“ถูกทำลาย?” เีเ่ขมวดคิ้ว ั้แ่ยังเยาว์วัยท่านปู่และทุกคนต่างพูดว่าเขามีเส้นชีพจรลมปราณพิการแต่กำเนิดเขาเองก็เชื่อเช่นนั้นมาโดยตลอด แม้แต่ภายหลังจากการที่เขาได้รับความทรงจำของการ“กลับชาติมาเกิด” ที่รวบรวมองค์ความรู้จากตำราแพทย์ทั้งหลายทั้งมวลที่เขาได้ศึกษามาตลอดชีวิต
ทว่าเซี่ยชิงเยว่กลับบ่งบอกว่าชายหนุ่มมิได้ถือกำเนิดมามีเส้นชีพจรลมปราณพิการหากแต่ถูกทำร้ายโดยการลงมือจากภายนอก
ในความเป็จริงไม่มีผู้ใดในตระกูลเซียวสังเกตออกถึงการหลอกลวงตบตานี้ได้เซี่ยชิงเยว่จับจ้องมองเีเ่เพียงชั่วเวลาไม่กี่ลมหายใจ นางกลับสามารถมองซึ้งกระจ่างถึงความจริงได้ง่ายดาย
...สตรีนางนี้...
“ถูกต้อง”เซี่ยชิงเยว่ย่นคิ้วเข้าหากันแล้วกล่าวอย่างแช่มช้าว่า“มันถูกทำลายอย่างรุนแรงขณะที่ท่านยังเป็ทารก ครอบครัวของท่านอาจไม่เฉลียวใจเพราะเหตุนั้น เส้นชีพจรลมปราณของท่านไม่เคยได้รับการรักษา เมื่อท่านเติบโตขึ้นเส้นชีพจรลมปราณเ่าั้ล้วนเปลี่ยนแปลงสู่ขั้นพิการอย่างถาวร...หมดความหวังใดๆ ในการรักษา!!!”
ทว่าหากชีพจรลมปราณถูกทำลายใน่วัยเจริญเติบโตเช่นทารกการเจริญเติบโตของเส้นชีพจรล้วนเริ่มจากพื้นฐานอันเลวร้ายและยิ่งเวลาผ่านกลับยิ่งเลวร้ายลงด้วยวัยของเีเ่ในปัจจุบันเส้นชีพจรลมปราณทั้งหมดล้วนพัวพันอย่างยุ่งเหยิงถึงขนาดไม่สามารถรักษาให้กลับสู่สภาพปกติได้
สีหน้าของเีเ่นิ่งแข็งเฉื่อยชาเขากล่าวว่า “นั่นอาจไม่แน่เสมอไป”
เซี่ยชิงเยว่ผินหน้ามาอย่างช้าๆและจับจ้องไปยังเซียวเช่อ“ดูเหมือนท่านคงคาดหวังอยู่ ว่าจะสามารถรักษาเส้นชีพจรลมปราณของท่านได้?”
“ข้าจะรักษามันให้หายอย่างแน่นอน”เีเ่พูดอย่างไร้อารมณ์
เซี่ยชิงเยว่จ้องมองอย่างลึกซึ้งไปที่เีเ่นางไม่เพียงเห็นความเชื่อมั่นและหยิ่งทระนง หากสามารถมองชัดถึงความเยือกเย็นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ดวงตาทั้งคู่
เซี่ยชิงเยว่ลอบทอดถอนใจและกล่าวอย่างนุ่มนวลว่า“ทวีปลมปราณฟ้าแห่งนี้เป็สถานที่ยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยผู้ทรงภูมิมากมายนับไม่ถ้วนบางทีอาจมีบุคคลที่สามารถรักษาเส้นชีพจรลมปราณของท่านดำรงอยู่ ข้าไม่ควรกล่าวอย่างมั่นอกมั่นใจถึงเพียงนั้นขอให้ท่านถือว่าข้าด้อยความรู้เถอะ”
เพียงคำไม่กี่คำนี้ความรู้สึกของเีเ่ที่มีต่อนางเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นอย่างมากชายหนุ่มอึกอักเล็กน้อยก่อนถามคำถาม “คลื่นพลังความเย็นที่ท่านใช้ก่อนหน้านี้เรียกว่าอะไร? ข้าไม่เคยได้ยินใครในเมืองเมฆาล่องแห่งนี้ฝึกฝนวิชานี้อาจารย์ของท่านคงไม่ใช่บุคคลภายในเมืองแห่งนี้ ใช่หรือไม่? แน่นอนว่า ท่านจะบอกข้าหรือไม่ล้วนตามแต่ท่าน้า”
เซี่ยชิงเยว่เงียบงันไปครู่หนึ่งเมื่อเีเ่คาดว่านางอาจไม่ตอบคำถาม นางกลับตอบกลับอย่างเยือกเย็นว่า “เคล็ดวิชาเมฆาเยือกแข็ง”
“เคล็ดวิชาเมฆาเยือกแข็ง?”เีเ่ร่างกายสั่นสะท้านเมื่อได้ยินชื่อเนื่องจากเขารู้สึกได้ถึงความเคยคุ้นที่แสนเจือจางคลุมเครือทันทีที่เขานึกขึ้นได้ถึงนามเรียกขานนี้ เสียงกล่าวอันซีดเซียวและคำพูดที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้พลันหลุดออกมาจากปากของเีเ่อย่างไม่อาจควบคุม
“วังเมฆาเยือกแข็ง!?!?”
เซี่ยชิงเยว่ผงกศีรษะได้รูปของนางเล็กน้อยและมองมาที่เีเ่อย่างประหลาดใจขณะที่เขาโพล่งคำว่า “วังเมฆาเยือกแข็ง”เีเ่แม้สูญเสียความเยือกเย็นหากดวงตาของเขายังคงสงบนิ่งแม้กระทั่งเ้าเมืองเมฆาล่อง เมื่อได้ยินชื่อนี้อาจถึงกับมือไม้อ่อนแข้งขาสั่นเนื่องจากความหวาดหวั่นก็เป็ได้นางกล่าวต่ออย่างแ่เบาว่า “ท่านอาจารย์ของข้าเป็คนของวังเมฆาเยือกแข็งจริงดังนั้นข้าสามารถเรียกได้ว่าเป็ศิษย์ของวังเมฆาเยือกแข็ง...ความจริงนี้บุคคลเพียงคนเดียวในเมืองเมฆาล่องที่รับรู้คือบิดาของข้า ท่านนับเป็บุคคลที่สองข้าบอกต่อท่าน...เนื่องเพราะท่านคือสามีของข้าในตอนนี้และนี่คือพื้นฐานที่สุดของความเคารพที่ข้าพเ้ามอบต่อท่าน”
เสียงหัวใจเต้นถี่รัวของเีเ่ยังคงไม่ชะลอคำว่า “วังเมฆาเยือกแข็ง” ทะลวงเข้าในใจของเขาราวกับะเิลูกหนึ่งเนื่องจากมันคือหนึ่งในพรรคใหญ่ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในจักรวรรดิวายุครามเป็แดนศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนมากมายปรารถนาและรอคอยเพื่อเป็ส่วนหนึ่ง แม้แต่เหล่าราชนิกุลแห่งจักรวรรดิวายุครามยังต้องให้ความเคารพแก่พวกมันทุกปี!
หมู่บ้านกระบี่์, วังเมฆาเยือกแข็ง, พรรคตระกูลเซียว, และตระกูลอัคคีผลาญฟ้า
"..."
ในบรรดาประเทศทั้งเจ็ดประเทศบนทวีปลมปราณฟ้านี้จักรวรรดิวายุครามคือประเทศที่เล็กที่สุด หากนับความเข้มแข็งโดยเฉลี่ยแล้วจักรวรรดินี้อ่อนแอที่สุดทว่ามันกลับไม่เคยถูกรุกรานโดยประเทศอื่นๆเหตุผลสำคัญล้วนสืบเนื่องจากการคงอยู่ของกลุ่มอิทธิพลทั้งสี่กลุ่มนี้เหล่าประเทศต่างๆ ที่ทรงอำนาจมิได้เกรงกลัวอาณาจักรวายุคราม หากกลับกันพวกมันล้วนเกรงกลัวต่อทั้งสี่พรรค
อย่างปราศจากข้อสงสัยถึงความแข็งแกร่งของพรรคทั้งสี่ขั้นตอนการคัดเลือกศิษย์ของพวกมันล้วนเข้มงวดพวกมันล้วนไม่ใส่ใจด้านภูมิหลังหรือประวัติส่วนตัวสิ่งที่สำคัญที่สุดที่พวกมัน้าคือความสามารถผู้คนที่อยู่ในอาณาจักรวายุครามล้วนใฝ่ฝันและปรารถนาที่จะประสบโชคดีเช่นนั้นหากว่าท่านเข้าไปเป็หนึ่งในพรรคใหญ่เหล่านี้แม้แต่ศิษย์ระดับต่ำที่สุดยังนำมาซึ่งเกียรติยศและความร่ำรวยสู่ตระกูลพวกมันอาจสามารถเป็ถึงพยานผู้ทรงเกียรติในศาลและอาจได้รับการแต่งตั้งให้เป็ขุนนางระดับกลางเลยทีเดียว
ไม่มีใครในเมืองเมฆาล่องนี้ที่เคยได้ยินข่าวว่ามีใครได้รับการคัดเลือกเข้าเป็ศิษย์ของพรรคใหญ่เ่าั้ที่ยิ่งกว่านั้นคือไม่มีใครอาจเอื้อมแม้แต่จะฝันถึงหากเีเ่คนก่อนได้ยินชื่อของพรรคใหญ่ทั้งสี่คงเปรียบประดุจการได้ยินถึงการคงอยู่ของนครลอยฟ้าเขาคงไม่เคยแม้แต่จะคาดหวังว่าจะได้ยินได้ฟังเกี่ยวกับชื่อเหล่านี้...ทว่าเขาคงยิ่งกว่าคาดไม่ถึงว่าฮูหยินที่เพิ่งแต่งเข้ามาจะเป็หนึ่งในศิษย์ของพรรคใหญ่อันดับต้น ที่เป็รองเพียงหมู่บ้านกระบี่์ ศิษย์ของวังเมฆาเยือกแข็ง!
เีเ่ทำใจให้เย็นลงอย่างรวดเร็วก่อนถามว่า“ในเมื่อท่านเป็ศิษย์ของวังเมฆาเยือกแข็ง เหตุใดตระกูลท่านจึงไม่เปิดเผยต่อบุคคลภายนอก? ด้วยศักดิ์ฐานะของท่านตระกูลเซี่ยสามารถเดินเข้านอกออกในได้ทุกที่ทางภายในเมืองเมฆาล่องแห่งนี้และไม่มีใครอาจหาญมากพอจะต่อต้าน พวกคนร่ำรวยทั้งหลาย รวมทั้งตระกูลหลักๆในเมืองจะหาทางผูกสัมพันธ์กับท่าน ตระกูลเซี่ยของท่านจะเติบโตอย่างก้าวะโ”
“สืบเนื่องจากท่าน”เซี่ยชิงเยว่ตอบ
“สืบเนื่องจาก...ข้า?”เีเ่นิ่งเงียบงันไป...คำพูดนี้ทำให้เขาคิดได้ว่าเพราะเหตุใด
“ข้าแต่งงานกับท่านด้วยศักดิ์ฐานะของธิดาสกุลเซี่ยเมืองเมฆาล่องทั้งเมืองล้วนวุ่นวายยุ่งเหยิง หากข้าแต่งงานกับท่านด้วยฐานะศิษย์ของวังเมฆาเยือกแข็งความวุ่นวายคงไม่เพียงแค่เมืองเมฆาล่องเล็กๆ นี้ ไม่ว่าด้วยฐานะใดก็ตามอาจก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เกินจะคาดเดาได้มากมายขึ้นระหว่างท่านและตระกูลเซี่ยของข้าพเ้าท้ายที่สุดแล้ว ความแตกต่างระหว่างท่านและข้า มันมากเกินไป” เซี่ยชิงเยว่กล่าวแ่เบาดวงตาของนางทอประกายกระจ่างสุกใส แม้นางจะยืนอยู่อย่างเงียบๆความงามของนางกลับส่องประกายแพรวพราว
เีเ่ระบายลมหายใจอย่างช้าๆ“อย่างนั้น ท่านแต่งงานกับข้าทำไมกัน?”
“ท่านเองรู้ดีที่สุดว่าเพราะเหตุใด...ชีวิตของข้าถูกช่วยไว้ด้วยท่านลุงเซียวยิงข้าคือต้นเหตุให้ท่านลุงต้องเสียชีวิตจากการลอบสังหารไม่นานหลังจากนั้นั้แ่ข้าถือกำเนิดท่านพ่อจัดแจงการหมั้นหมายระหว่างเราสองเพื่อตอบแทนพระคุณของท่านอาเซียวยิงแม้ว่านั่นจะเป็คำสัญญาของท่านพ่อ ข้าไม่มีเหตุผลใดที่จะขัดคำสั่งและไม่มีเหตุผลใดที่จะไม่แต่งกับท่าน”
เซี่ยชิงเยว่พลันช้อนสายตาขึ้นดวงตาทอประกายอย่างชาเย็น กล่าวว่า“เหตุผลที่ข้าบอกกล่าวเื่ที่ข้าเป็ศิษย์ของวังเมฆาเยือกแข็ง เพราะ้าให้ท่านทราบว่าในการฝึกฝนวิชาเมฆาเยือกแข็งนั้น จิตใจข้าพเ้าต้องเป็ดั่งเมฆาอันเยือกเย็นวังเมฆาเยือกแข็งเพียงรับศิษย์สตรี พวกนางล้วนบริสุทธิ์และรักษาพรหมจรรย์ตลอดชีวิตแม้ว่าข้าแต่งกับท่านข้าไม่อาจมีความรักได้ตลอดชีวิต ท่านต้องเข้าใจความตั้งใจของข้าพเ้า”
“...ถึงท่านจะไม่ใช่ศิษย์ของวังเมฆาเยือกแข็งข้าก็ไม่คิดว่าท่านจะตกหลุมรักข้าได้อยู่ดี”เีเ่พูดพร้อมรอยยิ้มสังเวชในตนเอง
เซี่ยชิงเยว่สั่นศีรษะปฏิเสธช้าๆ“บางทีท่านอาจเข้าใจข้าผิด ข้าไม่เคยรังเกียจในตัวท่าน ยิ่งไม่เคยดูแคลนท่าน...ท่านอาจารย์ของข้าสั่งสอนหลายครั้งคราว่าบุคคลที่พลังฝีมือสูงกว่า ไม่ควรมองข้ามคนที่ด้อยกว่า ทั้งไม่ควรดูถูกเขาเ่าั้นอกจากนี้ ข้าเพียงสามารถบรรลุถึงจุดเริ่มต้นของการขัดเกลาตนเองทวีปลมปราณฟ้าล้วนเคารพผู้กล้าแกร่ง จำนวนแพทย์ผู้เชี่ยวชาญล้วนมีนับไม่ถ้วนเพียงเส้นชีพจรลมปราณของท่านถูกทำลาย ไม่ได้หมายความว่าทั้งชีวิตของท่านถูกทำลายไปด้วย”
...เีเ่หวั่นไหวแล้ว...
ทั่วทั้งเมืองเมฆาล่องต่างร่ำร้องถึงความงามและพร์เชิงยุทธ์ของเซี่ยชิงเยว่หากบางทีอาจไม่มีใครรับรู้ถึงความสูงส่งงดงามภายในจิตใจของนางซึ่งแม้แต่ผู้าุโที่ผ่านโลกมามากมายกว่าครึ่งค่อนชีวิตล้วนไม่สามารถบำเพ็ญได้
นอกจากนี้นางเพียงอายุได้สิบหกปีเท่านั้น ใครจะคาดเดาได้ว่าอนาคตนางจะเติบโตขึ้นเยี่ยงไรไม่น่าแปลกใจที่นางเป็ที่สนใจของคนจากวังเมฆาเยือกแข็ง!
สตรีที่ถึงพร้อมทั้งความงาม, ความสามารถ, และจิตใจอันงดงามประดุจเทพธิดาเพิ่งจะตบแต่งเป็ภรรยาเีเ่ได้เพียงครู่เดียว!เีเ่รู้สึกประดุจดังอยู่ในความฝัน!
หากชายหนุ่มมิได้มีความทรงจำและประสบการณ์สองชาติภพเขาอาจรู้สึกเป็ปมด้อยและแม้กระทั่งไม่สามารถรวบรวมความกล้าที่จะมองสบตากับเซี่ยชิงเยว่ก็เป็ได้
“ขอบคุณสำหรับคำพูดของท่าน...”
เีเ่พูดพร้อมทอดถอนใจอย่างลึกล้ำดวงตาของเขาพลันแปรเปลี่ยนเป็รวมศูนย์ดุจเดียวกับเส้นเสียง “ถ้าเช่นนั้นท่านสามารถบอกข้าถึงระดับความแข็งแกร่งของลมปราณท่านในปัจจุบันได้หรือไม่?”
การก้าวเข้าสู่ขอบเขตลมปราณแรกเริ่มระดับสิบได้ภายในอายุสิบหกปีนั้นนับว่าเป็พร์อันสูงส่งเพียงพอกับการสร้างความตื่นตะลึงแก่ผู้คนในเมืองเมฆาล่องได้แล้วอย่างไรก็ตาม เีเ่ไม่เชื่อว่าเซี่ยชิงเยว่เพียงสำเร็จขั้นสิบของขอบเขตลมปราณแรกเริ่มอย่างแน่นอนเนื่องเพราะระดับความสำเร็จและพร์เพียงนี้ในเมืองเมฆาล่องไม่สามารถชักนำบุคคลจากวังเมฆาเยือกแข็งได้
เซี่ยชิงเยว่พลันเปลี่ยนเป็เงียบงันและไม่ตอบคำถามของเีเ่อย่างไรก็ตาม ความเงียบของนางเป็คำตอบที่บ่งบอกว่าความแข็งแกร่งของระดับลมปราณของนางนั้นสูงส่งกว่าขอบเขตปราณเริ่มต้นขั้นสิบอย่างแน่นอน
“ท่านสมควรไปคารวะสุราได้แล้ว”เซี่ยชิงเยว่ตอบกลับอย่างช้าๆ ดวงตาทอประกายวูบหนึ่ง
เมื่อสิ้นเสียงกล่าวของนางภายนอกห้องหอพลันบังเกิดเสียงฝีเท้าย่างก้าวเป็จังหวะเสียงทุ้มต่ำของเซียวหงร้องเรียกมาจากหน้าประตู “นายน้อยตอนนี้ได้เวลาท่านคารวะสุราแล้วขอรับ”
“ท่านตาหงข้าจะออกไปเดี๋ยวนี้” เีเ่ขานรับ เขาตวัดสายตามองไปที่เซียฉิงเยว่อีกครั้งสองมือตบลงบนเสื้อผ้าเพื่อสำรวจความเรียบร้อย ก่อนเดินออกจากห้องไป
ทันทีที่เีเ่ลับสายตาพลันมีคลื่นพลังสดใสเยือกเย็นครอบคลุมลงภายในห้องเงาร่างสีขาวพร่าเลือนประดุจดังความฝันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าของเซี่ยชิงเยว่หญิงสาวก้าวออกไปเบื้องหน้าเล็กน้อยพร้อมกล่าวด้วยความเคารพนอบน้อม “ท่านอาจารย์”
“ชิงเยว่เ้า้ากลับวังเมฆาเยือกแข็งกับข้าหรือไม่?”
สุ้มเสียงอันไพเราะให้ความรู้สึกทั้งคลุมเครือประดุจเมฆหมอกทั้งอ่อนโยนนุ่มนวลราวสายลมเป็เสียงที่ไพเราะจนอาจหลอมละลายจิตใจของบุคคลอันเ็าถึงที่สุดได้
เซี่ยชิงเยว่สั่นศีรษะปฏิเสธช้าๆ“ท่านอาจารย์ ชิงเยว่ยังจำเป็ต้องอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่งหากชิงเยว่จากไปทันทีหลังพิธีมงคลเขาอาจต้องเผชิญการดูิ่ดูแคลนและเยาะเย้ยถากถางยิ่งกว่าเดิมชิงเยว่ร้องขอท่านอาจารย์เป็เวลาหนึ่งเดือน เพื่อที่เมื่อจากไปเขาจะไม่เ็ปเพราะข้า และไม่มีใครสามารถล้อเลียนเขาได้”
สตรีในชุดสีขาวจับจ้องมองเซี่ยชิงเยว่อยู่ครู่หนึ่งจึงผงกศีรษะรับอย่างช้าๆ พร้อมเผยรอยยิ้มจางๆ “ตกลงนี่เป็ครั้งแรกใน่ระยะเวลาหลายร้อยปีที่ศิษย์ของวังเมฆาเยือกแข็งเราอนุญาตศิษย์เข้าพิธีมงคลสมรสในเมื่อนี่ได้รับการยกเว้นแล้ว เสียเวลารอคอยอีกหนึ่งเดือนไม่นับเป็อย่างไร”
“ขอบพระคุณท่านอาจารย์ที่ส่งเสริมความ้าของศิษย์”
เซี่ยชิงเยว่ค้อมกายลงพูดเสียงแ่เบาราวกระซิบ“ท่านอาจารย์ การฟื้นฟูเส้นลมปราณของเขา ไม่มีทางเลยหรือ?”
สตรีชุดขาวสั่นศีรษะปฏิเสธทันที
“ไม่มีสิ่งใดแน่นอนบนโลกใบนี้...แต่อย่างน้อยที่สุดด้วยความรู้ของข้า มันเป็ไปไม่ได้ ...ชิงเยว่ การที่เ้ามีจิตใจที่เป็ผู้ให้มีความเมตตากรุณาเป็เื่ที่ดี ทว่าอาจารย์ช่วยเ้าเื่นี้ไม่ได้จริงๆ”
************************************************************************************************************
เย้ๆๆ...จบไปอีกหนึ่งตอน
สปอยล์นิดหน่อย ชื่อตอนหน้าคือ"คืนแต่งงาน"
แค่ชื่อก็น่าตื่นเต้นแล้วว...ฮุๆๆ
เพื่อนๆคิดว่าเีเ่จะผ่านคืนแต่งงานนี้ไปได้อย่างไร?
จะมีอุปสรรคอะไรเกิดขึ้นอีกในพิธีมงคลอีกหรือไม่!?
หนทางการเป็ยอดฝีมือของพระเอกช่างยากลำบากจริงๆ!