บทที่ 10 แฟน ๆ มาเยี่ยมที่สำนัก
ในความเป็จริงแล้ว
สิ่งที่ฉินเหยียนจินไม่ได้บอกทุกคนก็คือ หาก [เปินปัวป้า] ไม่สามารถจับได้ว่าเพื่อนสนิทเป็ชู้กับแฟนของเธอในวันนี้แบบไลฟ์สด พวกเขาจะวางแผนทำร้ายเธอกลับเป็การแก้แค้น
ทั้งสองจะวางแผนแฉเธอทางอินเทอร์เน็ตว่า [เปินปัวป้า] เป็คนไม่ดี ทำการแบล็กเมลพวกเขาด้วยการวางยาและถ่ายคลิปไม่เหมาะสมมาข่มขู่
คงเป็เื่ที่น่าเศร้ามากหากเหตุการณ์กลายเป็ว่าเธอถูกเพื่อนสนิทและแฟนหนุ่มรวมหัวกันหักหลัง
หลังจากนั้นเป็ต้นมา เธอก็ถูกทำร้ายและถูกกล่าวหาอย่างรุนแรงบนอินเทอร์เน็ตจนชื่อติดท็อปยอดค้นหา หรือแม้แต่โดนล่วงละเมิดและด่าทอจากคนนิสัยไม่ดี กระทั่งถูกเปิดเผยชีวิตส่วนตัว ครอบครัวหรือแม้แต่น้องสาวก็โดนหางเลขไปด้วย
ที่น่าเศร้ายิ่งกว่านั้นคือ หลังจากที่เธอทนไม่ไหวและตัดสินใจพาครอบครัวเดินทางย้ายออกจากเมือง รถของเธอถูกรถบรรทุกชนระหว่างทาง ไม่มีใครในครอบครัวที่รอดชีวิตมาได้แม้แต่คนเดียว
ว่ากันว่าเชือกป่านทั้งเส้นจะขาดจากจุดอ่อนแอแม้เพียงหนึ่งจุด และโชคร้ายจะมาเยือนเฉพาะผู้ที่ถึงคราวเคราะห์เช่นกัน
[เปินปัวป้า] ไม่ได้ทำอะไรผิดเลย เพียงแค่โชคชะตาพรากทุกอย่างไปจากเธอและครอบครัว
ช่างน่าเศร้ามากจริง ๆ
เพราะเหตุนี้ฉินเหยียนจินจึงหลอกล่อให้ [เปินปัวป้า] ไปจับสองคนนั้นโดยที่มีชาวเน็ตไปเป็พยานให้ ทำให้พวกเขาดิ้นไม่หลุดด้วยหลักฐานออกอากาศสด
การเข้ามาแทรกแซงของเธอสามารถเปลี่ยนแปลงชะตากรรมครอบครัวของ [เปินปัวป้า] ได้ทั้งครอบครัว ทำให้คราวนี้ฉินเหยียนจินได้รับปราณิญญามามากกว่าครั้งก่อน
ระหว่างที่หญิงสาวกำลังซึมซับพลัง ในอีกด้านหนึ่ง [ตามหาอาเฉียง] ก็เดินไปเดินมาพร้อมกับถือโทรศัพท์ในมือด้วยความกังวล
เมื่อสามีของเธอกลับมาด้วยใบหน้าเหนื่อยล้า เห็นว่าภรรยาเดินไปมาอย่างเคร่งเครียด เขารู้ได้ทันทีว่าเธอกำลังกังวลเกี่ยวกับลูกชาย จึงเดินเข้ามาสวมกอดเบา ๆ และปลอบประโลมอย่างอ่อนโยน
“ไม่ต้องห่วง ลูกจะต้องไม่เป็อะไร อาเฉียงคงแค่ไปเที่ยวเล่น อีกเดี๋ยวคงจะกลับมา ลูกจะต้องกลับมาแน่นอน”
เขาก็ไม่แน่ใจนักว่ากำลังพูดเื่นี้กับภรรยาหรือพูดกับตัวเองอยู่ บอกได้เพียงว่าเขายังเฝ้าอธิษฐานอยู่ในใจเสมอว่าขอให้ลูกปลอดภัยดี ต่อให้ต้องสละอายุขัยสิบหรือยี่สิบปีเป็การแลกเปลี่ยนก็จะยอมโดยไม่ลังเลเลย
[ตามหาอาเฉียง] ไม่ได้เล่าให้สามีฟังว่าเธอไปทำนายดวงชะตามา เพราะเขาไม่เชื่อเื่โชคลาง อีกอย่างยิ่งเล่าให้เขาฟังก็มีแต่จะทำให้กังวลมากขึ้น เธอจะรอจนกว่าลูกชายจะโทรมาหาอย่างที่อาจารย์บอก
ระหว่างที่กำลังคิดเื่นี้อยู่นั้นเอง โทรศัพท์ในมือก็แผดเสียงดังขึ้น
เธอใมาก รีบผละออกจากสามีอย่างรวดเร็วแล้วรับโทรศัพท์ด้วยตัวที่สั่นเทา พร้อมกับถามอย่างระมัดระวัง “อาเฉียงเหรอ?”
ปลายสายมีเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นแหบแห้งดังขึ้นมา “แม่ครับ ผมอยากกลับบ้าน”
พูดจบเขาปิดปากร้องไห้อย่างเงียบ ๆ อดทนกับความเ็ปตามตัวและร้องไห้จนใจแทบจะขาด ทั้งดีใจที่ยังมีชีวิตอยู่ และขอบคุณแม่ที่ตามมาช่วยเขาถึงในฝัน
ถ้าแม่ไม่ได้มาบอกให้เขาแกล้งตายในฝัน เขาคงไม่ถูกปล่อยออกมาจากนรกนั่นและคงไม่รอดมาถึงตอนนี้
“อาเฉียงบอกที่อยู่กับแม่หน่อย พ่อกับแม่จะไปรับลูกเดี๋ยวนี้”
“ผมอยู่ที่...”
…
การซึมซับและขัดเกลาปราณิญญาผ่านไปนานจนลืมเวลา
เมื่อฉินเหยียนจินลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็ถึงเวลาเช้าตรู่ของวันใหม่แล้ว
เธอยืนขึ้นอย่างเมื่อยขบ และเมื่อขยับตัวร่างกายก็เกิดเสียงลั่นเปรี๊ยะจากกล้ามเนื้อส่วนต่าง ๆ ปราณิญญาเริ่มทำการเยียวยาส่วนต่าง ๆ ของร่างกายทันที
หลังจากยืดเส้นยืดเส้นยืดสายเรียบร้อยแล้ว เธอก็หยิบมือถือขึ้นมาดูและพบกับข่าวที่สะดุดตาในนั้น
เป็การแถลงของตำรวจที่ออกมาเมื่อคืนตอนเที่ยงคืนที่ผ่านมา
[เมื่อวานนี้ มีพลเมืองดีแจ้งเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมอาชญากรระดับ S ที่หลบหนีการจับกุมมานาน เขาถูกรวบตัวได้ในย่านที่พักอาศัยแห่งหนึ่ง คนร้ายชื่อหลิวต้าฉี เป็ชาวหลิวคุน จังหวัดชุนซาน และเ้าหน้าที่ยังตรวจยึดสินค้าผิดกฎหมายที่คนร้ายลักลอบนำมาขายได้จำนวนหลายร้อยกิโลกรัม มูลค่ากว่าแสนหยวน คนร้ายรายนี้มีคดีฆาตกรรมและอาชญากรรมต่าง ๆ รวมกว่าสิบหกคดี และหลบหนีการจับกุมของเ้าหน้าที่มานานกว่าสิบเจ็ดปี ตำรวจได้นำตัวไปยังสถานีตำรวจท้องถิ่นเป็ที่เรียบร้อยแล้ว ต้องยกให้เป็ความดีความชอบของพลเมืองดีที่ไม่นิ่งนอนใจ แจ้งเบาะแสเข้ามาจนนำไปสู่การจับคนร้ายในครั้งนี้ได้]
ทุกอย่างเป็ไปตามที่เธอคาดไว้
ฉินเหยียนจินไม่ได้ไล่อ่านความคิดเห็นที่อยู่ด้านล่างของโพสต์นั้น เพียงแค่เลื่อนดูผ่าน ๆ แล้วไปอาบน้ำล้างหน้าล้างตา
หลังจากอาบน้ำเรียบร้อยก็เริ่มฝึกฝนร่างกายของเช้าวันใหม่
แม้ทุกวันนี้เธอจะไม่ใช่ลูกศิษย์ของสำนักอีกแล้ว แต่ฉินเหยียนจินยังคงฝึกฝนร่างกาย ทำทุกอย่างตามที่อาจารย์สั่งสอนอย่างเคร่งครัดเสมอ
หลังจากการฝึกตอนเช้าจบลง ก็ถึงเวลาอาหารเช้าอีกครั้ง
อาหารเช้าวันนี้เป็หมั่นโถวนุ่ม ๆ ลูกใหญ่กับซุปไข่น้ำและผักดองหนึ่งจาน
แม้จะไม่ใช่ของหรูหราอะไรแต่ก็ถือว่าอร่อยมากสำหรับเธอ
ระหว่างที่กำลังเพลิดเพลินอยู่กับมื้อเช้า เธอพลันได้ยินเสียงดังจอแจมาจากด้านหน้าสำนัก
ฉินเหยียนจินขมวดคิ้วเล็กน้อย วางหมั่นโถวในมือลงแล้วเดินออกไปดูด้วยท่วงท่าสง่างามสวมชุดนักพรตเต๋าที่ดูบริสุทธิ์ไร้มลทิน
เธอยืนดูอยู่ที่โถงประตูสามช่อง*[1] เมื่อได้ยินเสียงคนพูดกันก็เข้าใจได้ทันทีว่าเกิดเื่อะไรขึ้น
ปรากฏว่าคนที่อยู่ด้านหน้าคือแฟน ๆ ชาวเน็ตที่ดูไลฟ์ของเธอ เมื่อวานนี้ฉินเหยียนจินบอกที่อยู่ของสำนักกับชาวเน็ตไป หลายคนที่อยู่ไม่ไกลมากจึงรวมตัวกันมาหาอาจารย์ที่บ้าน
ประตูสำนักถูกปลดล็อกและลากเปิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด
ทุกสายตาจับจ้องมาที่จุดเดียวกันตามเสียง และเห็นร่างบางของหญิงสาวคนหนึ่งเดินออกมา
เธอสวมเสื้อคลุมยาวสีเขียว ผมสีดำสนิทเงางามรวบสูง เห็นหน้าผากเรียบเนียนและใบหน้าสวยหวานดูละเมียดละไม มีออร่าแผ่ออกมารอบกายราวกับไม่ได้เป็มนุษย์ทั่วไป
“โอ้ นั่นไงออกมาแล้ว อาจารย์ฉิน สวัสดีค่ะ เรามาที่นี่เพื่อเยี่ยมอาจารย์ แหะ ๆ แล้วก็มาให้อาจารย์ช่วยทำนายชะตาให้ด้วย”
“อาจารย์ฉินสวัสดีครับ ผมเป็แฟนช่องไลฟ์ของอาจารย์ ติดตามมาั้แ่ไลฟ์แรกเลย แต่โชคไม่ดีที่สุ่มไม่โดนสักที เลยรวมตัวกับคนแถวนี้มาทำไลฟ์พิเศษวันนี้เพื่อจะขอให้อาจารย์ดูดวงให้”
“ว้าว อาจารย์ฉิน ฉันคิดว่าอาจารย์ใช้ฟิลเตอร์ในไลฟ์ก็เลยดูสวยมาก แต่ตัวจริงสวยกว่าในไลฟ์อีก อาจารย์ฉิน ฉันเป็แฟนคลับอาจารย์ค่ะ ขอถ่ายรูปด้วยได้ไหมคะ”
สาวน้อยน่ารักคนหนึ่งพูดขึ้นแล้วเอามือถือออกมา ดวงตากลมโตของเต็มไปด้วยประกายของความประทับใจ
นอกจากยังมีคนหนุ่มสาววัยรุ่นอายุไม่เกินสามสิบอีกหลายคนรวมตัวกันอยู่อีกด้วย
ทุกคนเรียกเธอว่าอาจารย์ฉิน เป็การแสดงให้เห็นว่าคนกลุ่มนี้เป็คนที่ดูไลฟ์แล้วเชื่อในความสามารถของเธออย่างไร้ข้อกังขา
เมื่อเห็นว่าทุกคนดูตื่นเต้นมากฉินเหยียนจินก็ยิ้มจาง ๆ แล้วประสานหมัดค้อมหัวให้ทุกคน
จากนั้นก็เอ่ยปฏิเสธอย่างสุภาพ “ที่นี่คือสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิเต๋า หาก้ามาจุดธูปเผาเครื่องหอมเพื่อขอพรก็ยินดีต้อนรับทุกคนเข้าสู่สำนัก และหาก้าถ่ายรูปสถานที่ต่าง ๆ ในสำนักก็เชิญตามสบายเลยค่ะ แต่ฉันต้องขออภัยที่ไม่สามารถถ่ายรูปร่วมกับทุกคนได้”
หญิงสาวตัวเล็กยิ้มแล้วเอ่ยต่อ “ไม่เป็ไรค่ะ ถึงจะผิดหวังนิดหน่อย แต่เดี๋ยวฉันไปแคปรูปอาจารย์จากในไลฟ์เอาก็ได้ ต่อไปจะตามดูอาจารย์ทุกวันเลย ฉันชอบอาจารย์มากนะคะ”
ประตูสำนักเปิดออกต้อนรับชายหญิงสิบกว่าคนเข้าไปภายใน
สำนักลัทธิเต๋าแห่งนี้กว้างขวางตามที่คาดเอาไว้ และดูสะอาดสะอ้านเป็ระเบียบเรียบร้อยแม้กำแพงจะเต็มไปด้วยร่องรอยของกาลเวลาก็ตาม
เมื่อเดินตรงเข้าไปก็จะพบกับสระบัวสีเขียวมรกตสวยงาม ในสระมีใบบัวเขียวขจีลอยอยู่หลายกอ และเริ่มออกดอกหลายสิบดอก
ข้างสระบัวมีต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ ออกผลสีเขียวทรงกลมห้อยตามกิ่งก้านที่แผ่ออกกว้าง
ภายในสระบัวมีปลาคาร์ปหลากสีกำลังแหวกว่ายในน้ำสีสันสวยงามน่าตื่นตาตื่นใจ
ทุกคนชื่นชมความสวยงามและเงียบสงบของสำนักแห่งนี้ แต่แล้วสาวน้อยน่ารักก็ขมวดคิ้วแล้วถามขึ้น “อาจารย์คะ ทำไมที่นี่ถึงไม่มีคนอื่นเลยนอกจากอาจารย์ล่ะคะ”
คนอื่น ๆ ก็หันมามองตามด้วยความอยากรู้อยากเห็นเช่นกัน
“อ้อ ตอนนี้ฉันเป็นักพรตคนเดียวของสำนักค่ะ”
ฉินเหยียนจินตอบตามตรง และไม่ได้อธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับเื่นี้ เธอชี้ไปที่วิหารและอาคารต่าง ๆ และเริ่มแนะนำทุกคนอย่างละเอียด จากนั้นก็นำพวกเขาไปยังกระถางธูป
“ผู้ศรัทธาทุกคน หาก้าจะขอพร สามารถจุดธูปได้ตรงนี้นะคะ และนี่คือกล่องบริจาค สามารถบริจาคได้ตามความศรัทธาค่ะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นหญิงสาวตัวเล็กจึงเอาเงินห้าร้อยหยวนออกมาแล้วมองไปทางฉินเหยียนจินด้วยรอยยิ้ม
“อาจารย์คะ อาจารย์บอกตอนไลฟ์สดว่าค่าครูทำนายดวงชะตาราคาห้าร้อยหยวน ถ้าฉันเอาเงินจำนวนนี้บริจาคให้สำนัก อาจารย์จะช่วยดูดวงให้ฉันได้ไหมคะ แหะ ๆ”
ฉินเหยียนจินพยักหน้ารับอย่างสงบ “คุณอยากจะรับคำนายเื่อะไรคะ”
ทันใดนั้นเองใบหน้าของหญิงสาวก็เปลี่ยนเป็เคร่งขรึมทันที “อาจารย์ช่วยดูให้หน่อยได้ไหมคะ ว่าสาเหตุการตายที่แท้จริงของแม่ฉันคืออะไร”
[1]ประตูสามช่อง คือประตูหน้าของสำนัก