น้ำหนึ่งตื่นแต่เช้าด้วยสภาพเบลอแบบเต็มที่เนื่องจากนอนพักผ่อนยังไม่พอสามชั่วโมงดีก็ต้องดีดตัวเองลุกขึ้นมาทำหน้าที่ที่ควรจะทำ
แม้ภายในบ้านหลังนี้จะมีคนรับใช้ก็ตามแต่น้ำหนึ่งก็เกรงใจเกินกว่าจะใช้งานคนเ่าั้เพราะเขาเองก็เป็ลูกจ้างไม่ได้ต่างอะไรนัก
เขาตื่นขึ้นมาในทุกๆเช้าเพื่อทำอาหารเล็กๆน้อยๆกับกาแฟซักแก้วเพื่อดื่มก่อนที่จะขับรถไปทำงานที่บริษัทอีกหน้าที่หนึ่งนอกจากบริหารงานภายในบริษัทแล้วก็มีหน้าที่คอยดูแลธัญวลัยคอยเข็นคอยส่งไปเรียนอยู่เสมอ ดังนั้นเขาจึงเหมือนทำงานควบสองงานในเวลาเดียวกัน
ธัญวลัยก็ยังคงนอนอยู่ที่ห้องของเขาเหมือนเดิมส่วนตัวเขาก็ต้องย้ายร่างตัวเองมาหาอะไรทานที่ห้องครัวในยามเช้า
“อ้าวคุณหนึ่งอรุณสวัสดิ์ค่ะ”คุณป้าหัวหน้าคนรับใช้หรือป้าสมใจเอ่ยทักพร้อมกับรอยยิ้มที่มักจะประดับใบหน้าของเธออยู่เสมอๆหนึ่งยิ้มกลับและโค้งให้เป็เชิงทักทาย
พวกเขาเจอกันทุกวันทุกๆเช้าน้ำหนึ่งมักจะเดินเข้าครัวมาพร้อมกับสีหน้าที่ดูเหนื่อยล้าตลอดเวลาเสมอจนบางครั้งเธอก็อยากเสนอตัวทำอาหารให้
ไม่ใช่ว่าไม่เคยแต่เธอเคยเสนอแล้วแต่น้ำหนึ่งไม่ยอม
“วันนี้นอนน้อยเหรอคะ?ให้ป้าชงกาแฟให้ไหม ?” ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังคงสอบถามด้วยความเป็ห่วงอยู่ดี
“ไม่เป็อะไรครับ..ป้าสมใจไปทำงานเถอะครับ”หนึ่งตอบกลับพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนจะจริงใจ
น้ำหนึ่งเป็เด็กน่ารักเธอพูดได้เลยจากที่รู้จักกันมาั้แ่วันแรกที่เขาก้าวเข้ามาในบ้านหลังนี้ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหน หรือตำแหน่งของอีกฝ่ายจะสูงกว่าจนสามารถให้คำสั่งกับพวกเธอแทนเ้าของบ้านได้อย่างสบายๆแต่น้ำหนึ่งก็ไม่คิดจะทำ
เป็เด็กดีขนานแท้
“เมื่อคืนนอนกับคุณหนูเหรอคะ?ป้าไม่เห็นคุณหนูกลับห้องเลย..”
“แค่ก..ใช่ครับ..”ทันทีที่อีกฝ่ายทักขึ้นมาก็ทำเอาเขาสำลักน้ำที่กำลังดื่มอยู่ทันทีบอกตรงๆว่าโตป่านนี้แล้วยังนอนด้วยกันอีกก็ดูน่าอายไม่หยอก
“นึกถึงตอนเด็กๆเลยนะคะ”เธอหัวเราะออกมาอย่างร่าเริงสมัยก่อนก็เป็เธอที่ต้องไปปลุกทั้งคู่ถึงห้องนอนอยู่เป็ประจำเธอคอยสอดส่องดูแลบ้านเสมอ เพราะงั้นกับการแค่คุณหนูของเธอไม่ได้กลับมานอนที่ห้องเธอต้องทราบอยู่แล้ว
แม้ตอนแรกจะคิดว่าคงออกไปค้างข้างนอกกับเพื่อนแต่พอเห็นมานอนด้วยกันกับน้ำหนึ่งแบบนี้ก็ทำให้เธอนึกย้อนถึงอดีตขึ้นมา
น้ำหนึ่งประหม่าไปเล็กน้อยแต่ก็พยักหน้าตอบกลับเบาๆถึงแม้ตอนนี้ธัญจะติดเขาเหมือนกับตอนเด็กๆ แต่ว่าก็มีบางอย่างที่ต่างกันไปโดยสิ้นเชิงเมื่ออีกฝ่ายเริ่มเติบโตขึ้น
คงเรียกได้ว่าเป็ระยะห่างระหว่างวัย
พอได้กลับมาทำเหมือนแบบเดิมอีกครั้งก็รู้สึกว่ามันน่าอายขึ้นมาเล็กน้อยป้าสมใจยิ้มนึกเอ็นดูเด็กๆทั้งสองคนที่เธอเฝ้าฟูมฟักมาั้แ่ยังเยาว์ตอนนี้ก็โตขึ้นมาโดยสนิทสนมกันเหมือนเดิมยิ่งทำให้เธอดีใจ
“งั้นป้าขอตัวไปทำงานก่อนนะคะคุณหนึ่ง”
“ครับผมดูแลตัวเองด้วยนะครับ”
“คุณหนึ่งด้วยนะคะวันนี้ดูโทรมเชียว”
“ผมนอนน้อยไปนิดนึง..”
“ยังไงก็ต้องพักผ่อนให้เพียงพอนะคะป้าไปก่อนล่ะ”เธอเอ็ดน้ำหนึ่งเบาๆที่มักจะทำอะไรให้สุขภาพตัวเองเสียอยู่เสมอยังหนุ่มยังแน่นแต่กลับต้องทำงานหนักกว่าใครจนบางทีเธอแอบคิดว่าคุณชายกับคุณนายใจร้ายกับน้ำหนึ่งเกินไปรึเปล่า
น้ำหนึ่งเองก็ไม่ได้รู้สึกว่าเขาทำงานหนักอะไรเพราะก็ทำแบบนี้มาเป็เกือบสิบปีแล้ว ดีใจด้วยซ้ำที่ได้รับโอกาสมากมายเช่นนี้
แต่เขาก็เถียงไม่ออกเื่ที่ไม่ค่อยดูแลตัวเองเท่าไหร่เพราะคุณน้าทั้งสองคนที่ฝากงานไว้และไปเน้นดูแลที่สาขาต่างประเทศไว้ใจเขาขนาดนี้เขาคงจะมัวแต่ี้เีไม่ได้
แถมเงินเดือนในแต่ละเดือนของเขาก็มากพอสมควรที่จะอยู่สบายๆในบั้นปลายของชีวิตแถมยังมีที่อยู่ อาหารการกินก็ได้รับการดูแลอย่างดี
หากมัวแต่บ่นว่าตัวเองทำงานหนักแค่ไหนคงจะเป็การไม่ให้เกียรติ์กันเปล่าๆ
น้ำหนึ่งที่จัดการอาหารมื้อเช้าของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วก็เดินมาตรงห้องนั่งเล่นที่อยู่กลางตัวบ้านก่อนจะสังเกตเห็นคุณน้าผู้เป็พ่อของธัญกำลังนั่งดื่มกาแฟและอ่านหนังสือพิมพ์อยู่
เขาเลิกคิ้วขึ้นสูงด้วยความแปลกใจเพราะคราวนี้ไม่ทราบมาก่อนว่าท่านจะกลับมาที่บ้าน
“อ้าว หนึ่งมานี่สินั่งลงก่อนมา”เมื่ออีกฝ่ายสังเกตเห็นเขาก็ลดหนังสือพิมพ์ในมือและส่งยิ้มให้อย่างเป็มิตรนั่นยิ่งทำให้เขารู้สึกดีขึ้นไปใหญ่ที่ได้เจอคนรอบตัวนิสัยดีๆแบบนี้
ตายแล้วเกิดใหม่กี่ชาติก็คงจะหาไม่ได้แล้ว
เขาพยักหน้าแล้วเข้าไปนั่งที่โซฟาอีกตัวซึ่งไม่ได้ไกลจากอีกฝ่ายนัก
“สวัสดีครับ คุณน้าผมไม่รู้เลยว่าจะกลับมาก็เลยไม่ได้เตรียมอะไรไว้ต้อนรับ ขอโทษนะครับ”เขาก้มหัวโค้งลงแสดงถึงความเสียใจที่ตนเองมีแต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะออกมาราวกับว่าไม่ได้ใส่ใจนัก
“โอ้ยไม่เป็อะไรหรอก เธอนี่เป็แบบนี้ตลอดเลยนะ”
“ไม่ได้หรอกครับคุณน้าดูแลผมอย่างดีถ้าผมตอบแทนอะไรได้ผมก็จะทำ”อีกฝ่ายยิ้มออกมาและรู้สึกซาบซึ้งไปกับความกตัญญูของน้ำหนึ่ง
ที่ผ่านมาน้ำหนึ่งเป็เด็กดีมาตลอดและทำทุกๆอย่างเพื่อคนของตระกูลเขาอย่างแท้จริงจึงไม่แปลกเลยว่าทำไมภายในระยะเวลาไม่ถึงสิบปีจึงได้ใจคนทั้งบ้านไปแบบง่ายดาย
แก้วซึ่งเป็ภรรยาของเขาเองก็ชอบน้ำหนึ่งเอามากๆแน่นอนว่าเขาก็เช่นกัน
“ไม่ต้องใส่ใจหรอกพอดีบินกลับมากระทันหันน่ะ แก้วเขาก็จะกลับมาวันพรุ่งนี้ ยังไงก็ฝากดูแลด้วยนะส่วนฉันเดี๋ยวตอนบ่ายต้องบินไปคุยงานต่อที่รัสเซีย”
“เข้าใจแล้วครับส่วนเื่ที่บริษัท..”
“เธอจัดการได้เลย”
“ครับ”
“ว่าแต่..กับเ้าธัญเป็ยังไงบ้างล่ะ?”
น้ำหนึ่งนิ่งไปทันทีแก้วกาแฟที่ถืออยู่ในมือปากแก้วก็แตะริมฝีปากค้างไว้แบบนั้นปกติแล้วเขากับคุณชายก็คุยเื่ของธัญกันเป็อย่างปกติ
คนเป็พ่อเป็แม่ก็มักจะอยากรู้เื่ของลูกชายอยู่แล้วแต่เมื่อได้ยินคำถามในวันนี้ทำเอาท้องของน้ำหนึ่งปั่นป่วนขึ้นมา
เขาวางแก้วกาแฟในมือลงบนโต๊ะกระจกใสด้านหน้าและเม้มริมฝีปากเล็กน้อยในใจคิดอะไรไม่ออกนอกจากคำที่ธัญเคยบอกไว้ว่าชอบเขามากกว่าพี่น้อง
“เป็อะไร ?เ้าธัญดื้อเหรอ่นี้ ?”
“เอ่อ เปล่าครับน้องก็.. ปกติดีครับ”เขาส่ายหน้าไปมาก่อนจะบอกว่าทุกอย่างปกติดีถ้าหากขืนบอกไปว่าธัญบอกว่าชอบเขาคิดไม่ออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
“ดีแล้วล่ะแล้วเื่เกลวล่ะ?”หนึ่งชะงักไปเหมือนนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“อ่า..ทั้งคู่ก็เจอกันเรื่อยๆครับ”
“ดีแล้วอนาคตยังไงเ้าธัญก็ต้องแต่งงานกับเกลว ยังไงก็ฝากดูแลด้วยนะหนึ่ง”
“ครับ”
ราวกับถูกดึงกลับมาสู่โลกของความจริงน้ำหนึ่งเอาแต่ตื่นเต้นเื่ของธัญแต่พอได้ยินเช่นนั้นก็เลยรู้ว่ายังไงก็ตามคงจะลงเอยกันเหมือนอย่างที่คิดไว้ไม่ได้แน่ๆ
เพราะผู้ชายอย่างธัญนั้นเหมาะสมกับผู้หญิงแบบเกลวทั้งพ่อและแม่ของทั้งสองฝ่ายก็คิดมาดีแล้วด้วย ตัวเขาเองก็รู้มาตลอดและให้กำลังใจส่งแรงเชียร์ให้ทั้งคู่ได้รักกันซักที
มันก็เป็แบบนั้นมาตลอดทำไมจู่ๆเขาถึงลืมเื่นี้ไปอย่างสนิทใจ
บทสนทนาหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลยนอกจากสิ่งที่ควรจะพูด
กลายเป็ว่าวันนั้นเป็อีกวันที่น้ำหนึ่งไปทำงานด้วยอาการเหม่อลอยแต่จะให้ทิ้งงานไปอีกวันก็คงจะทำไม่ได้
ในหัวก็เอาแต่คิดถึงคำพูดของคุณน้าอยู่ตลอดเวลา
ยังไงอนาคตธัญก็ต้องแต่งงานกับเกลว
เสี้ยวนึงเขาคิดอยู่เสมอว่านึกว่าคุณน้าทั้งสองคนจะไม่ได้จริงจังอะไรกับการคลุมถุงชนเด็กๆทั้งสองคนแต่ดูเหมือนว่าเมื่อเวลาเปลี่ยนอะไรๆก็คงเปลี่ยนไปตาม
“วันนี้ก็เหม่ออีกแล้วนะครับไหวรึเปล่าคุณหนึ่ง ?”แม้อีกฝ่ายจะกล่าวถามด้วยความเป็ห่วงอย่างใจจริงแต่น้ำหนึ่งก็เอาแต่ส่ายหน้าแล้วก็ก้มหน้าก้มตาทำงานไม่หยุด
หากมัวแต่คิดไร้สาระผลเสียก็อาจจะมาตกอยู่ที่ตัวเขาเองเพราะฉะนั้นเอาเวลาไปทำงานเสียดีกว่า
“เฮ้อ….”
หนึ่งที่ทุ่มทุนเวลาทั้งวันไปกับการทำงานทิ้งตัวลงกับเบาะหนังคุณภาพดีแล้วถอนหายใจออกมายาวๆเมื่อมองเวลาก็ปาเข้าไปเกือบหกโมงเย็นเสียแล้วนี่เขาโหมงานมาั้แ่เช้าจนถึงตอนนี้เลยหรือเนี่ย
พอรู้ตัวอีกทีก็พลาดอาหารไปหลายมื้ออยู่เลยทีเดียว
แล้วก็ลืมเื่ของธัญวลัยไปซะสนิทไม่รู้ว่าเ้าตัวจะตื่นไปเรียนหรือเปล่าเมื่อไม่มีเขาคอยปลุก
แต่คงจะไปได้อยู่แล้วล่ะยังไงซะเขาก็คงจะทำหน้าที่นี้ตลอดชีวิตไม่ได้ซักวันหน้าที่ปลุกธัญในยามเช้าก็คงเป็ของภรรยาของเ้าตัว
ภรรยาคนนั้นถ้าเป็เกลวอย่างที่คิดไว้ก็คงจะดีสินะเพราะเขาน่ะทั้งรักทั้งไว้ใจเกลวเพราะรู้จักกันมานานสนิทสนมและรู้จักนิสัยเป็อย่างดี แม้เธอจะชอบทำทีไม่ชอบธัญอยู่บ่อยครั้งแต่ทั้งคู่ก็เข้ากันได้ด้วยดีเกลวเองก็คอยเป็ห่วงและดูแลธัญในบางครั้งที่เขาไม่อยู่ทำเสียด้วย
หากเป็เกลวได้ก็คงจะดีหวังว่าธัญเองก็จะคิดเช่นกัน ถึงจะแอบเป็ห่วงอยู่หน่อยๆก็เถอะน้ำหนึ่งคิดไปเรื่อยพลางยิ้มให้กับตัวเองสำหรับเขาเพียงขอให้ธัญมีความสุขแค่นั้นก็น่าจะเพียงพอ
ส่วนเขาเองซักวันก็คงต้องหาภรรยาดีๆซักคนแล้วย้ายออกไปสร้างครอบครัวเป็ของตัวเอง
ถึงตอนนั้นจะยังเป็พี่น้องที่ดีกับธัญวลัยอยู่ไหมนะ?กว่าจะถึงจุดนั้นเขาคงต้องรอให้ธัญวลัยแต่งงานและมีลูกน่ารักๆซักคนถึงจะสบายใจ
ต้องมั่นใจด้วยว่าอีกฝ่ายจะสามารถดูแลตัวเองได้รวมถึงคนในครอบครัวด้วย บริษัทที่เราทำแทนอยู่ตอนนี้ธัญก็ต้องเข้ามาดูแลให้ได้
น้ำหนึ่งเริ่มคิดไปต่างๆนาๆถึงอนาคตไม่ใช่ครั้งแรกที่เริ่มคิดหรอกแต่ครั้งนี้พอได้คิดแล้วมันกลับรู้สึกเศร้าข้างในใจแปลกๆ
ความรู้สึกโหวงเหวงภายในใจนี่มันคืออะไรกัน