สายลมแห่งความหนาวเหน็บ ยังคงพัดโชยมากระทบกายของชายหนุ่มที่นั่งอ่านตำราแล้วจิบชาเบา ๆ อย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว ก่อนเสียงขององค์ชายสี่จะเอ่ยขึ้น
“ปราบฏจิ้น! จะไปเมื่อใด?” เซียวจ้านดึงตำราในมือของพี่ชายออก แล้วจับจ้องถามเขาด้วยความเป็ห่วง ก่อนอี้เทียนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“วางแผนเสร็จ ก็จะออกเดินทางทันที” น้ำเสียงเย็นเยียบยากจะคาดเดา ทำให้องค์ชายสี่ทิ้งตัวนั่งแล้วเอ่ยขึ้น
“หลายปีก่อนฏจิ้น เป็เพียงฏกลุ่มเล็ก ๆ ที่พยายามเกลี้ยกล่อมให้ชาวบ้านเปลี่ยนศาสนาไปนับถือเทพเ้า หัวหน้ากลุ่มเป็พวกนอกรีต ที่พยายามป่าวประกาศว่าตัวเองเป็ตัวแทนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่น่าเชื่อว่าฏกลุ่มนี้จะล้างความคิดของชาวเมืองไห่โจวจนหมดสิ้น ทั้งยังยกย่องพวกมันเป็ผู้นำ ถึงขนาดขับไล่ขุนนางออกจากเมือง ตอนนี้เสด็จพ่อสั่งให้พวกท่านไปปราบ นั่นหมายความว่าไม่ใช่เื่เล็ก ๆ” ขณะที่องค์ชายสี่ กำลังกล่าวทบทวน ฝีเท้าของใครบางคนก็เดินเข้ามา
“ถวายพระพรองค์ชายรอง องค์ชายสี่” น้ำเสียงอันคุ้นหูทำให้เซียวจ้านหันขวับ พบกับร่างของหลี่เถียนเปายืนสงบเสงี่ยมเจียมตัวอยู่ตรงหน้า นั่นทำให้สีหน้าของเซียวจ้านเปลี่ยนไปพร้อมอารมณ์โกรธพุ่งขึ้นในทันที
“มาทำไม?” น้ำเสียงแข็งตะคอกขึ้น จนนางสะดุ้งตัวด้วยความหวาดกลัว
“นางเป็คนของข้า!” คำพูดราบเรียบขององค์ชายรองทำให้ เซียวจ้านรู้สึกหัวเสียขึ้นมาทันที พร้อมมองเข้าไปด้านในตำหนัก
“พระชายาของท่าน รออยู่ด้านใน แต่ท่านกลับนัดหญิงอื่นมาพบ จิตใจของท่านช่างมืดบอดยิ่งนัก ข้าขอภาวนาให้ท่านถูกศัตรูฆ่าตายระหว่างการปราบฏ!” เขาสาปแช่ง แล้วเตรียมเบี่ยงตัวเดินออก เพื่อลดการปะทะกับพี่ชาย
“เดี๋ยวก่อน”
“มีอะไรอีก” เซียวจ้านหันมาถามอย่างไม่พอใจ ก่อนองค์ชายรองอี้เทียนจะลุกขึ้นยืน แล้วเดินเข้ามาหาหลี่เถียนเปา จับมือนางขึ้นมองช้า ๆ พลันเอ่ยถามองค์ชายสี่ด้วยสุรเสียงราบเรียบ
“ร่องรอยนี้ เป็ฝีมือเ้าใช่หรือไม่”
“ใช่! ข้าปาหินใส่นางเอง!” เขายอมรับด้วยท่าทางไม่พอใจ
“คุกเข่าขอโทษนางต่อหน้าข้า และรับปากว่า เ้าจะไม่ทำร้ายนางอีก” เมื่อได้ยินดังนั้น องค์ชายสี่แทบไม่เชื่อหูตัวเอง เขาถึงกับเบิกตากว้างแล้วเอ่ยขึ้น
“เสด็จพี่! ท่านต้องเสียสติไปแล้วแน่ ๆ”
“คุกเข่าขอโทษนาง!” สุรเสียงจริงจังพร้อมใบหน้าเข้มเอ่ยบังคับ ด้วยฐานะของอี้เทียนทำให้เซียวจ้านไม่อาจขัดบัญชาได้ เขากำมือแน่นแล้วค่อย ๆ คุกเข่าลงช้า ๆ ด้วยความจำยอม
“องค์ชายสี่ไม่ต้องทำเช่นนั้น ทุกอย่างเป็ความผิดหม่อมฉัน หม่อมฉันจะคุกเข่าขอโทษแม่นางหลี่เถียนเปาเอง” สุรเสียงราบเรียบ ของพระชายาเอ่ยขึ้น ทำให้ทั้งหมดหันมองมายังต้นเสียง
พร้อมสองเท้าเล็ก ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาหาอี้เทียน สายตากลมเล็กสั่นไหวจับจ้องไปยังอีกฝ่ายด้วยความผิดหวัง สายลมแห่งความหนาวเหน็บ พัดผ่านมาปะทะกายวูบหนึ่ง ก่อนนางให้เหตุผลกับองค์ชายรองด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ที่องค์ชายสี่ทำไปทั้งหมด เพราะ้าปกป้องหม่อมฉัน ดังนั้นการที่องค์ชายสี่ เผลอทำร้ายแม่นางหลี่เถียนเปา หม่อมฉันขอรับผิดแทนเพคะ” หลี่เถียนเปาเผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย รู้สึกกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ ทว่ายังคงเก็บซ่อนท่าทีไว้ไม่แสดงออกมา แล้วมองร่างของพระชายาสูงศักดิ์ ค่อย ๆ ทิ้งตัวลงคุกเข่าต่อหน้าทุกคน ละอองหิมะค่อย ๆ โปรยปรายลงมาพร้อมสายลม ก่อนองค์ชายสี่จะเอ่ยขึ้น
“หากวันนี้ไม่เห็นกับตา ข้าไม่มีวันเชื่อว่าท่านกล้าทำร้ายจิตใจของหยางเอ๋อได้มากถึงเพียงนี้! นางเป็ถึงพระชายา ฐานะของนางควรเหรอที่จะต้องคุกเข่าให้กับหญิงข้างกายท่าน” หยางเอ๋อน้ำตาเอ่อ แล้วนั่งนิ่งไม่พูดจา ก่อนอี้เทียนจะหันมายังหลี่เถียนเปาแล้วเอ่ยขึ้น
“เตรียมตัวเดินทางไปปราบฏกับข้า” รับสั่งของชายหนุ่ม ทำให้หยางเอ๋อเลื่อนสายตามองเขาด้วยความเ็ป คล้ายถูกเข็มแหลมนับร้อยทิ่มกลางหัวใจ
“หากท่านเอานางเดินทางไปด้วย ข้าจำเป็ต้องรายงานเื่ที่เกิดขึ้นให้กับเสด็จพ่อทรงทราบ การไปปราบฏเหมาะสมแล้วเหรอ ที่จะนำสตรีเคียงข้างไปด้วย หากเป็เช่นนั้นเหตุใดจึงไม่พาหยางเอ๋อ ที่ถูกแต่งตั้งเป็พระชายาของท่านอย่างถูกต้องติดตามไปแทน?” องค์ชายสี่กดเสียงต่ำอย่างไม่พอใจ ก่อนอี้เทียนจะดึงมือหลี่เถียนเปาเข้าหากาย
“ข้าให้เวลาเ้าสองวัน กลับไปจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อม แล้วข้าจะส่งคนไปรับตัวเ้ามาที่ตำหนัก”
“เพคะ” นางน้อมกายลงแล้วกล่าวรับปากด้วยวาจาอ่อนโยน พลันปรายตามองหยางเอ๋อที่นั่งคุกเข่าท่ามกลางละอองหิมะที่โปรยปรายลงมา ก่อนจะยิ้มมุมปากแล้วเดินจากไป
อี้เทียนหันมายังเซียวจ้านแล้วให้เหตุผลด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“หลี่เถียนเปา เป็บุตรสาวของหลี่เถาเซินที่ดำรงตำแหน่งเป็ผู้ช่วยเสนาบดีกรมธรรมการ การปราบฏนอกรีตพวกนั้น จำเป็ต้องใช้ผู้มีความรู้ด้านศาสนา พิธีกรรม และการทูต ซึ่งข้าเองก็เห็นว่านางเหมาะสมที่จะติดตามข้าไป หากเ้ากราบทูลเสด็จพ่อ เ้าคิดว่าเหตุผลของข้า ไม่เพียงพอที่จะพานางร่วมเดินทางไปงั้นเหรอ? เ้าจะให้ข้าพาหยางเอ๋อติดตามไป ให้เป็ตัวถ่วงข้าทำไมกัน” คำตอบเยียบเย็นของเขา กัดกร่อนความรู้สึกของหญิงสาวจนไม่อาจกลั้นน้ำตาต่อไปได้ นางปิดบังด้วยการก้มหน้าลงปล่อยให้น้ำตาหยดลงพื้นอย่างเงียบ ๆ