เช้าวันรุ่งขึ้นเจียงเหยารู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงไก่ขันหล่อนรีบเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารไว้ให้เด็ก ๆ จากนั้นก็รีบเอาเสื้อผ้าไปซักไหนยังต้องกุลีกุจอไปรดน้ำผักอีก
พอสายมาหน่อยเด็ก ๆสองพี่น้องก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นมาบิดี้เี ก่อนจะพากันเดินงัวเงียออกมาหาของกินเจียงเหยากำชับกับลูกสาวว่าวันนี้อย่าเพิ่งออกไปวิ่งเล่นที่ไหนแม่จะออกไปวางทุ่นดักปลาเพราะงั้นหน้าที่เลี้ยงน้องต้องตกเป็ของเถียวหลันชั่วคราว
ระหว่างวันถ้ารู้สึกเบื่อก็ให้ชวนน้องหยิบจับไม้กวาดขึ้นมาทำความสะอาดบ้านไม่งั้นก็ออกไปถอนหญ้าในแปลงผักก็ได้ แต่ถ้าแดดเริ่มแรงก็อย่าเพิ่งไปทำ
เป็โชคดีอีกอย่างหนึ่งที่เถียวหลันเป็ลูกสาวคนโตที่สามารถแบ่งเบาภาระของแม่ได้หลายๆ เื่ หล่อนหัวไว ไม่ใช่คนที่เข้าใจอะไรยาก และไม่เกียจคร้านดังนั้นเื่ที่คุณแม่ฝากฝังไว้ หล่อนจะไม่ทำให้คุณแม่ต้องผิดหวัง
ส่วนความโชคดีอีกอย่างหนึ่งก็คือมู่ถานฉินเป็เด็กที่ว่านอนสอนง่าย แม่ว่ายังไงก็จะว่าไปตามนั้นแล้วถานฉินยังเชื่อฟังพี่สาวมากอีกด้วย ั้แ่ย้ายมาอยู่ในร่างของฟางหลีเจียงเหยาไม่เคยต้องมานั่งปวดหัวกับนิสัยดื้อรั้นของลูกชายเลย
ดังนั้นการเป็คุณแม่เลี้ยงเดี่ยวจึงไม่ใช่เื่ยากสำหรับหล่อน
เมื่อฝากฝังและจัดเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างได้ครบแล้วเจียงเหยาก็ตั้งท่าจะหอบทุ่นดักปลาพะรุงพะรังไปยังท้ายหมู่บ้าน
แต่ให้ตายเถอะ!หล่อนยังออกไปไม่ถึงไหน ดันเจอเข้ากับตัวอับโชคเหมือนอย่างเคยเห็นหายหน้าหายตาไปวันสองวัน หล่อนได้แต่แอบดีใจอยู่คนเดียว นึกว่าอีตาหมอนั่นถอดใจไปแล้วซะอีกทว่าคราวนี้ดันโผล่หน้ามาซะได้ ไม่รู้ว่าลมอะไรหอบมา!
"โถ่คุณไม่ไปทำมาหากินอย่างอื่นบ้างล่ะ ตามติด ตามเฝ้าอยู่ได้ ไม่เบื่อหรือไง"
"ตามทวงเงินทุกวันไอ้เบื่อ มันก็เบื่ออยู่หรอก แต่จะว่าไปความสวยของคุณมันก็ทำให้ผมมองเพลินอยู่เหมือนกันนะแทบมองไม่รู้เบื่อเลยล่ะ"
"เหอะ! อีตาบ้า!วันนี้จะมาไม้ไหนล่ะ เล่นพูดดีมาแต่ไกลเชียว ปกติปากร้ายยังกะคนท้องแก่คุณอย่าพูดอะไรเลี่ยน ๆ พวกนี้จะได้ไหม ฉันจะอ้วก"
"ก็ผมบอกแล้วไงว่าตราบใดที่คุณยังไม่คืนเงิน ผมก็จะทำให้คุณหาความสุขในชีวิตไม่ได้ยิ่งคุณไม่ชอบใจ ผมยิ่งต้องทำคุณก็รู้ว่าผมจำเป็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อกดดันคุณ"
"เหอะ!งั้นก็ช่างหัวคุณเถอะ แล้วช่วยหลีกทางหน่อยค่ะพ่อเทพบุตรสุดหล่อฉันจะออกไปหาปลา!"
ปกติซื่อเฉิงจะเดินวนเวียนอยู่หน้าบ้านของหล่อนเขาชอบทำตัวเป็เ้าที่ บ้างก็ชอบทำตัวเหมือนนักเลง ท่าประจำตัวของเขาคือนั่งพิงก้นอยู่บนอานรถมอเตอร์ไซค์สีแดงคู่ใจพร้อมกับคาบมวนบุหรี่ไว้ในปาก
ท่าทางกวนบาทาพวกนั้นคงคิดว่าตัวเองหล่อมากมั้ง!
แต่วันนี้มาแปลกแฮะถึงกับหิ้วของพะรุงพะรังมาฝากลูกของหล่อนคงจะใช้ลูกไม้เดิม ๆ หวังเข้าทางเด็กสองพี่น้องอีกตามเคยล่ะสิท่า แต่บอกไว้เลยว่าต่อให้เอาขนมมาล่อเพื่อจะเสี้ยมสอนให้เด็ก ๆ กลายเป็กระบอกเสียงหันมาช่วยซื่อเฉิงทวงเงินอีกแรงยังไงซะมันก็ไม่ได้ผลหรอก เพราะหล่อนกำชับไว้แล้วว่าไม่ให้เด็ก ๆรับของจากคนแปลกหน้าเด็ดขาด
“อ้าวคุณ รอด้วยสิ จะไปจับปลาที่ไหน ไม่รู้หรือไงว่าจับปลาคนเดียวมันอันตรายยิ่งเป็ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ยิ่งไม่ควรลงน้ำ”
"จะทำไงได้ล่ะก็ฉันไม่มีสามี ญาติพี่น้องก็ไม่มี อะไรทำได้ก็ต้องทำไปก่อนอีกอย่างฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้นแล้วคุณเป็อะไรกับฉันมิทราบถึงได้เป็เดือดเป็ร้อนขนาดนั้น"
"จะเป็อะไรได้ผมก็เป็คนทวงหนี้ประจำตัวคุณยังไงล่ะ เกิดคุณจมน้ำตายขึ้นมาแล้วใครจะใช้หนี้ให้เถ้าแก่"
"งั้นก็ช่างหัวเถ้าแก่สิที่ฉันต้องไปดักปลาไม่ใช่เพราะต้องหาเงินมาคืนเถ้าแก่ของคุณหรือไง"
คำพูดของเจียงเหยาทำให้ซื่อเฉิงมึนจนต้องแกล้งเป็ใบ้จะเถียงก็เถียงไม่ออก จะว่าก็ว่าไม่ได้
"งั้นผมจะไปกับคุณด้วย"
"วันนี้มีหลายอย่างที่ต้องทำฉันไม่มีเวลามาเถียงกับคุณหรอกนะคะ เพราะถ้าจะตามไปเกะกะการทำงานของฉันก็ช่วยเงียบ ๆ ปากไว้ด้วย ไม่งั้นปลาในคลองได้หนีหมด"
หล่อนหันมาพ่นลมหายใจเบื่อหน่ายใส่หน้าคนหล่อก่อนจะเดินถกเท้าไปข้างหน้าอย่างรีบร้อน ยิ่งได้เห็นท่าทางเทอะทะของหล่อนมันก็ยิ่งทำให้ซื่อเฉิงหงุดหงิดจริง ๆเขารีบห้อยถุงขนมที่ซื้อติดมือมาด้วยเอาไว้ที่รั้วบ้านฝั่งในสุดก่อนจะเดินตามไปติดๆ
"ผู้หญิงแบบคุณเนี่ยอวดเก่งชะมัดตัวเล็ก ๆ ยังจะแบกของหนักอีก ไม่รู้จักประมาณตัวเองจริง ๆ ช่างเถอะ ผมจะถือว่าทำบุญทำทานก็แล้วกันเอามานี่! ผมถือเอง!"
ซื่อเฉิงพูดบ่นในลำคอก่อนจะยื่นมือเข้าไปแย่งของจากมือเจียงเหยาเอามาถือไว้เองแบบหน้าด้านๆ
"นี่คุณ!ทำบ้าอะไรเนี่ย ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าป่วน!"
"ป่วนที่ไหนล่ะนี่ผมกำลังช่วยคุณถือของอยู่นะ" เขาสวนกลับทันควัน หนำซ้ำยังย่นจมูกใส่หล่อนอีกท่าทางเอาแต่ใจของเขาชวนให้เจียงเหยานึกหมั่นไส้จนอยากหยิกเอวเขาสักที
พอเถียงไม่สู้เจียงเหยาก็เชิดคางขึ้นเล็กน้อยแล้วเดินนำหน้าไปยังลำน้ำท้ายหมู่บ้าน พอไปถึงจุดหมายหล่อนก็เริ่มสำรวจรอบ ๆไว้รออย่างรู้งาน ไม่กี่นาทีหลังจากนั้นผู้ชายตัวสูงคนเดิมก็เอาทุ่นดักปลากับตะกร้าไม้ไผ่วางทิ้งไว้แบบส่งๆจากนั้นหลบไปยืนดูดบุหรี่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่พร้อมทำท่าสบายใจเฉิบอวดอ้างมาที่หล่อนคล้ายกับส่งคำพูดไร้เสียงมาให้หล่อนว่า...
"ใครเป็ลูกหนี้ก็ทำงานไปสิคนทวงหนี้จะยืนตัวเบารออยู่ตรงนี้"
"อ้าว หลันหลันพาน้องตามมาที่นี่ทำไม?" เจียงเหยาเพิ่งเห็นว่าเด็ก ๆแอบตามมา
"หนูไม่ได้ตั้งใจจะขัดคำสั่งแม่นะคะแต่มาคิด ๆ ดูแล้ว แม่ต้องลงน้ำวางทุ่นดักปลาคนเดียว พวกเราเป็ห่วงแม่ค่ะเลยต้องแอบตามมาดู"
แค่ได้ฟังเหตุผลที่เต็มไปด้วยความหวังดีของลูกสาวเพียงในนามแล้วใครที่ไหนจะไปโกรธลง
“ทำไมลุงนักเลงคนนั้นต้องชอบตามแม่ของผมด้วยล่ะครับ”ถานฉินชี้นิ้วไปหาผู้ชายตัวสูงที่กำลังยืนสูบบุหรี่อยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ด้วยสีหน้าไร้เดียงสา
"นี่คุณผมไม่ใช่นักเลงสักหน่อย ทำไมถึงสอนลูกให้เรียกผมแบบนั้น"ซื่อเฉิงพ่นควันบุหรี่กลบหน้าพร้อมกับเน้นเสียงตำหนิสาวสวยที่กำลังยุ่มย่ามอยู่กับอุปกรณ์จับปลาตรงริมคลอง
แต่ถึงอย่างนั้นเจียงเหยาก็ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไปหล่อนเพียงหันไปหาลูกชายตัวน้อยแล้วอธิบายว่า
“สงสัยคุณลุงคนนั้นคงไม่มีบ้านให้กลับเลยต้องคอยวนเวียนเป็สัมภเวสีอยู่แถวบ้านเรา เพราะงั้นลูกก็ไม่ต้องไปสนใจหรอก”
"คร๊าบแม่"
“ฟางหลี!คุณเป็แม่ประสาอะไรกันเนี่ย สอนเด็กในทางผิด ๆ มันใช้ได้ซะที่ไหน”
ซื่อเฉิงพยายามเอ่ยแย้งและตั้งท่าจะเข้าไปพูดสอนเด็กชายให้ทำความเข้าใจซะใหม่ ว่าเขาไม่ใช่นักเลงแล้วก็ไม่ใช่สัมภเวสีอะไรนั่นด้วย พอเห็นอย่างนั้นเจียงเหยาก็เอาตัวมาขวางไว้แล้วย่นจมูกใส่ซื่อเฉิงไปทีหนึ่ง
"เห็นหรือยัง!ว่าพฤติกรรมของคุณมันเหมือนนักเลงมากขนาดไหนแค่ท่าเดินของคุณก็ทำให้ลูกชายของฉันกลัวไปหมดแล้ว ถานฉินยังเล็กเพราะงั้นคุณอย่าทำให้ลูกของฉันใจะดีกว่า"
"แต่ผม..."
"ไม่มีแต่อะไรทั้งนั้นค่ะฉันบอกแล้วไงว่าจะหาปลา ขืนคุณยังเอาแต่ถ่วงเวลาไม่หยุดแล้วฉันจะเอาปลาที่ไหนไปขาย ไม่มีปลา ก็เท่ากับไม่มีเงินมาใช้หนี้"
ที่เจียงเหยาพูดมาก็มีเหตุผลซื่อเฉิงเลยทำได้แค่ไหวไหล่เล็กน้อยแล้วถอยกลับไปยืนสังเกตการณ์อยู่ห่าง ๆ
"แม่คร๊าบตรงนั้นมีปลาคร๊าบ แม่คร๊าบเอาไปวางตรงนั้นสิคร๊าบ"เด็กชายตัวน้อยยืนชะเง้อชะแง้อยู่บนริมทางต่างชี้นิ้วบอกจุดปลาชุมให้แม่รีบเอาทุ่นไปวาง
"หลันหลัน...ช่วยทำให้น้องเบาเสียงหน่อยจ้ะเดี๋ยวปลาได้หนีหมดหรอก"
เจียงเหยาตักเตือนเสียงเบาก่อนจะค่อย ๆ หันไปทำภารกิจของตัวเองต่อไป โชคดีที่ริมลำน้ำมีทางลาดเล็ก ๆและมีหินก้อนใหญ่ให้หล่อนขึ้นไปยืนเจียงเหยาจึงไม่จำเป็ต้องหย่อนเท้าลงไปในน้ำเพียงแค่วางทุ่นดักปลาลงบนผิวน้ำแล้วใช้กิ่งไม้ดันให้มันเคลื่อนไปอยู่ในจุดที่้า แค่นี้ก็ถือว่าเป็อันเสร็จสิ้น
"ทำเก้ ๆ กัง ๆอะไรของหล่อนกันนะ น่าเบื่อชะมัด..." ซื่อเฉิงยืนกอดอกพิงอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ทั้งมองทั้งทำปากมุบมิบไปเรื่อย แต่ชั่ววูบเดียวที่เขาเหลือบตาไปมองจุดอื่น อยู่ ๆก็เกิดเสียงตู้มดังไปทั่วบริเวณ
เกิดเหตุสุดวิสัยขึ้น ก็ลูกหนี้คนสวยดันพลัดตกน้ำน่ะสิ!!!
"คุณลุงคะ!ช่วยคุณแม่ของพวกเราด้วย" เถียวหลันไหวพริบดีมาก พอเกิดเื่ขึ้นหล่อนก็รีบวิ่งแจ้นไปดึงแขนลุงเ้าหนี้ให้เข้ามาช่วยคุณแม่ก่อนเป็อย่างแรกโดยไม่ได้คิดเล็กคิดน้อย ว่าก่อนหน้านี้คุณลุงไม่ค่อยถูกกับคุณแม่
"บ้าเอ๊ย!!ก็คิดไว้อยู่แล้วว่าต้องเกิดเื่"
เหตุการณ์ตรงหน้าชวนให้ซื่อเฉิงรีบกระโจนลงน้ำโดยไม่มีโอกาสให้คิดลังเลโชคดีที่ลำน้ำไม่ได้กว้างมากเขาจึงคว้าตัวเจียงเหยาไว้ทันก่อนที่หล่อนจะจมหายไป
มันก็จริงที่ลำน้ำบริเวณนั้นไม่ได้กว้างขวางจึงดูเหมือนไม่ได้ลึกมาก แต่เขาก็เพิ่งมารู้เอาตอนนี้ว่าความจริงแล้วมันลึกมากลึกถึงขนาดว่าคนตัวสูงแบบเขายังหยั่งเท้าไม่ถึงพื้นเลยด้วยซ้ำ
“คุณทำบ้าอะไรของคุณเนี่ยรู้หรือเปล่าว่าฉันเกือบสำลักน้ำตายเพราะท่อนแขนใหญ่ ๆ ของคุณ”ก็ตอนที่ซื่อเฉิงะโลงไปช่วย เขาใช้ท่อนแขนงัดกับคางของหล่อนไว้ ไม่รู้ล่ะ!ว่าช่วยคนแบบถูกวิธีเขาทำกันแบบไหน ก็เหตุการณ์เมื่อครู่มันฉุกละหุกนี่นา
“เหอะ!ผู้หญิงปากร้าย! ผมไม่น่าช่วยคุณเลยจริง ๆ ไม่ขอบคุณสักคำ ยังจะต่อว่าผมอีกเหรอแล้วรู้ว่าข้างล่างเป็น้ำทำไมยังทะเล่อทะล่าจนตัวเองเกิดอุบัติเหตุได้ล่ะระวังหน่อยไม่ได้หรือไง”
"โอยยยอุบัติเหตุอะไรกัน ฉันแค่จะโดดลงไปวางทุ่นดักปลาไว้อีกฝั่ง ก็ฝั่งนี้ฉันวางจนเต็มหมดแล้ว"
"อวดเก่งอวดเก่งอีกแล้ว! ตัวเองพลัดตกน้ำแท้ ๆ แต่ไม่กล้ายอมรับกับเื่แค่นี้ไม่จำเป็ต้องอายหรอกนะครับ จะบอกให้นะถ้าไม่มีผมอยู่ตรงนี้ทั้งคนป่านนี้คุณได้กลายเป็ผีเฝ้าคลองไปแล้ว!"
“คุณอย่าหลงตัวเองไปหน่อยเลยอีกอย่างไม่เห็นต้องดุฉันเลยนี่คะ เพราะฉันไม่ได้ทำอะไรผิดที่สำคัญฉันว่ายน้ำเป็ค่ะ ส่วนคุณก็เลิกทำทีเหมือนเป็สามีใหม่ของฉันสักทีถือว่าฉันขอเถอะนะคะ”
"แล้วทำไมไม่บอกแต่แรกว่าว่ายน้ำเป็"
"ก็คุณไม่ได้ถามนี่คะ!?"O...O
"แล้วใครทำตัวเหมือนเป็สามีใหม่ของคุณไม่ทราบถ้าไม่ติดว่าลูกสาวของคุณร้องไห้ขอความช่วยเหลือคิดว่าผู้ชายใจแข็งแบบผมจะยอมช่วยง่าย ๆ งั้นเหรอ"
ซื่อเฉิงทำตาหลุกหลิกขณะพูดบ่งบอกว่าเขากำลังเสียหน้าเพียงแต่ไม่รู้จะกู้สถานการณ์ยังไงสุดท้ายก็ต้องเดินหนีไปเฉย ๆ ทำเอาคนตรงหน้าเผลอหัวเราะเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู