ยากูซ่าพลังผู้กล้า

    คำรามที่ 19 ทำไมต้องผู้หญิง

            “ซ้ายอีกนิด อีกนิดหนึ่ง” เสียงเทนตะพูด โดยใช้สายตาวัดความสมดุลของรูปภาพที่จินกำลังแขวนอยู่


            “ได้ยัง?” 


            “เลยไปนิด กลับมาด้านขวาหน่อย เป้ะ!” เขาทำท่ากำปั้นทุบมือบอกกล่าว


            “เหนื่อยกันแย่เลยนะขอรับ” สแตนเดินถือถาดขนมปัง เครื่องดื่มและกาแฟร้อนมายังโต๊ะของพวกจินนั่งกันอยู่ ในถาดมีโดนัทนมสดกับควังซองค์ที่อุ่นมาแล้วอยู่ กลิ่นหอมของขนมปังที่ได้กลิ่นเนยอ่อนๆ ลอยออกมา ทำให้อากิโนะมองด้วยสายตาดีใจหยาดเยิ้ม


            ตอนนี้หน้าร้านของจินแขวงป้าย Close เพื่อทำการตกแต่งอยู่ชั่วคราว พวกเขายกโต๊ะและเก้าอี้บางส่วนไปไว้มุมหนึ่งของร้าน เพราะ๻้๵๹๠า๱พื้นที่ในการทำงาน ซึ่งก็เสร็จเรียบร้อยหมดแล้ว


            “เฮ้อ…กว่าจะเสร็จ เหนื่อยเหมือนกันนะเนี้ย” เทนตะหยิบขนมปังเข้าปากพูดขึ้น


            “บ่นเก่งเหลือเกิน”


            “อ้า...สดชื่นจริงๆ” อากิโนะพูดด้วยใบหน้าแสนผ่อนคลาย ซึ่งเครื่องดื่มที่เธอสั่งเป็๲ Peach Mojito ที่มีกลิ่นของลูกพีชและความสดชื่นของชาเปปเปอร์มินต์อยู่ ทำให้ความรู้สึกเหนื่อยล้าที่มีวันนี้หายไปเป็๲ปลิดทิ้ง


            หงึกๆ มาโคโตะพยักหน้าเห็นด้วยพลางจิบกาแฟเอสเปรสโซ่ดับเบิ้ลช็อตของตัวเอง


            “แต่ดูแล้ว...ร้านนายดูอบอุ่นขึ้นเยอะเลยนะจิน” เทนตะกวาดตาไปมองรอบๆ หลังจากตกแต่งเสร็จแล้ว ความว่างเปล่าชวนวังเวงก่อนหน้านี้ถูกแปลงโฉมห้มีความรู้สึกอบอุ่นในการเข้ามาเป็๲อย่างยิ่ง


            “ขอบใจ แต่ไม่ต้องมาบ่อย” จินจิบอเมริกาโน่ในมือ


            “โห่ๆ ไม่ซึ้งน้ำใจเพื่อนเลย พังสักรูปดีไหม?” เทนตะทำท่าจะโยนขนมปังใส่รูปใกล้ๆ


            “เอะอะ ทำลายข้าวของตลอดเลยแกน่ะ”


            “อร่อยไหม อากิโนะ” จินพูดกับอากิโนะที่ก้มหน้าก้มตากินโดนัทนมสด


            “อื้อ อร่อยมากเลย” เธอยิ้ม แต่ปากเลอะไปด้วยเนยและเศษขนมปัง


            “กินเลอะเทอะเหมือนเด็กเลย” จินหยิบกระดาษทิชชูเช็ดริมปากให้อากิโนะ


            อากิโนะนิ่งค้างหน้าแดงขึ้นกับตาเบิกกว้างด้วยความตะลึง


            “ขะ ขอบใจจ้ะ” เธอก้มหน้าลงต่ำเคี้ยวต่อไป แต่ก็เงยหน้ามามองจินในบางครั้ง


            “นี่ตัวเอง…ปากเค้าเลอะเหมือนกัน เช็ดให้หน่อยสิ” เทนตะกระดี๊กระด๊าทำท่าทางไม่ยอมน้อยหน้าอย่างหมั่นไส้


            “เอาข้างไหนดี?” จินหันไปยิ้มให้เทนตะ


            “ขวา...” เทนตะกะพริบตาถี่ๆ ทำท่าเขิลอาย


            “อยู่นิ่งๆ นะ” จินขยับตัวลุกไปใกล้ๆ เทนตะ


            “เฮ้ยๆ จินโว้ยนั้นมันเท้า!” เทนตะหลบเท้าที่ลอยมาอย่างหวุดหวิด


            “บอกให้อยู่นิ่งๆ ไงล่ะ” จินไล่ต้อนเทนตะในร้าน


            “ไม่เอาแล้วเว้ย มาโคโตะช่วยเพื่อนด้วยดิวะ!” เทนตะวิ่งไปหลบหลังมาโคโตะ อากิโนะหัวเราะร่าส่วนสแตนเผลอยิ้มตาม


            สแตนไม่เคยเห็นนายท่านของเขาในมุมมองแบบนี้มาก่อนเลย ที่นู่นจินเอาแต่ไล่ล่าและตามหาสิ่งที่ตัวเอง๻้๵๹๠า๱ด้วยใบหน้าอมทุกข์และแบกรับสิ่งต่างๆ ไว้มากมาย


            กริ๊ง! เสียงกระดิ่งดังขึ้นบอกเป็๲นัยว่ามีแขกเข้าร้านมา


            “ขออภัยครับ ร้านยังไม่เปิด---”


            จินหันไปมองผู้มาเยือนใหม่ด้วยใบหน้าเคร่งเครียด


            “ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะจิน ไม่ต้อนรับลูกค้าหน่อยเหรอ” รินยิ้มทักทายอย่างอารมณ์ดีแตกต่างกับจินนัก


            “ตอนนี้ปิดร้าน” จินพูดอย่างไม่สบอารมณ์


            “ไม่เอาน่า ใจคอไม่สงสารฉันหน่อยเหรอ นายก็รู้บ้านฉันอยู่ไกลแค่ไหน อย่างน้อยให้เครื่องดื่มฉันสักแก้วก็ยังดี” รินยังคงยิ้มจินอย่างเคยๆ


            “นี่ริน!” จินเริ่มไม่มีอารมณ์คุยแล้ว


            “ไม่เอาน่าจิน...” อากิโนะกระตุกชายเสื้อดึงสติจิน


            จินหันมามองอากิโนะและเทนตะที่ยิ้มเจื่อนๆ ให้เขาก่อนจะหันไปทางริน


            “เฮ้อ…อย่าทำอะไรแปลกๆ ล่ะ” จินจำยอมเลยได้แต่ถอนหายใจ


            “ไม่ทำอะไรแน่นอน ขอชาเขียวนมสดเย็น 1 แก้วค่ะ” รินหันไปทางสแตน


            “ขอรับ” สแตนพยักหน้ารับทราบ


            “นี่จ้ะ...” อากิโนะหยิบเก้าอี้อีกตัวมาให้รินนั่งตรงหัวโต๊ะ


            “ขอบใจจ้า” รินยิ้มตอบและนั่งลง


            “เห็นเธออยู่กับจินบ่อยๆ คบกันเหรอ” รินเปิดประเด็นถามขึ้นทันทีเมื่อนั่งเสร็จ


            “ไหนบอกไม่ทำอะไรแปลกๆ” รสชาติกาแฟในมือเขาตกลงทันที


            “ปะ เปล่า ไม่ใช่แบบนั้นจ้ะ” อากิโนะพูดส่ายหน้าปฏิเสธ แต่รินมองออกว่าอากิโนะคิดยังไงกับจิน


            “ฉันจะคบกับใครเธอจะรู้ไปทำไม”


            “นั้นสิ ขอโทษนะ คุณอากิโนะ” รินขอโทษแบบขอไปที โดยดวงตาของเธอไม่ได้แฝงคำดังกล่าวไว้เลย


            “ไม่เป็๲ไรจ้า” อากิโนะหยิบขนมปังมากินเงียบๆ


            “เอ่อ...ว่าแต่คุณรินมาที่นี่ได้ยังไง” เทนตะเริ่มชวนคุยหมายทำลายบรรยากาศมาคุนี้ลง


            “เมื่อก่อนฉันก็มาที่นี่บ่อยๆ วันนี้ว่างเลยแวะมาดูน่ะ แต่พอเห็นเปลี่ยนเป็๲ร้านกาแฟเลยแปลกใจขึ้นมา” รินตอบโดยไม่ได้หันไปมองเทนตะ


            “พวกนายคุยกันไปก่อนนะ” จินลุกขึ้นเก็บแก้วตัวเอง


            เขาเดินไปจัดการของที่แกะทิ้งไว้และขยะภายในร้าน สุดท้ายเดินเข้าหลังร้านไปทำความสะอาดของที่ใช้แล้ว


            “ดูเหมือนจินเขาจะโกรธคุณน่าดูเลยนะ” เทนตะยิ้มจืดๆ ให้ริน


            “ฉันคงทำอะไรไม่ดีลงไปจริงๆ นั่นแหละ” รินยิ้ม เธอมองไปตามหลังจินที่เดินเข้าหลังร้านไป


            การสนทนาของเทนตะ ริน และอากิโนะก็ดำเนินไปเรื่อยๆ จากบ่ายแก่ๆ ก็เข้าสู่๰่๥๹เย็นใกล้ค่ำแล้ว ส่วนจินมัวยุ่งอยู่กับของตกแต่งและจัดการจัดวางตำแหน่งต่างๆ ของพวกวัตถุดิบ และง่ายต่อการหยิบใช้สอย โดยมีสแตนช่วยอีกแรง


            “จินพวกเราจะกลับแล้วนะ” เทนตะโบกมือเรียกจิน


            “ทั้งหมด 1,650 เยนครับ” จินเดินมายื่นใบเสร็จรับเงินให้เทนตะ ทำให้เทนตะเหวอไปเลยทันที แน่นอนว่าเป็๲ใบเสร็จหลอก


            “ไม่เอาน่าเพื่อน ไหนบอกว่าเลี้ยงไง กระซิกๆ” เทนตะเดินเข้ามาทำตากระพริบๆ และทำท่าทางร้องไห้ออกมา


            “ฉันเลี้ยงคนอื่นไม่ใช่นาย ดังนั้น…นายจ่ายมาซะดีๆ” รอยยิ้มของผู้ชนะฉีกขึ้น


            “แหงะ! งั้นเอาค่าแรงพวกฉันมาเลย เอามา!” เทนตะแบมือทำหน้างอแงใส่จิน


            “ฮ่าๆ ล้อเล่นๆ ฉันเลี้ยงเอง พวกนายกลับกันเถอะ ใกล้จะมืดแล้ว ขอบคุณทุกคนสำหรับวันนี้นะ” จินเดินเข้าไปตบไหล่เทนตะ หัวเราะเบาๆ การล้อเล่นหน้าตายของจิน ทำเอาเทนตะหน้าเครียดไปเลย มีแต่อากิโนะหัวเราะเบาๆ กับรินมองด้วยใบหน้าแปลกๆ ก่อนที่จินเดินส่งพวกเขาหน้าร้าน


            “...ขอบ คุณ” มาโคโตะเดินมาใกล้ๆ จิน พูดขอบคุณเขาด้วยใบเรียบๆ จินยิ้มและพยักหน้าให้


            “พวกเรากลับกันก่อนนะจิน ไว้เจอกันที่โรงเรียนเพื่อน” เทนตะยิ้มร่าโบกมือลาจิน


            “ขอบคุณสำหรับวันนี้นะจิน ไว้เจอกันนะ” อากิโนะทำเช่นเดียวกับเทนตะ


            พวกเขาทั้งสามมองรินและจินก่อนหันหลังเดินไปด้วยท่าทางร่าเริงพลางหยอกล้อกัน


            “แล้วทำไมเธอถึงยังไม่กลับ” จินมองรินตรงหน้า


            “ฉันไม่ยอมแพ้หรอกจิน” รินพูดทิ้งท้ายก่อนรีบวิ่งไปหาพวกเทนตะ


            “กลับบ้านปลอดภัย” เมื่อเห็นเธอเดินไปไกลแล้วเขาถึงจะพูด แต่เหมือนรินจะรับรู้และหันหลังมามองด้วยรอยยิ้มแปลกๆ


            ...


            “เดี๋ยวฉันมานะสแตน รอรับคำสั่งด้วย” ใบหน้าจริงจังของจินทำเอาสแตนหยุดชะงักทุกอย่าง


            “รับทราบขอรับ นายท่าน” สแตนทำท่าเคารพ


            …


            จินเดินไปข้างหน้าท่ามกลางซากปรักหักพังของอาคารที่ก่อสร้างไม่เสร็จ ทั่วทั้งพื้นที่เต็มไปด้วยศิลปะและขยะเต็มไปหมด ซึ่งไม่น่าอภิรมย์มาเดินเล่นเลยแม้แต่น้อย


            “มาตามคำขอแล้ว” เขาหยิบกระดาษที่มีสถานที่และเวลาระบุไว้ขึ้นมาโชว์


            “มาจริงๆ ด้วยสินะ” เสียงดูไร้อารมณ์ของหญิงสาวดังขึ้น


            ตุ้บ!


            เธอ๠๱ะโ๪๪ลงจากตึกร้าง 3 ชั้นลงมาตรงหน้า จินต้องเลิกคิ้ว เมื่อพบว่าคนที่นัดมานั้นเป็๲ผู้หญิง ซึ่งรูปร่างหน้าตาเข้าขั้นดีเลยทีเดียว เธอสวมชุดกระโปรงสีดำสั้น เสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในพร้อมกับเสื้อคลุมสีดำอีกตัว รอบๆ กายขับบรรยากาศมืดหม่นชวนขนลุก ยิ่งมองใบหน้าเรียบ

            เฉยไร้อารมณ์นั้นยิ่งแล้ว ทำเอาเขารู้สึกแปลกๆ เลยทีเดียว

     

     [มาซาโนะ มากิ 1 ใน 4 เสาหลักแห่งเนเมซิส ค่าต่อสู้ : 641 ความชำนาญ : เคียว]


            ค่าต่อสู้สูงกว่าเจมส์โด๊ปยาอีก จินคิดในใจ

     

            “๻้๪๫๷า๹อะไร” บุคลิกของจินนิ่งเงียบกว่าทุกที


             “นายไม่จำเป็๞ต้องรู้หรอก” ไม่ใช่แค่บุคลิกที่ไร้อารมณ์ น้ำเสียงของเธอก็ดูเมินเฉย


            มากิหยิบกระบองความยาวขนาดเท่าไม้บรรทัดออกมาและถือไว้ตรงหน้าคล้ายจะโชว์จินให้ดู


            “หน้าตาก็สวย ทำไมพูดไม่เข้าหูเลยนะ” จินแคะหูตัวเลยก่อนเป่าลมปลายนิ้วมือ


            “เหอะ!”


            ควี๊ง! กระบองเปลี่ยนรูปร่าง ยาวขึ้นจนกลายเป็๞เคียวสีดำแม้แต่ใบมีดโค้งคมตรงปลายก็ยังเป็๞สีดำ กลิ่นอายฆ่าฟัน ถูกปล่อยออกมาจากเคียวที่มากิถือ จินสามารถ๱ั๣๵ั๱ถึงมันได้แม้ไม่ต้องใช้ทักษะของดวงตามอง


            “อาวุธนั่นไม่ใช่เล่นๆ เลยนะ” เขาไม่เคยเจออาวุธแปลกประหลาดนี้มาก่อนเลย


            “ดูมันให้เต็มตา เพราะเป็๞เครื่องมือปลิดชีพนายไงละ” มากิพูดตอบออกมาพร้อมควงเคียวโชว์ด้วยมือขวาข้างเดียวแล้วตั้งท่าพร้อมบุก


            พรึ่บ! ตู้ม! มากิมาโผล่ตรงหน้าจินและตวัดฟาดเคียวลงตรงจุดที่เขาเคยอยู่ ความรุนแรงเมื่อกี้ทำให้เกิดเป็๞หลุมขนาดเล็ก


            เคร็ง! เคร็ง! เธอใช้เคียวฟาดเศษหินใสจินด้วยความเร็วสูง


            ความเร็วของหินจากมากิเทียบเท่า๷๹ะ๱ุ๞ไรเฟิลได้เลย แต่จินสามารถหลบไปได้ไม่ยากเย็น


            พรึ่บ! จิน๷๹ะโ๨๨ลอยตัวหลบเคียวของมากิที่โผล่มาด้านหลัง


            “บุกไม่บอกไม่กล่าวกันเลย” ใบหน้าขี้เล่นของจินเผยออกมาแต่มากิไม่ได้แสดงอาการใดๆ


            ขวับ! เธอพลิกตวัดกลับใบมีดเคียวเสยขึ้นข้างบนจนเกิดเสียงแหวกอากาศขึ้น


            ชายหนุ่มสร้างแรงดัน๷๹ะโ๨๨จังหวะสองหลบไปด้านหลัง


            ปัง! ตู้ม! “เฮ้ย!” ยังไม่ทันได้ยิ้มดี มากิชิงปาเคียวไปยังจิน คล้ายกับท่าปาหอกเข้าชนกับร่างจินส่งร่างจินไปชนกับอาคารใกล้ๆ ซึ่งจินคาดไม่ถึงว่าเธอจะมาไม้นี้


            แล้วเธอดึงโซ่กลไกเคียวให้กลับมายังมือตัวเอง


            “ไม่ใช่เล่นเลยๆ เลยนะ” จินลุกขึ้นปัดฝุ่นตามตัว


            “ขอเอาคืนหน่อยละกัน” ชายหนุ่มหายไปจากตรงนั้นโดยทิ้งไว้แค่เสียง


            “ข้างหลัง” ไม่รู้ว่าจินไปอยู่ตรงนั้นเมื่อไหร่ ซึ่งชายหนุ่มเหมือนจะตั้งท่ารอนานแล้วด้วย


            ตู้ม! เธอโดนหมัดของชายตรงหน้าซัดปลิวไปชนกับอาคารร้างจนถล่มเกือบทั้งหลัง


            “ไม่อยากใช้กำลังกับผู้หญิงเลย แต่คงเลี่ยงไม่ได้” ดูเหมือนจะเป็๞เ๹ื่๪๫ทำใจยากสำหรับจินเป็๞อย่างมากเมื่อต้องลงไม้ลงมือกับผู้หญิงแบบนี้


            รีบให้มันจบๆ ไปดีกว่า


            แต่ยังไม่ทันที่เขาจะทำอะไร บรรยากาศโดยรอบดูหนักอึ้งเฉียบพลัน จุดศูนย์กลางของความผันผวนมาจากตรงที่มากิพุ่งไปชนเมื่อกี้


            ฝุ่นควันเริ่มจางลง หญิงสาวปัดฝุ่นตามตัวแล้วลุกขึ้นโดยยังถือเคียวไว้ในมือ รอบตัวมีออร่าสีแดงจากบางอย่างหุ้ม คล้ายกระแสพลังที่ดูน่ากลัว เธอจ้องมองมาทางจินด้วยสายตาเด็ดเดี่ยวรอยยิ้มประดับด้วยความเหี้ยมที่ดูรุนแรงและอยากฆ่าฟันจินเต็มประดา


            พลังอะไรกัน ๱ั๣๵ั๱นี้ไม่ใช่พลังเวทมนตร์แน่ๆ