ตอนที่ยี่สิบสาม ขบวนการบุตรพยัคฆ์
ฮืม ผู้าุโจากไปแม้จะมีฉากกระทืบนายน้อยกันหลายคนก็ตาม
มิน่า เลี้ยงดูนายน้อยกันอย่างนี้นี่เองถึงได้มีฉากกระทืบพระเอกหรือรังแกนางเอกเสียจนเกือบตายและทุกคนก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
สามัญสำนึกของโลกนี้ต่างกับที่ผมคิดจริงๆนั่นล่ะนะ
อ๊ะ หากพวกนั้นทำท่าว่ายอมรับพฤติกรรมของผม ก็เท่ากับผมยิ่งเป็ตัวพิสูจน์ความเชื่อของคนพวกนี้น่ะสิว่าพฤติกรรม”หินลับมีด”
ที่สร้างสถานการณ์ให้คนในตระกูล แข่งขันกันเอง ต่อสู้กันเอง เพื่อให้ได้คนที่แข็งแกร่งที่สุดมาสืบทอดตระกูล พวกผู้าุโพวกนี้จะยังคิดว่าตนเองคิดถูกแล้ว
และพวกนี้มองจากที่เหล่านายน้อยมาสวามิภักดิ์ผมและพี่ใหญ่ของผมตัวสั่นอยู่หลังต้นไม้
เป็เื่ธรรมดาที่สมควรเกิดขึ้น
Your approval fill me with shame
การยอมรับของพวกคุณทำให้ผมรู้สึกอับอาย
คุณจะรู้สึกอย่างไรหากคุณเป็คนดีคนหนึ่งในหมู่บ้าน และในหมู่บ้านที่คุณอยู่นั้นก้มีคนเลวนักเลงคนหนึ่ง
ที่ตีหัวหมา ด่าแม่เจ๊กไปทั่ว
ใครทำอะไรให้นักเลงคนนั้นไม่พอใจแล้วอยู่มาวันหนึ่ง นักเลงคนนั้นมาพบกับคุณก็ทำท่ายกมือไหว้คุณท่วมหัวบอกว่า
“ผมได้ยินชื่อพี่มานานแล้ว ผมนับถือพี่มากเลยครับ” ทั้งที่ร้อยวันพันปี นักเลงคนนั้นไม่เคยไหว้หรือทำท่านับถือใครมาก่อนเลย
คนในหมู่บ้านจะคิดว่าคุณเป็คนอย่างไร?
ความรู้สึกตอนนี้ของผมก็อย่างนั้นนั่นล่ะ
ช่างรู้สึกกดดัน กับการยอมรับของเหล่าผู้าุโ มากกว่าการต่อต้านของพวกนายน้อยอีก
มันคือความรู้สึกที่ว่าหากเราเข้มแข็งสถานการณ์ทุกอย่างก็เป็ตามใจเรา
ผมพยายามแก้นิสัยของผมที่ดูถูกคนในนิยายนี้
หากวิเคราะห์กันจริงๆการที่ผู้าุโให้ท้ายพฤติกรรมอย่างนี้ และสร้างแรงกดดันที่มองไม่เห็นให้ผมคงพฤติกรรมอย่างนี้ต่อไป แสดงว่าวิธีการของพวกเขาที่ควบคุมพฤติกรรมนายน้อยรุ่นใหม่นั้นเกิดจากการวางแผนมาก่อนล่วงหน้าแล้ว
ดูถูกไม่ได้เลยแฮะ เฮ้อ
ในหัวผมคิดว่าจะวางแผนอย่างไรดีต่อไปเมื่อมองสายตาที่คาดหวังของเหล่านายน้อยพวกนี้
ผมคิดว่าจะสร้างเครือข่าย เซลล์ขึ้นมา
แนวทางของการที่อเมริกาและท่านสว.แม็คเคลน ฝึกสอนพวก..เอ่อ ฏสายกลาง นักสู้เพื่ออิสระภาพ
คนเรายอมเคารพกฎกติกาของกลุ่มที่วางไว้ได้ง่ายกว่าที่คิด
แทนที่จะเป็เร้ดการ์ด ผมคิดว่าจะลองแนะนำวิชาลูกเสือเข้าสู่โลกนี้ดู
“ขอบคุณพี่น้องที่ให้การสนับสนุน แต่ผมไม่ใช่คนจิตใจดี ผมมีความฝันที่้าทำให้สำเร็จ”
ผมจ้องมองไปที่ท้องฟ้า
“คะ ความฝันอะไรหรือนายน้อย?” หวังม่อ ทำตัวเป็ลูกคู่ที่ดีจริง หมอนี่สมกับเป็ลุกคู่มืออาชีพ แสดงว่าในฉากต้นฉบับที่หมอนี่แนะนำแผนบ้าๆบอๆที่ล้มเหลวในการจัดการนางเอก เป็ฉากที่แสดงว่าหมอนี่คือคนฉลาดมากในสเกลโลกความเป็จริง แต่ดวงของนางเอกมัน์สั่งเกินไป แผนการเลยล้มเหลวกลายเป็ตัวตลกแทน?
ก็จริง เก่งแค่ไหน การวางแผนอยู่ที่คน สำเร็จอยู่ที่ฟ้า สุดยอดนักการทหารของโลก ยอมรับความเป็จริงข้อนี้กันได้เร็วกว่าทุกคน
“นำสรวง์มาสู่แดนดินนี้”
ผมพูดอะไรที่ความหมายตีความได้มากเข้าไว้และให้แสงอาทิตย์สะท้อนร่างกายผมขณะที่พูด
ภารกิจที่ผมให้พวกนี้ทำจะได้มีขอบเขตมากขึ้น ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตาม
ขุดดิน? นำสรวง์มาสู่แดนดินนี้
ค้าขาย? นำสรวง์มาสู่แดนดินนี้
ฆ่าคน ? นำสรวง์มาสู่แดนดินนี้
แบบเดียวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจ จูเชย์ที่ท่านคิมให้ประชากรเอาไว้ให้ปฏิบัติตามที่ตีความได้มากมายแต่หาสาระมิได้
อ้างอาณัติของ์ไว้ก่อนไม่ว่าเื่ใดใดก็ไม่โดนกล่าวหาว่าทำผิด
..
“ฟ้ากำเนิดเราย่อมมีประโยชน์ ข้ารู้สึกในิญญาของข้าว่าสิ่งที่ข้าต้องทำ ภารกิจที่ข้าต้องเผชิญ อุปสรรคที่ข้าจำต้องก้าวผ่าน อยู่ภายในถ้อยคำเหล่านี้ แต่์ก็ช่างยากเข็ญนัก ไม่อาจตีความได้โดยง่ายดาย”
เหตุการณ์ต่อมาก็ช่างเหมือนกับ wish fulfilment ของผมตรงที่น้ำตามันจะไหลออกมาให้ได้
จากการที่คนเราเจอกับสถานการณ์ไปต่างโลกและมีสกิลโกงเต็มทุกช่องจากเกมสืออนไลน์ที่เราเล่น
มันไม่ใช่เพียงแค่การมีพลังเหนือโลกเท่านั้น แต่มันคือการี่ทำให้เราได้พบว่า สิ่งที่เราทุ่มเทเวลาหลายร้อยชั่วโมงของชีวิตไปนั้น มันมีคุณค่าไม่ใช่เื่ไร้สาระ
ว่าที่เราทุ่มเทอะไรไปสักอย่างหนึ่ง มันมีผลต่อการไปอยู่ในโลกใหม่ของเราจริง
แน่นอน ตราอินทรีย์ที่ผมได้มานั้นก็มีข้อได้เปรียบในการได้คะแนนหากสอบเข้ากองทัพสหรัฐอเมริกานั่นล่ะ ตามการรองรับของสหพันธ์ลูกเสือโลก
ถึงผมจะไม่เก่งอย่างพวกนักฆ่าเว่อๆต่างโลก แต่ผมก็พอรู้จักการแบ่งหมวดหมู่และเดินทางไกลจากความรู้เื่ลุกเสือ
“ต่อไปนี้ข้าจะขอแต่งตั้งให้พวกเ้าเข้ามาอยู่ในขบวนการบุตรพยัคฆ์”
*** หากเราทำกิจกรรมครบ ได้ตราอินทรีย์ของลุกเสือโลก มีสิทธิได้พิจารณาเป็พิเศษในกองทัพสหรัฐและทุนการศึกษาที่สามารถเข้าถึงได้***
“ให้พวกเ้าผ่านการฝึกจากกระบวนการนี้ แสดงว่าพวกเ้าจะเป็คนที่มีสติปัญยา มีความเชื่อถือ เป็ผู้มีเกียรติ ตั้งอยู่ในศีลธรรม”
หลังจากนั้นผมก็ได้แสดงทักษะที่ได้มาจากการฝึกของลูกเสือ
การฝึกพวกเขาผมสังเกตว่าพวกเขาร่างกายนั้นเน้นความแข็งแรงมากกว่านักมวยธรรมดาเสียอีก(แต่ก็แพ้อี้จิงและคนมีพลังวัตรขั้นสูงกว่าอย่างสิ้นเชิง)
ผมจึงเน้นการฝึกพวกเขาไปที่การทำงานเป็กลุ่มและความสามัคคี
และได้แบ่งแยกพวกเขาเป็
ลูกพยัคฆ์ ลูกเสือดำ ลูกหมีดำ และลูกอินทรีย์
“พวกเ้าต้องผ่านการฝึกไปให้ได้ ยามนั้นพวกเ้าจะกลายเป็ พยัคฆ์ เสือดำ หมีดำ และอินทรีย์อย่างเต็มตัว ทราบแล้วหรือไม่?”
“ทราบแล้ว”
“หลักการของพวกเ้าคืออะไร?”
“ทำดีที่สุด”
ผมพยักหน้า “ดีมาก”
เท่านี้ผมก็น่าจะหากิจกรรมให้ทำได้โดยนายน้อยไม่ไปแกว่งเท้าหาเื่ที่ไหนมากนัก
ที่เด็กๆมองว่าการฝึกหลายอย่าง กิจกรรมต่างๆมันไร้สาระน่ะใช่แล้ว
เป้าหมายของกิจกรรมที่จริงก็คือการผลาญเวลาว่างของเด็กๆนั่นล่ะ
ต่อไปนี้ผมว่าจะลองให้นายน้อยทำกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่างๆดู