บทที่13 เงาเทพอัคคี
"นั้นมันวิชากระบี่อันใดกัน!?"
"พวกเ้าเห็นกันไหมกระบี่เดียวแค่เพียงกระบี่เดียวเท่านั้นคุณหนูตระกูลหม่าจัดการรุ่นเยาว์ระดับ4ขั้นต้นนับสิบคนด้วยการฟันออกเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!"
"ใช่แล้วไม่เพียงแค่นั้นนางเหลืออีกเพียงก้าวเดียวเท่านั้นก็จะเข้าสู่ระดับ4ขั้นกลางแล้ว นางอายุยังไม่ถึงยี่สิบปีด้วยซ้ำพร์เชิงยุทธของคุณหนูตระกูลหม่าช่างล้ำเลิศยิ่งนัก"
เสียงฮือฮาทั่วทั้งงานเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ เต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ของผู้ที่รับชมการประลอง
ไม่เว้นแม้แต่คนของตระกูลหม่าด้วยกันเอง
"เซียวหรานวิชากระบี่ที่ซินรุ่ยใช้นั้นมันอันใดกัน!? รวมทั้งระดับพลังของนางด้วยข้าจำได้นางอยู่เพียงแค่ระดับ3ขั้นกลางเท่านั้นทำไมมันถึงกลายเป็ระดับแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ3ได้กัน!?" หม่าจือฉวนถามด้วยถ้าทีตื่นเต้นสงสัยใรวมทั้งดีใจในเวลาเดียวกัน
"ข้าก็ไม่ทราบเหมือนกันท่านพ่อแต่หน้าจะเป็เด็กหนุ่มเฟยอวี่คนนั้นที่สอนให้นาง! ่นี้นางกับรั่วชิงเอาแต่เก็บตัวฝึกวิชาข้าเองก็ไม่ได้สนใจอะไรข้าเห็นว่างพวกนางขยันขันแข็งดีข้าคิดว่ามันเป็เื่ที่ดีและข้ายุ่งอยู่กับการเตียมตัวสำหรับงานวันนี้ขอรับ" หม่าจือฉวนและหม่าเซียวหรานต่างหันมามองที่เฟยอวี่ในตาเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้
หม่าจือฉวนถามเฟยอวี่ว่า "หนุ่มน้อยเฟยอวี่วิชากระบี่นั่นเ้าเป็คนสอนให้ซินรุ่ยใช่ไหม? รวมถึงการเพื่มขึ้นของระดับพลังของนาง!?"
"ใช่เป็ข้าสอนให้พวกนางเองส่วนรายละเอียดต่างๆท่านไปถามจากปากนางเองเถอะ!"
"ซินรุ่ยเ้าใช้วิชาอะไรกันทำไมถึงร้ายกาจขนาดนี้และนี่เ้าอยู่แก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ3แล้วด้วย!? ทำไมข้าไม่รู้เื่เลย?"
"ใช่พวกเราไม่มีใครรู้เื่เลย!?" ชายหนุ่มทั้ง3คนต่างเข้ามารุมถามหม่าซินรุ่ย
"นี่ยังไม่ใช้เวลามาคุยกันยังเหลือคนของตระกูลกัวอีกที่รอให้พวกเราจัดการอยู่อีก ข้าใช้พลังไปค่อนข้างเยอะสำหรับกระบวนท่าเมื่อครู่" หม่าซินรุ่ยพูดพร้อมกับสีหน้าที่ซีดลง กระบวนม่าเทพอัคคีฟาดฟัน! ที่นางใช้ไปนั้นกินพลังของนางไปถึง8ส่วน
"ฮ่าฮ่า..เ้าทำให้ข้าใไม่น้อยกระบวนท่าของเ้าช่างร้ายกาจยิ่งแต่ดูเหมือนว่าเ้าจะใช้มันได้เพียงครั้งเดียวกระมั้ง?" กัวเทียนเจี๋ยใมากกับกระบวนท่าที่หม่าซินรุ่ยแสดงออกมานั้น แต่ตอนนี้เมื่อกัวเทียนเจี๋ยเห็นสีหน้าของหม่าซินรุ่ยแล้ว ก็ผ่อนคลายลง
"ถ้างั้นพวกเราก็มาจบการประลองนี้กันเลยดีกว่า! พวกเ้าแสดงความร้ายกาจของตระกูลกัวให้คุณหนูตระกูลหม่าผู้เก่งกาจได้เห็นหน่อย!" กัวเทียนเจี๋ยพูดจบ ทั้งสี่คนก็พุ่งเข้ามาจู่โจมกลุ่มของหม่าซินรุ่ยทันที
ทั้งสี่คนมีอายุยี่สิบปลายๆเช่นกันเพียงแต่ระดับพลังของทั้งสี่คนนั้น แก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ4 สองคน แก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ5 หนึ่งคน แก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ6 หนึ่งคน กลุ่มของหม่าซินรุ่ยก็พุ่งเข้าไปปะทะกับคนของตระกูลกัว
มีเพียงกัวเทียนเจี๋ยที่ยังยืนดูอยู่ห่างๆ กัวเทียนเจี๋ยพึ้งเข้าสู่ระดับแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ1เท่านั้น
รั่วชิงเองก็ยังยืนอยู่ที่เดิมมือที่ถือกระบี่อยู่นั้นสั่นเบาๆ ประสบการต่อสู้จริงของรั่วชิงนั้นนับว่าเท่ากับศูนย์นางไม่เคยต่อสู้กับใครมาก่อนนางเคยเพียงแค่ซ้อมกระบี่กับหม่าซินรุ่ยเท่านั้นนางยังคงทำตัวไม่ถูก เฟยอวี่และไป๋ลี่ที่มองดูอยู่นั้นอดที่สายหน้าไม่ได้ "ฮ่าฮ่า.เฟยอวี่เด็กปั้นของเ้าดูท่าจะไม่เคยต่อสู้มาก่อนเลยนะยังคงยืนตัวสั่นอยู่บนเวทีอยู่เลย" ไป๋ลี่พูดไปหัวเราะไป
"แต่ข้าก็ชอบนะมันแสดงให้เห็นถึงความอ่อนโยนของนางประสบการสามารถสั่งสมได้แต่นิสัยใจคอนั้นยากที่จะเปลียนแปลง!" เฟยอวี่ตอบด้วยรอยยิ้ม
บนเวทีคนแปดคนยังคงปะทะกันอยู่ ฝั่งตระกูลหม่าเสียเปรียบอย่างเห็นได้ชัดทำได้เพียงแค่เพียงตั้งรับเท่านั้นหม่าซินรุ่ยสีหน้าซีดลงเรื่อยๆ
"รั่วชิงเ้ามั่วทำอะไรอยู่" หม่าซินรุ่ยหันมาพูดกับรัวชิงทำให้นางโดนชายระดับแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ6เข้าถึงตัวชายคนนั้นใช้ดาบฟันใส่หม่าซินรุ่ยอย่างรุนแรง
"เพลงดาบทำลายปฐี!"
หม่าซินรุ่ยใช้พลังที่เหลือทั้งหมดกระตุ้นอาคมเสริมแกร่งพร้อมกับยกกระบี่ขึ้นมาตั้งรับ
"เพล้ง!"
"เพล้ง!"
"พรวด!" ดาบของชายที่ฟันลงมาแตกหักลงทันทีแต่เกราะลมปราณของหม่าซินรุ่ยเองแตกกระจายจากแรงปะทะเล่นกัน หม่าซินรุ่ยกระอักเืออกมาพร้อมกับกระเด็นไปทางรั่วชิง
"คุณหนู!" รั่วชิงพุ่งเข้ามารับร่างของหม่าซินรุ่ยและค่อยๆประคองร่างของหม่าซินรุ่ยนั่งลงช้าๆ
"คุณหนูท่านเป็อย่างไรบ้างเ้าคะ" รั่วชิงพูดด้วยท่าที่ลนลานพร้อมกับน้ำตาที่ค่อยๆไหลออกมา
"ข้าไม่เป็ไรยังไม่ถึงตายหรอก รั่วชิงเ้าพูดกับข้าว่าต่อจากไปนี้ไปจะเป็คนปกป้องข้าไม่ใช่หรือ? แสดงมันออกมาสิความแข็งแกร่งของเ้าตัดความรู้สึกสงสารความเห็นใจทั้งหมดที่มีไปเสียถ้าเ้า้าปกป้องข้าสิ่งที่จำเป็ไม่ใช่สิ่งเ่าั้แต่มันคือความแข็งแกร่ง! ความแข็งแกร่งเท่านั้นที่ข้า้าจากเ้า!"
"เ้าค่ะคุณหนู!"
คำพูดของหม่าซินรุ่ยทำให้ความรู้สึกหลากหลายต่างเข้ามาในหัวของรั่วชิงอาการสั่นก็ได้หยุดลงแล้วมันกับแทนที่ด้วยความโกรธความเสียใจความรู้สึกผิดเืในกายรั่วชิงกับสูบฉีดอย่างบ้าคลั่งความรู้สึกแปลกปลาดนี้ทำให้รั่วชิงงุนงงแต่ก็ทำให้โล่งสบายอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกับบางสิ่งที่เก็บไว้ในส่วนลึกได้ถูกเปิดออก!
"ตุบ!"
"ตุบ!"
"ตุบ!"
ร่างทั้ง3กระเด็นมาทางรั่วชิง พร้อมกับสิ้นสติไป ร่างทั้ง3นั้นก้คือคนของตระกูลหม่านั้นเอง
ชายระดับแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ6 ก็ได้โยนดาบที่หักทิ้งไปแล้วนำดาบเล่มใหม่ออกมาจากแหวนมิติ
กัวเทียนเจี๋ยและพวกก็ได้เดินมาล้อมรั่วชิงที่ยังคงประคองร่างหม่าซินรุ่ยอยู่
"ฮ่า..ฮ่า..สภาพดูไม่ได้เลยนะน้องหญิงซินรุ่ย ความเก่งกาจของเ้าหายไปไหนหมดแล้วละ? ฮ่าฮ่า...ยังเหลือสาวน้อยรั่วชิงอยู่นี่หน่าทุกที่เห็นเอาแต่หลบอยู่หลังคนอื่นเสมอแต่ตอนนี้ไม่มีคนให้เ้าหลบแล้วละสาวน้อยมาทำให้มันจบกันเลยดีกว่า!"
กัวเทียนเจี๋ยพูดยังไม่ทันจบ ไอความร้อนค่อยๆแพร่กระจายออกมาจากร่างของรั่วชิงและค่อยๆร้อนขึ้นเรื่อยๆ
พวกของกัวเทียนเจี๋ยััได้ถึงไอความร้อนจากตัวรั่วชิงที่เพื่มขึ้นอย่างรวดเร็วก็เริ่มเกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นมาอยากบอกไม่ถูก
รั่วชิงวางหม่าซินรุ่ยนั่งลงกับพื้นแล้วเดินมาทาพวกของกัวเทียนเจี๋ยรั่วชิงก้าวเดินที่ละก้าวอย่างช้าๆ ในแต่ละก้าวของนางพื้นเวทีปรากฏรอยเท้าของนางที่เกิดจากความร้อนที่สูงอย่างยิ่ง
เฟยอวี่ที่เห็นการเดินของรั่วชิงรู้สึกประหลาดใจไม่น้อยเด็กสาวคนนี้สำเร็จก้าวย่างเงาเทพอัคคีขั้นที่1แล้ว?
ก้าวย่างเงาเทพอัคคีเป็ท่าเท้าที่อยู่ในวิชากระบี่เทพอัคคี3ขั้นแรกที่เฟยอวี่ได้มอบให้นางไป
รวมถึงชายลึกลับที่ยังคงจ้องมองการต่อสูบนเวทีอย่างเงียบๆ แต่ออร่ารอบตัวชายลึกลับนั้นค่อนข้างปั่นป่วนไม่ได้สงบเหมือนดั่งท่าทางของเขาเลย
"พวกเ้าทั้งสี่คนไปจัดการนางเด็กนี่ซะ" กัวเทียนเจี๋ยที่เริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากลจึ้งสั่งให้คนทั้งสี่
ทั้งสี่คนก็มีความรู้สึกที่ไม่ต่างจากกัวเทียนเจี๋ยมากนักจึ้งไม่ได้ออมมือแต่อย่าง ต่างใช้กระบวนท่าดาบที่รุนแรงเข้าใส่รั่วชิง คลื่นดาบทั้ง4สายพุ่งเข้าตัดร่างของรั่วชิงแต่กลับกลายเป็เพียงร่างเงาเท่านั้น!
"เงาเทพอัคคี!"
"เทพอัคคีฟาดฟัน!"
รั่วชิงะเิพลังในชั่วพริบตาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วจนพลังที่ะเิออกมายังคงตกค้างอยู่กลายเป็ร่างเงาหลอกตาโดยร่างจริงของรั่วชิงนั้นมาปรากฏตรงหน้าของทั้งสี่คนพร้อมกับใช้กระบวนท่าเทพอัคคีฟาดฟัน!
มีเพียงชายที่มีพลังแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ6คนเดียวที่กระโดยถอยหลังและป้องกันคลื่นกระบี่ได้ทัน ส่วนอีก3คนทำได้เพียวยกดาบขึ้นมามาป้องกันกระบี่ของรั่วชิงตัดดาบของชายทั้ง3คนขาดอย่างง่ายดายรั่วชิงเพียงแค่ฟันดาบของชายทั้ง3และหยุดกระบี่ของนางลงเพียงปล่อยให้คลื่นกระบี่พุ่งเข้าใส่ชายทั้ง3คนแต่ด้วยการที่ระยะที่ไกล้อย่างยิ่งเลยทำให้ชายทั้ง3คนถึงกับกระเด็นตกเวทีาเ็สาหัสและหมดสติลงทันที ชายที่มีพลังแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ6หลังจากป้องกันกระบวนท่าของรั่วชิงได้แล้วก็รีบกลับไปคุ้มกันกัวเทียนเจี๋ยทันที
ผู้คนทั้วทั้งงานต่างส่งเสียงโวยวายกันครึกโครม รวมทั้งผู้คนของตระกูลกัวที่มีสีหน้าไม่ค่อยจะดีสักเท่าไหร่
"แม่หนูนั้นใช้กระบวนท่าเดียวกับคุณหนูตระกูลหม่าได้ด้วยแถมยังท่าเท้าประหลาดนั้นอีกแม่แต่ข้ายังเกือบจะมองไม่ทันดูท่าตระกูลหม่าจะซ่อนเขี้ยวเล็บได้ดีจริงๆอาคมบนกระบี่นั้นสามารถฟันอาวุธของคู่ต่อสู้จนขาดได้อย่างง่ายดายท่านพอจะทาบหรือไม่ท่านหัวหน้าสมาคมค่ายกล?" หนึ่งในหัวหน้าสมาคมเอ่ยถามออกมา
"มันก็แค่อาคมเสริมแกร่งระดับ4เท่านั้นที่ทำให้สามารถฟันอาวุธขาดได้ง่ายๆนั้นคงเป็กระบวนท่าประหลาดนั้นมากกว่า" หัวหน้าสมาคมค่ายกลตอบกลับว่าเป็ผลจากกระบวนท่าของรั่วชิงแต่ในใจกับคิดคนละอย่างอาคมที่ตัวเองเห็นนั้นมันคืออาคมเสริมแกร่งแน่นอนเพียงแต่มันซับซ้อนอย่างมากต่อให้เป็ตัวเองก็ยังเข้าใจมันได้ไม่ถึง1ใน10ส่วนตระกูลหม่าไปหาผู้เชี่ยวชาญจากไหนมาสักอาคมให้กัน?
รั่วชิงยังคงยืนอยู่ที่เดิมพร้อมกับจ้องไปที่พวกของ กัวเทียนเจี๋ย
"บัดซบทำไมนางเด็กนี่ถึงมีพลังมากขนาดนี่ไม่กี่วันก่อนยังไม่ถึงระดับ3เลยด้วยซ้ำ" กัวเทียนเจี๋ยบ่นออกมาด้วยความหงุดหงิดและไม่เข้าใจว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับคนของตระกูลหม่ากันแน่!
"เด็กนี่ไม่หน้าจะเหลือพลังมากนักข้าจะรีบจัดการนางนายน้อยไม่ต้องกังวลไปนางพึ้งจะเข้าสู่แก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ1เท่านั้นข้าอยู่ระดับแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ6ช่องว่างนี้ใหญ่เกินไป!"
"ดีฝากเ้าจัดการด้วยแล้วจะข้าจะบอกท่านพ่อให้รางวัลเ้าอย่างงาม!"