ฉวับ!
หนิงจินอวี้เอียงตัวหลบอุ้งมือของเวินเจี้ยนิอย่างรวดเร็วจากนั้นเตะตัดขาเขาในทีเผลอ ทำให้ชายหนุ่มเสียหลักล้มลงไปกองกับพื้นจากนั้นจินอวี้ก็คว้าเอาด้ามไม้กวาดที่ชันอยู่ข้างผนังห้อง เอามาทุบ ๆ ฟาด ๆลงบนตัวของเวินเจี้ยนิติดต่อกันหลายครั้ง
ด้านของฟางซินหลิงที่เห็นอย่างนั้นก็ทนดูต่อไปไม่ไหวหล่อนรีบวิ่งเข้ามาผลักร่างของจินอวี้อย่างแรง กระทั่งจินอวี้เซถลาเกือบล้มแล้วจังหวะนี้เองที่ฟางซินหลิงโผเข้ามาจิกยวงผมของจินอวี้ไว้เต็มกำมือ
แต่คิดเหรอ!ว่ารังแกกันแค่นี้หล่อนจะสิ้นไร้ไม้ตอกจินอวี้ใช้มือข้างหนึ่งจิกทึ้งมวยผมของแม่สามีตัวร้ายกลับจากนั้นง้างฝ่ามือตบเข้าซ้ำ ๆ ที่ช่อแก้มของคู่กรณีทำเอาแม่สามีตัวร้ายถึงกับมีเืซิบที่มุมปาก
“จะปล่อยไม่ปล่อย ห้ะถ้าไม่ปล่อย งั้นก็เตรียมฟันร่วงได้เลย” หนิงจินอวี้ะโลั่นด้านของเวินเจี้ยนิที่เพิ่งยันตัวลุกขึ้นได้ก็หมายจะพุ่งเข้ามาช่วยแม่จัดการกับหนิงจินอวี้อีกแรง
แต่ทว่าทันใดนั้นฝ่าเท้าเล็ก ๆ ของเวินเสี่ยวถังก็ถีบบานประตูไม้เก่า ๆ ให้เปิดออกร่างเล็กจ้อยพุ่งออกมาจากด้านในพร้อมกับกำถุงผ้าใบเล็ก ๆ เอาไว้ในอุ้งมือแน่นเวินเสี่ยวถังวัยห้าขวบ แอบดูสถานการณ์ด้านนอกผ่านรอยแตกของผนังห้องเขาทนไม่ได้อีกแล้วที่จะเห็นแม่คนนี้โดนคนอื่นรุมรังแกอยู่ฝ่ายเดียว
เด็กชายตัวน้อยที่มักทำตัวขี้แยจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยแม่เสี่ยวถังกวาดเอาก้อนหินก้อนเล็ก ๆ ลงในถุงผ้าซึ่งเป็ก้อนหินมนสวยที่เขาเก็บมาจากลำธารท้ายหมู่บ้าน
เสี่ยวถังปาก้อนหินใส่หน้าเวินเจี้ยนิอย่างแรงหินก้อนแรกปาโดนหน้าผากของเขา และหินก้อนที่สองปาโดนเบ้าตาของเขาเต็ม ๆเมื่อเวินเจี้ยนิเสียหลักล้มลงฟางซินหลิงที่ห่วงลูกมากก็จำต้องยอมคลายมือออกจากยวงผมของหนิงจินอวี้แต่โดยดี
เมื่อฝ่ายนั้นยอมละมือออกจากหัวของหล่อนแล้วหนิงจินอวี้ก็ยอมปล่อยมือออกจากยวงผมและยอมเลิกตบหน้าแม่สามีแล้วเช่นกันสโลแกนของหล่อนในตอนนี้ก็คือ แรงมา แรงกลับ ร้ายมา ร้ายกลับ ตีมาหล่อนจะตีกลับให้หนักกว่านั้นเป็เท่าตัว!
“ฮะฮือ… โถ…อาิลูกแม่ เจ็บมากเลยใช่ไหม” ฟางซินหลิงร้องไห้ระงมเพราะสงสารลูกชายส่วนฟางซินหลิงเองก็เจ็บหนักไม่แพ้กัน
“โอ้ยยยเจ็บ เจ็บโว้ยเจ็บจะตายอยู่แล้ว ไอ้เด็กเวรนั่น ฉันจะฆ่าแกให้ตายคามือเลยคอยดู!”เวินเจี้ยนิร้องโอดโอยเ็ป แต่ก็ยังมิวายพ่นคำพูดหยาบคายออกมาด่าทอเด็กน้อย
เวินเสี่ยวถังรีบวิ่งมาหลบหลังท่อนขาของคนเป็แม่เขาซุกใบหน้าซูบผอมเข้ากับชายกระโปรงของแม่แต่ก็ยังคอยโผล่หน้าครึ่งซีกออกมาแอบดูผลงานชิ้นโบว์แดงของตัวเองอย่างกล้า ๆ กลัวๆ
“เหอะ สมน้ำหน้ารนหาที่เอง อยู่ดีไม่ว่าดี ดันมาทำเื่เล็กให้กลายเป็เื่ใหญ่ซะงั้น”หนิงจินอวี้มองดูสองแม่ลูกด้วยสายตาสุดสมเพช
“หุบปาก!!!แล้วไสหัวออกไปจากบ้านของฉันซะนังตัวเสนียด” เพราะโกรธจัดจนหน้ามืดฟางซินหลิงจึงหลุดปากไล่หญิงรับใช้ชั้นดีออกจากบ้านหากเป็แต่เดิมหนิงจินอวี้คนเก่าคงจะร้องห่มร้องไห้ยอมคุกเข่าขอร้องอ้อนวอนเพื่อจะได้อยู่ที่นี่ต่อ
แต่สำหรับหนิงจินอวี้คนใหม่มันจะไม่เป็อย่างนั้น!
“เหอะ! ก็ดีรอคำนี้อยู่พอดีเลย ฉันไม่อยู่ แล้วอย่ามาร้องไห้หาฉันทีหลังก็แล้วกันนังฟางซินหลิง!” ว่าเสร็จจินอวี้ก็หันหลังให้คนทั้งสองแล้วเดินจูงมือลูกชายกลับเข้าห้อง สองแม่ลูกช่วยกันเก็บข้าวของใส่กระเป๋าเพื่อเตรียมตัวย้ายออกไปจากขุมนรกขุมนี้
.
..
ในห้องนอนเล็ก ๆ ที่มีเพียงหนิงจินอวี้กับลูกชาย
“เสี่ยวถังของแม่เก่งและกล้าหาญที่สุดขอบคุณนะครับลูก ที่พยายามเอาชนะความกลัวของตัวเองเพื่อจะได้ออกไปช่วยแม่ให้หลุดพ้นจากเงื้อมมือของคนพาลพวกนั้น”
หนิงจินอวี้พูดขอบคุณเด็กน้อยจากใจจริงเสี่ยวถังคลี่ยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก การได้รับคำชมจากคนเป็แม่ทำให้หัวใจของเขาพองโต และการได้รับคำขอบคุณที่จริงใจจากแม่มันทำให้เด็กชายตัวน้อยเริ่มมีชุดความคิดที่เปลี่ยนไปจากเดิมราวฟ้ากับเหว
เมื่อก่อนเขาไม่กล้าปกป้องแม่เพราะกลัวว่าตัวเองจะพลอยเจ็บตัวตามไปด้วย เมื่อก่อนเขาเอาแต่ร้องไห้เพราะเชื่อว่าการร้องไห้คือวิธีปกป้องตัวเองที่ดีที่สุด
ผู้ใหญ่โดยทั่วไปเมื่อเห็นเด็กร้องไห้จ้าก็มักหยุดมือทำสิ่งนั้น และเปลี่ยนเป็วิ่งเข้ามาปลอบเด็กน้อยแทนดังนั้นการร้องไห้ระงมจึงถือเป็ท่าไม้ตายของเสี่ยวถังพอนานวันเข้าการร้องไห้ก็ติดเป็นิสัยมันหล่อหลอมให้เสี่ยวถังกลายเป็เด็กขี้แยในที่สุด
เหตุการณ์ในวันนี้มันสอนให้เขาได้เรียนรู้แล้วว่าในบางครั้งการเรียกร้องความสนใจ หรือเบี่ยงเบนความสนใจของผู้ใหญ่ก็ใช่ว่าจะใช้น้ำตาเป็อาวุธได้เสมอไป
โครกคราก…
เสียงท้องน้อย ๆของเสี่ยวถังดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบงัน
“หิวแล้วใช่ไหมเสี่ยวถัง…”จินอวี้ยื่นมือไปลูบท้องน้อย ๆ ที่แบนราบของลูกชายเบา ๆ “หิวแล้วครับแม่…”น้ำเสียงของเด็กชายฟังดูสิ้นหวังยังไงก็ไม่รู้
จินอวี้ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่าก่อนที่จะออกไปเผชิญหน้ากับสองแม่ลูกนั่นหล่อนเพิ่งได้รับรางวัลจากวงล้อนำโชคมามันคือ ถุงเสบียงฉุกเฉินระดับพรีเมียม
ดังนั้นเื่ของกินถือว่าหายห่วง!
หนิงจินอวี้เอื้อมมือไปคว้าถุงผ้าใบใหญ่เอาขึ้นมาเปิดดูด้านในมีข้าวสารสีขาวสะอาด 2 กิโลกรัมมีไข่เค็ม 1 แพ็ค (4ฟอง)มีเนื้อหมูแดดเดียว 1 ถุงใหญ่ มีบ๊ะจ่างนึ่งสุกใหม่หอมกรุ่น 2ห่อ และที่สำคัญที่สุดคือ มีนมผงสำหรับเด็ก 1 กระป๋องและมีน้ำอุ่นสำหรับชงนม 1 ขวด!
‘ว๊าวนี่มันถุงยังชีพกันตายชัด ๆ’ หนิงจินอวี้ครุ่นคิดในใจพลางคลี่ยิ้มกริ่ม
[ติ๊ง!คำแนะนำจากระบบ : ท่านควรดื่มน้ำทิพย์ฟื้นฟูร่างกายเพื่อฟื้นฟูพลังงานแบบเร่งด่วนจะได้มีเรี่ยวแรงทำงานอย่างอื่น]
ไม่รอให้ระบบพูดซ้ำหนิงจินอวี้ก็รีบเพ่งกระแสจิตเรียกขวดน้ำทิพย์ฟื้นฟูร่างกายออกมาจากคลังเก็บของในทันที
หลังจากดื่มมันเข้าไปเพียงเสี้ยววินาทีร่างทั้งร่างของหนิงจินอวี้ก็เริ่มร้อนผะผ่าวพลังงานบางอย่างไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเธอไม่นานเกินรอกำลังวังชาที่หดหายก็ไหลคืนสู่ร่างความเหนื่อยล้าจากการถูกทุบตีหายไปเป็ปลิดทิ้งความรู้สึกกระปรี้กระเปร่าแผ่ซ่านไปทั่วร่างกายอย่างน่าอัศจรรย์
‘สมกับที่เป็น้ำทิพย์ฟื้นฟูร่างกายจริงๆ’ เธอครุ่นคิดในใจ
จินอวี้คว้านมผงออกมาจากถุงเสบียงแล้วจัดการชงนมกับน้ำอุ่นอย่างรวดเร็วกลิ่นหอมของนมมอลต์เกรดดีทำให้เด็กน้อยวัยห้าขวบเผลอทำจมูกฟุดฟิดและทำตาโต
“ดื่มนี่ซะลูกเสี่ยวถังของแม่จะได้มีแรง”
เสี่ยวถังคลี่ยิ้มอ่อนแล้วพยักหน้ารับแข็งขัน ก่อนจะปรี่เข้าไปรับแก้วนมจากมือแม่ แล้วดื่มอึก ๆอย่างหิวกระหาย รสชาติหวานมันของนมแก้วนี้ทำให้เด็กน้อยถึงกับน้ำตาคลอเบ้า
“อร่อยมากเลยครับแม่…”
วูบวาบ วูบวาบ!
แล้วไม่นานหลังจากดื่มนมแก้วนั้นร่างกายของเสี่ยวถังก็ร้อนผะผ่าวไปครู่หนึ่ง ก่อนที่ความร้อนอ่อน ๆสายนั้นจะผันแปรเป็พละกำลังที่เหมาะสมกับเด็กเล็กวัยห้าขวบที่เป็อย่างนี้ก็เพราะหนิงจินอวี้แอบผสมน้ำทิพย์ฟื้นฟูร่างกายเข้าไปในแก้วนมของเสี่ยวถังไงล่ะ
เมื่อลูกชายกินนมเสร็จแล้วหนิงจินอวี้ก็เอาบ๊ะจ่าง 2 ห่อออกมาแกะกินพร้อมๆ กันกับลูกชาย วันนี้เสี่ยวถังเจริญอาหารเป็พิเศษดูเหมือนว่าอาหารในถุงเสบียงฉุกเฉินจะถูกปากเขามาก
“แม่ครับ…วันนี้เสี่ยวถังได้กินของอร่อยแล้วพรุ่งนี้พวกเราก็จะกลับไปอดข้าวกันเหมือนเดิมแล้วใช่ไหมครับ”เด็กน้อยถามอย่างไร้เดียงสา เพราะตามปกติแล้วมันมักเป็อย่างนั้น
คำพูดนั้นของเสี่ยวถังทำให้เชฟสาวจากโลกอนาคตถึงกับชะงักกึกกลืนข้าวไม่ลงหล่อนรู้สึกะเืใจในคำถามอันไร้เดียงสา เธอคว้าตัวลูกชายมากอดแนบอกแล้วบอกกับเขาด้วยน้ำเสียงอบอุ่นว่า
“ต่อไปนี้เสี่ยวถังของแม่จะได้กินของอร่อยทุกวันแม่สัญญาว่าพวกเราจะไม่ได้อดข้าวอีก” เธอพูดกับลูกชายเสียงอ่อนโยนแต่ทว่าในหัวกลับคิดวางแผนเอาไว้มากมาย
แผนการของเธอก็คือขั้นแรกเธอจะนำของที่หมุนได้จากระบบวงล้อนำโชค เอามาแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าหรือหากไม่เหลือบ่ากว่าแรงเธอก็จะเอาข้าวของมีค่าที่ได้มาเอาไปแลกเปลี่ยนเป็เงินสดที่ตลาดมืดและเธอจะเริ่มใช้ระบบวงล้อนี้ในการเริ่มต้นสร้างเนื้อสร้างตัวโดยไม่ต้องพึ่งพาคนจากบ้านตระกูลเวิน
และแล้วทันใดนั้นเสียงสังเคราะห์ของเอไอปัญญาประดิษฐ์ก็ดังขึ้นในหัวของหนิงจินอวี้ไม่นานหน้าจอโฮโลแกรมโปร่งแสงสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าของเธอซึ่งมีเพียงเธอเท่านั้นที่มองเห็นมันบนหน้าจอขนาดใหญ่ปรากฏตัวอักษรจีนยาวเฟื้อยเต็มหน้าจอ
[ติ๊ง!แจ้งเตือนจากระบบ : ภารกิจจัดการคนพาลให้อยู่หมัดและหาอาหารมื้อแรกให้ลูกชายกินสำเร็จ!]
[รางวัลภารกิจคือ: แต้มความโชคดี +10 แต้ม และท่านได้รับสิทธิ์การปลดล็อกร้านค้า เรียบร้อยแล้ว]
[ร้านค้าเลเวล1 : ปลดล็อก]
[คำแนะนำและเงื่อนไขการใช้งาน: ท่านสามารถใช้แต้มความโชคดีแลกซื้อน้ำมันพืช แป้งสาลี แป้งอเนกประสงค์ เกลือน้ำตาล และผงปรุงรสขั้นพื้นฐานจากร้านค้าระบบเลเวล 1 ได้วันละ2 ครั้งเท่านั้น!]
หนิงจินอวี้มองหน้าจอระบบด้วยรอยยิ้มแฝงแววเ้าเล่ห์นิดๆ เพราะเธอเข้าใจแล้วว่าการใช้ชีวิตในปี 1981 ของเธอมันไม่ได้ยากเย็นเหมือนอย่างที่คิดและมันก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!