6.....
“วิน..จะไปหาวิน”
นัฏนรีพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นระริกเมื่อสามารถนึกภาพเหตุการณ์ได้ทุกอย่างแล้ว
ดร.นีรนุชใเสียงของลูกสาวผุดลุกขึ้นนั่งมองไปยังเตียงผู้ป่วยก่อนจะเดินไปหาลูกสาวแล้วก็โอบกอดเบาๆ
“แม่จ๋า..ดรีมจะไปหาวิน ดรีมจำได้แล้วว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง ดรีมขับรถชนต้นไม้”
“หนูจำเหตุการณ์ได้แล้วใช่ไหมลูก”
ดร.นีรนุชเปลี่ยนมาจับมือลูกแทน
“ค่ะ..จำได้ทุกอย่าง วินอยู่ในรถทัวร์มรณะนั่น มันตกเหวค่ะแม่...แล้ววินล่ะ..” นัฏนรีเริ่มร้องไห้
“เอ้อ....คือ ....วินรักษาตัวอยู่โรงบาลที่เชียงใหม่จ๊ะ”
ดร.นีรนุชบอกเสียงแ่เบาด้วยความรู้สึกไม่สบายใจที่ต้องโกหก
“แล้วตอนนี้หนูอยู่ที่โรงบาลที่เชียงใหม่ด้วยหรือเปล่า” นัฏนรีถามด้วยความอยากรู้
“เปล่าจ๊ะ..พวกเราย้ายลูกมารักษาที่กรุงเทพฯ”
“แล้วทำไมถึงไม่ย้ายวินมาด้วยคะทำไม” เธอหันมามองหน้ามารดาด้วยความแปลกใจ
“เอ้อ..คือ เพื่อความปลอดภัยก็เลยไม่ให้วินย้ายจ๊ะ”
“หนูจะไปหาวินที่เชียงใหม่พาหนูไปนะคะแม่” เธออ้อนวอนมารดาเสียงสะอื้น
“หนูยังไม่แข็งแรงจะไปหาวินได้ยังไงล่ะลูก” ดร.นีรนุชลูบศีรษะลูกสาวไปมาเบา ๆ
“แล้วคนอื่นล่ะคะ”
“คนอื่น ใครกันลูก”
“ก็พ่อกับแม่ของวินไงคะ”
“แม่ของวินรักษาตัวอยู่ที่เชียงใหม่อาการดีขึ้นแล้วจ๊ะ”
“พ่อของเขาล่ะ”
“พ่อของวิน...ก็..เอ้อ..เสียแล้วจ๊ะ”
ดร.นีรนุชคิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะบอกความจริงเื่ทองก้อนแต่ขอปิดเื่ชวินเสียชีวิตเอาไว้ก่อน
“พ่อของวินเสียหรือคะ..แล้ววินรู้หรือยัง”
“วินอาจจะไม่รู้ก็ได้นะเพราะเขาอยู่ห้องไอซียู”
ดร.นีรนุชคิดว่าได้พูดความจริงไปส่วนหนึ่งแล้วเพราะชวินได้อยู่ที่ห้องไอซียูจริง ๆ เพียงแต่ดอกเตอร์ไม่ได้เล่าต่อว่าเขาเสียชีวิตในเวลาต่อมาเท่านั้นเอง
“ดรีมอยากจะไปเยี่ยมวินไปเป็กำลังใจให้เขาค่ะ แต่ดรีมจะยังไม่บอกว่าพ่อเขาเสียแล้ว ดรีมกลัวเขาจะเสียใจ”
“จ๊ะ จ๊ะ..”
มารดาพยายามที่จะกลั้นน้ำตาเมื่อได้ยินลูกสาวพูดเช่นนั้น
“แต่..ดรีมคิดว่าดรีมควรจะไปงานศพของพ่อเขานะคะเพื่อไปทำหน้าที่แทนวิน”
เธอบอกกับมารดาแววตาเข้มแข็งขึ้นมา
“แม่ว่าตอนนี้หนูอย่าเพิ่งคิดอะไรมากเลย ถ้าหนูจะไปงานศพของพ่อวินก็ต้องรักษาตัวให้แข็งแรงก่อนนะลูก”
“ก็ได้ค่ะ..แล้วตอนนี้ศพของพ่อทองก้อนอยู่ที่ไหนคะ”
“วัดที่กรุงเทพฯนี่แหละลูกญาติเขาไปรับจากเชียงใหม่เมื่อวานนี้”
ข้อมูลที่บอกไปเป็เื่จริงเพียงแต่มารดาของนัฏนรีไม่ได้บอกว่าศพที่รับมานั้น มีด้วยกันสองศพ คือศพของทองก้อน กับ ศพของชวิน
“น้องสาวของวินล่ะคะแม่.น้องแหวนน่ะค่ะ”
“ไม่ได้เป็อะไรจ๊ะ ตอนนี้ก็คงจะวุ่นอยู่กับงานศพของพ่อเขา”
ดร.นีรนุช คาดเดาเธอเองก็ไม่เคยเห็นน้องสาวของชวินมาก่อน แต่ที่ทราบข่าวคราวก็จากที่สิปปกร เล่าให้ฟังว่าชโรชาน้องสาวของชวินนั้น ไม่ได้นั่งรถคันเดียวกับนัฏนรี และไม่ได้อยู่บนรถทัวร์ผ้าป่าด้วยก็เลยเป็คนเดียวในครอบครัวที่ไม่เป็อะไรเลย แต่สภาพจิตใจของชโรชา ก็คงจะย่ำแย่อยู่มากที่ต้องรับรู้ว่าบิดากับพี่ชายเสียชีวิต และมารดาต้องาเ็รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล
“หนูอยากจะโทรคุยกับแหวนแม่ช่วยเอามือถือให้ดรีมหน่อยค่ะ”
“ลูกจ๋า..มือถือหนูไม่ได้อยู่ที่นี่หรอกจ๊ะมันคงกระเด็นลงเหวไปตอนที่ลูกขับรถชนต้นไม้แล้ว”
“ถ้างั้นดรีมยืมของแม่ก็ได้ช่วยส่งให้ดรีมด้วยค่ะ”
ดร.นีรนุชกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก หากเธอให้ลูกยืมมือถือไป ทุกอย่างก็คงจะถูกเปิดเผยเพราะเธอยังไม่ได้บอกกับน้องสาวของชวินเอาไว้ก่อน หากน้องสาวของชวินบอกความจริงไปว่าพี่ชายเสียชีวิตแล้วดร.นีรนุชไม่อยากจะนึกภาพอาการของลูกสาวเลยว่าจะมีสภาพจิตใจเป็เช่นใด ถ้าเพียงแต่นัฏนรีรักชวินน้อยกว่านี้ทุกอย่างก็คงจะง่ายกว่านี้
“แม่ขา..เร็วหน่อยสิคะหนูอยากรู้ข่าวของวิน”
“เอ้อ..จ๊ะ จ๊ะ”
ดร.นีรนุช รับปากแต่มีท่าทีอึกอัก แกล้งเดินช้าๆ ไปที่กระเป๋าถือที่วางอยู่บนโซฟา เธออ้อยอิ่งอยู่กับการเปิดกระเป๋าระหว่างนั้นก็คิดหาวิธีที่จะหลีกเลี่ยงไปด้วย
“โอ๊ะ..ตายจริงโทรศัพท์มือถือของแม่แบตหมด”
มารดาแสดงบทบาทได้แเีพร้อมกับแอบปิดมือถือไปด้วย
“งั้นก็เสียบสายชาร์ตแบตสิคะ”ลูกสาวแนะนำ
“แม่ไม่ได้เอาสายแบตมาจ๊ะอยู่ที่บ้าน”
มารดาหาทางออกจนได้ หันไปยิ้มแหย ๆ ให้กับลูก
“หนูไม่อยากจะเชื่อเลยว่ามือถือของแม่จะแบตหมด ปกติคุณแม่เป็คนรอบคอบจะตาย” ลูกสาวทำหน้าสงสัย
“ก็่นี้แม่มีเื่กังวลใจเป็ห่วงหนูมากนี่จ๊ะก็เลยป้ำ ๆ เป๋อ ๆ ลืมโน่นลืมนี่ตลอดเลย”
มารดาให้เหตุผลได้สมจริงจนลูกสาวเห็นคล้อยตาม
“งั้นคุณแม่ยืมมือถือของป้าสมใจให้ดรีมหน่อยสิคะ”
“ลูกจ๋า รอให้ป้าสมใจมาก่อนสิจ๊ะ ตอนนี้ไม่รู้ป้าสมใจไปเดินเล่นที่ไหนแต่เดี๋ยวก็คงจะมา”
ดร.นีรนุชพูดไปแล้วก็อดเสียวไม่ได้เกรงว่าป้าสมใจจะโผล่เข้ามาพอดี หากเป็เช่นนั้นเธอก็คงจะหมดปัญญาที่จะขัดขวางอีกต่อไป
เสียงเคาะประตูดังเบา ๆก่อนประตูจะถูกผลักเข้ามา ดร.นีรนุช ใรีบหันไปมองคิดว่าคงเป็ป้าสมใจ ในขณะที่นัฏนรีเบิกตากว้างด้วยความยินดีที่จะได้ยืมโทรศัพท์มือถือของคนที่กำลังเดินเข้ามา
“ปอนด์!..”
ดร.นีรนุชเรียกชื่อสิปปกรด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพร้อมกับแอบขยิบตาส่งสัญญานบางอย่างแต่สิปปกรไม่ได้เข้าใจ แล้วก็ไม่ได้พยายามที่จะเข้าใจด้วย เพราะเขามัวแต่ดีใจที่เห็นคนป่วยลืมตาแป๋วส่งยิ้มให้กับเขา
“ปอนด์...ดีใจจังเลย..”
นัฏนรีกล่าวทักคนที่เข้ามาด้วยความดีใจในขณะที่คนถูกทักหัวใจพองโตด้วยความสุขท่วมท้นคิดว่าคนป่วยคงจะดีใจที่เห็นตนมาเยี่ยมเขารีบสาวเท้าเข้าไปหานัฏนรีที่เตียงคนป่วยเผลอจับมือเธอด้วยความตื่นเต้น
“ดีใจเหมือนกันที่ดรีมรู้สึกตัว แล้วก็จำปอนด์ได้”
สิปปกรบอกเธอด้วยแววตาเป็ประกายระยับและเป็จังหวะเดียวกับที่เพื่อนสาวสองคนของนัฎนรีเปิดประตูห้องเข้ามาพอดี
“อ้าว..หนูยา หนูลิลลี่แม่นึกว่ากลับไปแล้วเสียอีก”
ดร.นีรนุชกล่าวกับเพื่อนของลูกสาวที่เข้ามาสมทบ
“พวกเราไปนั่งคุยกันอยู่ด้านล่างน่ะค่ะพอดีเห็นปอนด์
มาก็เลยตามขึ้นมาด้วย” ไปรยาเป็คนตอบ
“ปอนด์เอามือถือมาด้วยหรือเปล่า”
นัฏนรีรีบถามในสิ่งที่กำลัง้าอยู่ทันทีสิปปกรทำหน้างง ๆ แต่ก็พยักหน้าแทน
“งั้นขอดรีมยืมใช้หน่อยสิ”
“ดรีมจะโทรหาใคร” สิปปกรถามก่อน
“โทรหาน้องแหวน น้องสาวของวินน่ะ”
สิปปกรหันไปมองหน้าดร.นีรนุช ซึ่งกำลังขยิบตาให้เขาพอดี ทำให้เขาเริ่มเข้าใจถึงการขยิบตาครั้งแรกของดอกเตอร์ั้แ่เขาก้าวเข้ามาในห้องนี้
“เอ้อ..คือ” สิปปกรจึงทำท่าอึกอัก
“อย่าบอกนะว่าแบตมือหมดเหมือนของคุณแม่อีกคน”
นัฏนรีรีบพูดดักคอเอาไว้ก่อน