ยามซือ(09.00-10.59) หน้าจวนตระกูลไป๋ก็ได้มีรถม้าคันงามมาจอดอยู่หน้าประตูพระเฒ่าก้าวขาลงจากรถม้าด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงไม่เหมือนคนแก่ในวัยเดียวกันเขาเดินมาที่ห้องโถงด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแล้วกวาดสายตาไปมองยังร่างของเด็กชายหญิงด้วยสายตาพิจารณา
“อืมเป็โชคชะตานะเด็กสองคนนี้ได้ทำการมอบตนเองเป็บุตรของเฮ่ยไป่อู่ฉางรับหน้าที่สำคัญมาทำนะ”เสียงแหบเอ่ยตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยแต่แววตาของเขาก็มองมาที่เด็กทั้งสองด้วยแววตาเห็นใจเพราะเด็กทั้งสองจะต้องฟันฝ่าอุปสรรคอีกมากเพื่อให้รอดพ้นจากชะตากรรมเดิมของพวกเขา
“แล้วลูกของข้าจะเป็อันตรายหรือไม่เ้าคะ”กุ้ยเจินเอ่ยถามนายของเ้าอาวาสเฒ่าตรงหน้าด้วยน้ำเสียงกังวล
“ไม่มีอะไรอันตรายเ้าอย่าได้ห่วงเด็กทั้งสองคนนี้เลยพวกเขามีพ่อบุญธรรมทั้งสองคอยดูแลอยู่แล้วยากนักที่จะมีใครมาทำอันตรายพวกเขาได้” เ้าอาวาสเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มอ่อนมาให้กุ้ยเจินเพื่อให้นางคลายกังวลลง
“เช่นนั้นผู้คนจะมองว่าเด็กทั้งสองจะถูกผู้คนมองว่าไม่ดีไหมเ้าคะ”นางซือเอ่ยถามเ้าอาวาสด้วยสีหน้าร้อนใจ
“หึๆจะมีผู้ใดกล้ารังแกบุตรแห่งยมทูตกัน”เ้าอาวาสเฒ่าเอ่ยพร้อมกับกลั้วหัวเราะออกมาเบาๆ
“เอาเช่นนี้หากพสกทั้งสองกลัวว่าผู้คนจะมีปัญหากับปานที่หน้าผากของเด็กทั้งสองพสกก็ให้เด็กทั้งสองมาฝึกตัวอยู่ที่วัดกับอาตมาเสียสิหากใครมีความทุกข์เกี่ยวกับิญญาอาตมาจะได้ให้เด็กทั้งสองช่วยคนเ่าั้ถือว่าเป็การทำบุญไปในตัว”เ้าอาวาสเฒ่าเอ่ยเสนอทางแก้ให้กับนางซือและกุ้ยเจินที่มีท่าทางกังวล
“เช่นนั้นข้าน้อยของฝากเด็กเด็กๆกับเ้าอาวาสด้วยนะเ้าคะ”กุ้ยเจินและนางซือเอ่ยด้วยแววตาคาดหวัง
“ขอบใจพสกทั้งสองที่ไว้ใจให้อาตมาดูแลเด็กทั้งสอง”เ้าอาวาสเอ่ยด้วยรอยยิ้มเมตตาแล้วมองไปที่เด็กทั้งสองด้วยแววตาอ่อน
“พวกเราต้องไปฝึกตนอยู่ที่นั้นนานเท่าใดหรือเ้าคะ”หยางเฟิ่งเอ่ยถามพระเฒ่าตรงหน้าด้วยสีหน้ากังวล
“เด็กน้อยอย่ากังวลไปเลยพวกเ้าไปไม่นานก็จะได้กลับมาแล้ว”เ้าอาวาสเอ่ยพร้อมกับยกยิ้มเอ็นดูให้เด็กทั้งสอง
“แต่ข้าไม่อยากไปอยู่ที่วัดนิขอรับ”หยางเหวินเอ่ยกับมารดาของตนด้วยสีหน้าไม่ยินยอม
“อาเหวินอย่าดื้อแม่กับท่านย่าจะไปเยี่ยมเ้าบ่อยๆ” กุ้ยเจินเอ่ยปลอบบุตรชายของตน
“แต่ข้าอยากอยู่กับท่านแม่ท่านย่านิขอรับ”หยางเหวินเอ่ยงอแง
“พี่ชายพวกเราอย่าทำตัวให้ท่านแม่กับท่านย่าลำบากใจสิเ้าคะ”หยางเฟิ่งเอ่ยพร้อมกับเดินเข้าไปยืนอยู่ตรงหน้าพี่ชายของตนด้วยสีหน้าเอาเื่
“ก็ข้าอยากอยู่กับท่านแม่ท่านย่านิ”หยางเหวินเงยหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาเอ่ยกับน้องสาวของตนเบาๆ
“หรือพี่ชายอยากให้ผู้คนหวาดกลัวท่านหรือเ้าคะท่านก็เห็นว่าตอนนี้ที่หน้าผากของเรามีปานเป็รูปอะไรไตซือท่านนั้นก็เพิ่งบอกว่าถ้าเราไปกับท่านผู้คนจะไม่กลัวเรา”หยางเฟิ่งเอ่ยกับพี่ชายของตนเสียงเคร่ง
“ฮึกฮึก ก็ได้ข้าจะไปอยู่กับไตซือท่านนี้กับเ้าก็ได้”หยางเหวินพยักหน้ายอมรับด้วยความจำใจเขามองไปที่น้องสาวของตนด้วยสายตาแดงก่ำแล้วค่อยๆเดินไปหาไต่ซือที่ยืนอยู่ตรงหน้าของตนแล้วโค้งคำนับฝากตัวเป็ศิษย์อย่างนอบน้อม
“เช่นนั้นยามเหม่า(05.00-06.59)อาตมาจะให้คนมารับเด็กทั้งสองไปที่วัดก็แล้วกัน”เ้าอาวาสเฒ่าเอ่ยแล้วเดินออกจากจวนตระไป๋ด้วยสีหน้าอิ่มเอิบ
“ท่านแม่”ทันทีที่เ้าอาวาสเดินจากไปหยางเหวินก็เดินเข้าไปกอดมารดาของตนด้วยแววตาเศร้าทันที
“เ้าทำดีมากเด็กดีเกิดมาเป็หลานสาวของแม่ทัพไป๋ต้องแข็งแกร่งจึงจะถูก”วิญาณของชายชุดเกราะที่หยางเฟิ่งคิดว่าหายไปแล้วปรากฏกายที่ข้างตัวของหยางเฟิ่งทันทีเขาหันมาเอ่ยชมหลานสาวของตนด้วยรอยยิ้มกว้างแต่ทันทีที่มีิญญาปรากฏขึ้นมาข้างกายหยางเฟิ่งก็ได้แต่ยืนนิ่งด้วยความใเมื่อฟังคำชมของิญญาตรงหน้าจบนางก็เป็ลมหมดสติไปทันทีโดยมีิญญาของไป๋หยางเวยยืนมองดูหลานสาวที่เป็ลมล้มพับลงไปอย่างทำอะไรไม่ถูก