“ฉันขอเวลาคิดสามวัน”เทเรซ่าพูด
ณัฐธัญเลิกคิ้ว“ตั้งสามวันเชียว..?”
“อันที่จริงคุณต้องแสดงให้ฉันเห็นก่อนด้วยซ้ำว่าคุณมีศักยภาพมากพอที่จะทำได้แต่ตอนนี้คุณไม่มีอะไร รถบ้านของคุณก็พังจนวิ่งไม่ได้ คุณว่าฉันควรจะทำยังไงล่ะ”เทเรซ่ากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
อันที่จริงเธอเพียงอยากถ่วงเวลาสามวันคิดว่าหากถึงตอนนั้น ณัฐธัญคงหายบ้าและล้มเลิกความคิดไปเอง
แต่ณัฐธัญกลับคิดอีกอย่างสามวันก็ดี เขาจะได้สะสมแต้มไปใช้อย่างอื่นที่จำเป็ก่อน เพราะหากรับเธอมาทันทีจะต้องอัปเกรดเครื่องผลิตน้ำให้ถึงระดับ 20 ลิตรที่ราคา 5,000 แต้มเป็อย่างน้อย ซึ่งเขาอยากเอาแต้มไปซื้อชุดต่อสู้เต็มตัวมากกว่า
“ก็ได้ฉันให้เวลาเธอคิดสามวัน เมื่อถึงสามวันแล้วฉันจะมารับหรือถ้าเธอเปลี่ยนใจก็มาหาฉันที่รถบ้านได้ทุกเมื่อ” ณัฐธัญเดินผ่านเธอออกไปจากเต็นท์ลีโอนีก็รีบเดินตามไป เหลือเพียงเทเรซ่าไว้ลำพัง
......
หลังจากเดินออกมาจากเขตวิจัยลีโอนีเหลือบตามองณัฐธัญ ถามด้วยน้ำเสียงแง่งอนว่า “นายอยากมีอะไรกับเทเรซ่าอะไรนั่นขนาดนั้นเลยเหรอ”
ณัฐธัญรู้ว่าเธอหึงหวงจึงเอื้อมมือไปโอบเอวเล็กบางของเธอเข้ามา กล่าวว่า “นั่นก็ส่วนหนึ่ง”
ลีโอนีขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจใช้ศอกกระทุ้งเอวเขาไปหนึ่งที “หมายความว่ายังไงส่วนหนึ่ง..?”
ณัฐธัญไม่รู้สึกอะไรเพราะเขาใส่ชุดต่อสู้อยู่ ะุ 9 มม. ยังป้องกันได้ นับประสาอะไรกับแค่ศอก แต่เขาพิจารณาอยู่พักหนึ่งก่อนจะบอกไปตามตรงว่า “ฉันอยากให้เธอวิจัยเื่พลังพิเศษต่อไปเพื่อที่ฉันจะได้มีพลังพิเศษบ้าง”
ลีโอนีเกิดข้อสงสัยกล่าวถามว่า “ไม่ใช่ว่านายมีพลังพิเศษแล้วเหรอ ยังอยากจะได้พลังพิเศษอีกเหรอ”
“มันไม่เหมือนกันแล้วเธอไม่อยากมีพลังพิเศษบ้างหรือไง ถ้างานวิจัยของเทเรซ่าสำเร็จ ทั้งเธอ อลิเซียและมาน็องก็จะมีพลังพิเศษด้วย” ณัฐธัญอธิบาย หากเป็เช่นนั้น รถบ้านของเขาก็จะมีกำลังรบมากพอ
ระหว่างที่ทั้งสองคนเดินมาถึงถนนทางแยกไปทิศใต้กับทิศตะวันตกก็สังเกตเห็นว่ามีคนกลุ่มประมาณสี่ห้าคนอยู่ข้างหน้า ในกลุ่มนั้นแม้ชายกำยำร่างเหมือนหมีที่สูงสองเมตรจะดูเหมือนโดดเด่นแต่ที่เด่นที่สุดคงเป็ชายผิวขาวผ่องที่เดินนำหน้า ให้บรรยากาศเหมือนกับเป็จ่าฝูงที่ถืออำนาจเด็ดขาด
ระหว่างที่กำลังจะเดินสวนกันชายผิวขาวผ่องราวกับสังเกตเห็นพวกเขา ั์ตาทอประกายวูบ จึงหยุดทักทายด้วยรอยยิ้มสายตาเพ่งเล็งไปที่ลีโอนีโดยเฉพาะ “หืม หน้าตาคุ้น ๆ นะเราเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนหรือเปล่า”
พอลีโอนีสังเกตเห็นชายผิวขาวผ่องก็จ้องตอบด้วยแววตาดุร้าย ถ้าสายตาฆ่าคนได้ ชายผิวขาวผ่องคนนั้นคงตายไปร้อยรอบแล้ว
ณัฐธัญสังเกตเห็นบางอย่างจึงเดินเอาตัวมาบังลีโอนีพร้อมกับยิ้มกล่าวว่า “คุณจำคนผิดหรือเปล่าครับ”
ชายผิวขาวผ่องทำราวกับเพิ่งสังเกตเห็นณัฐธัญ“อืม... นายคือ..?”
“ผมณัฐธัญยินดีที่ได้รู้จัก” ณัฐธัญแนะนำตัวพร้อมกับยื่นมือออกไป แม้เขาจะรู้ว่าอย่างไรอีกฝ่ายก็คงพูดชื่อผิดอยู่ดีแต่ก็อยากแนะนำตัวให้ถูก
พอเห็นณัฐธัญยื่นมือมาชายผิวขาวผ่องก็ประหลาดใจเล็กน้อย ถามว่า “นายไม่รู้จักฉันเหรอ”
พอได้ยินแบบนั้นณัฐธัญก็แปลกใจ ฉันจะไปตรัสรู้ได้ยังไง..?! แต่ก็ยังกล่าวว่า “คุณไม่แนะนำตัว แล้วผมจะรู้จักคุณได้ยังไงล่ะ..?”
ชายผิวขาวผ่องเริ่มแสดงสีหน้าสนอกสนใจแนะนำตัวเองพลางยื่นมือไปจับมือด้วย “ฉันโรล์ฟ ชื่อกลุ่มก็โรล์ฟ ยินดีที่ได้รู้จัก”
ณัฐธัญตกตะลึงไม่คิดว่าบุคคลเบื้องหน้านี้คือคนที่ไล่ยิงเขาเมื่อสองวันที่แล้ว เขาเป็แก๊งค้าทาสไม่ใช่เหรอเข้ามาทำอะไรในเขตปลอดภัยโซนแปด..?
แต่เขายังเก็บสีหน้าอาการยิ้มกล่าวอย่างสุภาพว่า “เป็เกียรติที่ได้พบครับ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว พวกเราขอตัวก่อน”
เขาอยากพาลีโอนีออกไปจากตรงนี้โดยเร็วที่สุดเพราะไม่อย่างนั้น เกรงว่าจะได้ยินเสียงโป้งป้างกันแน่
“เดี๋ยวสิฉันมีอะไรจะถามนายหน่อย” โรล์ฟหยุดณัฐธัญไว้ ก่อนจะถามคำถามว่า “สมมติว่าฉันทำอาหารกระป๋องสามร้อยกระป๋องหายควรทำยังไงดี”
ณัฐธัญตอบกลับ“งั้นคุณก็ควรไปหามันนะ ตั้งสามร้อยกระป๋อง น่าเสียดายแย่ อย่ามัวเสียเวลากับผมเลย”
โรล์ฟพยักหน้าเห็นด้วย“ใช่ไหมล่ะ แล้วถ้าฉันเจอมัน แต่พบว่ามันถูกคนอื่นเก็บไปแล้ว จะทำยังไง”
ณัฐธัญนึกอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบว่า “คุณก็ไปเจรจาขอคืนดูว่าได้ไหม ถ้าเขาคืนให้ ก็จบเื่ราวสบายใจแต่ถ้าเขาไม่คืนก็ต้องปล่อยวาง เพราะมันเป็ความผิดของคุณเองที่ดูแลรักษาของไม่ได้”
โรล์ฟพยักหน้าหงึกๆ อีกครั้ง “อืม... อย่างนี้นี่เอง” ก่อนจะถามด้วยความสงสัยว่า “แล้วทำไมนายถึงไม่แนะนำให้ฉันไปแย่งชิงคืนมาหรือจัดการคนที่เอาของไปล่ะ..?”
ณัฐธัญหรี่ตาจ้องมองั์ตาของเขา “ก็เพราะคุณต้องประเมินกำลังของตัวเองก่อนว่าไหวไหม ไม่ใช่ว่าเป็ไฮยีน่าแล้วจะไปทวงคืนของจากสิงโตตัวผู้มันก็ไม่ใช่เื่ ถูกไหมล่ะ?”
คราวนี้โรล์ฟเป็ฝ่ายหรี่ตามองกลับด้วยั์ประกายเย็นเยียบ ถามกลับ “ทำไมนายถึงคิดว่าฉันเป็ไฮยีน่าล่ะฉันอาจจะเป็สิงโตตัวผู้ก็ได้”
“สิงโตมันไม่ถามมากหรอกมันไม่สนใจกับอาหารสำเร็จรูปด้วยซ้ำ มันสนใจแต่อาหารสด และถ้าสิงโตเจอของที่มันทำหายมันก็จะใช้กำลังแย่งชิงมาทุกกรณี ไม่มัวยิ้มเยาะหรือหัวเราะฮี้ฮี้เหมือนไฮยีน่าแล้วเจอกันนะ” ณัฐธัญยิ้มอ่อนอย่างสุภาพ แล้วเดินผ่านกลุ่มของโรล์ฟไป
เมื่อเงาของณัฐธัญเลี้ยวเข้าถนนทิศตะวันตกจนลับตาหน้าผากของโรล์ฟก็เต็มไปด้วยเส้นเืปูดโปน กำหมัดแน่นจนสีซีด
“หัวหน้า...”กุนแบร์พูดขึ้น
“สั่งคนไปสะกดรอยตามมันจับตาดูมันอย่าให้คลาดสายตา แล้วรายงานด้วยว่ามันพักอยู่ไหน” โรล์ฟออกคำสั่ง
“ครับ..!” กุนแบร์รับคำ ก่อนจะถามด้วยความสงสัย “ว่าแต่หัวหน้านั่นมันใช่คนขับรถบ้าน...”
ยังไม่ทันจบประโยคโรล์ฟขบกัดฟัน “เออ แม่งดูถูกฉันว่าเป็ไฮยีน่า เดี๋ยวฉันจะให้มันรู้ว่าไฮยีน่าก็กัดสิงโตตาย”
......
“นี่ทำไมฉันรู้สึกเหมือนนายเปลี่ยนไป..?” ลีโอนีถาม
“เปลี่ยนไปยังไง..?”ณัฐธัญตอบอย่างเฉื่อยชา
“ก่อนหน้านี้ฉันรู้สึกว่านายติ๋มกว่านี้แบบเจออะไรก็กลัว ระแวงไปหมด” ลีโอนีพยายามนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา รู้สึกว่าเขามีความมั่นใจเหลือล้นแปลกๆ
“เพราะก่อนหน้านี้ฉันไม่รู้แต่ตอนนี้รู้แล้ว”
“รู้อะไร”ลีโอนีถาม
“รู้ว่าฉันคือเด็กเส้นพระเ้ายังไงล่ะฮ่า ๆ ๆ” ณัฐธัญหัวเราะลั่น ราวกับระบายอารมณ์ทั้งหมดที่เก็บไว้ั้แ่วันแรกออกมา
ลองนึกสภาพหากวันหนึ่งมีคนโอนเงินหมื่นล้านเข้าบัญชีแล้วบอกว่าขอให้สนุก ก็คงต้องระแวงสงสัยอยู่ตลอดเวลาว่าหากใช้แล้วจะโดนผลกระทบอะไรแต่ถ้าเ้าของเงินมาไขข้อสงสัย บอกว่าอยากใช้ทำอะไรก็ทำให้เต็มที่ ไม่มีปัญหา ก็คงไม่จำเป็ต้องอดกลั้นอีกต่อไป
ลีโอนีเริ่มหวาดกลัวในใจเขาไม่มีผลกระทบจากอาการติดเชื้อจริง ๆ ใช่ไหม?
......
ภายในเต็นท์ผ้าใบสีขาวขนาดใหญ่เสียงเครื่องปั่นไฟดังเป็ระยะ ๆ มีคนสวมชุดกาวน์สีขาวมากมายหลายคนต่างกำลังมือยุ่งวุ่นวาย บางคนก็กำลังส่องกล้องจุลทรรศน์ บางคนก็กำลังวัดค่า pH บางคนกำลังอ่านผลวิเคราะห์ดีเอ็นเอ
“เทเรซ่า..!”
เสียงะโของผู้ชายดังขึ้น
เทเรซ่าที่เดินเข้ามาพอดีกล่าวด้วยสีหน้าซังกะตายว่า “หัวหน้า...”
ผู้ชายที่ะโสวมแว่นสี่เหลี่ยมผมสีดอกเลาเสยไปด้านหลังจนเรียบติดหนังศีรษะ เดินจ้ำอ้าวมาหาเทเรซ่าพลางถามขึ้น “ตัวอย่างงานวิจัยล่ะ..?”
เทเรซ่าลืมเื่ตัวอย่างงานวิจัยไปเสียสนิทวันนี้เป็เวรที่เธอต้องออกไปเอาตัวอย่างวิจัย แต่กลุ่มอินทรีสายฟ้ากลับพาพวกณัฐธัญมาแทนทำให้เธอต้องเสียคิวในการออกไป
“ไม่มีค่ะหัวหน้าวันนี้เกิดอุบัติเหตุนิดหน่อย” เทเรซ่าตอบตามตรง
แล้วเสียงะโลั่นของชายคนนั้นก็ดังไปทั่วเต็นท์จนทุกคนต้องหยุดมือและหันมามอง “อะไรนะ..?! ไม่มีตัวอย่างวิจัย..?! เธอรู้หรือเปล่าว่าเส้นตายมันคืออีกสองวันข้างหน้านะแล้วคนที่ต้องไปรายงานผลการวิจัยก็คือฉัน..! ฉันที่ต้องรับหน้า..!”
เทเรซ่าจับชายเสื้อกาวน์ขึ้นมาเช็ดน้ำลายบนใบหน้ากล่าวหน้าตาเฉยว่า “พรุ่งนี้ฉันจะออกไปหาใหม่ค่ะ”
“พรุ่งนี้..?! งั้นก็เหลือเวลาวิจัยแค่วันเดียวน่ะสิ..! คิดว่าวันเดียวมันพอหรือไง..?!ไอ้สี่สิบเปอร์เซ็นต์นั่นเราก็ใช้เวลาตั้งสามอาทิตย์..!แล้วนี่แค่สองวันมันจะไปคืบหน้าอะไร..!”ชายผมดอกเลาะโสุดเสียงไม่มีพัก จนเทเรซ่ากังวลว่าเขาจะเป็ลมเป็แล้งไป
“โครงการก่อนเราวิจัยสามอาทิตย์ก็ควรให้เวลาพวกเราอีกสามอาทิตย์สิ ทำไมถึงเหลืออาทิตย์เดียวล่ะ” เทเรซ่าทักท้วง
“เธอก็ไปถามเบื้องบนเองสิ..! จะมาถามฉันหาพระแสงอะไร..!ไม่รู้ล่ะ ถ้าภายในวันนี้เธอหาตัวอย่างไม่ได้ เธอต้องไปปรนนิบัติท่านโดมาเรียน ยังไงเธอก็เทียวขายร่างกายแลกน้ำอยู่แล้วหากเขาพอใจ อาจจะขยายเวลาวิจัยและให้น้ำพวกเราเพิ่ม 1ลิตรก็ได้” ชายผมดอกเลาออกคำสั่ง
เทเรซ่าเปลี่ยนสีหน้ารีบกล่าวว่า “เดี๋ยวก่อนสิ ฉันบอกเงื่อนไขแล้วไงว่าต้องเป็น้ำ 20 ลิตร”
‘คิก ๆ’ ผู้คนในเต็นท์ที่ได้ยินคำนี้ต่างแอบหัวเราะคิกคักน้ำวันละ 20 ลิตรในวันสิ้นโลก..? ถ้าใครหาได้คงกลายเป็คนที่รวยที่สุดในเขตปลอดภัยโซนแปดและอาจขึ้นเป็ผู้นำเขตปลอดภัยโซนแปดแทน
ชายผมดอกเลาแค่นเสียงเ็า“ฮึ่ม! ถ้าเธอไม่ไป เราอาจจะโดนตัดงบจนไม่ได้สักลิตร..!”
เทเรซ่ายื่นข้อเสนอใหม่“ถ้าฉันหาไม่ทัน ฉันจะขอลาออกรับผิดชอบ”
ชายผมดอกเลาถลึงตาด้วยความโกรธเกรี้ยวะโเสียงดังกว่าเดิม “ลาออกบ้านเธอเรียกรับผิดชอบ..! มันคือการหนีความรับผิดชอบ..!ถ้าเธอออก นักวิจัยก็ลดลง งานก็จะช้าลง เธออาจจะรอด แต่พวกเราที่เหลือล่ะ..!? ไม่รู้ล่ะ ถ้าอีกสองวันไม่ได้ผลลัพธ์การวิจัยฉันจะจับเธอมัดแล้วพาไปหาท่านโดมาเรียน”
เทเรซ่าท้วงทันที“เดี๋ยวสิ เมื่อกี้คุณบอกว่าต้องหาตัวอย่างวิจัยภายในวันนี้นี่ทำไมเปลี่ยนเป็ต้องได้ผลลัพธ์วิจัยในสองวันล่ะ”
“ฮึ่ม..! ก็เพราะในขณะที่เราเสียเวลาเถียงกันเวลามันก็ไหลผ่านไปแล้ว..! ถ้ากลัวนักก็รีบออกไปหาตัวอย่างมาสักที..!” ชายผมดอกเลาคล้ายกับโมโหอยู่ตลอดเวลา หันกายเดินจากไปทันที
เขาเดินมาถึงนักวิจัยหญิงคนหนึ่งที่กำลังใช้เครื่องพีซีอาร์(PCR) ะโว่า “นี่เธอ..! ทำงานมากี่อาทิตย์แล้วยังตั้งค่าเครื่องชักช้าแบบนี้อยู่อีก..! มัวแต่จิ้มทีละนิ้วแล้วชาติไหนมันจะเสร็จ..?!”
นักวิจัยคนนั้นสะดุ้งโหยงกล่าวเสียงตะกุกตะกักว่า “แต่... แต่ฉันไม่สันทัดเื่เทคโนโลยี...”
“ก็รีบศึกษาให้เป็ไวๆ สิ..! ในเมื่อไม่สันทัดเื่เทคโนโลยีงั้นอยากไปเป็โสเภณีแทนไหม..?!” ชายผมดอกเลาพูดข่มขู่
นักวิจัยหญิงหน้าถอดสีน้ำตาคลอเบ้าราวกับจะร้องไห้ แล้วชายผมดอกเลาก็เดินไปหาคนอื่น “นี่นายตรงนั้น...!”
พอเห็นดังนี้เทเรซ่าก็ทอดถอนใจ แต่เธอไม่มีเวลาเห็นอกเห็นใจคนอื่น เพราะหากเธอยังไม่ได้ผลลัพธ์การวิจัยในสองวันเธอเองก็จะโดนขายด้วย จึงเดินออกจากพื้นที่วิจัยไป
......
“ไม่มีทางใช่ลิกเนียเด็ดขาด..!” อลิเซียะโขึ้น
ลีโอนีได้เล่ารายละเอียดเกี่ยวกับต้นเหตุของโลกล่มสลายให้อลิเซียกับมาน็องฟัง
“จะเป็ลิกเนียได้ยังไงฉันยังไม่รู้อะไรเลย...” อลิเซียกล่าวพร้อมกับน้ำตาคลอ
“ใช่ฉันก็ไม่เชื่อว่าเป็ลิกเนีย” ลีโอนีกล่าว
ณัฐธัญที่นิ่งเงียบอยู่นาน เอ่ยขึ้นว่า “แล้วจากนี้พวกเธอจะเอายังไงกันต่อ”
พวกเธอหันมามองณัฐธัญอลิเซียครุ่นคิด ก่อนจะกล่าวว่า “ฉัน... ฉันอยากค้นหาความจริงเพื่อพิสูจน์ว่าลิกเนียไม่ใช่ต้นเหตุค่ะ”
ลีโอนีกล่าว“ฉันรู้ว่าเธออยากหาความจริง แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลา”
อลิเซียพยักหน้า“ฉันเข้าใจค่ะ... ขึ้นอยู่กับคุณนาธาน ต่อให้สิบปีฉันก็รอได้ค่ะ”
“อันที่จริงไม่ต้องรอถึงสิบปีก็ได้ถ้ามีค่าตอบแทนให้ก็จะเร็วกว่า” ณัฐธัญยิ้ม สายตาจับจ้องหน้าอกหน้าใจของเธอ ยิ่งใหญ่กว่าใครทั้งหมด
อลิเซียงงงันวูบเขาสามารถดลบันดาลได้ทุกอย่าง ยัง้าอะไรอีก
แต่หลังจากเห็นสายตาของเขาอลิเซียก็หน้าแดงระเรื่อ ก้มหน้ากล่าวว่า “ต้องจ่ายค่าตอบแทนแบบที่คุณลีโอนีทำให้คุณหรือคะ..?”
ลีโอนีสะดุ้งใ“นี่เธอ... รู้ด้วยเหรอ..?”
“คิดว่ารถคันนี้กว้างมากมั้ง”มาน็องที่เงียบอยู่นานกล่าวออกมา ส่งสายตาเย็นเยียบทิ่มแทงใส่ณัฐธัญ
ณัฐธัญยิ้มเจื่อนหลบสายตาของเธอ
ระหว่างที่ทั้งสี่คนพูดคุยหยอกล้อกันอยู่บนรถบ้านก็มีชายสองคนเดินมาหา คนหนึ่งคืออีเดน อีกคนคือชายสูงกำยำที่มีหนวดรกรุงรัง
พอณัฐธัญสังเกตเห็นก็รีบลงจากรถไปต้อนรับ“สวัสดีครับ มีอะไรหรือเปล่า”
“คุณนาธานขอแนะนำให้รู้จัก นี่คือพี่ชายของผม อีธาน เป็หัวหน้ากลุ่มอินทรีสายฟ้าเรา พี่นี่คือคุณนาธาน เป็คนมอบเนื้อหนึ่งกิโลให้พวกเรา” เอเดนกล่าวแนะนำกัน
อีธานเดินมายื่นมือ“สวัสดี ฉันอีธาน เป็หัวหน้ากลุ่มอินทรีสายฟ้า แต่ก่อนหน้านี้ดำรงตำแหน่งทหารรักษาพระองค์แห่งลิกเนีย”
ณัฐธัญจับมือพลางคิดในใจลิกเนีย..?
“อีธาน..!” ขณะนั้นเอง เสียงดังมาจากข้างหลังของณัฐธัญเป็เสียงของลีโอนีที่เดินลงมาจากรถบ้าน
พออีธานหันไปมองก็เบิกตากว้างร้องะโว่า “อาเจ๊..!”
“เอ๋พี่กับคุณลีโอนีรู้จักกันด้วยเหรอ..?” เอเดนแสดงสีหน้าสับสน
อีธานตบหลังของอีเดนดังป้าบกล่าวว่า “เฮ้ย นี่เอ็งจำไม่ได้เหรอ นี่ก็หัวหน้าข้าไง รองหัวหน้าทหารรักษาพระองค์นางพญาราชสีห์ลีโอนีแห่งลิกเนีย”
“โอ้”ณัฐธัญทำหน้าประหลาดใจ มองไปที่ลีโอนี ไม่คิดว่าเธอจะมีฉายากับเขาด้วย
“เอ๋..?! ทหารหญิงที่แกร่งที่สุดในลิกเนียคนนั้นน่ะหรือ..?”อีเดนเป็คนที่ใที่สุด
ลีโอนีหน้าร้อนผะผ่าวเธอรู้สึกเขินอาย ยิ่งต่อหน้าณัฐธัญยิ่งแล้วใหญ่ “ไม่ต้องพูดฉายานั้นก็ได้ตอนนี้ฉันเป็แค่คนธรรมดาแล้ว”
อีธานหัวเราะก่อนจะกล่าว “ว่าแต่อาเจ๊ไม่ได้ไปสนามบินเหรอ ผมได้ข่าวว่าที่สนามบินเกิดเื่เลยคิดว่าอาเจ๊...”
เขาหยุดพูดแต่ใครก็คาดเดาประโยคถัดไปได้
ลีโอนีส่ายศีรษะกล่าวว่า “เราเปลี่ยนแผนมาทางใต้แทน แล้วก็ บอกแล้วไงว่าอย่าเรียกว่าอาเจ๊ฉันอายุน้อยกว่านายตั้งแปดปี”
“ฮ่าๆ ๆ อาเจ๊ก็รู้ว่าพวกเรานับรุ่นกันด้วยความแข็งแกร่งใครเก่งที่สุดนับว่าาุโกว่า” อีธานหัวเราะ ก่อนจะกลับมาสีหน้าจริงจัง “แสดงว่าเ้าหญิงก็รอดหรือ..?”
ลีโอนีพยักหน้าเธอเหลือบไปมองที่รถบ้าน อีธานมองตามสายตาเธอไป ก็เข้าใจทันที เขากล่าวด้วยความดีใจว่า“ถือว่าเป็บุญของลิกเนียแล้วที่ยังไม่สิ้นราชวงศ์ ว่าแต่อาเจ๊มาที่นี่ได้ยังไงระหว่างนั้นเกิดอะไรขึ้น..?”
ลีโอนีเล่าเื่ราวทั้งหมดั้แ่ตอนที่คุ้มกันอลิเซียไปสนามบินพอได้ฟังถึงตอนที่ถูกจับเป็ทาส อีธานก็สบถด่าโรล์ฟไปแปดชั่วโคตร แต่พอได้ยินว่าณัฐธัญช่วยพวกเธอไว้เขาก็กล่าวชื่นชมเป็การใหญ่