หน้าปัดนาฬิกายามนี้บ่งบอกว่าตอนนี้สี่โมงครึ่งแล้วซึ่งเป็เวลาเลิกงานพอดี นลินารีบเก็บของบนโต๊ะเข้าทีก่อนจะลุกขึ้นสะพายกระเป๋าเดินออกมารอเข้าแถวสแกนบัตรออกงาน
"มีนัดเหรอครับน้องหวาน" ชวินเอ่ยถาม
"ค่ะ หวานนัดเพื่อนเอาไว้ ขอตัวก่อนนะคะ" นลินายิ้มให้ขณะเดินลงบันไดมาที่ลานจอดรถ ตรงดิ่งไปที่รถคู่ใจแล้วขับบึ่งออกไปอย่างรวดเร็ว ไม่นานเสียงโทรศัพท์ส่งเสียงร้องเรียกเธอเหลือบมองชื่อที่ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอเลยเอื้อมมือไปกดปุ่มรับสายแทบจะทันที
"หวานเธอถึงไหนแล้ว"
"พึ่งออกมาจากที่ทำงานเอง แตกับต่ายถึงร้านกันแล้วเหรอ"
"ยังเลย แต่พวกเราใกล้จะถึงแล้วแหละ ไม่ต้องรีบนะ พี่วศินยังไม่ออกจากที่ทำงานเลย เห็นบอกว่าจะพาเพื่อนมาด้วย"
"อ่อ งั้นเดี๋ยวเจอกันนะ" นลินากดวางสายเสร็จหันกลับมาตั้งใจขับรถต่อ การจราจร่เย็นวันศุกร์สิ้นเดือนแบบนี้ติดแน่นทุกเส้นทาง สัญญาณไฟก็พร้อมใจกันแดงเกือบจะทุกแยกเลย นลินาถอนหายใจก้มหน้ามองนาฬิกาอีกครั้ง
"เลทมาเกือบจะชั่วโมงแล้ว รถติดจริงๆเลย ไฟเขียวทีเถอะนะ" ว่าแล้วสัญญาณไฟก็เปลี่ยนเป็สีเขียวทันที นลินาผุดยิ้มพร้อมกับเร่งความเร็วขับทะยานตรงไปยังร้านที่เป็จุดนัดหมายกลุ่มสายสัมพันธ์พี่น้องร่วมสถาบันในค่ำคืนนี้
ภายในร้านอาหารถูกตกแต่งอย่างหรูหราสมกับที่เป็ร้านชื่อดังตั้งอยู่บนชั้นบนสุดของโรงแรมชั้นนำ มีดาดฟ้าชมวิวเมืองมหานครได้แบบพาโนราม่า ยามเมื่อท้องฟ้าถูกทาทับด้วยสีดำแสงสีตามตึกรางบ้านช่องส่งสะท้อนหลากหลายสีพอได้มองดูจากบนตึกสูงมันช่างสวยงามเหลือเกิน
"ชอบไหมครับสาวๆร้านนี้" วศินเอ่ยถามรุ่นน้อง
"วิวชนะเลิศเลยพี่วศิน แต่น่าจะแพงน่าดูเลยนะเนี่ย พี่วศินไม่กลัวกระเป๋าฉีกเหรอ" แตหัวเราะ
"ต่ายได้ข่าวมาว่าที่นี่แพงมาก คิวแน่นเอี๊ยดเลย แล้วยิ่งเป็โต๊ะนี้หลายบาทอยู่นะ หรือว่าพี่วศินถูกรางวัลที่หนึ่ง" ต่ายถามด้วยความตื่นเต้น เพราะทุกครั้งเวลานัดทานข้าวกันก็จะเป็ร้านประจำเ้าเก่าเ้าเดิม วันนี้พี่วศินมาแปลกไม่คิดว่าจะใจปล้ำจ่ายแพงขนาดนี้
"เปล่าหรอก แต่พี่ได้สิทธิแบบวีวีไอพี งานนี้ฟรีเพราะพี่รู้จักกับเ้าของที่นี่เป็อย่างดี เพื่อนสนิทสมัยมหาลัยเลยแหละ ไม่รู้ว่าเราสองคนจะจำได้กันรึเปล่า"
"ใครเหรอ" แตสงสัย เป็จังหวะเดียวกันที่ชายหนุ่มผิวขาวหน้าตาหล่อเหลาเดินมาพร้อมกับเครื่องดื่มและขวดไวน์แดงชั้นดีมารินใส่แก้วให้ สองสาวยิ้มเอียงอายอาจเป็เพราะลักยิ้มของเขาที่กำลังฆ่าพวกเธออยู่ในตอนนี้
"พนักงานที่นี่หล่อจัง" ต่ายพูดเสียงอ่อมแอ้ม
"หึๆ นี่อย่าบอกนะว่าจำพี่เขาไม่ได้จริงๆ ดูดีๆ" วศินขำ สายตาสองสาวจึงจดจ้องมองที่หน้าหล่อๆของคนที่พึ่งทรุดตัวลงนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามพยายามครุ่นคิดว่าเขาคือใครกัน
"จำไม่ได้เหรอ สั่งให้วิ่งรอบสนามอีกสักสิบรอบดีไหมห๊ะ" เดี๋ยวนะ! วิ่งรอบสนามงั้นเหรอ เสียงดุห้วนๆแบบนี้อย่าบอกนะว่าคนหล่อๆที่นั่งอยู่ตรงหน้าคือ
"พี่กระทิง!" สองสาวเปล่งเสียงออกมาพร้อมกัน เ้าของชื่อได้แต่นั่งยิ้ม ต่ายขยับแว่นตาเพ่งมองเขาอีกครั้ง ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาคือรุ่นพี่ที่ชอบลงโทษสั่งให้วิ่งรอบสนามตอนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยจำได้แม่นเลยวันนั้นเธอวิ่งจนเป็ลมไปเลย
"ครับ พี่กระทิงเอง" กระทิงบอก วศินกอดคอเพื่อนยิ้มร่า
"มึงเล่นหายไปนานจนน้องๆจำมึงไม่ได้แล้วเนี่ย"
"ไม่แน่หรอก ใครบางคนเขาอาจจะจำกูได้ก็ได้"
"หึ กูจะรอดู" วศินขำยกแก้วไวน์ขึ้นดื่ม ทันทีที่สายตาเหลือบไปเห็นรุ่นน้องอีกคนก้าวเข้ามาในร้านก็ยกมือโบกเรียก นลินาหันมาเห็นเพื่อนๆของเธอนั่งกันอยู่ครบจึงสาวเท้าเข้าไปหา
"สวัสดีค่ะพี่วศิน ขอโทษนะคะหวานมาช้าไปหน่อย" เสียงหวานเอ่ยบอก
"ไม่หน่อยหรอกมั้ง ช้าไปตั้งหนึ่งชั่วโมงสิบสองนาทีสี่สิบแปดวินาที" ใครบางคนที่นั่งหันหลังให้เธอพูดเสียงดังออกมาจนคนมาสายรู้สึกผิด เขาคนนั้นคงเป็เพื่อนของพี่วศิน
"เอ่อ ขอโทษจริงๆค่ะ วันนี้รถติดมากเลย"
"หาข้ออ้างตลอด ทีคนอื่นยังมาทันเวลานัดเลย"
"ไม่เอาน่า วันศุกร์สิ้นเดือนก็แบบนี้แหละ น้องหวานมานั่งตรงนี้มา" วศินลุกขึ้นย้ายไปนั่งเก้าอี้อีกตัวให้นลินานั่งอยู่ตรงกลางมีชายสองคนนั่งประกบข้างซ้ายขวา
"ขอบคุณค่ะ" นลินารู้สึกเกร็งอย่างบอกไม่ถูกที่ต้องนั่งข้างชายหนุ่มอีกคนที่พึ่งจะตำหนิเธอเื่มาสาย แต่สำหรับเขาหัวใจกำลังเต้นแรงเสียจนกลัวมันจะกระเด็นกระดอนออกมาจากอก หกปีกว่าแล้วที่เขาพูดคุยอยู่กับรูปถ่าย แต่วันนี้เวลานี้เธอซึ่งเป็หวานใจคนเดียวของเขามานั่งอยู่ใกล้ๆ เขาอยากจะคว้าตัวมากอด จับเธอมาจูบให้หายคิดถึง แต่ต้องห้ามใจเอาไว้อดทนอดกลั้นเพราะไม่นานเกินรอสาวหน้าหวานตัวหอมๆคนนี้จะต้องมานอนซบอยู่ในอ้อมกอดอุ่นๆของเขาเป็แน่
"น้องหวานจำเพื่อนพี่คนนี้ได้ไหมครับ" คำถามของวศินทำให้นลินาหันไปมองชายหนุ่มที่นั่งอยู่ข้างๆอีกครั้ง สายตาของเขาและเธอจ้องมองกัน พอได้เห็นหน้าชัดๆเธอใไม่คาดคิดว่าจะเป็เขา จู่ๆความรู้สึกเก่าๆก็ตีเข้ามาในความทรงจำอีกครั้ง ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีเธอก็ไม่เคยลืมอีตารุ่นพี่ขี้เก๊กบ้าอำนาจนี้ได้เลย
"พี่กระทิง!"
"ครับ เรียกดังซะขนาดนี้ สงสัยน้องหวานใจจะคิดถึงพี่มาก" เ้าของชื่อแอบดีใจที่หวานใจของเขายังจดจำเขาได้แม้ว่าวันเวลาจะผ่านมานานหลายปีแล้วก็ตาม
"ใครเขาคิดถึงกัน"
"ก็น้องหวานใจไง ดูสิหน้าแดงหมดแล้ว" กระทิงยื่นมือมาจับแก้มใสขาวอมชมพูของเธอ นลินาปัดมือเขาออกอย่างไว ไม่คิดว่าเขาจะกล้าถูกเนื้อต้องตัวเธอ ทุกคนที่นั่งอยู่พากันอึ้งตะลึงกับภาพที่เห็น
"นี่คุณ! คนฉวยโอกาส นิสัยไม่ดี"
"ใจเย็นสิครับน้องหวานใจ จับแค่นี้เองทำเป็หวงไปได้ แล้วถ้าต่อไปพี่อยากจับอย่างอื่นจะว่าไง" เดี๋ยวก่อน! มันผิดด้วยเหรอที่เธอรักนวลสงวนตัว แล้วที่บอกว่าอยากจับอย่างอื่นเขาจะจับอะไรกันห๊ะ แต่ดูจากสายตาที่หยุดนิ่งอยู่ตรงูเากลมมนสองลูกของเธอมือบางรีบกระชับเสื้อคลุมขึ้นมาปิดเพื่อให้รอดพ้นจากสายตาหื่นๆ
"โรคจิต!" สิ้นเสียงเขาหัวเราะอย่างคนอารมณ์ดี วศินได้แต่ยิ้มส่ายหน้าเบาๆ
"พอๆไอ้ทิง แกล้งน้องหวานเขาอยู่ได้ ทานข้าวกันเถอะน้องๆ อย่าไปถือสาไอ้ทิงมันเลยนะหวาน ก็รู้อยู่ว่ามันเป็ยังไง"
"หวานไม่ถือสาคนพรรค์นี้หรอกค่ะ"
"เอ้า ทานเยอะๆต่ายสั่งของที่หวานชอบมาให้ด้วยนะ" ต่ายตักอาหารให้เพื่อน แตก็เช่นกันรีบรินน้ำให้เพราะดูจากสีหน้าของเพื่อนรักไม่สู้ดีนัก แต่แล้วจู่ๆก็มีกุ้งตัวใหญ่ๆที่แกะแล้วเรียบร้อยนอนแอ้งแม้งอยู่ในจานของเธอ ทุกคนมองเป็ตาเดียวกันด้วยความสงสัย กระทิงเลยทำทีเป็แกะกุ้งให้แตกับต่ายด้วยจะได้ไม่เป็จุดสนใจมากนัก
"ขอบคุณค่ะพี่กระทิง น่ารักจังแกะกุ้งให้ด้วย" แตเอ่ยบอก
"นั่นสิ หาได้น้อยนะคะผู้ชายที่จะนั่งทำอะไรแบบนี้ให้" ต่ายยิ้มก่อนจะจิ้มกุ้งตัวสีส้มทานอย่างเอร็ดอร่อย
"อืม หวานให้อีกตัว" นลินาหยิบกุ้งในจานตัวเองมาให้เพื่อน แล้วตัวเองก็ก้มหน้าทานอย่างอื่นโดยไม่สนใจใคร
"ไม่ชอบกุ้งเหรอหืม" วศินขำเมื่อหันไปเจอหน้าบึ้งๆของกระทิงเข้า
"ชอบค่ะ แต่วันนี้หวานรู้สึกเหม็นๆพะอืดพะอมยังไงไม่รู้ก็เลยไม่อยากทาน"
"แพ้ท้องว่างั้น" คำที่ได้ยินพาลให้เธอรู้สึกโมโหเลยหันไปจ้องหน้าเขาอย่างเอาเื่
"แพ้ท้องบ้านคุณสิ"
"พอแล้วไอ้ทิง แหย่น้องหวานเขาอยู่ได้" วศินบอกกับเพื่อน
"แหม่ ก็แค่แซวเล่น ขำๆทำเป็ซีเรียสไปได้"
"เอ่อ พี่กระทิงหายไปไหนมาเหรอคะ แตไม่เจอพี่มาหกเจ็บปีได้แล้วมั้ง"
"พี่ไปเรียนต่อ จบแล้วก็เลยอยากจะกลับมาอยู่กับคนรัก"
"พี่กระทิงแต่งงานแล้วเหรอคะ" ต่ายเอ่ยถาม
"ยังหรอก แต่คิดว่าไม่นานนี้แน่นอน" กระทิงทอดสายตามองคนหน้าหวานที่เอาแต่นั่งนิ่งเฉยใส่กำลังจะรินไวน์ดื่มเป็แก้วที่สองแล้ว คนมือไวแย่งแก้วนั้นมาดื่มเองจนหมดเกลี้ยง
"ดื่มมากเดี๋ยวก็เมาหรอก" เขาทำเสียงดุ
"เื่ของฉัน แก้วคุณก็มียังจะมาแย่งคนอื่นเขาอีก คุณนี่มัน" นลินาหน้าแดงก่ำไม่รู้ว่าเพราะโมโหหรือว่าฤทธิ์ของแอลกอฮอล์กันแน่ แต่ดูแล้วน่ารักเป็บ้าเลยหวานใจของเขา
"มันทำไมเหรอ หล่อ เท่ ว่างั้น"
"คนบ้า!"
"ถ้าผู้หญิงด่านี่แปลว่าผู้หญิงรักหรือเปล่านะน้องต่าย" กระทิงยังไม่วายพูดแหย่เธออีก
"เอ่อ"
"ขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนนะคะ" นลินาลุกขึ้นออกไปอย่างไว เดินหน้างอเป็จวักไปหาที่สงบจิตใจก่อนที่อกของเธอจะแตกตายไปเสียก่อน เลยมาหยุดยืนชมวิวเมืองมหานครในยามค่ำคืนอยู่อีกฝั่งหนึ่งเพียงลำพัง
"กวนประสาท! ไม่รู้จะกลับมาทำไม"
"ก็คนมันคิดถึงอะ กลับมาไม่ได้รึไง"
"นี่คุณ! จะตามฉันมาทำไม"
"ใครตามใคร พี่มาเข้าห้องน้ำเหมือนกัน ไม่ได้รึไง" เขาก้มกระซิบเบาๆข้างหูเธอ นลินาเบี่ยงตัวออกยกมือขึ้นดันอกแกร่งนั้นไว้
"ดะ ได้! คุณจะไปเข้าห้องน้ำก็ไปสิ" เธอพยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น กระทิงยิ้มกรุ้มกริ่มแกล้งยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆเธออีกจนเกือบจะแนบชิดติดกันอยู่แล้ว
"ออกไปนะ!" นลินาพยายามถอยตัวเองออกแต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะเขาเดินต้อนเข้ามาจนหลังเธอชนเข้ากับกำแพง สองมือยันผนังเพื่อกักตัวคนหน้าหวานให้อยู่ในอ้อมกอดไว้
"พี่ดีใจนะที่หวานใจจำพี่ได้ ไม่เจอกันนานน่ารักขึ้นเยอะเลย ตัวก็หอม แล้วปากนี่ล่ะ จะหวานเหมือนชื่อรึเปล่านะ" นิ้วโป้งร้อนๆถือโอกาสเข้ามาััที่ริมฝีปากบาง เธอรับรู้ถึงลมหายใจอุ่นๆก็ชวนให้ขนกายลุกซู่ซ่าหนาวๆร้อนๆชอบกล
"ออกไปนะ! ออก อื้อ!!" เสียงหวานๆต้องเงียบสนิทลงทันทีที่กระทิงประกบจูบเธออย่างดูดดื่ม ด้วยความคิดถึงและหักห้ามใจตัวเองไม่ได้จริงๆ นลินาพอได้สติก็สะบัดฝ่ามือฟาดแก้มสากเข้าให้
เพียะ!!
"คนฉวยโอกาส!"
"ยอมรับ ก็หวานใจอยากน่ารักทำไมล่ะ ตบอีกได้นะ พี่เองก็ชอบตบจูบ ตบสิพี่จะได้จูบหวานใจอีก" เขาบอกด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ไม่ได้โกรธที่เธอตบเขาแต่อยากใด นลินาโมโหขั้นสุด เธอไม่รู้จะทำยังไงกับผู้ชายคนนี้ดี
"แต่ฉันไม่ชอบ! หลีกไปให้พ้นฉันจะกลับแล้ว"
"หึๆ แต่พี่ชอบมากเลยล่ะ" เขาทอดสายตามองเธออย่างเ้าเล่ห์ พอเธอเผลอเขาอาศัยความเร็วฉกหอมแก้มใสทั้งซ้ายและขวาฟอดใหญ่อีกคราจนเธอหน้าเหวอยืนนิ่งตะลึงอยู่อย่างนั้น
"ทั้งหอม ทั้งหวาน น่ากินที่สุดเลย" กระทิงเอ่ยบอก นี่มันแค่น้ำจิ้มหรอกนะ จากนี้ไปกระทิงอย่างเขาจะพุ่งชนเพื่อจะคว้าเอาตัวกับหัวใจเธอมาให้ได้เลยคอยดู