‘ปั่ง!!’
เสียงสันแฟ้มพลาสติกฟาดลงบนโต๊ะทำงานของซีอีโอสาวคนเก่งเช้าวันนี้เธอหัวเสียอย่างหนัก เพราะผลประกอบการไม่เป็ไปอย่างที่ควรซ้ำร้ายเธอยังตรวจพบว่าสามีกับน้องสาวของเธอร่วมมือกันปลอมลายเซ็นของเธอขึ้นมาจากนั้นยักยอกเงินของบริษัทไปจำนวนมหาศาลนี่ทำให้บริษัทส่งออกสินค้าทางการเกษตรของเธอขาดสภาพคล่องติดต่อกันมาเป็เวลาหลายเดือน
“คนที่ฉันไว้ใจที่สุดกลับเป็คนที่ร้ายที่สุด!” ฉินซูหลันกัดฟันกรอดขณะพูดหล่อนปรายตามองไปยังภาพถ่ายหลายใบที่วางเกลื่อนอยู่บนโต๊ะทำงานมันเป็ภาพถ่ายจับชู้ ที่นักสืบคนหนึ่งถ่ายเอาไว้และส่งมอบให้กับเธอ
หญิงชายในภาพถ่ายใบนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็สามีของเธอและน้องสาวต่างแม่ของเธอ
ฉินซูหลันรักและเอ็นดูฉินเจียวหรงเหมือนน้องสาวแท้ๆ คนหนึ่ง หนำซ้ำยังแต่งตั้งให้น้องสาวต่างแม่คนนั้นขึ้นมาเป็เลขาส่วนตัวของเธอไหนเลยจะคาดคิดว่าฉินเจียวหรงคนนี้จะกล้าแทงข้างหลังของเธอ
มู่หยางชิน แต่งงานอยู่กินกับฉินซูหลันมาได้ครึ่งปี เขาที่ดูเหมือนเป็คนสุภาพอ่อนโยนช่างเอาอกเอาใจ จู่ ๆ ก็กลายเป็คนขี้หงุดหงิด ขี้รำคาญหลายครั้งก็มักหลุดปากพูดออกมาว่า เขาไม่เคยรักฉินซูหลันเลยั้แ่แรกที่แต่งกับหล่อนก็เพราะหวังในทรัพย์สินของหล่อนคนที่เขารักมาั้แ่แรกก็คือฉินเจียวหรง น้องสาวต่างแม่ของหล่อนต่างหาก
เริ่มแรกเดิมทีฉินซูหลันไม่คิดใส่ใจในคำพูดเ่าั้เพราะคิดว่ามู่หยางชินคงพูดเพื่อประชด และพูดเพื่อให้เธอรู้สึกเ็ปเฉย ๆเพราะแต่เดิมเขาทำให้เห็น ว่าเขาเป็ผู้ชายที่อ่อนโยนมากจริง ๆเพราะแบบนี้ไงล่ะฉินซูหลันจึงเชื่อมาโดยตลอด ว่านั่นเป็แค่คำพูดเลื่อนลอยของคู่สามีภรรยาที่มีปากเสียงกันตามปกติคาดไม่ถึงว่า ทุก ๆ คำที่กลั่นออกมาจากปากของเขาในค่ำคืนนั้นมันจะเป็ความจริงทั้งหมด
ตื้ด… ตื้ด… ตึ้ด!(เสียงสัญญาณโทรศัพท์มือถือกำลังต่อสายหาใครบางคน)
“สวัสดีค่ะทนายซุยช่วยจัดการเอาผิดฉินเจียวหรงกับมู่หยางชินให้ฉันที ฉัน้าฟ้องหย่า้าดำเนินคดีเื่ปลอมแปลงลายเซ็นและเอกสารของบริษัท!อย่างสุดท้ายคือฉัน้าแจ้งความเื่ที่สองคนนั้นรวมหัวกันยักยอกเงินของบริษัทฝากทนายซุยเป็ธุระให้ฉันด้วย”
กริ้งงง กริ้ง!
ขณะที่ฉินซูหลันกำลังฝากฝังคำพูดไว้กับทนายคนสนิทจู่ ๆ เสียงโทรศัพท์ตั้งโต๊ะของบริษัทก็ดังขึ้น ซูหลันรีบวางหูจากทนายซุยแล้วเอื้อมมือไปดึงโทรศัพท์ตั้งโต๊ะขึ้นแนบหูเสียงของปลายสายไม่ใช่เสียงของใครที่ไหนแต่เป็เสียงของพนักงานธุรการที่นั่งอยู่หน้าห้องทำงานของเธอ “คุณฉินคะแขกที่นัดไว้มาถึงแล้วค่ะ”
“ให้เข้ามาได้”
คนที่เข้ามาพบกับฉินซูหลันภายนอกอาจดูปกติเรียบร้อยดี ภาพลักษณ์ สีหน้า แววตา หรือแม้แต่รอยยิ้มของเขาไม่มีจุดไหนส่อแววว่าเขาเป็คนเืเย็นเลยสักนิดเขาเข้ามาพบกับฉินซูหลันในวันนี้ด้วยฐานะคู่ค้าคนใหม่ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าภายใต้หน้ากากที่เขาสวมไว้ ภายใต้สถานะปลอม ๆ ที่เขาตั้งขึ้นมาบังหน้าจะเป็เพียงแค่เื่หลอกลวง
แท้จริงแล้วเขาคือมือสังหารในวงการสีเทามาวันนี้ก็เพื่อมาเจรจาเื่อุ้มมู่หยางชินกับฉินเจียวหรงที่เป็ชู้รักของกันและกันเพื่อเอาไปอบรมสั่งสอนฉินซูหลันฝากฝังไว้ว่า หากกฎหมายในประเทศนี้ให้ความยุติธรรมกับเธอไม่ได้เอาผิดพวกเขาสองคนไม่ได้ จับพวกเขาเข้าคุกไม่ได้งั้นฉินซูหลันก็ต้องฝากให้เป็ธุระของมือสังหารหน้าหล่อคนนี้เป็คนช่วยจัดการ
แต่หากทนายซุยพาคนพวกนั้นเข้าคุกได้สำเร็จเงินที่จ่ายไปซูหลันก็จะถือซะว่าเป็ค่าเสียเวลาของนักฆ่าหน้าหล่อคนนี้ก็แล้วกันสำหรับคนอย่างหล่อนแล้ว ไม่มีคำว่าอภัย ไม่มีคำว่าเห็นใจ ไม่มีคำว่าอะไรทั้งนั้นโอกาสไม่ได้มีไว้ให้คนเลว ๆ อย่างมู่หยางชินกับฉินเจียวหรง!
เธอเคยเจ็บยังไงพวกมันต้องเจ็บกว่าเธอเป็ร้อยเท่าพันเท่า!
หลังคุยตกลงกับชายคนนั้นราว ๆ หนึ่งชั่วโมงเศษ ๆ ซูหลันก็จำเป็ต้องให้เขากลับไปก่อนเพราะหล่อนมีนัดทานข้าวกลางวันกับนักลงทุนแซ่เหล่ย การกินข้าวครั้งนี้ไม่ใช่กินข้าวแบบทั่วๆ ไป แต่มันเป็การกินข้าวกึ่งคุยธุรกิจซึ่งบริษัทของหล่อนกำลังขาดสมดุลและกำลังขาดสภาพคล่องหล่อนจะต้องทำทุกวิถีทางเพื่อจูงใจให้เขามาลงทุนที่บริษัทของหล่อนให้จงได้
“คนขับรถคนเดิมของฉันไปไหน?ทำไมเป็นาย?” ฉินซูหลันไม่ทันได้สังเกตให้ดีก่อนขึ้นรถพอนั่งรถมาได้ครู่หนึ่งหล่อนถึงเพิ่งรู้ตัวว่าชายชุดดำที่ขับรถยนต์คันหรูให้เธอไม่ใช่คนขับรถคนเดิมที่เธอคุ้นเคย
“คนขับรถไป๋อยู่ ๆก็ปวดท้องกะทันหัน ผมเลยมาขับแทนครับไม่ทราบว่าคุณฉิน้าให้ผมไปส่งที่ไหนครับ”
ชายคนดังกล่าวไม่ใช่คนแปลกหน้าแต่เขาเป็พนักงานใหม่ที่เพิ่งเข้ามาทำงานในบริษัทได้เพียงหนึ่งเดือนเขาทำงานในตำแหน่งเ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของบริษัท ปกติต้องยืนเฝ้าอยู่หน้าประตูทางเข้าออกของบริษัทแต่วันนี้เขากลับมาสวมบทบาทเป็พนักงานขับรถโดยที่ไม่มีใครแจ้งหล่อนล่วงหน้าเลยด้วยซ้ำ
“ร้านอาหารจีนต้าหยวน”
“ครับ”
หลังบอกจุดหมายปลายทางออกไปแล้วฉินซูหลันก็รีบก้มหน้าก้มตาส่งข้อความหาเพื่อนสาวคนสนิทเพื่อเล่าถึงเหตุการณ์แปลกๆ ที่ไม่ค่อยชอบมาพากล รวมทั้งส่งข้อความหานักฆ่าคนดังกล่าวว่าหากมีอะไรเกิดขึ้นกับเธอให้ลงมือลักพาตัวหญิงร้ายชายชั่วคู่นั้นเพื่อเอาไปอบรมสั่งสอนได้เลยทันทีโดยไม่ต้องรอให้ทนายซุยจัดการเื่ของกฎหมายให้เสร็จก่อนตามที่ได้ตกลงกันไว้เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า
แต่ทว่าขับรถออกตัวไปได้ไม่เท่าไหร่จู่ ๆ กระโปรงหน้ารถก็มีควันไหม้ลอยโขมงขึ้นมาทำให้ชายหนุ่มคนดังกล่าวจำเป็ต้องหักพวงมาลัยรถเพื่อเข้าจอดริมถนน
“คุณฉินครับไม่ต้องในะครับ ผมจะรีบออกไปดูให้”ชายคนดังกล่าวฝากคำพูดไว้เพียงเท่านี้ก็รีบลงไปจากรถปล่อยให้ฉินซูหลันนั่งอยู่ในรถหรูตามลำพังด้านเ้าตัวที่รู้สึกว่านี่มันผิดปกติเกินไป จึงพยายามดึงสลักประตูเพื่อจะลงจากรถแต่ไม่ว่าออกแรงดึงเท่าไหร่ประตูรถก็ไม่เปิดซะที
แล้วหลังจากนั้นเพียงแค่เสี้ยวนาทีรถทั้งคันก็ะเิตู้มเสียงดังสนั่นหวั่นไหว ฉินซูหลันที่เป็ซีอีโอสาวคนเก่งไม่มีเวลาได้ตั้งตัว ไม่มีเวลาได้บอกลาใครเลยด้วยซ้ำร่างทั้งร่างของเธอแหลกสลายถูกเผาไหม้อยู่ในกองเพลิงที่ร้อนระอุ
และใช่!นี่คือแผนการลอบฆ่าที่ถูกจัดฉากขึ้น และผู้ที่อยู่เื้ัคงไม่ใช่ใครที่ไหนคงเป็มู่หยางชินกับฉินเจียวหรงอย่างแน่นอน เพราะหากฉินซูหลันตายไปแล้วเงินประกันชีวิตทั้งหมดก็จะตกเป็ของคู่สมรสอย่างมู่หยางชินหุ้นในบริษัทมากกว่าครึ่งจะเป็ของมู่หยางชิน และทรัพย์สินส่วนตัวอื่น ๆของเธอก็อาจจะตกเป็ของน้องสาวต่างสายเือย่างฉินเจียวหรง
‘คิดว่าฆ่าฉันตายก่อนแล้วตัวเองจะได้อยู่เสวยสุขบนกองเงินทองของฉันงั้นเหรอ! ฝันไปเถอะ!อีกไม่นานพวกแกสองคนก็จะมีจุดจบไม่ต่างจากฉัน’
นี่คือคำพูดที่ลอยก้องอยู่ในอากาศมันเป็คำพูดสุดท้ายของฉินซูหลันก่อนที่ดวงิญญาของหล่อนจะวูบดับไปและไม่สามารถรับรู้อะไรเกี่ยวกับโลกใบนี้ได้อีก…