8.สำรวจพื้นที่
เมื่อเห็นอาหารอยู่ตรงหน้าถึงน่ากินแต่ก็ยังไม่มีใครลงมือ
“มีเครื่องปรุงด้วยนะเ้าคะ” ว่าแล้วิเย่วก็เอาพริกป่น น้ำส้มสายชูน้ำตาลทราย ซีอิ๊ว พร้อมกับ ขิงสดซอย วางไว้ตรงกลาง
“ปรุงตามใจชอบได้เลยเ้าค่ะ แต่อย่าพึ่งใส่เยอะนะเ้าคะค่อยๆ ปรุง ท่านพ่อท่านแม่ลองใส่ขิงสดซอยลงไปดูเ้าค่ะดียิ่งนัก”มือเล็กๆ ตักขิงใส่ถ้วยโจ๊กให้ท่านพ่อท่านแม่ทันทีที่เอ่ยบอก
“ได้ๆ พ่อกับแม่จะลองกินดู” ิฮุ่ยเอ่ยตอบลูกสาวด้วยความตื้นตันใจ
น้องเล็กที่ทนกลิ่นหอมไม่ไหวท้องร้องเสียงดังโครกคลากก็ลงมือตักโจ๊กพร้อมก้อนเนื้อหมูเด้งส่งเข้าปากทันทีแล้วหลับตาพริ้มเคี้ยวอย่างลุ่มหลงในรสชาติที่ได้รับ
“อร่อย อร่อยที่สุดเลยขอรับ” ชุนชุนรีบตักกินต่อทันทีเมื่อเห็นดังนั้นทุกคนก็เริ่มลงมือกินเพียงคำแรกที่เข้าปากความหอมของข้าวความนุ่มเด้งของหมูเข้ากันดีกับไข่ลวกจนไม่อาจบรรยายความอร่อยได้หมดมันอร่อยที่สุดเท่าที่พวกเขาเคยกินมาเลยทีเดียวถึงบ้านหยางจะไม่ได้อดยากมากแต่ก็ไม่ได้มีเงินทองที่จะไปซื้อเครื่องปรุงรสที่หลากหลายที่บ้านมีเพียงเกลือกับน้ำผึ้งเท่านั้นส่วนอาหารในโรงเตี๊ยมหรือเหล่าอาหารขึ้นชื่อนั้นอย่าได้ฝันถึงเลยแค่โจ๊กเปล่ากับผักดอกหรือแผ่นแป้งหยาบๆก็ถึงเป็อาการเลิศรสสำหรับพวกเข้าแล้วส่วนเนื้อก็นานๆ ทีจะได้กิน
ท่านพ่อกับท่านแม่เห็นสามพี่น้องกินกันอย่างเอร็ดอร่อยก็มีความสุขยิ่งนักเมื่อกินโจ๊กเสร็จก็ต่อด้วยซาลาเปาหมูแดง กับน้ำจวี๋จื่อ(ส้ม)คั้นสดและนมวัวท่านแม่ได้ดื่มน้ำจวี๋จื่อแล้วชอบใจยิ่งนัก
“อร่อยมากเลยเย่วเย่วสดชื่นยิ่งนักนี้น้ำจวี๋จื่อนี้แม่ไม่เคยกินมาก่อนเลย”
“นั้นสิอร่อยมากพ่อก็พึงเคยกินเคยเห็นแต่ในเมืองที่พ่อค้าต่างเมืองเอามาขายให้พวกเศรษฐีราคาแพงยิ่งนัก”
“ใช่เ้าค่ะ อืม! ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่าผลไม้หากินยากหรือเ้าคะ เหตุใดจึงมีราคาแพงเล่า”
“ใช่แล้วล่ะส่วนใหญ่คนไม่ค่อยรู้จักผลไม้เท่าไหร่ส่วนมากมีเพียงผิงกัวป่าเท่านั้นแต่คนก็ไม่ค่อยนิยมกินเพราะรสชาติไม่ดีส่วนผูเถากับซีกวาถือเป็ผลไม้หายากพวกคหบดีเศรษฐีหรือขุนนางหาก้ากินผลไม้เหล่านี้ก็ต้องซื้อหากับพ่อค้าจากต่างแคว้นต่างเมืองราคาจึงแพงมากเพราะแค้นฉีของเราไม่ค่อยมีใครปลูกกันเพราะมันปลูกยากอย่างไรล่ะ”เมื่อได้ฟังท่านพ่อแล้วิเย่วเหมือนจะคิดได้ว่าอาชีพในอนาคตของครอบครัวว่าจะทำอันใดแต่ก็ต้องลองดูหลายๆ อย่างก่อนเผื่อจะเจออย่างอื่นให้ทำ
“น้ำขาวๆ นี้อร่อยยิ่งนักขอรับพี่รอง” ชุนชุนเอ่ยขึ้นเมื่อได้ลองดื่มนมวัวครั้งแรก
“อืมพี่ก็ชอบนะ มันๆ หอมๆ อร่อยดี”
“นั้นน้ำนมวัวเ้าค่ะพี่ใหญ่กับน้องเล็กกินเยอะๆมันจะทำให้ร่างกายแข็งแรงและตัวสูงใหญ่ด้วยนะ”
“นมวัวหรือ เป็ของหายากมากในมิติลูกมีแต่ของหายากทั้งนั้นเลยจริงๆ ด้วย”ท่านพ่อกล่าวขึ้นเมื่อได้ยินว่าเป็น้ำนมวัว
“ใช่แล้วเ้าค่ะมีแต่ของที่หายากและที่แห่งนี้ไม่มีมาก่อนท่านเทพธิดาเมตตาครอบครัวเรามากๆ เลยเ้าค่ะท่านกำชับว่าให้ใช้ชีวิตให้ดีเ้าค่ะ”
“อืม นับเป็วาสนาขอครอบครัวเราแล้ว”
“เช่นนั้นก็ต้องระวังตัวให้ดีอาเฟิงกับชุนชุน ก็ต้องระวังอย่าเผลอเอาไปพูดหรือเล่าให้ใครฟังเด็ดขาด”ท่านพ่อกำชับ
“ข้าเข้าใจขอรับ /ชุนชุนก็เข้าใจขอรับจะไม่พูดไม่เล่าให้ใครฟังเด็ดขาดไม่เช่นนั้นจะอันตราย”
เมื่อกินข้าวเช้าและเก็บขอเรียบร้อยแล้ว ท่านแม่ก็ดูแลหายาให้ท่านพ่อกินท่านพ่อยังกินยาเม็ดของนางอยู่เพราะถึงจะดีขึ้นแต่ยังมีไข้อยู่นิดนิดิเย่วจึงชวนพี่ใหญ่กับน้องเล็กออกไปเดินสำรวจด้านนอก
“ไปด้านนอกก็ระวังอย่าไปไกลนักนะ อาเฟิงดูแลน้องๆ ให้ดีรู้มั้ย”ท่านแม่สั่งความกำชับอีกครั้ง
“ขอรับท่านแม่”จากนั้นเด็กทั้งสามก็เดินจูงมือกันออกจากกระโจมไปทันทีข้างนอกไม่ค่อยวุ่ยวายเท่าไหร่แล้วเพราะเหล่าบุรุษและทหารต่างไปช่วยกันซ่อมแซมบ้านเรือนดังนั้นจึงเหลือเพียงเด็ก สตรีและผู้เฒ่าคนชราเท่านั้น ิเย่วอยากเดินดูบริเวณหมู่บ้านเพื่อสำรวจว่าเป็ยังไงบ้าง
เมื่อเดินออกจากค่ายพักแรมห่างไปไม่ไกลก็เข้าเขตหมู่บ้านแล้วซากบ้านเรือนที่ถล่มลงมายังมีให้เห็นอยู่และมีทหารมากมายที่ท่านเ้าเมืองพามากำลังช่วยกันทำงานขะมักเขม้นคาดว่าไม่เกินเดือนก็ฟื้นฟูหมู่บ้านได้แล้ว ส่วนเหมืองตอนนี้ถูกกันเป็พื้นที่ห้ามเข้าอยู่คาดว่าน่าจะปิดเหมืองไปเลย ต่อไปชาวบ้านคงต้องหาอาชีพอื่นทำแทนแล้วซึ่งเหมืองนี้อยู่ห่างจากหมู่บ้านไปทางทิศใต้ห่างกันราวๆ 10ลี้(ประมาณ5 กิโลเมตร)ดีที่เหมืองอยู่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควรเลย
อืม ดูจากสภาพดินก็ดีอยู่บำรุงอีกนิดก็คงสามารถปลูกพืชผักผลไม่ได้เลย
ตอนนี้สามพี่น้องเดินมานั่งเล่นพักเหนื่อยที่ใต้ต้นไม้ที่หน้าหมู่บ้าน
“พี่ใหญ่คิดไว้หรือยังเ้าคะว่าเราจะทำอย่างไรกันต่อไปดีตอนนี้คงเข้าไปขุดแร่ในเหมืองไม่ได้แล้ว”
“ท่านพ่อบอกพี่ไว้แล้วล่ะ หากหายดีแล้วท่านพ่อจะพาพี่ไปขุดแร่ในเหมืองอีกที่น่ะแล้วก็ไปรับจ้างแบกของที่ท่าเรือด้วย”
“หื้ม ขุดแร่ในเหมืองยังมีเหมืองอีกหรือเ้าค่ะแล้วไปแบกของที่ท่าเรืออีกพี่ใหญ่พึ่ง 9 หนาวจะแบกของไหวได้อย่างไรกัน”ิเย่วใมากเมื่อได้ยินเื่ที่พี่ใหญ่บอก
“หึ หึ หึ” ิเฟิงหัวเราะเบาๆ อย่างเอ็นดูพร้อมทั้งลูบหัวน้องสาวตัวน้อยก่อนอธิบายให้ฟัง
“เหมืองมีหลายที่นักเย่วเย่วเพราะแคว้นฉีของเรามีแร่พวกนี้เยอะจึงมีเหมืองอยู่หลายที่ในแคว้นฉีอย่างเมืองโจวเจียงที่เราอยู่นี้ก็มีอยู่ 2 ที่คือที่ถล่มไปกับอีกที่อยู่หมู่บ้านซานอี้ซึ่งห่างจากหมู่บ้านเราถัดไปอีกราว 50ลี้หากพี่กับท่านพ่อไปที่นั่นก็อาจจะต้องไปพักแรมที่นั่นเลยเพราะไม่สามารถไปเช้าเย็นกลับได้
“ไกลนักเ้าค่ะ”
“ไกลก็ต้องไปเพราะเราไม่มีงานอื่นที่ทำได้ส่วนเื่แบกของที่ท่าเรือพี่พอทำได้อยู่แม้ค่าแรงจะได้ไม่มากก็ตามคงต้องทำไปก่อนระหว่างที่รอท่านพ่อหายดีก่อนแล้วพี่กับท่านพ่อค่อยไปทำงานเหมืองที่ซานอี้”
เมื่อได้ฟังดังนั้นหลิวเย่วก็รู้สึกหน่วงในใจยิ่งนักที่ท่านพ่อกับพี่ชายตัวน้อยของนางต้องไปทำงานที่ทั้งลำบากและเสี่ยงอันตรายในที่ที่ไกลสายตาเช่นนี้ไม่เป็ไรเื่นี้ยังพอมีเวลา พี่ใหญ่บอกว่าอย่างไรต้องรอท่านพ่อหายก่อนกว่าท่านพ่อจะหายก็คงอีกสองสามเดือนเป็อย่างต่ำ นางยังพอมีเวลาทำอะไรได้บ้าง…….