ตอนที่ 22 เค้กส้ม
โซ่ขับรถกลับถึงโรงสีตอนเกือบเก้าโมง แสงแดดส่องแรงจนพื้นลานปูนร้อนผ่าว เขาจอดรถใต้ไม้ข้างโรงสีตามเคย เปลี่ยนเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีกรมท่าที่เตรียมไว้ในรถ พับแขนเสื้อขึ้นนิดหน่อยเพื่อให้คล่องตัว แล้วเดินเข้าลานทันที
ฝุ่นข้าวฟุ้งกระจาย ลูกน้องยกกระสอบข้าวเปลือกขึ้นรถสิบล้อกันขวักไขว่ เสียงเครื่องสีดังกึกก้องเป็จังหวะปกติ โซ่ยกมือบอกลูกน้องให้หยุดเครื่องชั่วครู่ แล้วเดินไปยืนตรงกลางลาน มือข้างหนึ่งเทียบเอว อีกข้างชี้ไปที่กองข้าวเปลือกสูง ๆ
“วันนี้เอาข้าวเหนียวออกก่อนเลย สองร้อยกระสอบ แล้วค่อยตามด้วยข้าวเ้าพันธุ์ใหม่ อย่าให้คละกัน” เขาะโสั่งเสียงดังจนลูกน้องพยักหน้ารับ
จากนั้นเขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา ถ่ายเซลฟี่ตัวเองขณะยืนสั่งงาน ฉากหลังเป็กองข้าวสูงกับลูกน้องที่ยกกระสอบ เขาตั้งกล้องให้เห็นหน้าตัวเองชัด ๆ ยิ้มนิด ๆ แบบฝืน ๆ แต่พยายามทำให้ดูสดใส
พิมพ์ข้อความด้วยนิ้วที่ยังมีฝุ่นข้าวติด
“กูทำงานอยู่นะ เดี๋ยวตอนเย็นจะซื้อเค้กร้านในตลาดไปฝากมึงนะแก้ม ????”
กดส่ง แล้วจ้องหน้าจอไม่กระพริบ
ไม่กี่นาที ข้อความเปลี่ยนเป็ “อ่านแล้ว”
โซ่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ใบหน้ามีรอยยิ้มเล็ก ๆ เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ มือกำโทรศัพท์แน่นขึ้นนิดหน่อย หัวใจที่ตึงมาตลอดคืนเบาขึ้นนิดหน่อย
ถึงแก้มจะไม่ตอบสักคำ แต่แค่เธอยังกดอ่าน แค่ยังไม่บล็อกเขา แค่นี้ก็พอให้เขามีแรงเดินหน้าต่อไปได้ทั้งวันแล้ว
เขาสูดหายใจลึกแล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง ก่อนที่จะหันกลับไปสั่งงานต่อทันที
เวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงตรง
แสงแดดสาดลงมาจัดจนพื้นลานโรงสีร้อนผ่าว โซ่ยกมือปาดเหงื่อที่หน้าผากแล้วเดินมานั่งที่โต๊ะไม้เก่าใต้ร่มไม้ตามเคย ลูกน้องถือถุงใส่อาหารที่เขาสั่งจากร้านประจำมาให้พอเปิดออกกลิ่นต้มยำกุ้งน้ำข้นลอยฟุ้งทันที ผสมกันกับกลิ่นไข่เจียวหมูสับฟูกรอบสีเหลืองทอง น้ำพริกอ่องกับแคบหมูห่อมาอีกถุงเล็ก
เขาจัดกล่องข้าวให้เรียบร้อย วางโทรศัพท์ตั้งขึ้นบนขวดน้ำเปล่า ปรับกล้องให้เห็นหน้าตัวเองกับอาหารชัด ๆ ยกมุมปากขึ้นให้เป็รอยยิ้มอ่อน ๆ ที่ฝืดฝืน ตาแดงนิด ๆ จากนอนน้อย แต่พยายามทำให้ดูอบอุ่นที่สุดเท่าที่จะทำได้
พิมพ์ข้อความช้า ๆ นิ้วแตะทีละตัว
“คิดถึงอาหารฝีมือเมียจังเลย กลับมาทำให้กูกินได้มั้ยแก้ม ขอโทษนะที่ทำให้มึงเสียใจ”
กดส่ง แล้วจ้องหน้าจอไม่กระพริบ หัวใจเต้นตึกตัก
ไม่ถึงสิบนาที ข้อความเปลี่ยนเป็ “อ่านแล้ว”
โซ่ยิ้มมุมปาก ถึงจะเจื่อน ๆ แต่ก็มาจากใจลึก ๆ เขาวางโทรศัพท์ลง หยิบช้อนตักต้มยำเข้าปาก รสเผ็ดเปรี้ยวซ่านซึมลงคอ แต่เขาแทบไม่รู้รส เพราะภาพในหัวคือมือเล็ก ๆ ที่เคยตักข้าวให้เขา เคยทำไข่เจียวให้กินทุกเช้า เคยยิ้มแล้วบอกว่า “กินเยอะ ๆ นะพี่โซ่ เดี๋ยวไม่มีแรงทำงาน”
ระหว่างกินข้าว มือซ้ายเลื่อนหน้าจอไม่หยุด เขาเปิดแชททีละคน ไล่จากบนลงล่าง ทุกชื่อที่เคยเป็ส่วนหนึ่งของความผิดพลาด
“ขอโทษนะ เราจบกันแค่นี้เถอะ”
บางคนตอบกลับเร็ว “โอเคค่ะ ขอให้โชคดี” แล้วหายไปเงียบ ๆ
บางคนส่งสติกเกอร์หัวเราะหรือร้องไห้ แล้วก็จบ
แต่บางชื่อที่ลึกซึ่งกว่านั้น คนที่เคยเย็ดกันกับเขาหลายรอบ คนเคยส่งรูปหีแฉะ ๆ มาให้ตอนดึก คนที่เคยแอบโทรคุยกันจนเช้า โซ่ต้องนั่งนิ่งอ่านแชทเก่าก่อนพิมพ์ตอบกลับไป
บางคนด่ากลับ “ไอ้เหี้ย ทำไมเพิ่งมาบอก”
มีคนร้องขอ “อย่าทิ้งหนูเลยพี่ หนูรักพี่จริง ๆ”
มีคนส่งรูปเก่ามาให้ดู “ยังจำได้มั้ย ตอนพี่บอกว่ารักหนูที่สุด”
โซ่อ่านทุกข้อความ ขอโทษทุกครั้ง บางทีพิมพ์ซ้ำเป็สิบรอบ “พี่ผิดจริง ๆ พี่ขอโทษที่ต้องทำแบบนี้กับหนู” จนอีกฝ่ายค่อย ๆ เงียบ หรือบางคนด่าจบแล้วบล็อกเขาเองก่อน
จนกระทั่งแชทสุดท้ายหายไปจากรายการสนทนา หน้าจอสะอาดเกลี้ยง ไม่มีชื่อผู้หญิงคนไหนเหลืออีกแล้ว
โซ่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอว่าง ๆ นั้น แล้วยกมือขวาขึ้นกุมหน้าอกตัวเองเบา ๆ เหมือนกำลังบอกตัวเองว่า
“เสร็จแล้ว… ไม่เหลือใครให้มึงต้องทำเขาเสียใจอีกแล้ว”
เขาถอนหายใจยาว ๆ ครั้งหนึ่ง แล้วเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋า
และเวลาก็ผ่านไปอีกครั้ง
ตอนเย็นมาถึงอย่างช้า ๆ ท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีส้มอ่อนเป็สีแสดเข้ม แล้วค่อย ๆ ไล่เฉดเป็ม่วงอมน้ำเงิน แสงสุดท้ายของวันทอดยาวเป็เงาเรียวบนถนนลาดยาง ลมเย็นเริ่มพัดเบา ๆ พัดพากลิ่นดินชื้นหลังฝนตกเมื่อบ่าย
โซ่ปิดโรงสีตอนห้าโมงครึ่งเป๊ะ ล้างตัวล้างหน้าที่ก๊อกน้ำข้างโรงสี เปลี่ยนเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตัวใหม่ที่เตรียมไว้ในรถ กลิ่นสบู่ลอยเบา ๆ ผสมกลิ่นฝุ่นข้าวที่ยังติดตัว เขาขับรถออกจากลานโรงสี ผ่านทุ่งนาที่เพิ่งเก็บเกี่ยว ผ่านบ้านเรือนที่เริ่มเปิดไฟสีส้มสลัว
เขาแวะไปที่ตลาด เสียงแม่ค้าะโเรียกลูกค้า เสียงรถเข็นขายลูกชิ้นปิ้ง กลิ่นควันถ่านลอยคละคลุ้ง โซ่เดินตรงไปร้านเค้กที่คุ้นเคย ไฟสีชมพูอ่อน ๆ ส่องหน้าร้าน
“เค้กส้มหนึ่งกล่องครับ แบบที่ใส่ครีมสดกับส้มฝานบาง ๆ เหมือนเดิม”
เ้าของร้านยิ้มตาหยี ก่อนที่จะจัดการหยิบเค้นใส่กล่องสีชมพูอ่อน ผูกโบว์ขาวน่ารักให้เรียบร้อย เขารับมาถือด้วยสองมืออย่างทะนุถนอม เหมือนถือของมีค่าที่สุดในวันนี้
ระหว่างขับรถกลับ กล่องเค้กวางนิ่ง ๆ บนเบาะข้างคนขับ กลิ่นส้มอ่อน ๆ ผสมครีมสดลอยอบอวลเต็มรถ เขาเหลือบมองกล่องนั้นแล้วยิ้มโดยอัตโนมัติ
ยิ้มแบบที่เคยยิ้มตอนซื้อให้แก้มครั้งแรก
ตอนที่แก้มนั่งรออยู่บ้าน ตาเป็ประกาย ดีดตัวขึ้นจากโซฟาทันทีที่เห็นกล่อง วิ่งมาฮุบแล้วกอดคอเขาแน่น ซุกหน้าที่อกแล้วกระซิบว่า
“แก้มรักพี่โซ่ดีที่สุดเลย”
ภาพนั้นวนอยู่ในหัวไม่หยุด ภาพที่เธอยิ้มจนตาหยี ปากเปื้อนครีม แล้วหัวเราะใส ๆ
โซ่ขับรถเข้าไปในซอยบ้านแม่แก้มตอนฟ้ามืดสนิทแล้ว ไฟถนนสีส้มสลัวส่องลงมาเป็วงกลม ๆ ห่าง ๆ กัน เขาจอดใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างรั้วไม้ไผ่เก่า ๆ ที่เริ่มผุ ดับเครื่องแล้วนั่งนิ่งในรถ หายใจเข้าลึก ๆ สองสามครั้งแล้วค่อยเปิดประตูลงจากรถ
ลมเย็นเยียบพัดมาเต็มหน้า กลิ่นดินชื้น กลิ่นใบมะม่วง และกลิ่นควันไฟจากเตาฟืนลอยคละกัน เขาเดินช้า ๆ ตรงเข้าไปยังห้องครัว ไฟหลอดนีออนสีขาวสลัวจากเสาไม้ตรงกลางครัวส่องลงมา
แก้มนั่งยอง ๆ ล้างผักบุ้งในกะละมังอลูมิเนียม ผมยาวมัดรวบสูงแบบยุ่ง ๆ มีผมปรกหน้าบังตา มือเล็ก ๆ ถูใบผักอย่างตั้งใจ น้ำจากก๊อกยังไหลดังซ่า ๆ ไม่หยุด
แม่ยืนข้างเตาแก๊ส มือคนต้มกะทิในหม้อใบโต กลิ่นกะทิหอมหวานผสมเครื่องแกงลอยคลุ้ง กระทะเหล็กใบใหญ่กำลังผัดไทย กลิ่นใบกุยช่ายและกุ้งแห้งส่งกลิ่นหอมฟุ้งทุกครั้งที่แม่สะบัดกระทะ
โซ่เดินเข้าไปเงียบที่สุด วางกล่องเค้กสีชมพูลงบนโต๊ะไม้สักตรงกลางครัวเบามือจนแทบไม่มีเสียง กล่องยังอุ่น ๆ ผูกโบว์ขาวน่ารัก เขาเงยหน้ามองแก้มทันที
แก้มเงยหน้าขึ้นมาแค่เสี้ยววินาที พอเห็นโซ่ยืนอยู่ตรงนั้น เธอก็เบือนหน้าหนีทันทีเหมือนถูกไฟลวก แต่ถึงอย่างนั้นมือก็ยังล้างผักต่อ ทำเหมือนโลกนี้มีแค่เธอกับกะละมังผักใบเขียว ๆ เท่านั้น
แม่แก้มหันมาเห็นโซ่เธอก็ยกยิ้มอ่อน ๆ
“เอ้าโซ่ มา ๆ แม่กำลังจะทำเสร็จแล้วลูก อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อน”
โซ่ยกมุมปากขึ้นกำลังจะตอบ “ครับ” แต่สายตาเหลือบไปเห็นแก้มที่ยังก้มหน้าล้างผักไม่มองเขาเลยแม้แต่แวบเดียว ริมฝีปากเม้มแน่นจนขาว ยิ้มเจื่อน ๆ ของโซ่หายไปในพริบตา
“ไม่เป็ไรครับแม่” เสียงเขาต่ำลงจนแทบเป็เสียงกระซิบ “ผมแค่แวะเอาเค้กมาให้แก้ม เดี๋ยวผมกลับแล้วครับ”
แม่แก้มพยักหน้าว่าเข้าใจทันที เธอไม่พูดอะไรเพิ่มแต่กลับเดินไปตักต้มกะทิใส่ปิ่นโตใบเก่าสีเขียวมะกอก ตักผัดไทยห่อใบตอง ใส่ไข่พะโล้ แหนมทอดกรอบ ๆ ใส่ให้เต็มอย่างคล่องแคล่ว
โซ่ยืนนิ่ง มองแก้มตลอดเวลา
มองแผ่นหลังเล็ก ๆ ที่ขดตัวอยู่ มองมือที่ยังถูผักไม่หยุด มองไหล่ที่เกร็งจนตึง มองผมที่ปรกหน้าบังตาไว้หมด
เขาอยากเดินเข้าไปกอด อยากขอโทษดัง ๆ อยากบอกว่ารักแค่ไหน
แต่รู้ว่าแค่ก้าวเข้าไปใกล้อีกนิด เธอคงเดินหนีแน่ ๆ
แก้มยังนิ่งมาก เงียบจนน่ากลัว ไม่แม้แต่จะเหลือบมองเขาอีกครั้ง น้ำจากก๊อกยังไหลดังซ่า ๆ เหมือนจะกลบทุกอย่าง
โซ่ยืนอยู่อย่างนั้นอีกครู่หนึ่ง จนแม่เดินเข้ามาหาพร้อมปิ่นโต
แม่แก้มยื่นปิ่นโตให้ โซ่รับด้วยสองมืออย่างนอบน้อม ฝาปิ่นโตปิดไม่สนิทจนมีไอร้อนลอยขึ้นมา กลิ่นต้มกะทิ กลิ่นใบมะกรูด และกลิ่นกุ้งแห้งอบอวลจนเขาต้องสูดหายใจลึกโดยไม่รู้ตัว เขายกปิ่นโตขึ้นมาสูบกลิ่นนิดหนึ่ง แล้วยกยิ้มเล็ก ๆ ที่มุมปากสั่น ๆ ให้แม่
“ขอบคุณมากครับแม่” เสียงเขาต่ำลงจนแทบเป็กระซิบ “ฝากดูแลแก้มด้วยนะครับ…”
แม่พยักหน้าช้า ๆ ตาเข้าใจทุกอย่าง เธอไม่พูดอะไรเพิ่ม แค่ยกมือขึ้นแตะไหล่เขาเบา ๆ เหมือนปลอบ
โซ่หันกลับไปมองแก้มครั้งสุดท้าย เธอยังนั่งยอง ๆ อยู่ตรงนั้น มือยังจุ่มน้ำในกะละมัง น้ำกระเซ็นใส่ตัวเองบ้าง ใส่ขอบผ้าถุงบ้างก็ไม่สนใจ เขายกมือขึ้นเกาหัวตัวเองเบา ๆ เหมือนเด็กทำผิด แล้วพูดเสียงเบาแต่ชัดทุกคำ
“กูกลับก่อนนะแก้ม… อย่าลืมกินเค้กด้วยนะ”
เขาหยุดนิดหนึ่ง กลืนน้ำลายลงคอหนืด ๆ
“เค้กส้มที่มึงชอบ… กูจำได้ว่ามึงเคยบอกว่าอร่อยที่สุด”
แก้มไม่ตอบ ไม่ขยับ แม้แต่ลมหายใจก็แทบไม่ได้ยิน โซ่ยืนนิ่งอีกสี่ห้าวินาที ตาแดงก่ำ น้ำตาคลอแต่เขากัดฟันกลั้นสุดแรง แล้วถอนหายใจยาว ๆ ครั้งหนึ่ง
เขาหันหลัง เดินออกจากครัวช้า ๆ เงาของเขายาวออกไปตามแสงไฟนีออนสีขาวสลัว ผ่านเสาไม้ ผ่านกองฟืน ผ่านต้นมะม่วงข้างบ้าน จนถึงรถกระบะที่จอดอยู่
เขาหยุดที่ประตูรถ เปิดเบา ๆ นั่งลง วางปิ่นโตไว้ข้าง ๆ ตัว แล้วปิดประตูเงียบจนแทบไม่มีเสียง สตาร์ทเครื่องช้า ๆ ไฟท้ายสีแดงสว่างขึ้นนิดเดียว แล้วค่อย ๆ ขับออกจากซอย ฝุ่นลอยตามท้ายรถหายไปในความมืดของถนนลูกรัง
ในครัวเงียบลงทันที
มีแค่เสียงน้ำจากก๊อกเหล็กเก่ายังไหลซ่า ๆ ไม่หยุด เสียงจิ้งหรีดข้างนอกเริ่มดังขึ้นแทน เสียงกระทะที่แม่คนต่อเสียงดังเบา ๆ
แก้มค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมาเล็กน้อย ผมเปียกชุ่มติดแก้มและหน้าผาก เธอวางผักลงในกะละมังช้า ๆ มือยังสั่นเบา ๆ จนน้ำกระเพื่อม
สายตาเธอเลื่อนไปจ้องกล่องเค้กสีชมพูอ่อนที่วางอยู่บนโต๊ะไม้สักตรงกลางครัว ตัวหนังสือสีทองเขียนว่า “Orange Cake” ด้วยลายมือเ้าของร้านที่เธอจำได้แม่นยำ กลิ่นส้มอ่อน ๆ ลอยมาจาง ๆ ผสมกับกลิ่นครีมสดจนเธอแทบได้กลิ่นความทรงจำเก่า ๆ
เธอนั่งอยู่อย่างนั้นนานมาก นานจนน้ำจากก๊อกหยดติ๋ง ๆ ลงกะละมังจนล้น นานจนแม่หันมามองแล้วถอนหายใจเบา ๆ แต่ไม่พูดอะไร
ใจเธอปั่นป่วนจนแทบะเิ
ใจหนึ่งโกรธจนอยากคว้ากล่องนั้นโยนทิ้งลงถังขยะให้ไกลที่สุด
ใจหนึ่งเจ็บจนอยากนั่งร้องไห้ให้สุดเสียงตรงนั้นเลย
ใจหนึ่งก็ยังรัก ยังคิดถึง ยังจำได้ทุกครั้งที่เขาเคยถือกล่องแบบนี้มาให้แล้วยิ้มกว้างจนตาหยี บอกว่า “กินเยอะ ๆ นะแก้ม กูอยากเห็นมึงยิ้ม”
แต่ตอนนี้แก้มเองยังไม่รู้
ไม่รู้จริง ๆ ว่าควรจะตัดสินใจยังไงต่อกับชีวิตคู่ที่เคยสวยงาม แต่ตอนนี้แตกสลายไปหมดแล้ว
โปรดติดตามตอนต่อไป.
แค่เค้ก คิดว่ามันจะลบล้างทุกอย่างได้หรือไงห๊ะ บักโซ่
สนใจ E-book กดได้เลยจ้า
จำนวน 40 ตอน (100,000+ คำ)
ลิงค์ E-book Meb ⬇️ ????✅️
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6ODoiMTQwOTUzODgiO3M6NzoiYm9va19pZCI7czo2OiI0MTIyNjEiO30
ลิงค์ E-book ธัญวลัย ⬇️ ????????
https://www.tunwalai.com/ebook/detail?ebookId=88157
ลิงค์ E-book ARN book ⬇️ ????????
https://arnbook.com/book-detail/57461
ลิงค์ E-book Pinto ⬇️????????
https://pintobook.com/sl/a6rpx9flxl
sds