เมื่อเผิงเฉียนหลงพบว่าแม่ทัพฉินเจิ้งหรง ผู้เป็พ่อของฉินเหม่ยหลาน มายืนอยู่ที่หน้าจวน ใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปเป็ความโกรธที่แทบจะะเิออกมา ความโกรธเกรี้ยวของเขาแสดงออกชัดเจนในดวงตาที่เคยอบอุ่นแต่บัดนี้เต็มไปด้วยความเดือดดาล
“แกไอ้สารเลว! ยังกล้ามาเหยียบที่นี่อีกเหรอ!” แม่ทัพเผิงเฉียนหลงตวาดเสียงดัง ก้าวเข้าไปประชิดตัวแม่ทัพฉินเจิ้งหรงด้วยความโกรธที่พุ่งพล่าน เขาไม่สามารถยับยั้งอารมณ์ได้อีกต่อไป
“เพราะความมักมากในกามของเ้า ถึงกับทำให้บุตรสาวของข้าต้องตรอมใจตาย! เ้าสารเลว จงไปให้พ้นหน้าข้าเสีย!” คำพูดของเผิงเฉียนหลงเต็มไปด้วยความขมขื่นและเ็ป เขาเชื่อเสมอว่าลูกสาวของเขาตรอมใจตายเพราะการกระทำของแม่ทัพฉินเจิ้งหรง ผู้ที่เขาไม่เคยชอบขี้หน้ามาั้แ่ต้น แต่ที่ยอมรับความสัมพันธ์นี้ก็เพราะลูกสาวของเขาเองที่ดื้อรั้นยืนกรานที่จะแต่งงานกับชายผู้นี้
สิ่งที่เผิงเฉียนหลงไม่รู้คือความจริงที่น่าสะพรึงกลัวมากกว่านั้น ลูกสาวของเขาไม่ได้ตรอมใจตาย แต่ถูกลอบวางยาพิษโดยฮูหยินรอง ผู้ซึ่งมีความอิจฉาริษยาและความทะเยอทะยานมากเกินกว่าจะยอมรับการมีอยู่ของเธอ
แม่ทัพฉินเจิ้งหรงยืนเงียบ ไม่สามารถโต้เถียงหรือตอบโต้อะไรได้ เขารู้ดีว่าผู้ที่ทำให้เขาเติบใหญ่และเป็ใหญ่เป็โตได้จนถึงทุกวันนี้คือชายชราเผิงเฉียนหลงผู้นี้
“ท่านพ่อตา ข้าขอโทษ...” แม่ทัพฉินเจิ้งหรงเอ่ยด้วยเสียงที่สั่นเครือ เขาไม่กล้าสบสายตากับเผิงเฉียนหลง ชายชราที่เขารู้ดีว่าเป็ผู้ยิ่งใหญ่และทรงอำนาจ แม้เขาเองจะเป็แม่ทัพที่เกรียงไกร แต่ในยามนี้เขากลับรู้สึกตัวเล็กและไร้ค่าในสายตาของชายชรา
เพี๊ยะ! เพียงแค่เผิงเฉียนหลงสะบัดมือตบเบา ๆ บนใบหน้าของแม่ทัพฉินเจิ้งหรง ถึงกับเืไหลกลบปาก
“ไสหัวไปให้พ้นหน้าข้า! หากข้าไม่คิดว่าเ้าเป็พ่อของหลานสาวข้า ข้าคงจะดับลมหายใจของเ้าซะ” น้ำเสียงของเผิงเฉียน
หลงเ็าและเด็ดขาด สายตาของเขาเต็มไปด้วยความขุ่นเคือง
แม่ทัพฉินเจิ้งหรงก้มหน้านิ่ง น้ำเสียงที่เขาเอ่ยออกมาเต็มไปด้วยความเศร้า “ข้าเพียงแค่คิดถึงลูกเท่านั้น นางคือตัวแทนความรักระหว่างข้าและลูกสาวของท่าน...”
เพี๊ยะ!!! อีกครั้งที่เสียงตบดังขึ้น คราวนี้เผิงเฉียนหลงใส่แรงเข้าไปอีก ใบหน้าของฉินเจิ้งหรงบิดเบี้ยวจากความเ็ป “ตัวแทนความรักบัดซบอะไรกัน! ที่แล้วมานางผู้หญิงโสโครกของเ้ารังแกหลานสาวข้ามาเป็จำนวนนับครั้งไม่ถ้วน ข้าไม่อยากก้าวก่าย เพราะนั่นเป็การตัดสินใจของนางเอง แต่ในตอนนี้นางอยู่ในความดูแลของข้าแล้ว! ไสหัวไปซะ!”
คำพูดของเผิงเฉียนหลงเต็มไปด้วยความโกรธและเ็ป เขาไม่อาจทนเห็นหลานสาวของเขาต้องทนทุกข์ทรมานจากการกระทำของคนในครอบครัวฉินเจิ้งหรงได้อีกต่อไป เขายืนกรานที่จะปกป้องฉินเหม่ยหลานด้วยทุกสิ่งที่เขามี
“ท่านพ่อตา ต่อให้ท่านทุบตีข้าให้ตาย ข้าก็ไม่ไป!” แม่ทัพฉินเจิ้งหรงเอ่ยด้วยน้ำเสียงดื้อรั้นและหนักแน่น ความเ็ปจากการถูกบุตรสาวทิ้งและย้ายไปอยู่กับตาของนางทำให้เขาตระหนักได้ว่าฉินเหม่ยหลานมีค่ากับเขามากเพียงใด
แม่ทัพฉินเจิ้งหรงทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าชายชราด้วยความสำนึกผิด เขาหวังว่าจะสามารถไถ่โทษในสิ่งที่ตนทำผิดพลาดไปได้ แต่เผิงเฉียนหลงกลับไม่มีความปรานีให้กับผู้ที่เขามองว่าไร้ค่าและทำลายครอบครัวของเขา
“แกไอ้สารเลว! ไม่ไปใช่ไหม!” ชายชราตวาดอย่างเกรี้ยวกราด ก่อนจะตบฉินเจิ้งหรงไปหลายครั้งด้วยฝ่ามือที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เสียงฝ่ามือกระทบแก้มดังสนั่น ใบหน้าของแม่ทัพฉินเจิ้งหรงเต็มไปด้วยรอยช้ำและเืที่ไหลออกมาจากปากและจมูก แต่ถึงกระนั้น เขายังคงนิ่งเงียบ ไม่แสดงท่าทีที่จะลุกหนีไปไหน
เผิงเฉียนหลงหยุดมือเมื่อเขารู้สึกเหนื่อยล้า ไม่ใช่เพราะสงสารหรือเห็นใจ แต่เพราะความเหนื่อยจากการลงโทษชายผู้ที่เขาเห็นว่าเป็คนดื้อด้านไร้ค่า “เหอะ! วันนี้ข้าเหนื่อยแล้ว” ชายชราพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิด “เ้าอยากจะแอบดูนางก็ตามใจ แต่จงจำไว้ว่า อย่าเหยียบเท้าเข้ามาภายในจวนของข้าเป็อันขาด!”
หลังจากกล่าวจบ เผิงเฉียนหลงก็หมุนตัวกลับเข้าไปในจวนทันที ราวกับว่าเขาไม่้าเห็นหน้าฉินเจิ้งหรงอีกแม้สักวินาทีเดียว ทิ้งให้แม่ทัพฉินเจิ้งหรงนั่งคุกเข่าอยู่ตรงนั้นด้วยความเ็ปและเศร้าใจ
แม่ทัพฉินเจิ้งหรงเดินกลับจวนของตนด้วยร่างกายที่บอบช้ำและจิตใจที่สับสน เมื่อเขาเข้ามาภายในจวน หลิวซูหนิง ฮูหยินรอง ซึ่งกำลังพักผ่อนอยู่ถึงกับใร้องเสียงหลงเมื่อเห็นสภาพของสามีของตน “ท่านพี่... เกิดอะไรขึ้น? ใครบังอาจทำร้ายท่านเช่นนี้!” นางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความใอย่างที่สุด ใบหน้าของนางแสดงความเป็ห่วงเป็ใยอย่างเห็นได้ชัด
แต่ก่อนที่นางจะได้ถามอะไรไปมากกว่านั้น เพี๊ยะ! แม่ทัพฉินเจิ้งหรงตบเข้าไปที่ใบหน้าของหลิวซูหนิงอย่างแรง ความโกรธที่เขาเก็บสะสมไว้ะเิออกมาทันที น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและความเ็ปที่เกินจะทนไหว “ไปให้พ้นหน้าข้าซะ!”
หลิวซูหนิงจับใบหน้าของตนที่กำลังช้ำจากฝ่ามือของสามี “ท่านพี่... ท่านตบน้องทำไม?” นางถามเสียงสั่น นับั้แ่ที่แต่งงานกันมา แม่ทัพฉินเจิ้งหรงไม่เคยลงไม้ลงมือกับนางเลยสักครั้ง แต่นี่เป็ครั้งแรกที่เขาทำเช่นนี้
แม่ทัพฉินเจิ้งหรงพูดด้วยน้ำเสียงเ็าจนทำให้นางตัวสั่น “วันนี้ข้าอารมณ์ไม่ดี ไปให้พ้นหน้าข้าซะ อย่ามากวนใจข้าอีก!” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความแข็งกร้าวและเ็า ไม่เหลือแววของความอ่อนโยนที่นางเคยเห็นอีกต่อไป
หลิวซูหนิงไม่กล้าพูดอะไรอีก นางถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็วเนื้อตัวสั่น นางไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับแม่ทัพฉินเจิ้งหรง แต่สิ่งที่นางรู้คือ วันนี้ไม่ใช่วันที่ควรเสี่ยงที่จะท้าทายอารมณ์ของเขา
นับั้แ่วันนั้น แม่ทัพฉินเจิ้งหรงไม่เคยกล้าก้าวเข้าไปในจวนของแม่ทัพเผิงเฉียนหลงอีกเลย เขาทำได้เพียงแอบไปเฝ้ามองบุตรสาวของตนจากที่ไกล ๆ ด้วยความโหยหาและเสียใจที่ไม่สามารถอยู่ใกล้ชิดนางได้ เขาคอยเกาะชายกำแพงจวนมองผ่านรั้วเข้าไปอย่างน่าสงสาร เพราะมีแม่ทัพเผิงเฉียนหลง คอยกันท่าอยู่ตลอดเวลา ไม่ปล่อยให้เขาเข้าใกล้ลูกสาวแม้แต่น้อย
แม่ทัพฉินเจิ้งหรงทำได้เพียงเฝ้ามองการเจริญเติบโตของฉินเหม่ยหลานจากระยะไกล เขาเห็นนางเติบโตขึ้นอย่างงดงาม มีความสามารถที่โดดเด่นเกินเด็กวัยเดียวกันทุกคน นางเปรียบเสมือนดอกไม้ที่เบ่งบานท่ามกลางแสงอาทิตย์ สายตาของแม่ทัพฉินเจิ้งหรงเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและเศร้าใจในเวลาเดียวกัน
ตลอดหกปีที่ผ่านมา เขาเฝ้าดูนางจากระยะไกลอย่างเงียบ ๆ ไม่เคยมีโอกาสได้เข้าใกล้หรือพูดคุยกับนางอีกเลย แต่ทุกครั้งที่เขาเห็นรอยยิ้มของบุตรสาว เขาก็รู้สึกอุ่นใจแม้จะไม่ได้อยู่ใกล้ชิด นางคือตัวแทนความรักที่เหลืออยู่ระหว่างเขาและภรรยาผู้ล่วงลับ