วันนี้เป็วันหยุด คนอยู่บ้านกันครบทุกคน กว่าจางอี้หนิงจะหาจังหวะอยู่คนเดียวได้ ก็แทบแย่ ดีที่วันนี้พ่ออยู่บ้าน ตัวติดกับแม่ตลอด คอยดูแลไม่คลาดสายตา เธอจึงหาข้ออ้างว่าจะไปหัดคัดพู่กันที่ห้องหนังสือ และได้รับอนุญาตอย่างง่ายดาย (เพราะพ่อก็ไม่อยากได้ก้างตัวกลมอย่างเธอมาตามติดทั้งวันหรอก)
ตอนนี้คุณปู่ก็ออกไปทำธุระข้างนอก กว่าจะกลับเข้ามาน่าจะ่บ่ายๆ ทางจึงสะดวก
ถามว่าการที่เธอเข้ามานั่งในห้องหนังสือได้อย่างหน้าตาเฉยนั้น ไม่เกิดคลื่นลมอะไรหรือ…แน่นอนว่าย่อมเกิด คลื่นใหญ่ทีเดียวล่ะ ป้ารองไม่ต้องพูดถึง ยืนหนึ่งมาอยู่แล้ว
แต่คนที่เสียงดังสุดในรอบนี้ คือป้าสะใภ้ใหญ่ เพราะแม้แต่เธอเองยังไม่เคยได้เฉียดเข้าไปในห้องหนังสือด้วยซ้ำ ลูกๆ สองคน คือจางตงเป่า และจางซูหลิน แน่นอนว่าย่อมต้องไม่เคยแน่ๆ ป้าสะใภ้ใหญ่ถึงขั้นหลุดมาดคุณครูสาวผู้สุขุม เผลอโพล่งออกมาว่าคุณปู่ลำเอียง ก่อนจะถูกลุงใหญ่รีบพาตัวกลับห้อง ไม่ให้โวยวายมากกว่านี้ หลังจากเห็นสายตาเ็าของคุณปู่ที่ดำทะมึนขึ้น
เพื่อให้เื่ไม่บานปลาย คุณลุงคุณพ่อ จึงร่วมกันไปขอให้คุณปู่เปิดห้องที่ว่างอยู่ เป็ห้องฝึกฝนสำหรับเด็กๆ ซึ่งทุกฝ่ายก็เห็นชอบด้วย
แต่ธรรมชาติของเด็กๆ อย่างลูกพี่ลูกน้องเธอทั้งสอง ที่ถูกสปอยมาจนเคยตัว พอโดนจับมานั่งนิ่งๆ เรียนเขียนพู่กัน มักจะอยู่ไม่สุข ไม่ยอมฝึกเรียนรู้ดีๆ และไม่ค่อยมีสมาธินัก ตอนนั่งเขียนอักษร นิ่งได้สักพัก ก็วิ่งเล่นซนบ้าง กินขนมไปทั่วห้องบ้าง ไม่ก็ทะเลาะกันเอง โวยวายงอแง
ที่น่ารำคาญสุดคือมาวุ่นวายกับเธอ จางตงเป่าถือว่าตัวเองเป็พี่ใหญ่ เข้าเรียนชั้นประถมแล้ว ก็ชอบวางมาด อวดเก่งสั่งสอนเธอ ส่วนจางซูหลิน ที่อายุเท่าเธอ ก็พูดมากเหลือเกิน ถามโน่นถามนี่จนจางอี้หนิงปวดหัว หนักๆ เข้าเธอเลยบอกเื่นี้กับคุณปู่
คุณปู่จึงประกาศกับทุกคนในบ้านว่า หากหลานคนไหนเขียนอักษรด้วยพู่กันได้ตรงตามเงื่อนไขของคุณปู่ จะได้รับอนุญาตให้เข้าไปเรียนกับคุณปู่ที่ห้องหนังสือ ด้วยประกาษิตนี้ แม้แต่ป้าสะใภ้ใหญ่ก็ต้องยอมจำนน แม้จะยังคับข้องใจ และไม่ยินยอมก็ตาม
ภายหลังในตอนเย็นวันนั้น เธอเดินผ่านห้องของลุงใหญ่ ได้ยินเสียงดุด่า และเสียงร้องไห้โวยวายของลูกพี่ลูกน้องทั้งสองดังแว่วออกมา จางอี้หนิงได้แต่จุดเทียนไว้อาลัย และลอบขอโทษทั้งคู่ในใจ ไม่รู้ว่าปีกผีเสื้อของเธอจะไปมีผลกระทบกับสองพี่น้องคู่นั้นมากน้อยแค่ไหน แต่ถ้าให้เลือกอีกครั้ง เธอก็จะทำเหมือนเดิม เพราะครอบครัวของเธอต้องมาก่อน จะหาว่าเธอเห็นแก่ตัวก็ช่างเถอะ
จางอี้หนิงจ้องเม็ดยาสีดำบนฝ่ามือ มันมีขนาดประมาณนิ้วโป้งของเธอ
“ยาเม็ดแค่นี้ช่วยเพิ่มปัญญาได้จริงๆ เหรอ” ไม่ว่าจะมองซ้าย มองขวา มุมไหนก็เหมือนยาลูกกลอนธรรมดา จางอี้หนิงคิดด้วยความสงสัย
[ถ้าไม่อยากได้ คืนระบบได้นะครับ]
“จะคืนให้โง่ทำไม กว่าจะได้มาเืตาแทบกระเด็น” จางอี้หนิงส่งค้อนให้ แล้วก็กลั้นใจโยนยาเม็ดนั้นเข้าปาก ทันทีที่ยาััถูกน้ำลายในปาก ก็ละลายซึมหายไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่ต้องมีดื่มน้ำเข้าไปสักนิด
จากนั้นจางอี้หนิงก็รู้สึกถึงความอุ่นวาบไปทั่วร่างกายชั่วระยะหนึ่ง ก่อนจะจางหายไป แล้วร่างทั้งร่างก็รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบาย
“อะโห…” เธออธิบายไม่ถูกเลย มันโปร่ง โล่ง เบาสบายไปหมด ก่อนที่สติจะดับวูบไป
…
“ฉันไม่คิดเลยว่า ลูกสาวของยัยบ้านนอกนั่นจะเก่งขนาดนี้ น่าเจ็บใจนัก”
“คุณจะไปวุ่นวายทำไม แค่เขียนพู่กันได้ วัดไม่ได้หรอกว่าฉลาดหรือเก่ง เพียงแค่คุณพ่อชอบการเขียนพู่กันจีน เลยได้รับความชื่นชมจากคุณพ่อ”
“ก็เพราะได้เป็ที่ชื่นชอบจากคุณพ่อน่ะสิ ดีนะว่าเด็กนั่น เป็แค่หลานสาว ถ้าเป็หลานชายขึ้นมา ตงเป่าของเราคงกลายเป็หมาหัวเน่าแล้ว” หวังฮุ่ยเฟินพูดด้วยอารมณ์โกรธที่คุกรุ่นเต็มอก
“พูดอะไรไร้สาระ ตงเป่าเป็หลานชายคนแรกของตระกูล เรียนหนังสือก็เก่ง คุณพ่อคุณแม่รักเขามาก คุณเองก็รู้นี่ อย่าคิดมากไม่เข้าเื่น่า” จางซีห่าวเริ่มขึ้นเสียง บางทีเขาก็เบื่อกับนิสัยขี้โวยวาย จู้จี้จุกจิก ชอบเปรียบเทียบ ชอบเอาชนะของภรรยา เธอเป็ผู้หญิงที่แม่เลือกให้ เขาจึงต้องแต่งกับเธอเพราะความเหมาะสม ใจจริงเขาอิจฉาน้องรอง ที่กล้าขัดคำสั่งแม่ ดึงดันแต่งกับผู้หญิงที่เลือกเอง แถมผู้หญิงคนนั้นยังดีมากด้วย
“ฉะ ฉันก็แค่ไม่อยากให้เด็กคนอื่นมาโดดเด่นเกินหน้าเกินตาลูกของพวกเรา” หวังฮุ่ยเฟินเมื่อเห็นสามีเริ่มเสียงแข็ง ก็มีท่าทีอ่อนลง อย่างน้อยเธอก็ฉลาดพอที่จะรู้ว่าควรแข็งหรือ อ่อนตอนไหน
“เด็กคนอื่นที่คุณว่า เขาใช้แซ่จาง เป็สายเืตระกูลจางคนหนึ่ง แทนที่คุณจะมานั่งอิจฉาเด็กคนหนึ่ง เอาเวลาไปอบรมสั่งสอนลูกๆ เถอะ ปีหน้าซูหลินก็เข้าโรงเรียนแล้ว อย่ามัวแต่ตามใจจนลูกเคยตัว ห่วงแต่เล่นสนุก ไม่ยอมเรียน”
หวังฮุ่ยเฟินแม้ต่อหน้าจะพยักหน้ารับคำเสียงอ่อน แต่ภายในใจไม่ยินยอม และเธอก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ แววตาเ้าเล่ห์ผุดประกายบางอย่างที่ยากคาดเดา
…
“อี้หนิง อยู่ไหนลูก” ฮัวเหลียนฮวาสลัดสามี ที่เกาะหนึบกับเธอมาทั้งวันได้สักที ก็เดินมาหาลูกสาว ตอนแรกคิดว่าอยู่ห้องหนังสือ แต่แม่บ้านเย่ที่เพิ่งเข้าไปทำความสะอาดบอกว่าไม่เห็นคุณหนูอี้หนิงอยู่ในห้องนั้น มีเพียงคุณท่านเท่านั้น เธอจึงกลับมาที่ห้องแทน
พอเดินเข้ามาในห้องก็โล่งอกเมื่อเห็นลูกสาวนอนขดตัวหลับอยู่บนเตียง ใบหน้างามสวยระบายรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน ฮัวเหลียนฮวาเดินเข้าไปคลุมผ้าห่มที่ลูกสาวตัวดีน่าจะเตะออกไปจนไปกองขยุ้มอยู่ด้านปลายเท้า
จู่ๆ ก็มีคนเข้ามากอดเธอจากด้านหลังจนเธอสะดุ้งใ แต่เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะทุ้มต่ำในลำคอก็รู้ว่าเป็ใคร จึงตีไปที่มือหนานั้น
“คุณนี่ ฉันใหมด เข้ามาไม่ให้ซุ่มให้เสียง” ฮัวเหลียนฮวาเอ็ดสามี
“คุณต่างหากทำผมใ ให้ผมไปเอาน้ำอุ่นมาให้ แต่พอเดินกลับไป ก็หายตัวไปซะงั้น ผมเดินตามหาจนร้อนใจไปหมด”
“ฉันเป็ห่วงลูกสาวนี่คะ เห็นหายไปนานแล้ว”
“ไม่รู้ล่ะ ต้องง้อผมด้วย โทษฐานทำให้ผมเป็ห่วง” เขาหมุนร่างของภรรยาสาวให้หันมาเผชิญหน้า แล้วยื่นแก้มข้างซ้ายเข้าไปใกล้ๆ ใบหน้างาม ที่ทำให้เขาตกหลุมรักั้แ่แรกพบ
ฮัวเหลียนฮวาหน้าขึ้นสี แม้ว่าจะผ่านการเป็สามีภรรยามาหลายปีแล้ว แต่เธอก็ยังเขินอายกับการแสดงความรักแบบโจ่งแจ้งของสามี
“คะ คุณคะ ไม่เอาน่ะ ยังสว่างอยู่เลย ลูกก็อยู่นี่” เธอพยายามดิ้นเพื่อหลบคนชอบหลอกกินเต้า แต่ร่างบางๆ ของเธอหรือจะสู้แรงชายตัวโตอย่างเขาได้
“ลูกหลับอยู่ครับ เร็วสิ ไม่งั้นผมจะทำเองนะ ไม่งั้นผมก็จะกอดอยู่แบบนี้แหละ” เขายิ้มยั่ว จางลู่ซือมีความสุขที่ได้เห็นท่าทางเขินอายของภรรยา แม้ว่าจะแต่งงานอยู่กินกันมาจนมีลูกโตจะเข้าโรงเรียนได้แล้ว แต่ความรักของเขาที่มีต่อเธอไม่ได้ลดน้อยลงเลย มีแต่กลับเพิ่มพูนขึ้น ยิ่งรู้จัก ยิ่งใกล้ชิด ก็ยิ่งรักเธอมากขึ้นเรื่อยๆ
เขาคิดว่าชาติก่อนตัวเองต้องทำบุญมาเยอะแน่ๆ ถึงได้เธอที่ทั้งสวย ทั้งแสนดีขนาดนี้มาเป็ภรรยา ที่ผ่านมาเขาไม่เคยขัดใจแม่มาก่อน ยอมทำตามทุกอย่างที่แม่ขอ แต่เพื่อเธอคนนี้ เป็ครั้งแรกที่เขาขอทำตามหัวใจตัวเอง
ด้วยสายตาออดอ้อนของสามี ฮัวเหลียนฮวาก็เหลือบมองไปที่เตียง เห็นว่าลูกหลับสนิท ก็ข่มความอาย หลับตาแล้วยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ในจังหวะที่ริมฝีปากใกล้กับใบหน้าคมคร้ามของสามี อีกฝ่ายก็เบี่ยงหน้ากลับมาแล้วประกบปากแนบชิดริมฝีปากอิ่มสวยนั้น ดวงตางามงดเบิกตากว้างอย่างใ แต่ก็ไม่สามารถถอนตัวออกมาได้แล้ว เมื่อฝ่ามือหนาจับศีรษะเธอไว้ไม่ให้ขยับเขยื้อนได้
จากความแนบชิดเพียงแ่เบา ก็เริ่มทวีความหนักแน่นขึ้น ลิ้นร้ายกาจของเขาแทรกเปิดปากของภรรยาสาว ควานหาความหวานฉ่ำอย่างโหยหา ั้แ่ที่ภรรยาท้อง เขาก็แทบไม่ค่อยมีโอกาสแนบชิดภรรยาเท่าไหร่นัก อีกทั้งมีลูกสาวตัวน้อยที่ตามติดภรรยาเหมือนเงาตามตัว แม้ในตอนนอน ก็มานอนคั่นกลางระหว่างเขาและภรรยา จึงได้แต่แอบกินเต้าหู้ภรรยานิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น
ตอนนี้ลูกสาวแสนดีหลับไปแล้ว หากเขาไม่ฉวยโอกาสแสนประเสริฐนี้ไว้ ก็โง่เต็มทนแล้ว
มือหนาเริ่มละจากการโอบ ขึ้นมาลูบคลำก้อนเนื้อเนียนนุ่มสองข้าง ที่ใหญ่ขึ้นมากหลังจากคลอดลูกคนแรก อีกทั้งพอท้องคนที่สอง ก็ยิ่งมีน้ำมีนวล จับได้เต็มไม้เต็มมือไปทุกสัดส่วน
เขาแอบถามหมอมาแล้ว ว่าตอนนี้ยังสามารถกุ๊กกิ๊กกับภรรยาได้อย่างปลอดภัย แต่พอเข้าเดือนหน้าก็ไม่ควรแล้ว ฉะนั้นต้องรีบฉกฉวยโอกาสทองนี้ไว้
เมื่อเห็นว่าภรรยาก็เริ่มเคลิบเคลิ้มจากการเล้าโลมของเขา จางลู่ซือก็เริ่มค่อยๆ ปลดชุดคลุมท้องของภรรยา สอดมือเข้าไปลูบไล้ผิวเนียนนุ่มราวไหมชั้นดีอย่างหลงใหล ก่อนที่กำลังจะช้อนตัวภรรยาอุ้มเพื่อไปต่อที่ม้านั่งตัวยาวในมุมหนึ่งของห้อง ก็มีเสียงกัมปนาทดังขึ้น
“ปู้ดดดดดด”
เสียงดังสนั่นนั้น ทำให้คู่รักใ หันไปทางต้นเสียง พร้อมได้กลิ่นที่โชยอ่อนๆ มาจากทางเตียงนอน
ฮัวเหลียนฮวาหลุดหัวเราะขำ ก่อนจะเบี่ยงกายออกจากอ้อมกอดของสามีอย่างแเี
“เดี๋ยวฉันไปช่วยน้าเย่เตรียมอาหารเย็นนะคะ”
เมื่อเห็นอ้อย ที่กำลังจะเข้าปากอยู่แล้ว หลุดรอดออกไปได้ เขาก็ได้แต่เม้มปากแน่น เขม่นมองไปยังก้างตัวแสบ ที่ขนาดนอนหลับ ยังมาขัดจังหวะเสียได้
ได้แต่ส่งสายตาตัดพ้อไปให้ภรรยาสาว ร้องไห้โดยปราศจากน้ำตา
จนเมื่อเธอเข้ามากระซิบบางอย่างข้างหู จึงเปลี่ยนสีหน้าอย่างฉับพลัน ส่งยิ้มโง่เง่าออกมา เรียกเสียงหัวเราะคิก จากภรรยาได้ แล้วเธอก็รีบเดินออกจากห้องไปก่อนจะโดนหมาป่าตัวโตจับกิน
จางลู่ซือเดินไปนั่งที่ข้างเตียง ฝ่ามือหนาลูบไล้เส้นผมเล็กละเอียดนั้นแ่เบา
“เล่นงานพ่อซะแสบนะเรา เลือกถูกเวลาเชียว” แม้จะขัดใจเล็กน้อยที่พลาดโอกาสไป แต่ความเอ็นดูที่มีต่อลูกสาวนั้นมากกว่า อย่างไรเสีย ก็เป็ลูกที่เกิดจากความรักของพวกเขา ย่อมรักมากเป็เกินกว่าจะโกรธได้ลง
เขานั่งมองใบหน้ายามหลับของลูกสาวสักพัก ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกจากห้องไป
โดยไม่รู้เลยว่า ทันทีที่เขาหันหลัง ลูกสาวตัวแสบนั้นลอบระบายลมหายใจ ที่กลั้นไว้นานออกมาเบาๆ
ฮืออ…หนูไม่ได้ตั้งใจ
ไม่ได้อยากขัดจังหวะน้าาา
ร่างกายมันไปเอ้งงงงง
เพราะยานั่นแท้ๆ นอกจากจะทำให้เธอสลบไปแล้ว ยังกระตุ้นการระบายของเสียอีก…
เมื่อเห็นพ่อปิดประตูออกจากห้องไปแล้ว ก็รีบลุกพรวด วิ่งเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว
…………….
ไรท์: ถถถถ อี้หนิงเอ๊ยยย วงวานขุ่นพ่อ 5555
ระบบ: (กุมขมับ)
อี้หนิง: มุดผ้าห่ม ซ่อนตัว ( T -T)
...............