนโจรถามอย่างแปลกใจ
"รู้สึกเหมือนมีคนมาตบหน้าเลย"
"คิดไปเองรึเปล่า" เพื่อนโจรเบอร์สามพูดแล้วตบบ่าและไม่นานเ้าคนตบบ่าก็โดนตบตามเพื่อนไปติดๆ
เพี๊ยะ!
"โอ๊ย! อะไรวะ!!" อีกคนที่อยู่ดีๆ ก็ถูกตบหันมองซ้ายมองขวามองหน้าตัวคนร้ายอาการเดียวกับคนก่อนหน้านี้เป๊ะๆ จิ้งจอกอสูรกระตุกยิ้มแล้วทำท่าจะตบอีกรอบ เทพินเห็นเลยรีบร้องห้าม
"หยุดนะเค..."
เพี๊ยะ! ปึก!!
หีบทองคำหลุดจากมือของโจรลงกระแทกพื้นกระดาษเก่าที่ปิดหีบไว้ก็ขาดวินพลอยที่อยู่บนฝากล่องทั้งแปดชิ้นกลายเป็พลอยขาวใส่ไร้ประกายฝากล่องเปิดออกพร้อมกับอะไรบางอย่างภายในกระโจนออกมาอย่างรวดเร็วและไม่มีใครที่มองทันนอกจากเทพินที่เบิกตากว้างขึ้นก่อนอะไรบางอย่างนั้นจะทะยานออกจากบ้านไปแล้วทุกอย่างจะเข้าสู่สภาวะปกติ
โจรที่มองไม่เห็นสิ่งที่เกิดขึ้นและไม่ได้สนใจกล่องอีกต่อไปมันหันไปมองหน้าเทพินหลังจากมีเสียงร้องเตือนของเขา สายตาของโจรทั้งหมดก็ย้ายมาที่เทพินทันทีเด็กหนุ่มตาสีม่วงยิ้มแห้งๆ แล้วปรายตามองต้นเหตุที่ทำหน้าบึ้งเหมือนกำลังจะฆ่าคน
"แกเองสินะที่บังอาจตบหน้าฉัน!!"โจรชี้หน้าเทพิน
"เปล่า ไม่ใช่ผม" เด็กหนุ่มส่ายหน้าไปมา
"หน็อยแน่ ในเมื่อกล้าทำร้ายพวกเราอย่างนี้ก็ปล่อยให้มีชีวิตต่อไปไม่ได้! ต้องฆ่า!!"
"ใช่ๆ ตบหน้าไปสามครั้งต้องสับเป็สามชิ้น ฆ่า! ฆ่า!" โจรหมวกไอ้โม่งถือมีดเดินเข้ามาหาเด็กหนุ่มมากขึ้น เทพินยังคงพยายามปรามแต่ไม่เป็ผลเลยสักนิด
"นี่ฟังกันก่อน..."
"ฆ่า! ฆ่า!ฆ่า!"
"ฟังก่อนสิฟะ! แค่ตบหน้าถึงกับต้องฆ่ากันเลยเรอะ! ประสาทกลับกันหรือไง!!" เทพินโวยวายอย่างเหลืออด
"ฆ่า! ฆ่า!ฆ่า!"
พอกันที!
"ในเมื่อไม่ฟัง จะหาว่าฉันโหดไม่ได้แล้วนะ!!"เด็กหนุ่มพูดเสียงดังทำให้พวกโจรที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ชะงัก รวมไปถึงจิ้งจอกอสูรที่หันมาเลิกคิ้วมองเขาด้วยพอเห็นใบหน้าเรียบเฉยมีเส้นเืปูดที่ขมับจิ้งจอกสีขาวนวลก็เปลี่ยนเป็ขาวซีดในทันที
เทพินพุ่งเข้าประชิดตัวโจรที่อยู่ใกล้ที่สุด เขาใช้มือปัดมีดของอีกฝ่ายออกจากนั้นก็หมุนตัวตีศอกเข้ากลางลำตัวส่งให้โจรคนแรกลงไปซบพื้นอย่างรวดเร็ว เทพินตวัดดวงตาสีม่วงคู่โตหันไปมองโจรข้างตัวอีกสองคนขาเรียวเล็กแต่แข็งแรงเตะตัดขาคนหนึ่งในล้มลงแล้วเหยียบซ้ำไม่ปล่อยให้ลุกขึ้นมาได้อีกก่อนจะหันไปเตะผ่าหมากให้โจรคนสุดท้าย
ผัวะ!
"อ่อก!" ทีเดียวจุกหน้าเขียวแล้วล้มตึงลงไปเลย
จิ้งจอกอสูรสะดุ้งโหยงแล้วยกพักขึ้นปิดปากด้วยสีหน้าสยองเล็กน้อยดูท่าเขาจะไปกระตุ้นต่อมโกรธให้กับเด็กหนุ่มเข้าเสียแล้วแต่เขาก็จำเป็ต้องปกป้องหีบนั่นเหมือนกัน เพราะงั้นต่อให้ถูกซ้อมเขาก็รับได้
"ชิ! เพราะโจรพวกนี้แท้ๆทำให้ฉันต้องลงมือจนได้" เทพินยกมือขึ้นเสยผมแล้วถอนหายใจการอัดโจรให้สลบไม่ได้ยากเกินรับมือ"ต้องเก็บกวาดเ้าพวกนี้ก่อนสินะ จากนั้น..."
เทพินหันไปจ้องหน้าจิ้งจอกอสูรเหมือนเขาเป็เหยื่อรายต่อไปแล้วยิ้มแสยะได้อย่างน่ากลัว เคไนน์รู้สึกเหมือนขนทั้งร่างลุกชันมันจ้องหน้าเทพินเขม็งเช่นกัน ท่าทางระมัดระวังยิ่ง
ถ้าเทพินพุ่งเข้ามา... มันจะหนีจริงๆ ด้วยนะ
"เคไนน์..."
"วะ... ว่าไง?"
"นายใช้ภาพมายากับพวกนั้นด้วยสินะมันถึงได้สติแตกแบบนั้น"
"ข้าเปล่า" จิ้งจอกอสูรส่ายหน้าอย่างขึงขัง"ต่อให้ข้าทำแต่เป้าหมายของเวทมายาก็ไม่ควรจะตกที่เ้า แต่ควรจะเป็พวกมันฆ่ากันเอง"
"งั้นแล้วทำไม..." อย่าบอกนะว่าเขาซวยเอง
"คงจะเป็เพราะหีบนี้กระมัง"
"นายรู้จักเ้าหีบนี่ด้วยเหรอ"เทพินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองจิ้งจอกแคระที่ดูแล้วอายุมันคงไม่เกินสองร้อยปีนี้อย่างไม่เชื่อถือ
"ข้ารู้จักสิ... ก็มัน..."เคไนน์ท่าทางอึกอักลังเลใจ เขาอยากจะพูดแต่ก็เหมือนจะยังเรียบเรียงคำพูดไม่ได้
"นายไปตั้งสติก่อนไปเดี๋ยวฉันจัดการเ้าพวกนี้เรียบร้อยแล้วค่อยมาคุยกับนายอีกทีก็แล้วกัน" เทพินพูดพลางถอนหายใจเขาละสายตาจากเคไนน์หันไปมองหาเชือกมามัดโจรที่บังอาจปล้นบ้านหนุ่มน้อยผู้อ่อนแอบอบบางอย่างเขาเมื่อมัดเสร็จเขาก็จับโจรไปไว้หน้าบ้านแล้วโทรแจ้งตำรวจ
จิ้งจอกอสูรที่หลบมุมเงียบๆ ไม่พูดจาจับจ้องไปที่เด็กหนุ่มที่ยืนคุยอยู่กับตำรวจที่เพิ่งมาถึงเขาพูดคุยได้อย่างฉะฉานและคล่องแคล่ว รอยยิ้มน้อยๆ ที่ดูตื่นกลัวนิดๆขณะเล่าเื่ โกหกได้อย่างลื่นไหลและสมจริงจนน่ากลัว
เป็คนที่มีทักษะความตอแหลสูงจนน่าใ
"จริงๆ นะครับคุณตำรวจ ตอนที่ผมกำลังใกลัวอยู่น่ะมีผู้ชายตัวสูงๆตาสีทองๆ มาจัดการพวกโจรแล้วก็ไปเลย ผมเลยจับโจรมัดเอาไว้แล้วโทรเรียกคุณตำรวจมา..."เทพินปั้นเื่สดๆ ให้ตำรวจฟัง โดยยืมรูปลักษณ์ของจิ้งจอกอสูรมานิดหน่อยบวกกับจินตนาการทำแบบนั้นแล้วเื่ก็ดูจะสมจริงขึ้นอีกนิด
"นอกจากตาสีทองแล้วยังมีอะไรเด่นๆ อีกไหม?"ตำรวจถาม
"ก็เอ่อ..." เทพินทำท่าครุ่นคิดก่อนตอบ"ใส่หมวกสีขาวครับใส่ผ้าปิดปากด้วย เห็นหน้าไม่ค่อยชัดเท่าไหร่เลย"
"โอเค เข้าใจแล้ว ถ้ายังไงช่วยไปลงบันทึกที่ สน.ด้วยนะครับ" นายตำรวจจดบันทึกบางอย่างแล้วพยักหน้า เทพินยิ้มแห้งๆแล้วพยักหน้ารับอย่างง่าย
"ได้ครับ" เทพินเหลือบมองจิ้งจอกอสูรเล็กน้อยแล้วพึมพำ"เฝ้าบ้านนะเคไนน์"
"อะไรนะครับ?"
"เปล่าครับคุณตำรวจ แค่ต้องปิดบ้านเท่านั้นเองล่ะครับ"