ตอนที่ 3 (4)
“เมื่อวานซืนพี่เจอลูกชายของพี่ ทันทีที่เขาลงมาก็พูดว่า้าตามหาภรรยาของตัวเอง และรีบะโลงไปในบ่อน้ำกำเนิดใหม่อย่างรวดเร็ว แถมยังไม่พูดอะไรกับพ่อของตัวเองเลยด้วยซ้ำ เขานี่ช่างอกตัญญูจริงๆ” หลังจากนั้นพี่ไฉก็ตบบ่าของหร่วนจือหวนพลางเอ่ย “ครั้งนี้ความปรารถนาของพี่ได้เป็จริงแล้ว จึงยื่นเื่ไปเกิดใหม่ตามหลังไอ้เ้าลูกหน้าเหม็นนั่น เสียวหร่วนจือ อีกหน่อยหากพี่ไม่อยู่แล้ว นายก็ดูแลตัวเองให้ดีล่ะ”
หร่วนจือหวนไม่พลาดให้รอยยิ้มขมขื่นของพี่ไฉหลุดรอดสายตาไปได้ เขาพูดว่า “พี่ไฉ อันที่จริงแล้วพี่ไม่อยากจะไปเกิดใหม่ใช่ไหมครับ”
“การเกิดใหม่เป็เื่ที่จำเป็ ไม่เกี่ยวกับว่าอยากหรือไม่อยาก” พี่ไฉส่ายหน้า เขาเอ่ยเหตุผลที่แท้จริงด้วยอาการหดหู่ “ได้ยินมาว่าน้ำแกงยายเมิ่งรสชาติแย่เสียยิ่งกว่าชาสมุนไพรยี่สิบสี่รสชาติเสียอีก พอคิดเื่นี้พี่ก็อารมณ์ดีต่อไปไม่ไหวจริงๆ”
“...” หร่วนจือหวนเงียบไปครู่หนึ่ง เขาไม่กล้ายอมรับจริงๆ ว่างานของเขานคือการต้มน้ำแกง
“ช่างเถอะ อย่าไปพูดถึงเื่ที่ทำให้วุ่นวายใจเลย”
เมื่อพี่ไฉเห็นว่าสีหน้าของหร่วนจือหวนดูย่ำแย่ตามไปด้วย และคิดว่าเขาก็คงเคยได้ยินข่าวลือเื่น้ำแกงยายเมิ่งมาก่อน ดังนั้นจึงเอ่ยปลอบเขาว่า “พี่จะเล่าให้นายฟัง ชาติหน้าพี่จะได้ไปเกิดเป็สุนัขตำรวจในประเทศเยอรมัน พี่อาจจะต้องไปดมะเิด้วย มันเจ๋งไปเลยใช่ไหมล่ะ”
ผีทั้งสองตัวคุยกันครู่หนึ่งก่อนจะแยกทางกัน เมื่อหร่วนจือหวนกลับมาถึงบ้านแล้วก็อยากนอนอยู่ตลอด ทว่าพอมานอนอยู่บนเตียง กลับอดคิดถึงเื่ที่ฉินเฟิงอยากกินซุปครีมหอยลายขึ้นมาไม่ได้
เขาอยากจะหาสูตรอาหาร หลังจากนั้นก็ล่วงหน้าไปปรุงอาหารที่บ้านของฉินเฟิงก่อนสักรอบหนึ่ง หร่วนจือหวนแอบบอกกับตัวเองว่าในเมื่อฉินเฟิงดีกับเขาขนาดนี้ เขาก็จะต้องทำออกมาให้อร่อยเพื่อเป็การขอบคุณอีกฝ่าย ทว่าไม่มีใครเผาหอยลายลงมาที่นรกเลย และเขาก็ไม่อาจยักยอกเงินของฉินเฟิงเพื่อซื้อวัตถุดิบมาลองต้มดูก่อนได้ ด้วยเหตุนี้ เขาจึงทำได้แค่ใช้เงินของตัวเองไปซื้อวัตถุดิบมาเท่านั้น
หร่วนจือหวนนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงอย่างไม่สงบ พอคิดว่าต้องใช้เงินเก็บอันน้อยนิดจนน่าสงสารของตัวเอง ความง่วงงุนของเขาก็ถูกขับออกไปเพราะความหงุดหงิด ผลสุดท้าย เขาก็ได้แต่หยิบมือถือออกมาและเริ่มค้นหาสูตรอาหารจากอินเทอร์เน็ต
ติ๊งต่อง
หลังจากที่ศึกษาอยู่ได้ครู่หนึ่ง ทันใดนั้นเสียงกระดิ่งประตูก็พลันดังขึ้นมารบกวนหร่วนจือหวนที่กำลังอยู่ในโลกของเครื่องปรุง เขาพลิกตัวลงจากเตียงด้วยความใคร่รู้ระคนไม่พอใจ ในขณะที่กำลังคิดว่าใครมารบกวนตัวเองอยู่นั้น เสียงของพี่ไฉที่อยู่ด้านนอกก็ดังลอดผ่านประตูเข้ามา “เสียวหร่วนจือ เมื่อสักครู่มีคนใจดีเผาของลงมา พี่เลยไปแย่งกางเกงลองจอน[1] มาให้นายได้สามตัว!”
เป็ เป็กางเกงลองจอนอีกแล้วงั้นหรือ
หร่วนจือหวนพลันกระชับต้นขาของตัวเองโดยไม่ทันรู้ตัว เขาก้มหน้าลงไปมองกางเกงลายทางสีชมพูแถบม่วงที่อยู่บนตัวเขา ที่้าของกางเกงนอนพิมพ์ลายดอกโบตั๋นจำนวนนับไม่ถ้วนเอาไว้ ซึ่งกางเกงตัวนี้เป็พี่ไฉที่เห็นว่าเขามีกางเกงเพียงตัวเดียวเลยตั้งใจไปแย่งมาให้...และเนื่องจากกลิ่นอายหยินที่รุนแรงของนรกทำให้มันส่งผลเสียต่อข้อต่อ ทางเลือกแรกคือใส่กางเกงในนอน ทางเลือกที่สองคือใส่กางเกงลายดอกโบตั๋นนอน และเดิมทีเขาก็ไม่ได้มีทางเลือกอะไรมากมายอยู่แล้ว
ความจริงแล้วทักษะการแย่งสิ่งของของพี่ไฉไม่ค่อยดีนัก ด้วยเหตุนี้ทุกครั้งที่ลงมือจึงมุ่งแย่งชิงแต่ข้าวของที่ผีตัวอื่นๆ รังเกียจเดียดฉันท์ พอคิดมาถึงตรงนี้หร่วนจือหวนก็หนักใจขึ้นมาทันที เขารู้ว่าอีกฝ่ายทำเพื่อตัวเอง แต่การทำดีเช่นนี้ แม้กระทั่งผีที่ยากจนขาดเงินอย่างเขายังรู้สึกทนไม่ไหวเลย
“มาแล้วครับ พี่ไฉ”
เมื่อหร่วนจือหวนลอยออกมาจากบ้าน ในมือของพี่ไฉก็ถือกางเกงที่เต็มไปด้วยตัวอักษรเอาไว้ทั้งหมดสามตัว...ตัวที่หนึ่งเขียนว่า ‘ข้าคือกาน้ำชาที่อ้วนเตี้ย’ อีกตัวหนึ่งเขียนว่า ‘ฉันคือเ้าต้าวตัวน้อยที่ใครก็เห็นใครก็รัก รถคันไหนเห็นก็อยากรับขึ้นไปบนรถ’ ส่วนตัวที่เหลือเขียนว่า ‘ก้นฉันถูกฝนดาวตกกินไปหมดแล้ว ’
“...” ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาที่เรียกว่าเป็คนใจดี มีน้ำใจแบบไหน ถึงได้เผาข้าวของประเภทที่คนเป็ยังไม่กล้าสวมเช่นนี้ลงมาให้ได้กันเนี่ย
“เสียวหร่วนจือ อย่าได้เกรงใจพี่เลย ของชิ้นนี้ไซส์พอดีนายเลย!”
“ขอบคุณครับ...พี่ไฉ...” หร่วนจือหวนฝืนบังคับให้ตัวเองเผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างเหมาะสม หลังจากนั้นเขาก็ฝืนให้ตัวเองยื่นมือออกไปรับกางเกงพิลึกพิลั่นนั่น
“อีกหน่อยนายก็จะมีกางเกงเอาไว้สวมหลายตัวเแล้ว พอเห็นนายสวมเสื้อผ้าน้อยชิ้นฉันก็อดรู้สึกหนาวขึ้นมาไม่ได้” พี่ไฉพยักหน้าอย่างพอใจ มีความรู้สึกหนาวนี้ เรียกว่าพี่ไฉรู้สึกว่านายหนาว
“...อันที่จริงแล้วผมยังสบายดีนะครับ” หร่วนจือหวนบ่นพึมพำประโยคหนึ่ง และแน่นอนว่าเขาไม่ปล่อยให้พี่ไฉได้ยินคำพูดของเขาอยู่แล้ว
“ใช่แล้ว เสียวหร่วนจือ ทำไมนายไม่นอนอีกล่ะ คืนนี้นายไม่ต้องไปทำงานหรอกหรือ” และพี่ไฉก็ตระหนักขึ้นมาได้ว่าตอนนี้ยังเป็เวลานอนอยู่ แม้ว่าเขาจะไม่นอน แต่หร่วนจือหวนที่ต้องเข้าเวรนั้น ก็มักจะเข้านอนในเวลานี้
“คืนนี้ผมไม่ต้องไปต้มน้ำแกง ไม่สิ ผมหมายถึงเข้าเวรครับ ผมก็เลยค้นหาอะไรนิดหน่อย ใกล้จะนอนแล้วครับ ใกล้แล้ว” หร่วนจือหวนรีบอธิบาย แต่ทว่าพออธิบายไปอธิบายมา ในสมองของเขาพลันปรากฏความคิดที่กล้าหาญขึ้นมา
ต้าโจวเป็คนที่มักสนับสนุนให้ลองสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่เสมอ และไม่ว่าเขาอยากได้วัตถุดิบอะไรก็ล้วนมีให้ทั้งนั้น ในเมื่อเป็เช่นนี้ เขาก็สามารถอาศัยชื่อเสียงของผู้ปรุงน้ำแกงยายเมิ่ง ฝึกฝนวิธีการทำซุปหอยลายในสัปดาห์นี้ได้มิใช่หรือ
เชิงอรรถ
^ กางเกงขายาวที่ใส่ชั้นในเพื่อให้อบอุ่นในฤดูหนาว